หน้าแรก
คอมมูนิตี้
ห้อง
แท็ก
คลับ
ห้อง
แก้ไขปักหมุด
ดูทั้งหมด
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
แท็ก
แก้ไขปักหมุด
ดูเพิ่มเติม
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
{room_name}
{name}
{description}
กิจกรรม
แลกพอยต์
อื่นๆ
ตั้งกระทู้
เข้าสู่ระบบ / สมัครสมาชิก
เว็บไซต์ในเครือ
Bloggang
Pantown
PantipMarket
Maggang
ติดตามพันทิป
ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้
เกี่ยวกับเรา
กฎ กติกา และมารยาท
คำแนะนำการโพสต์แสดงความเห็น
นโยบายเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล
สิทธิ์การใช้งานของสมาชิก
ติดต่อทีมงาน Pantip
ติดต่อลงโฆษณา
ร่วมงานกับ Pantip
Download App Pantip
Pantip Certified Developer
[SR] รีวิวห้องอาหาร Scalini โรงแรม Hilton สุขุมวิท อร่อยกับ Saturday Brunch ล๊อปสเตอร์เป็นๆทานได้ไม่อั้น!
กระทู้รีวิว
อาหารฝรั่ง
อาหารบุฟเฟ่ต์
อาหารซีฟู้ด
บุฟเฟ่ต์โรงแรม
ร้านอาหารย่านสุขุมวิท
วันนี้ผมได้รับการรับเชิญจาก PR ของโรงแรม Hilton Sukhumvit Bangkok ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 24 โดยวันนี้เราจะเข้ามารีวิวห้องอาหาร Scalini ในเทศกาล Saturday Brunch จัดทุกวันเสาร์ บุฟเฟ่ต์เริ่มเวลา 12.30 - 15.00 น. ราคาท่านละ 2,400++ (ราคาสุทธิ 2,825 บาท) เด็กอายุต่ำกว่า 6 ขวบทานฟรี ส่วนอายุ 6 - 12 ปี จ่ายเพียงครึ่งราคา และโปรโมชั่นพิเศษ เพียงจองผ่าน Line@ ของทางโรงแรม ที่ลิงค์นี้
http://bit.ly/2ICqRPX
ลดพิเศษเหลือเพียงท่านละ 2,400 บาทถ้วน (ราคานี้รวมน้ำเปล่าให้เรียบร้อยแล้ว) ห้องอาหารนี้สิ่งที่ขึ้นชื่อที่สุดนั่นก็คือ แคนาเดียนล๊อปสเตอร์แบบมีชีวิต เดินเล่นได้ในครัว สั่งให้ทานได้ไม่อั้น นอกจากนี้ยังมีไข่หอยเม่น คาร์เวียร์ ฟัวกรา ให้สั่งได้ทานไม่อั้นอีกด้วย ตอนแรกก็ว่าแพงนะสำหรับบุฟเฟ่ต์ราคานี้ แต่พอได้ยินวัตถุดิบต่างๆที่ทางโรงแรมนำมาเสิร์ฟในบุฟเฟ่ต์แล้ว ถือว่าสมเหตุสมผลครับ แต่คุณภาพจะดีอย่างที่เขาว่ากันมาหรือไม่ วันนี้เรามาชิมกันเลยครับ
เมื่อเข้ามาในโรงแรมแล้ว ให้ขึ้นมาที่ชั้น 2 ก็จะพบกับห้องอาหาร Scalini การตกแต่งที่นี่เน้นหนักไปในสไตล์ตะวันตก คล้ายกับร้านอาหารฝรั่งเก่าๆ มีให้เลือกนั่งทั้งโต๊ะไม้และโต๊ะหินอ่อน เก้าอี้เป็นทรงย้อนยุค มีทั้งแบบหุ้มหนังและแบบผ้าเล่นลายสีสันต่างๆ เลือกนั่งได้ทั้งมุมริมหน้าต่างและห้องไวน์ บรรยากาศค่อนข้างสลัว ใช้ไฟสีส้มทั้งห้องอาหาร บาร์อาหารก็เป็นเค้าท์เตอร์หินอ่อนสีดำทั้งหมด โดยรวมแล้วดูค่อนข้างเก่าแต่ยังคงความหรูหราอยู่ครับ
มาถึงทางห้องอาหารจะมี Welcome Drink มาให้กับลูกค้าคนละ 1 แก้ว เป็นม๊อกเทลโซดาที่ด้านล่างเป็นไซรัปกลิ่นสตรอเบอรี่มีความอมเปรี้ยวนิดๆ ตัดด้วยความกรอบของเนื้อแอปเปิ้ลและน้ำแข็งป่นด้านบน ช่วยทำให้สดชื่นดีครับ นอกจากราคาบุฟเฟ่ต์ที่เราบอกไปเบื้องต้นแล้ว หากใครต้องการทานเครื่องดื่มแบบพิเศษ ที่นี่ก็มีให้เลือกหลายแบบหลายราคา ทั้ง Non-Alcoholic 299++ / Beer Lover 499++ / Sparkle Wine 799++ และราคาแพงสุดสำหรับใครที่อยากทานเชมเปญไม่อั้นก็เพิ่มเงินอีก 1,399++ สั่งเป็น Flow Of Champagne และบุฟเฟ่ต์นี้ยังสามารถสั่ง Main Course ที่ไม่มีในไลน์บุฟเฟ่ต์ได้อีก 5 เมนู เดี๋ยวเราสั่งทุกอย่างอย่างละ 1 จานมารีวิวกันครับผม
เดินมาสำรวจไลน์อาหารเริ่มจากจุดแรกที่ใครๆต่างก็อยากพุ่งตรงมาทานที่ห้องอาหารนี้ แคนาเดียนล๊อปสเตอร์ตัวใหญ่แบบเป็นๆ ก้ามดิ้น/หนวดกระดิกให้เห็นว่าสดจริงๆไม่กำมะลอ และหอยนางรมระดับพรีเมี่ยมอย่าง Fin De Claire ตัวเล็กแต่หวานอร่อยกับ Irish West-Coast ที่เค็มน้ำทะเล เมื่อเราสั่งปุ๊บ (มีเลขโต๊ะสำหรับสั่งอาหารวางไว้ให้ที่โต๊ะ) เลือกได้เลยว่าจะเอาน้องกุ้งไปย่าง/นึ่ง/หรืออบชีส ส่วนหอยจะทานแบบไหน/กี่ตัว เชฟจะทำการปรุงให้เราเห็นที่ท้ายครัวไกลๆ ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกสลับเอากุ้งตายมาให้เราทาน (ใครใจไม่แข็งพออย่ามาดูขั้นตอนนี้นะครับ)
โซนต่อมาข้างๆก็อลังการไม่แพ้กัน เป็นโซนวัตถุดิบสดคุณภาพระดับพรีเมี่ยมรวมรวมเอาไว้ทั้ง ซาชิมิปลาทูน่า/หอยเชลล์/ปลาแซลมอน ตักทานได้ไม่อั้น เนื้อทูน่าสับ/ปลาแซลมอนสับ/เนื้อหอยเชลล์สับ/เนื้อปลากระพงปรุงรสสับ/ไข่ปลาแซลมอน/ไข่หอยเม่นและคาร์เวียร์ แต่ที่เห็นนอกจากซาชิมิเนี่ย ไม่ใช่ว่าจะตักได้ตามใจนะครับ เป็นเมนูที่พนักงานจะทำการฉีดวิปครีมปรุงรสเอาไว้ด้านล่าง และให้เราเลือกท็อปปิ้งต่างๆใส่ลงในแก้วค๊อกเทลขนาดเล็ก ใส่ให้อย่างละนิดหน่อย เราพยายามสั่งแต่ของแพงอย่าง ไข่ปลาแซลมอน/ไข่หอยเม่น/คาร์เวียร์ในแก้วเดียว ถามว่าดีไหม ? คุณภาพวัตถุดิบที่ห้องอาหารนี้ถือว่าอยู่ในระดับใช้ได้ครับ ไม่ได้ว่าดีแบบที่ร้านซูชิใช้กันจริงๆ ต้องขอยอมรับว่า 3 วัตถุดิบที่ผมสั่งมา เคยทานที่คุณภาพดีกว่านี้มาก่อน แต่ก็อย่างว่าเป็น "บุฟเฟ่ต์" ต้องทำใจเผื่อก่อนมานิดนึง
น้ำจิ้มต่างๆสำหรับทานคู่กับอาหารทะเล/ซาชิมิก็มีให้เลือกทานแบบครบเครื่อง (ขาดแค่ยอดกระถินกับน้ำพริกเผา) ที่วางข้างกันนั้นเป็นหมูย่างเมืองตรัง มาแบบทั้งตัว โดยที่ทางโรงแรมบอกว่าหมูย่างตัวนี้ ได้นำขึ้นรถกระบะมาจากจังหวัดตรังทุกๆคืนวันศุกร์ ถึงที่นี่เช้าวันเสาร์ โดยวิธีการขนส่งแบบพิเศษ ที่ยังคงความกรอบของหนังหมู กลิ่นของเครื่องเทศ ความชุ่มฉ่ำของเนื้อและมันหมูเอาไว้อย่างเต็มที่ โดยเราสามารถสั่งเชฟได้เลยว่า อยากทานหมูตรงส่วนไหน เลือกทานได้กับน้ำจิ้ม 4 แบบคือ น้ำจิ้มซีฟู๊ด/ซีอิ๊วดำหวาน/บาร์บีคิว/และซอสแอปเปิ้ล นอกจากไลน์ของ สดที่บอกไปเบื้องต้นแล้ว หมูย่างเมืองตรังของที่นี่ก็ถือว่าเป็น The Best ที่มาแล้วต้องทานให้ได้เช่นเดียวกันครับ
ข้างๆกันเป็น Seafood Fideua หรือพาสต้าแบบ Fideua ผัดซีฟู๊ดสไตล์สเปน ที่มีความหอมเนยและเครื่องซีฟู๊ดทานง่าย มาพร้อมเครื่องเคียงอย่างมันฝรั่งทอดและมันฝรั่งอบ ที่เห็นตรงหน้าก้อนสีดำนั่นคือเนื้อส่วนซี่โครงอบแบบรมควัน ด้านในสุกนุ่มสีอมชมพูกำลังดี สามารถสั่งกับเชฟให้ตัดเนื้อส่วนที่ต้องการ ใส่จานของเราได้ทันที เลือกทานได้กับ 4 ซอสคือ/ซอสเห็ด/ซอสพริกไทยสด/ซอสครีมเห็ดทรัฟเฟิลและซอสชีส Gorgonzola มีให้เยอะดีครับ
กลับหลังหันมาก็จะพบกับกุ้งแม่น้ำเผาที่เราตักได้เอง เสิร์ฟมาพร้อมเลมอน/น้ำส้มสายชู-หอมแดง/ซอสเพสโตและน้ำจิ้มซีฟู๊ด ข้างกันเป็นหม้อเครื่องเคียงและซุปทั้ง มันฝรั่งบด/เห็ดผัดเนย/ผักรวมย่าง/ซุปล๊อปสเตอร์เข้มข้น
โซนต่อมาเป็นสลัดพร้อมทาน มีให้เลือกทั้งหมด 4 เมนูได้แก่ Mixed Salad / Tomato Burrata / Fresh Tuna Salad / Chicken Caesar Salad พร้อมมุมขนมปัง ในถาดขนมปังที่เห็นนั้นมีเมนูนึงที่ทางห้องอาหารขอภูมิใจนำเสนอ เป็นขนมปังที่รสเค็ม หอมเนย ใส่มะเขือเทศอบแห้งด้านบน ให้ได้รสเค็ม/มันตัดเปรี้ยวเล็กน้อยช่วยลดความเลี่ยนได้อีกเยอะ ส่วนขนมปังตัวนี้ชื่อว่าอะไรนั้นรบกวนสอบถามกับห้องอาหารโดยตรงนะครับ ผมจำชื่อไม่ได้
มุมต่อมาเป็นชีสและ Cold Cut ที่มีให้เลือกอย่างหลากหลายและเยอะที่สุดเท่าที่เคยเจอมา ทั้ง Brie Cheese / Blue Cheese / Chili Cheese พร้อมองุ่นสด-ถั่ว-ผลไม้แห้งต่างๆสำหรับทานคู่กับชีส Chorizo / Smoked Salmon / Copa / Terrine / Parma Ham / Tuna Confit / White Anchovies In Vinegar พร้อมแตง กวาดอง-มะกอกเขียว-มะกอกดำ สำหรับไว้ทานกับเมนู Cold Cut ที่หลากหลาย ข้างๆกันเป็นเหมือนตู้ขายเนื้อที่โชว์ว่าเป็นเนื้อส่วนใด มาจากที่ไหน และราคาต่อ 1 เสิร์ฟ สอบถามทาง PR เนื้อในตู้นี้ สามารถสั่งเพื่อลิ้มรสเนื้อกันได้ตลอดเวลานะครับ เพราะห้องอาหารนี้มีเมนู A La Carte จำหน่ายด้วยเช่นกัน ซึ่งเนื้อพวกนี้มีอยู่ในเมนูครับผม
****** เกิน10,000 ตัวอักษรขอรีวิวต่อในช่อง Comment นะครับ ******
ชื่อสินค้า:
Scalini Saturday Brunch
คะแนน:
SR - Sponsored Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ SR โดยที่เจ้าของกระทู้
- ได้รับสินค้าหรือบริการมาใช้รีวิวฟรี โดยไม่ต้องคืนสินค้าหรือบริการนั้น
- ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น
▼
กำลังโหลดข้อมูล...
▼
แสดงความคิดเห็น
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
อาหารฝรั่ง
อาหารบุฟเฟ่ต์
อาหารซีฟู้ด
บุฟเฟ่ต์โรงแรม
ร้านอาหารย่านสุขุมวิท
บนสุด
ล่างสุด
อ่านเฉพาะข้อความเจ้าของกระทู้
หน้า:
หน้า
จาก
แชร์ : 10
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน
อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่
ยอมรับ
[SR] รีวิวห้องอาหาร Scalini โรงแรม Hilton สุขุมวิท อร่อยกับ Saturday Brunch ล๊อปสเตอร์เป็นๆทานได้ไม่อั้น!
เมื่อเข้ามาในโรงแรมแล้ว ให้ขึ้นมาที่ชั้น 2 ก็จะพบกับห้องอาหาร Scalini การตกแต่งที่นี่เน้นหนักไปในสไตล์ตะวันตก คล้ายกับร้านอาหารฝรั่งเก่าๆ มีให้เลือกนั่งทั้งโต๊ะไม้และโต๊ะหินอ่อน เก้าอี้เป็นทรงย้อนยุค มีทั้งแบบหุ้มหนังและแบบผ้าเล่นลายสีสันต่างๆ เลือกนั่งได้ทั้งมุมริมหน้าต่างและห้องไวน์ บรรยากาศค่อนข้างสลัว ใช้ไฟสีส้มทั้งห้องอาหาร บาร์อาหารก็เป็นเค้าท์เตอร์หินอ่อนสีดำทั้งหมด โดยรวมแล้วดูค่อนข้างเก่าแต่ยังคงความหรูหราอยู่ครับ
มาถึงทางห้องอาหารจะมี Welcome Drink มาให้กับลูกค้าคนละ 1 แก้ว เป็นม๊อกเทลโซดาที่ด้านล่างเป็นไซรัปกลิ่นสตรอเบอรี่มีความอมเปรี้ยวนิดๆ ตัดด้วยความกรอบของเนื้อแอปเปิ้ลและน้ำแข็งป่นด้านบน ช่วยทำให้สดชื่นดีครับ นอกจากราคาบุฟเฟ่ต์ที่เราบอกไปเบื้องต้นแล้ว หากใครต้องการทานเครื่องดื่มแบบพิเศษ ที่นี่ก็มีให้เลือกหลายแบบหลายราคา ทั้ง Non-Alcoholic 299++ / Beer Lover 499++ / Sparkle Wine 799++ และราคาแพงสุดสำหรับใครที่อยากทานเชมเปญไม่อั้นก็เพิ่มเงินอีก 1,399++ สั่งเป็น Flow Of Champagne และบุฟเฟ่ต์นี้ยังสามารถสั่ง Main Course ที่ไม่มีในไลน์บุฟเฟ่ต์ได้อีก 5 เมนู เดี๋ยวเราสั่งทุกอย่างอย่างละ 1 จานมารีวิวกันครับผม
เดินมาสำรวจไลน์อาหารเริ่มจากจุดแรกที่ใครๆต่างก็อยากพุ่งตรงมาทานที่ห้องอาหารนี้ แคนาเดียนล๊อปสเตอร์ตัวใหญ่แบบเป็นๆ ก้ามดิ้น/หนวดกระดิกให้เห็นว่าสดจริงๆไม่กำมะลอ และหอยนางรมระดับพรีเมี่ยมอย่าง Fin De Claire ตัวเล็กแต่หวานอร่อยกับ Irish West-Coast ที่เค็มน้ำทะเล เมื่อเราสั่งปุ๊บ (มีเลขโต๊ะสำหรับสั่งอาหารวางไว้ให้ที่โต๊ะ) เลือกได้เลยว่าจะเอาน้องกุ้งไปย่าง/นึ่ง/หรืออบชีส ส่วนหอยจะทานแบบไหน/กี่ตัว เชฟจะทำการปรุงให้เราเห็นที่ท้ายครัวไกลๆ ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกสลับเอากุ้งตายมาให้เราทาน (ใครใจไม่แข็งพออย่ามาดูขั้นตอนนี้นะครับ)
โซนต่อมาข้างๆก็อลังการไม่แพ้กัน เป็นโซนวัตถุดิบสดคุณภาพระดับพรีเมี่ยมรวมรวมเอาไว้ทั้ง ซาชิมิปลาทูน่า/หอยเชลล์/ปลาแซลมอน ตักทานได้ไม่อั้น เนื้อทูน่าสับ/ปลาแซลมอนสับ/เนื้อหอยเชลล์สับ/เนื้อปลากระพงปรุงรสสับ/ไข่ปลาแซลมอน/ไข่หอยเม่นและคาร์เวียร์ แต่ที่เห็นนอกจากซาชิมิเนี่ย ไม่ใช่ว่าจะตักได้ตามใจนะครับ เป็นเมนูที่พนักงานจะทำการฉีดวิปครีมปรุงรสเอาไว้ด้านล่าง และให้เราเลือกท็อปปิ้งต่างๆใส่ลงในแก้วค๊อกเทลขนาดเล็ก ใส่ให้อย่างละนิดหน่อย เราพยายามสั่งแต่ของแพงอย่าง ไข่ปลาแซลมอน/ไข่หอยเม่น/คาร์เวียร์ในแก้วเดียว ถามว่าดีไหม ? คุณภาพวัตถุดิบที่ห้องอาหารนี้ถือว่าอยู่ในระดับใช้ได้ครับ ไม่ได้ว่าดีแบบที่ร้านซูชิใช้กันจริงๆ ต้องขอยอมรับว่า 3 วัตถุดิบที่ผมสั่งมา เคยทานที่คุณภาพดีกว่านี้มาก่อน แต่ก็อย่างว่าเป็น "บุฟเฟ่ต์" ต้องทำใจเผื่อก่อนมานิดนึง
น้ำจิ้มต่างๆสำหรับทานคู่กับอาหารทะเล/ซาชิมิก็มีให้เลือกทานแบบครบเครื่อง (ขาดแค่ยอดกระถินกับน้ำพริกเผา) ที่วางข้างกันนั้นเป็นหมูย่างเมืองตรัง มาแบบทั้งตัว โดยที่ทางโรงแรมบอกว่าหมูย่างตัวนี้ ได้นำขึ้นรถกระบะมาจากจังหวัดตรังทุกๆคืนวันศุกร์ ถึงที่นี่เช้าวันเสาร์ โดยวิธีการขนส่งแบบพิเศษ ที่ยังคงความกรอบของหนังหมู กลิ่นของเครื่องเทศ ความชุ่มฉ่ำของเนื้อและมันหมูเอาไว้อย่างเต็มที่ โดยเราสามารถสั่งเชฟได้เลยว่า อยากทานหมูตรงส่วนไหน เลือกทานได้กับน้ำจิ้ม 4 แบบคือ น้ำจิ้มซีฟู๊ด/ซีอิ๊วดำหวาน/บาร์บีคิว/และซอสแอปเปิ้ล นอกจากไลน์ของ สดที่บอกไปเบื้องต้นแล้ว หมูย่างเมืองตรังของที่นี่ก็ถือว่าเป็น The Best ที่มาแล้วต้องทานให้ได้เช่นเดียวกันครับ
ข้างๆกันเป็น Seafood Fideua หรือพาสต้าแบบ Fideua ผัดซีฟู๊ดสไตล์สเปน ที่มีความหอมเนยและเครื่องซีฟู๊ดทานง่าย มาพร้อมเครื่องเคียงอย่างมันฝรั่งทอดและมันฝรั่งอบ ที่เห็นตรงหน้าก้อนสีดำนั่นคือเนื้อส่วนซี่โครงอบแบบรมควัน ด้านในสุกนุ่มสีอมชมพูกำลังดี สามารถสั่งกับเชฟให้ตัดเนื้อส่วนที่ต้องการ ใส่จานของเราได้ทันที เลือกทานได้กับ 4 ซอสคือ/ซอสเห็ด/ซอสพริกไทยสด/ซอสครีมเห็ดทรัฟเฟิลและซอสชีส Gorgonzola มีให้เยอะดีครับ
กลับหลังหันมาก็จะพบกับกุ้งแม่น้ำเผาที่เราตักได้เอง เสิร์ฟมาพร้อมเลมอน/น้ำส้มสายชู-หอมแดง/ซอสเพสโตและน้ำจิ้มซีฟู๊ด ข้างกันเป็นหม้อเครื่องเคียงและซุปทั้ง มันฝรั่งบด/เห็ดผัดเนย/ผักรวมย่าง/ซุปล๊อปสเตอร์เข้มข้น
โซนต่อมาเป็นสลัดพร้อมทาน มีให้เลือกทั้งหมด 4 เมนูได้แก่ Mixed Salad / Tomato Burrata / Fresh Tuna Salad / Chicken Caesar Salad พร้อมมุมขนมปัง ในถาดขนมปังที่เห็นนั้นมีเมนูนึงที่ทางห้องอาหารขอภูมิใจนำเสนอ เป็นขนมปังที่รสเค็ม หอมเนย ใส่มะเขือเทศอบแห้งด้านบน ให้ได้รสเค็ม/มันตัดเปรี้ยวเล็กน้อยช่วยลดความเลี่ยนได้อีกเยอะ ส่วนขนมปังตัวนี้ชื่อว่าอะไรนั้นรบกวนสอบถามกับห้องอาหารโดยตรงนะครับ ผมจำชื่อไม่ได้
มุมต่อมาเป็นชีสและ Cold Cut ที่มีให้เลือกอย่างหลากหลายและเยอะที่สุดเท่าที่เคยเจอมา ทั้ง Brie Cheese / Blue Cheese / Chili Cheese พร้อมองุ่นสด-ถั่ว-ผลไม้แห้งต่างๆสำหรับทานคู่กับชีส Chorizo / Smoked Salmon / Copa / Terrine / Parma Ham / Tuna Confit / White Anchovies In Vinegar พร้อมแตง กวาดอง-มะกอกเขียว-มะกอกดำ สำหรับไว้ทานกับเมนู Cold Cut ที่หลากหลาย ข้างๆกันเป็นเหมือนตู้ขายเนื้อที่โชว์ว่าเป็นเนื้อส่วนใด มาจากที่ไหน และราคาต่อ 1 เสิร์ฟ สอบถามทาง PR เนื้อในตู้นี้ สามารถสั่งเพื่อลิ้มรสเนื้อกันได้ตลอดเวลานะครับ เพราะห้องอาหารนี้มีเมนู A La Carte จำหน่ายด้วยเช่นกัน ซึ่งเนื้อพวกนี้มีอยู่ในเมนูครับผม
SR - Sponsored Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ SR โดยที่เจ้าของกระทู้
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น