ทำการเรียนในชั้น ประถม - มัธยม จึงไม่ค่อยมีการ ฝึกภาค ปฎิบัติ ???

จากความคิดของผมนะ เด็กไทยหลายๆคนมีคำถามว่า " เรียนไปทำไมก็ไม่ได้ใช้ โดย เฉพาะ พวก มัธยม ซึงมันไม่ได้ใช้แน่ๆเช่น สมการ แก้สมการ ในชีวิต คงไม่มีใครมาตั้งให้หรอกครับ " หรือถ้าไม่ได้เรียนสายมันจริงๆยก ตัวอย่างเช่น หา พื้นที่ วงกลม ถ้าผมทำงานแนว ทำพวกโต๊ะ ช่างไม้ก็คงได้ใช้แต่ถ้า อย่างอื่น เช่น นักวาด อะไรอย่างงี้แน่นอน ว่าน้อยมาก ที่จะได้ใช้ และ มัธยม ที่เรียนๆมา พอมาในชีวิต แถบ ไม่ได้ใช้เลย ทำไมเราไม่ให้ ในการใช้ เวลา ที่เรียนอยู่ เนี่ย ไปดูงาน ต่างๆ ในแต่ละอาชีพ เพราะ ว่ากว่าจะได้ไป ดูงาน บ้างครั้ง ฝึกทำจริงๆ แถบ ไม่ได้ทำเลยยย ยกตัวอย่างเช่น ตอน เราอาจใช้เวลา เรียนต่างๆ และ บ้าง ครั้ง ก็พาไปดู งานต่างๆ ของแต่ละอาชีพ เพื่อให้รู้จริงๆ ว่าเรา ชอบ อาชีพ อยากทำ อะไร จากนั้นก็เรียนสายนั้น ไปเลย มีหลายคนเอง ก็ พลาด มาแล้ว บางคนจริงๆ พึ่งรู้จัก กับ อาชีพ นี้ ซึ่งพอลอง ทำ ลองดู แล้วชอบมันมากๆ เช่นอาจชอบงานก่อสร้าง แต่ไปเลือกเรียน บัญชี อย่างงี้ ผมว่านะ ควรเอาเวลาที่ เรียน เนี่ย จากการ สอบแข่งขัน แก่งแย่งชิงดีกัน เนี่ย ไปใช้ ทำอย่างอื่น ให้เป็น ประโยชน์ ไม่ดีกว่าหรอ คืออยากให้เรียน แบบที่ มันน่าจะได้ใช้จริงๆ แบบ พวกสมการ เนี่ย ใครมันจะตั้งคำถาม หรือ จะมีคนสั่งส้ม แบบนี้ เอาส้มที่มีมวล 50 กรัม มีเส้นผ่า ศูนย์ กลาง 5.5ซม. 5 ผล และเอามะนาว ที่มีมวล เป็น 
1/5 ของส้ม และมี มวลเป็น 50% ของส้ม แบบนี้ ใครมันจะไปถามมม เรียนไปเอาไปแค่ แก่งแย่งเกรด กัน คนประสบความสำเร็จ เขาใช้ ประสบการณ์ กันไม่ใช่ หรอ ความรู้ก็จำเป็น (แค่บางส่วนนะ) ถ้าเราลองเปลี่ยนดูละ มี การให้ไปศึกษา ดูงาน มากขึ้น มีกิจกรรมให้ ทำ มีการเรียนรู้ ที่มันสนุกขึ้น เครียด น้อย ลง มีการฝึก Present งานที่เราให้แสดง ดู มีการทดลองต่างๆ ใช้แนว ทางของคน ที่ประสมความสำเร็จ มาสอน บ้างละ มันจะเป็นยังไง แน่นอนแหละ คนส่วนมาก นะ ไม่ชอบการเรียน แบบในห้อง วันๆ นั่ง ท่อง จำ เช่น จำบท กลอน แบบโครตยาว จำชื่อ ราชา บ้างละ แถบไม่ได้ใช้ ถึงจะใช้ พอโตขึ้น ก็ลืม สุดท้ายก็ เปิด Google ดูเอากันอยู่ดี เอาเวลา อันนี้ ไปทำ อย่างอื่นไม่ดีกว่าหรอ ??? เน้น ภาคปฎบัติ มากกว่า ภาคความรู้ ???  ผมอยากให้ดู นี่ ลองกด เข้าไปดูกันหน่อย นะครับ ผมลงรูปไม่ได้  http://touchpoint.in.th/cone-of-learning/ นี่นะครับเอาไปใส่ แล้วไปดู เอา ว่าสิ่ง ที่เราทำ ส่วน มากมันเป็นยังไง คนส่วน มากคงรู้กับคำที่พูดกันว่า "เด็กคืออนาคตของชาติ" แล้วคนดูทุกวันนี้สิ ประเทศของเรา ก็พร้อมกับทุกอย่าง ใหญ่ก็ใช้ได้ ไปดู สิงคโปร์ ประเทศเล็กๆ แต่ก้าวหน้า ผม จะยก ตัวอย่าง เรื่องนี้ดูนะครับ ตอนนี้ พวกเรา ส่วนมาก นำเข้า ล้อรถ มาจาก จีน บ้าง อเมริกา บ้างแหละ แน่นอน จีน ขึ้นชื่อ ว่า ก็อป เกรด A คุณภาพของแย่ ราคาถูก เรานำเข้ามา อเมริกา ของคุณภาพ เทคโนโลยี สูง เราควรตัดจีนออก ประเทศเรา ยาง พารา อะเยอะ ควรได้ประทับตรา ที่ยางล้อรถของเราว่า Made In thailand อันนี้ยกตัวอย่างถึงจะไม่เกี่ยวมากก็เถอะ แต่หลังจากดูกราฟ การเรียนรู้ไปสิ่งที่เราทำ คือ มันเป็นการเรียนรู้ ที่อยู่บนสุด ปิรามิด = มันเรียนรู้ได้น้อย น้อยไม่พอ แถม ไม่ค่อยได้ใช้ด้วย แถม ยังน่าเบื่อ พอๆ กันฟังพระ ที่เทศ ไปเรื่อยๆ แบบไม่มีเสียงขึ้น เสียง ลง ท่องแบบว่าให้มันจบๆไป ฟัง แล้วแถบ หลับ หรือ ครู บางคน สอนได้น่าเบื่อ ใช้หลีกการ คนรุ่นเก่า แต่กลับกัน ครูที่ไม่ดุมาก สอนสนุก เด็กๆมัก อยากเรียน และ ตั้งใจเรียนขึ้น (บางคน) นั่นเอง คุณ คิดว่า อะไร ควรเปลี่ยน (ถึงจะยากก็เถอะ)  ก่อนจะจบ ผมอยากให้เปรียบเทียบ ไทย กับ ฟินแลน ดูนะ 

เรียนกันวันละไม่เกิน 5 ชั่วโมง!!
ในระดับประถม จะมีการเรียนการสอนเชิงวิชาการไม่เกินวันละ 5 ชั่วโมง เพราะอยากให้เด็กหากิจกรรมที่สนใจมาทำมากกว่าการอัดความรู้อย่างเดียว ตรงข้ามกับไทยที่เรียนตั้งแต่เช้ายันเย็น แล้วเรียนพิเศษต่อตอนค่ำอีก

นักเรียนในห้อง ยิ่งน้อย…ยิ่งดี…
การที่จำนวนนักเรียนในห้องน้อย จะทำให้ครูสามารถสอนได้อย่างทั่วถึง โดยนักเรียนในฟินแลนด์ จะมีประมาณห้องละ 12-20 คน (20 คนก็ถือว่าเยอะแล้ว) ทำให้ครูสามารถดูแลได้ดี ใครที่มีปัญหาก็สามารถช่วยเหลือได้โดยง่ายนั่นเอง

ไม่มีเกรดเฉลี่ย
การมีเกรดเฉลี่ย จะทำให้เด็กรู้สึกแตกต่าง สร้างความภูมิใจและความน่าอายเกินไป การเรียนจึงเน้นที่การพัฒนาของเด็ก มากกว่าจะเน้นที่เกรดเฉลี่ยเพื่อแข่งขันกัน

ไม่ใช้ข้อสอบกลางของประเทศ
เนื่องจากแต่ละโรงเรียนมีความแตกต่างกัน ทางส่วนกลางจึงไม่มีการออกข้อสอบกลางมาวัดความสามารถ แต่ให้โรงเรียนออกข้อสอบเหมาะสำหรับเด็กนักเรียน ซึ่งแบบนี้ต้องมั่นใจว่าโรงเรียนนั้นมีคุณภาพ และมีศักยภาพในการวัดระดับเด็กด้วย
มีการบริหารโรงเรียนอย่างเป็นระบบ
การบริหารโรงเรียน มีการจ้างผู้อำนวยการที่มีความสามารถในการบริหาร มีกรรมการโรงเรียนดูแล โดยไม่เน้นที่ว่าต้องเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ไม่ต้องสอนหนังสือเก่งก็ได้ แต่เน้นคนที่สามารถบริหารเป็น สามารถจัดการโรงเรียนและระบบการสอนแบบมืออาชีพได้ เพราะเชื่อว่าการสอนเก่ง กับการบริหารเก่งนั้นไม่เกี่ยวข้องกัน (ของไทยมีโกงกันค่าอาหารยังโกงดูอาหารของพวกคุณสิทุกวันนี้ผมไม่กินเลย)

ครู สอบแข่งกันอย่างกับหมอ
อาชีพคได้ว่าหลายอย่าง โดยเฉพาะข้อสุดท้ายของฟินแลนด์ ที่จะแตกต่างจากเมืองไทย ทำให้ประสิทธิภาพของการศึกษานั้นเรียกว่าห่างไกลกันอีกมาก ซึ่งเมืองไทยคงต้องพิจารณานำข้อดีบางอย่างมาปรับใช้ ให้เหมาะกับสังคมไทย  เพื่อการพัฒนาของคุณภาพการศึกษา ที่เป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศไทยเราต่อไปนั่นเอง ( ที่มาจาก https://www.wegointer.com/ )

และ อีกอย่างนึงขอ ฝากเอาไว้ให้คิดกันด้วยนะครับ จาก Albert Einstein ดังนี้ครับ

" จินตนาการ สำคัญกว่า ความรู้ " 
 ในช่วง เวลาหนึ่ง มนุษย์อาจเรียนรู้ได้จำกัด
แต่ จินตนาการ ไม่เคยมี ขีดจำกัด "

 ครับ ! ผมว่าเราควรปรับปรุง นะของเรา มันเน้นภาคความรู้แบบสุดๆไปเลยละครับ แถมสร้างความเครียด และ กดดัน ให้อีกด้วย
คิดเห็นอย่างไร มา Comment ได้นะครับรูในฟินแลนด์ ถือเป็นอาชีพที่ต้องสอบแข่งขันอย่างดุเดือด ไม่แพ้อาชีพหมอในบ้านเรา จึงสามารถคัดคนที่เก่งที่สุดของประเทศมาเป็นครูได้ แบบนี้ก็เลยทำให้การเรียนการสอนนั้นมีประสิทธิภาพ และส่งต่อคุณภาพไปสู่รุ่นต่อๆไปได้ (อันนี้หลายประเทศทำ เพราะจะได้ บุคลากร ที่มีความรู้มาทำ ทุกวันนี้ เงินเดือน ครู ของไทย ต่ำ ติดดิน คนที่เก่งจึงเลือกอย่างอื่น )

จะเห็น
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่