61 วัน บนเส้นทางล่าฝัน 20 ประเทศ จากทรานไซบีเรียถึงยุโรปตะวันออก EP.4 ฟินแลนด์...ธิดาแห่งทะเลบอลติค

EP.0 ที่มาของทริป ประเทศที่ไปทั้งหมด การเตรียมตัว ค่าใช้จ่าย แผนการเดินทาง ฯลฯ >> https://pantip.com/topic/37261427
EP.1 เริ่มต้นประเทศแรก...จีน >> https://pantip.com/topic/38053618
EP.2 มองโกเลีย...ดินแดนเจงกีสข่าน >> https://pantip.com/topic/38470734
EP.3 ดินแดนหลังม่านเหล็ก...รัสเซีย >> https://pantip.com/topic/38533158
EP.5 เอสโตเนีย...ตามรอยเมืองเก่าในยุคกลางที่ทาลลินน์ : https://pantip.com/topic/39658872
EP.6 ลัตเวีย...เยือนริกา เมืองแห่งสถาปัตยกรรม : https://pantip.com/topic/39697022
EP.7 ลิทัวเนีย...ดินแดนแห่งทะเลสาบและปราสาทเก่า : http://pantip.com/topic/39850942

พูดคุยเพิ่มเติมได้ที่... 
Facebook page : https://www.facebook.com/Mytravelholicdiary/
Instagram : https://www.instagram.com/my_travelholic_diary/

D a y 1 9 H e l s i n k i  - F i n l a n d
“ธิดาแห่งทะเลบอลติค”
เข้าสู่ดินแดนที่ต้องโชว์วีซ่าเชงเก้นเป็นประเทศแรกแล้วววว หลังจากผ่านไป 18 วันกับ 3 ประเทศตามลิงค์ข้างบน ต่อไปคือลุยยุโรปกันยาวๆ อีก 17 ประเทศค่ะ!!

เฮลซิงกิ เป็นเมืองหลวงของประเทศฟินแลนด์ ตั้งอยู่ทางตอนใต้ริมชายฝั่งอ่าวฟินแลนด์ในทะเลบอลติค เป็นเมืองหลวงแต่ก็ไม่ได้มีขนาดใหญ่โตมากมาย ใช้เวลาเที่ยวไม่มากก็สามารถเที่ยวได้ทั่วเมืองแล้วค่ะ

ด้วยความที่เฮลซิงกิเคยตกอยู่ภายใต้การปกครองของรัสเซีย และอยู่ใกล้กับเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ทำให้ได้รับอิทธิพลด้านสถาปัตยกรรมรูปแบบนีโอคลาสสิคที่เก่าแก่และงดงาม เรียกได้ว่าถอดแบบมาจากเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กเป๊ะ อีกทั้งทำเลที่ตั้งอยู่ในทะเลบอลติค ทำให้เฮลซิงกิได้รับฉายาว่าเป็น “ธิดาแห่งทะเลบอลติค” นั่นเอง

และเฮลซิงกิยังได้รับยกย่องให้เป็นเมืองหลวงแห่งวัฒนธรรมของยุโรป ด้วยคำขวัญที่ว่า “Helsinki the high tech city where culture meets nature” อีกด้วย

เรามีเวลาสำหรับเฮลซิงกิแค่ 1 วันเต็ม หลังจากเดินทางด้วย Night Bus จากเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก, รัสเซีย มาตั้งแต่เมื่อคืน ถึงเฮลซิงกิแต่เช้าตรู่ รถบัสจอดที่ Helsinki Coach Station (Kamppi Bus Station) เป็นสถานีหลักของเมือง หาที่ฝากกระเป๋ากันก่อน ซึ่งแบบเรางมกับไอ้เครื่องฝากกระเป๋านี่นานมาก ทำไม่เป็นนนน!! จนต้องขอความช่วยเหลือจากคนแถวนั้น > < 
ข้อมูลที่ฝากกระเป๋า >> https://kamppihelsinki.fi/en/retailer/kamppis-left-luggage-service

ฝากกระเป๋าเรียบร้อย คว้า City map ที่สถานี แล้วก็ลุยเลยยยย

เดินออกจากสถานี บรรยากาศยุโรปก็มาเต็ม ทั้งอากาศหนาว ไม่มีแดด ตึกใหญ่สีพาสเทลหน้าต่างแน่นๆ เรายังไม่เจอผู้คนตามท้องถนนมากนัก อาจเป็นเพราะมาถึงแต่เช้าตรู่  ส่วนเป้าหมายวันนี้ก็คือ เดินมั่วๆ เอาให้ทั่วๆ เมือง เท่าที่มีเวลาก็แล้วกัน
ข้ามถนนจากสถานีรถมาก็จะเจอ The Finnish Museum of Natural History ตัวอาคารสร้างในปี 1913 แต่เดิมเป็นโรงเรียนชายของเด็กรัสเซีย จนกระทั่งปี 1923 มหาวิทยาลัยเฮลซิงกิซื้อตึกนี้ต่อมาจากรัฐบาล และนำตัวอย่างสัตว์ในภาควิชาสัตววิทยาที่สะสมไว้มาเก็บที่นี่ แล้วเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้เข้าชมตั้งแต่ปี 1925
มียีราฟน่ารักๆ 2 ตัว คอยทักทายอยู่ที่ชั้น 2 ค่ะ ^^
รายละเอียดเวลาเปิดและค่าเข้าชม >> https://www.luomus.fi/en/natural-history-museum

จาก The Finnish Museum of Natural History เดินไปต่ออีก 400 เมตร เป็นอีกหนึ่งสถานที่สำคัญคือ Temppeliaukion Church หรือ Rock Church เป็นโบสถ์ที่ขุดลงไปในหิน ออกแบบโดยสถาปนิกพี่น้อง Timo และ Tuomo สร้างขึ้นในปี 1969 เป็นโบสถ์ที่นิยมจัดคอนเสิร์ตเพราะด้วยตัวอาคารที่ผนังเป็นหิน ทำให้เสียงดีมาก 
จริงๆ ตั้งใจมาดูที่นี่ แต่มาเช้าเกินไป โบสถ์ยังไม่เปิดจ้าาาา T_T  
แอบส่องมีคนกำลังถูพื้นอยู่ด้านใน ป้ายปิดห้อยอยู่ เลยไม่รอเวลาเปิด เพราะอีกตั้งนาน ต้องทำใจผ่านนนน ไม่มีเวลาย้อนกลับมาแน่ๆ  > <
เดินออกมาเรื่อยๆ เห็นแต่ตึกกับรถราง ยังไม่เห็นคนเลย 
 
มาถึงอีกหนึ่งแลนด์มาร์ค Sibelius Monument สร้างเมื่อปี 1967 โดยศิลปินชาวฟินแลนด์ Eila Hiltunen เป็นประติมากรรมที่ชนะการแข่งขัน เพื่อสดุดีให้นักประพันธ์เพลงคลาสลิคชื่อดังของโลกชาวฟินแลนด์ Jean Sibelius หลังจากเสียชีวิตในปี 1957 อนุสาวรีย์ประกอบด้วยท่อเหล็กกลวงมากกว่า 600 ชิ้น เชื่อมติดกันเหมือนคลื่น น้ำหนักถึง 24 ตัน มีความหมายถึงการรวบรวมแก่นแท้ของดนตรีของ Sibelius 
ซึ่งเป็นผู้แต่งเพลงฟินแลนเดีย เพลงปลุกใจชาวฟินแลนด์ให้ลุกขึ้นมาเรียกร้องเอกราชจากรัสเซียด้วยนะ
อนุสาวรีย์นี้อยู่ในสวน Sibelius Park ติดกับทะลสาบ Seurasaarenselka มีคาเฟ่ริมทะลสาบ มานั่งพักผ่อนชิลๆ ได้เลยค่ะ
ออกจาก Sibelius Park ก็มาโด้ปกาแฟร้อนๆ จากซุปเปอร์มาร์เก็ตแถวนั้นสักแก้วก่อน 
เดินมาต่อที่ Helsinki Olympic Stadium เป็นสนามกีฬาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ สร้างเสร็จเมื่อปี 1938 เพื่อใช้เป็นเจ้าภาพโอลิมปิคฤดูร้อนปี 1940 ซึ่งย้ายจากโตเกียวมาที่เฮลซิงกิก่อนที่จะถูกยกเลิกเพราะสงครามโลกครั้งที่ 2 และที่นี่ยังเป็นสนามที่ใช้จัดงานกีฬาสำคัญระดับโลกมาโดยตลอด 
ที่นี่มี HJK (Helsinki Jalkapalloklubi) เป็นสโมสรที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1907 เป็นสโมสรที่ใหญ่และประสบความสำเร็จมากที่สุดของฟินแลนด์ มาแบบงงๆ คือจะเดินเข้าไปชมสโมสร แล้วเขากำลังประชุมอะไรกันอยู่ ^^” คือเราไม่รู้เรื่องฟุตบอลเลย เข้ามาถ่ายรูป ชะโงกๆ ดูแป๊บนึงก็ออกมาล่ะค่ะ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่