ลูกสาวเป็นนักเรียนไทยที่มาเรียนที่โอซาก้า น้องจองตั๋วของสายการบินสิงโตสีแดง ราคารวมน้ำหนักเพิ่ม 4,230฿ เพื่อเดินทางจากโอซาก้ากลับไทย กำหนดเดินทางวันที่ 10 พ.ย.62 เที่ยวบิน SL 305 เครื่องจะออกจากโอซาก้า 14:30 น เวลาญี่ปุ่น น้องถึงสนามบินคันไซก่อนเวลาเข้าเช็คอินที่เคาน์เตอร์ของสายการบิน ทาง จนท ขอดูไซริวการ์ด แต่เนื่องจากกระเป๋าน้องหายเมื่อปลายเดือนก.ย. ขณะเดินทางไปประเทศเกาหลี พาสปอร์ตและบัตรสำคัญต่างๆ หายหมด ต้องประสานทางโรงเรียนที่ญี่ปุ่นเพื่อส่งข้อมูล re-entry ของน้องให้สถานทูตไทยประจำกรุงโซลออกพาสปอร์ตชั่วคราวเพราะต้องเดินทางกลับมาที่ญี่ปุ่น และมีกำหนดเดินทางกลับไทยวันที่ 10 พ.ย. 62 โดยทางโรงเรียนแจ้งว่าไม่ต้องไปแจ้งความเรื่องไซริวการ์ดหาย เพราะมีใบแจ้งความจากสถานีตำรวจกรุงโซลมาแสดงด้วย ทางโรงเรียนจะประสานกับ ต.ม.ให้ น้องก็ชี้แจงและให้ จนท ดูเอกสารที่เตรียมมา และยังส่งสายให้ จนท สายการบินคุยกับจนท ของโรงเรียนเพื่อยืนยันว่าได้ประสาน ต.ม. เรียบร้อยแล้ว แต่ จนท ก็ยังไม่ยอมให้ผ่านจุดเช็คอินอีกโดยยืนยันว่าต้องไปแจ้งความที่สถานีตำรวจของญี่ปุ่นแล้วเอามาแสดง น้องพยายามอธิบายแต่ จนท ไม่สนใจ บอกแต่ว่าช่วยอะไรไม่ได้ และไม่สามารถให้น้องขึ้นเครื่อง จนเครื่องออก น้องตกเครื่องทั้งที่ จนท ต.ม.ยืนยันว่าน้องสามารถเดินทางกลับประเทศไทยได้ หลังจากนั้น จนท ก็ปิดเคาน์เตอร์และเดินหายไปโดยไม่ช่วยเหลือหรือให้คำแนะนำใดๆ จนท ของโรงเรียนจึงประสานให้คุณแม่ที่อยู่ที่ไทยติดต่อสนง ของสายการบินสิงโตสีแดง คุณแม่พยายามติดต่อ call center แต่ก็ติดต่อยากมาก จากเวลาเที่ยงเศษ ถึงบ่ายสี่โมงเศษคุณแม่ต้องผิดหวังกับการบริการของ จนท call center ทั้ง 5 คน โดยคุณแม่โทรติดสายแรก จนท รับสายฟังเรื่องราวแล้วบอกขอถามหัวหน้าก่อน คุณแม่ฟังแล้วก็รู้สึกกังวลแล้วว่า จนท ที่รับสายลักษณะการพูดเหมือนพนักงานฝีกหัดซึ่งถาม/ตอบเหมือนหุ่นยนต์ ไม่สามารถให้คำแนะนำหรือช่วยเหลือผู้โดยสารในสถานการณ์เร่งด่วนได้เลย รอสายสักพัก จนท คนเดิมแจ้งว่าให้โทรไปที่หมายเลข 02 599-9999 กด 6 คุณแม่รีบโทรทันทีเพราะคิดว่าน่าจะเป็นสายที่สามารถให้คำแนะนำและช่วยเหลือได้ แต่ปลายสายเป็นเทปของบริษัท...เป็นผู้นำด้านกล้องวงจรปิด (หากผู้บริหารสายการบินอยากตรวจสอบก็สามารถตรวจสอบจากเทปที่บันทึกเสียงการสนทนาที่มีอยู่ได้)ในความร้อนใจเพราะลูกสาวตกเครื่อง ต้องติดอยู่สนามบินก็เป็นความกังวลมากอยู่แล้ว เมื่อเจอแบบนี้ยิ่งรู้สึกแย่ต่อการทำงานของ จนท สายการบินนี้ และก็ไม่แปลกใจที่มีรีวิวด้านลบของสายการบินสิงโตสีแดงมากมากมายในโลกโซเชี่ยล คุณแม่โทรกลับไปอีกครั้ง มีจนท รับสายรับเรื่องแล้วขอให้ส่งเมล์หน้าพาสปอร์ตเราไปให้ทางเมล์ info@....com และรับปากว่าถ้าได้รับหน้าพาสปอร์ตแล้วจะโทรกลับคุณแม่รอสายอยู่นาน คุณแม่จึงโทรกลับไปอีก มีจนท คนใหม่ (คนที่ 3) รับสาย พอคุณแม่แจ้งว่าเมื่อสักครู่โทรคุยกับ...ไว้ จนท คนนี้ก็เหมือนได้รับเรื่องมาแล้วและบอกว่า จนท คนที่รับเรื่องก่อนหน้านี้ไปพักทานข้าว คุณแม่บอกว่าแปลกใจมาก ที่ จนท รับเรื่องแล้วไม่ประสานงานให้จนจบแล้วส่งเรื่องต่อให้คนอื่นเป็นทอดๆ เหมือนเห็นความเดือดร้อนของผู้โดยสารเป็นเรื่องสนุก ขณะที่เวลาก็ล่วงเลยไป 2 ชั่วโมงกว่า คุณแม่ห่วงน้องมากพยายามโทรติดต่อเราเป็นระยะ เพราะเวลาแบบนี้มันเคว้งคว้างมาก จนท คนที่ 3 รับเรื่องแล้วบอกจะแจ้งกลับเหมือนคนก่อนๆ แล้วก็เงียบไป แม่โทรอีก จนท คนใหม่ (คนที่ 4) รับสายแจ้งว่า จนท คนที่ 3 ไปพัก (อีกแล้ว) จนท คนที่ 4 ถามชื่อคุณแม่แล้วก็บอกทันทีว่ามี จนท สายการบินอยู่ที่สนามบินเดี๋ยวจะประสานให้พาน้องไปพักที่โรงแรมใกล้สนามบินก่อน (จากคำตอบทันทีที่ทราบชื่อคุณแม่ก็แสดงว่ามีการโยนเรื่องให้กันเป็นทอดๆแล้วก็ตอบแบบขอไปที) เพราะจะมีเครื่องออกอีกทีเที่ยงวันพรุ่งนี้ (11 พ.ย.62) คุณแม่รู้สึกถึงความไม่ใส่ใจในความทุกข์ร้อนของผู้โดยสารที่ได้รับความเสียหายจากการทำงานที่ผิดพลาดของ จนท ของคุณเลย แต่ก็ยังพอมีหวัง เพราะสายนี้ยังให้ข้อมูลที่ต่างจากคนอื่นๆ ถึงจะแจ้งว่ายังติดต่อ จนท ไม่ได้ ขอให้รอสาย พักสายแบบไม่มีเสียงใดๆ เกือบครึ่งชั่วโมง คุณแม่นั่งมองเวลาที่จอมือถือที่เดินไปเรื่อยๆ จนตัดสินใจตัดสายและโทรไปใหม่ คราวนี้มี จนท อีกคนเป็นผู้ชายรับสายคุณแม่แจ้งว่ารอสาย จนท (คนที่ 4) อยู่ จนท คนใหม่ก็บอกว่า จนท ที่สนามบินคันไซเลิกงานไปแล้ว นั่นแสดงว่า จนท กลุ่มนี้รับเรื่องแล้วส่งต่อกันแต่ไม่มีความคืบหน้าอะไรที่ทำให้รู้สึกว่า จนท สายการบินรู้สึกไม่ดีที่ผู้โดยสารไม่ได้รับความสะดวกและกำลังเดือดร้อนเพราะตกเครื่องแบบไม่มีเหตุผล และบอกว่าจนท จะมาทำงานอีกครั้งตอนเที่ยงของวันพรุ่งนี้ (11 ก.ย. 62) แล้วคืนนี้เราจะต้องติดอยู่ที่สนามบิน จนถึงเที่ยงวันพรุ่งนี้ โดยสายการบินไม่ดูแลอะไรเลย คุณแม่ถามว่า จนท ต.ม.ก็ยืนยันว่าทางโรงเรียนประสานมาแล้วว่าน้องกลับไทยได้โดยไม่ต้องแจ้งความอีก คุณแม่ต้องการให้ชื่อและเบอร์ติดต่อ จนท ต.ม.ของญี่ปุ่นเพื่อให้ทางสายการบินโทรไปฟังคำยืนยันจาก ต.ม.โดยตรง แต่ จนท ไม่ใส่ใจในข้อมูลที่คุณแม่ให้ ยังยืนยันว่าสอบถาม จนท ประจำสนามบินคันไซแล้วว่าต้องไปแจ้งความแล้วนำใบแจ้งความมาแสดง เมื่อเราไม่แสดงเอกสารให้ครบ ก็ไม่สามารถให้ขึ้นเครื่องได้ สรุปน้องติดอยู่ที่สนามบิน มีเพียงจนท ของโรงเรียนเดินทางมาดูแลประสานงานช่วยเหลือ สุดท้ายน้องต้องซื้อตั๋วสายการบินแอร์เอเซีย เที่ยวบิน XJ611 ในราคา 10,248฿ รวมแล้วต้องจ่ายค่าตั๋วจากโอซาก้า-ดอนเมือง รวม 14,478฿ เพื่อเดินทางกลับไทยในคืนนั้น ที่พีคสุดคือน้องผ่านจุดเช็คอินของสายการบินแอร์เอเซียโดยยื่นพาสปอร์ตชั่วคราวตามปกติเท่านั้น จากที่รีวิวมาคงเห็นภาพชัดเจนว่าการบริการของสายการบินสิงโตสีแดงกับสายการบินแอร์เอเซียมีมาตราฐานการบริการที่ต่างกันเห็นได้ชัด ที่สำคัญการที่ จนท สนามบินตัดสินใจไม่ให้ผู้โดยสารขึ้นเครื่องโดยไม่สนใจความเห็นของ จนท ต.ม. แบบนี้ จุดเช็คอินของสายการบินนี้คือจุดอันตรายเพราะถ้าผู้โดยสารไม่สามารถผ่านจุดนี้ไปได้ ก็ตกเครื่องแน่นอน จากรีวิวนี้หวังว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับใครที่กำลังตัดสินใจเลือกใช้บริการสายการบินที่มีมาตราฐานการบริการที่ดี และได้รับความพึงพอใจและความสะดวกสบายตลอดการเดินทางก็มีคำตอบอยู่ในรีวิวนี้แล้ว พอน้องกลับถึงไทยแล้วจึงตัดสินใจส่งอีเมล์ไปที่ info@........................com ซึ่งเป็นอีเมล์กลางสำหรับรับเรื่อง ก็หวังว่าจะมีผู้บริหารที่ใส่ใจในปัญหาที่เกิดกับผู้โดยสาร ได้เห็นเมล์นี้
>>> ขอสรุปไว้ดังนี้ <<<<
- จนถึงตอนนี้ ยังไม่มี จนท สายการบินติดต่อมาชี้แจงหรือแสดงความรับผิดชอบใดๆเลย
- มีอะไรอย่าโทรหา call center เพราะนอกจากจะไม่ได้คำตอบอะไรแล้ว ยังจะทำให้คุณหงุดหงิดและเสียความรู้สึกมากขึ้นไปอีก
มาถึงตรงนี้ขอบคุณทุกคนที่อ่านมาจนจบ ยังไงฝากแชร์ด้วยน้า ไม่อยากให้ใครพลาดแล้วเจอแบบเราอีก
[CR] สายการบินสิงโตสีแดงทำนักเรียนไทยตกเครื่องที่โอซาก้า
>>> ขอสรุปไว้ดังนี้ <<<<
- จนถึงตอนนี้ ยังไม่มี จนท สายการบินติดต่อมาชี้แจงหรือแสดงความรับผิดชอบใดๆเลย
- มีอะไรอย่าโทรหา call center เพราะนอกจากจะไม่ได้คำตอบอะไรแล้ว ยังจะทำให้คุณหงุดหงิดและเสียความรู้สึกมากขึ้นไปอีก
มาถึงตรงนี้ขอบคุณทุกคนที่อ่านมาจนจบ ยังไงฝากแชร์ด้วยน้า ไม่อยากให้ใครพลาดแล้วเจอแบบเราอีก
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้