ระบายชีวิตและขอกำลังใจ

สวัสดีค่ะนี่เป็นกระทู้แรกของเราการเล่าเรื่องอาจจะไม่ค่อยดีนักนะคะเพราะเป็นคนเล่าเรื่องไม่ค่อยเก่งเขียนอธิบายเรียงความไม่ได้เรื่อง
คืออย่างนี้ค่ะตอนนี้เรารู้สึกเหนื่อยและท้อแท้มากเลยเราอายุกำลังจะ 27 ปีแล้วค่ะนอกจากงานประจำที่ทำอยู่ที่มั่นคงเราก็ยังไม่มีอะไรเป็นของตัวเองเลยค่ะ ท้าวความไปตั้งแต่ตอนเด็กๆก็คือพ่อแม่เราแยกทางกันค่ะเราเป็นลูกคนโตมีน้องผู้ชาย 2 คนคนแรกห่างกับเรา 3 ปีคนที่สองห่างกันเรา 11 ปีค่ะเราอยู่กับพ่อปู่แล้วกับย่าค่ะ ครอบครัวก็จะออกแนวเข้มงวดค่ะหัวโบราณแต่เราก็ไม่ได้อึดอัดมากมายนะคะเหมือนเราชิน ตอนช่วงที่พ่อแม่เราแยกทางกันเราอยู่ม.ต้นค่ะ  บ้านเราจะหัวโบราณไม่ชอบให้ลูกหลานออกไปไหน วันนั้นเราออกไปเต้นแอโรบิคค่ะกลับเข้ามาบ้านก็โดนปู่ด่าว่ามันร่านมันแรดเหมือนแม่ประมาณนี้ค่ะ ตอนนั้นก็เสียใจค่ะเสียใจมากเรารู้ตัวว่าพ่อเราไม่ใช่ลูกรัก เราไม่ใช่หลานรักเราก็จะสงบเสงี่ยมค่ะ ตอนนั้นก็เสียใจค่ะแต่ก็ไม่ได้อะไร พอเข้าช่วงม.ปลายก็มีเหตุการณ์ชีวิตเกิดขึ้นอีกพอสมควรอย่างเช่นบ้านเราไฟไหม้ค่ะเราเป็นคนวิ่งดับไฟพอนึกย้อนดูแล้วเรายังคิดเลยว่าเราก็มีสติดีเหมือนกันนะเพราะว่าบ้านเราเป็นบ้านปูนค่ะตอนนั้นดับไฟน้ำเปียกไปทั้งบ้าน เรานึกขึ้นได้ก็วิ่งไปดึงคัทเอาท์ไฟลงค่ะเพื่อตัดไฟในบ้านก่อน แล้วก็วิ่งไปดับไฟต่อสรุปแล้วไหก็ไหม้แค่ในครัวนะคะไม่ได้ไหม้ทั้งหลังสามารถดับไฟได้สำเร็จค่ะ
หลังจากเรื่องไฟไหม้ประมาณ 3-4 เดือนเรากับน้องคนเล็กก็โดนรถชนค่ะ แต่ว่าเรากับน้องไม่ได้เจ็บมากนะคะเพราะว่ารถที่เราขับเป็นมอเตอร์ไซค์คันเก่าๆค่ะขับได้แค่ประมาณ 20-40 แต่ว่ารถคันที่มาชนเราขับมาค่อนข้างเร็วค่ะเร็วมากเราไม่ขอพูดว่าใครถูกใครผิดแต่ว่าเขามากันสามีภรรยาและเด็กทารกอายุน้อยกว่า 1 เดือน 1 คนฝั่งโน้นเขาเจ็บเยอะค่ะ
หลังจากเราจบม.ปลายเราก็เข้ามาเรียนในกรุงเทพฯค่ะ เราเรียนประกาศนียบัตรนะคะยังไม่ใช่ปริญญาตรีเรียน 1 ปีค่ะ ช่วงนั้นเราสงสารพ่อเรามากพ่อเราทำงานคนเดยวเพื่อหาเงินส่งให้เราค่ะไหนจะน้องเราอีก2คนอีก เราพยายามประหยัดที่สุดเท่าที่จะประหยัดได้ตอนนั้นรู้สึกทุกใจและท้อใจมาก แบบว่าเราใช้เงินเดือนละประมาณ 3-4 พันบาทค่ะรวมค่าหอนะคะ ค่าหอหารกับเพื่อนตกคนละ 1,500 บาทโชคดีที่อาหารกลางวันกินฟรีที่เรียนค่ะ นอกนั้นก็เป็นเงินใช้จ่ายในชีวิตประจำวันคะ จริงๆพ่อเราก็จะให้เราเพิ่มนะคะเขาจะถามเราเสมอเขาจะโทรมาว่าเงินพอใช้หรือเปล่าด้วยความที่เราสงสารพ่อค่ะเราก็จะบอกอยู่ตลอดว่าพอใช้เพราะเรารู้ว่าพ่อยังต้องส่งน้องอีก 2 คนเรียน ตอนนั้นเราคิดถึงน้องมากค่ะเพราะว่าเราจะสนิทกับน้องคนเล็กมาก เพราะเราเลี้ยงมาตั้งแต่น้องเกิดเลย เพราะเราอายุห่างกันค่อนข้างมาก พอเราเรียนจบ 1 ปีเราก็ทำงานค่ะพอทำงานได้เราก็ส่งให้พ่อค่ะตอนนั้นเราได้เงินเดือน 8,000 บาทเราให้พ่อ 3,500 บาทให้ย่า 2,000 บาทแล้วที่เหลือก็ฝากธนาคารเดือนละ 1,000 บาทที่เหลือก็เอาไว้ใช้ค่ะแล้วเงินเดือนก็ขึ้นอีกนิดๆหน่อยๆบวกกับทำโอทีบ้าง จนเรามีโอกาสได้เรียนต่อค่ะเรียนระดับปริญญาตรีตอนช่วงที่เรียนพ่อบอกว่าไม่ต้องส่งเงินให้พ่อค่ะพ่อหาเลี้ยงน้องได้ เราก็ห่วงค่ะแต่ว่าพ่อยืนยันเราก็สบายใจ ระยะเวลา 4 ปีที่เราเรียนพ่อเราต้องทำงานหนักมากค่ะ เรารู้เราเร่งวันเร่งคืนให้จบไวๆพอจบมา จบมาได้ประมาณ 2 เดือน 3 เดือน พ่อเราก็ป่วยค่ะเป็นโรคหลอดเลือดสมองตีบหลังจากนั้น 1 เดือนย่าเราก็ป่วยค่ะก็เป็นโรคคนแก่ค่ะแต่ว่าเป็นหนักถึงขั้นว่าต้องใส่เครื่องช่วยหายใจเลยตอนนั้นเราท้อแท้มากค่ะรู้สึกเหนื่อยกับชีวิตมากว่าทำไมเราต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วยในเวลาที่พร้อมๆกัน แต่ตอนนี้ย่าเราหายแล้วนะคะแต่ก็ยังมีปวดนู่นปวดนี่หรือว่าไม่สบายบ้างตามประสาคนแก่ค่ะแต่ก็ช่วยเหลือตัวเองได้ ส่วนพ่อเราก็ดีขึ้นค่ะถึงจะไม่กลับมาแข็งแรงเหมือนเดิมแต่ก็พอเดินได้แต่ก็ทำงานไม่ค่อยได้ค่ะ เราได้เงินเดือนอยู่ที่ 19500 เราจะให้พ่อเราเป็นค่าใช้จ่ายแต่พ่อเราบอกว่าไม่ต้องเราก็เลยให้พ่อเดือนละ 6,000 บาทบอกว่าเป็นค่าเล่าเรียนของน้องคนเล็กค่ะแล้วก็ขอว่าให้พ่อใช้ด้วยตอนนี้น้องเรียนปวช. ให้ย่า 2,000 บาทให้ปู 1,000 บาทจริงๆตอนนี้ปู่กับย่าอยู่บ้านค่ะก็คือมีเงินคนแก่แล้วก็บัตรสวัสดิการแห่งรัฐค่ะ และเรากับแฟนก็ช่วยกันผ่อนรถอีก 1 คันค่ะแฟนเราเป็นคนออกเงินดาวน์เงินผ่อนก็คนละครึ่งค่ะ เราจะเหลือเงินใช้เดือนนึงประมาณ 4,000 ค่ะแล้วเราก็ไปหางานพิเศษทำก็จะได้เพิ่มอีกเดือนนึงประมาณ 1-2 พันค่ะ 
ซึ่งคนที่เราห่วงและรักที่สุดเหมือนเป็นแรงผลักดันให้เราเป็นกำลังใจให้เรามีแรงสู้กับงานก็คือน้องคนเล็กค่ะ เรารักเขามากพยายามให้เท่าที่จะให้ได้เพราะเรารู้ว่าเด็กวัยรุ่นรู้สึกยังไงเวลาขาดอะไรไปเพราะตอนช่วงที่เราเป็นวัยรุ่นตอนนั้นทำให้เราเข้าใจค่ะเพราะเราก็ขาดค่ะ
แต่ 1 ปีมานี้น้องเราเปลี่ยนไปมากค่ะเขาไม่เชื่อฟังเราเหมือนเดิมเขาเถียงเราเขาตะคอกเราเขาโกหกเราเขามีแฟนค่ะเราไม่ได้ว่านะคะว่าเขาจะมีแฟนเราคิดว่ามันเป็นเรื่องปกติค่ะเพราะเราก็มีแฟนตั้งแต่ช่วงม.ต้น  แต่ว่ากลายเป็นว่าคบกันแล้วไม่พากันตั้งใจเรียนเอาจริงๆเรามองว่าเป็นตลาดล่างกันทั้งคู่เลยค่ะเราเสียใจมากที่น้องเขาเป็นแบบนี้ที่น้องเราไม่สงสารพ่อเราไม่สงสารเรา เราพยายามบอกค่ะสอนทุกอย่างแต่ก็เหมือนเขาจะไม่เข้าใจอะไรบ้างเลย มันเลยทำให้เรารู้สึกท้อแท้มากเลยค่ะเพราะที่ผ่านมาเขาคือทุกสิ่งทุกอย่างของเรา 
จะบอกว่านี่คือกระทู้ระบายก็ได้นะคะเพราะเราก็ไม่รู้จะไปเล่าให้ใครฟังมันอัดอั้นอยู่ในใจค่ะบางวันเราก็นั่งอยู่ในห้องคนเดียวแล้วก็นั่งร้องไห้เมื่อนึกถึงเรื่องเก่าๆที่ผ่านมา บางวันเรานึกถึงน้องเราแล้วก็ร้องให้คิดไปว่าน้องคนดีคนเดิมคนที่แสนจะน่ารักของเราหายไปไหน บางทีเราก็คิดค่ะว่าเราให้ความอบอุ่นความรักกับเขาไม่พอเราสอนเขาไม่ดีพอเขาถึงได้กลายเป็นแบบนี้ 
ปล.ตอนนี้เราก็ติดต่อกับแม่เรานะคะแต่ว่าแม่เองก็ลำบากก็เลยช่วยอะไรเรามากไม่ได้ แต่แม่ก็ไม่ได้รับเงินจากเรานะคะเพราะแม่รู้ว่าเราลำบาก บางทีเราก็ระบายกับแม่ค่ะเวลาเรามีอะไรแม่ยังร้องไห้เสียใจเลยค่ะว่ามันเป็นเพราะแม่ที่ทำให้เราต้องเจอกับเรื่องอะไรมากมายขนาดนี้ แต่เราไม่โทษแม่ค่ะเราคิดว่านี่คือชะตาชีวิตของเราแต่บางทีมันก็แค่ท้อแท้บ้างเท่านั้นเอง มีช่วงนึงที่เราเครียดมากจนแม่โทรมาตลอดเวลาเพราะว่าแม่กลัวเราคิดสั้นค่ะปกติเรากับแม่ไม่เคยบอกรักกันวันนั้นแม่ก็ร้องไห้บอกรักเราว่าแม่รักเรามากขนาดไหนถ้าจะทำอะไรให้นึกถึงแม่นะบอกว่าเรายังมีแม่อยู่เสมอนะ
  เราขอเป็นกำลังใจให้กับคนที่เจอเรื่องร้ายๆในชีวิตหรือคนที่ต้องต่อสู้กับชีวิตนะคะ ถ้าคุณเหนื่อยคุณท้อคุณยังมีเราเป็นเพื่อนสู้ชีวิตไปค่ะ
  เราเองก็ขอกำลังใจจากทุกคนนะคะ🤗
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่