กมธ.งบประมาณเตรียมประชุมนัดแรก
https://www.innnews.co.th/politics/news_517455/
ในวันนี้ที่รัฐสภาได้มีคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณประจำ2563 เป็นนัดแรก โดยการพิจารณาจะมีขึ้นในเวลา 10.00 น. แต่ขณะนี้มีการตังข้อสังเกตว่า 1 ในรายชื่อของ กมธ. คือ นาย
ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ จะสามารถดำรงตำแหน่งกรรมมาธิการได้หรือไม่ โดย นาย
สุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ในฐานะผู้รับผิดชอบส่วนงานร่างพ.ร.บ. ได้ทำหนังสือถึงนาย
ชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้ใช้อำนาจประธานสภาวินิจฉัยต่อกรณีคุณสมบัติของนาย
ธนาธร ซึ่งอยู่ระหว่างยุติการปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.ชั่วคราวตามคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญจะสามารถดำรงตำแหน่ง กรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่า พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 วงเงิน 3.2 ล้านล้านบาท ได้หรือไม่
อย่างไรก็ตาม การวินิจฉัยในกรณีดังกล่าวของนาย
ชวน คาดว่าจะไม่ทันต่อการประชุม กมธ.ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ที่มีขึ้น โดยนาย
ธนาธร อาจได้สิทธิร่วมประชุมนัดแรกด้วย แม้นาย
สิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ จะยื่นหนังสือถึง กมธ. เพื่อคัดค้านการดำรงตำแหน่งของนาย
ธนาธร ด้วย แต่อาจจะมีประเด็นที่ต้องพิจารณารายละเอียดก่อนจะเข้าเนื้อหาตามวาระ เพราะรายชื่อของนาย
ธนาธร นั้นถูกรับรองโดยที่ประชุมเสียงข้างมาก เมื่อวันที่ 19 ตุลาคมแล้ว ดังนั้นในวันนี้หลังการประชุม กมธ. จบลงคาดว่าจะมีคำวินิจฉัยของนาย
ชวน ออกมาว่า นาย
ธนาธร จะทำหน้าที่ กมธ. ต่อหรือไม่
ไต้หวันแย่งตลาดชานมไข่มุก ไทยพลาดเสียแชมป์ส่งญี่ปุ่น
https://www.thairath.co.th/news/business/market-business/1688946
ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครโอซากา ประเทศญี่ปุ่น รายงานว่า ตั้งแต่ปี 57 เป็นต้นมา ไทยส่งออกเม็ดสาคู (เม็ดไข่มุก) ที่ผลิตจากแป้งมันสำปะหลัง สำหรับใส่ในชานมไข่มุกไปประเทศญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หรือเฉลี่ยปีละ 1,500-2,500 ตัน เพราะกระแสความนิยมของชานมไข่มุกในกลุ่มวัยรุ่น โดยไทยเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ ครองส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 ในญี่ปุ่น ตามด้วยไต้หวัน ที่ส่งออกเฉลี่ยปีละประมาณ 300-400 ตัน
แต่ล่าสุดตั้งแต่เดือน ม.ค.-ก.ค.62 ญี่ปุ่นนำเข้าจากทั้ง 2 ประเทศ แล้วสูงถึง 6,270 ตัน เพิ่มขึ้น 4.5 เท่า คิดเป็นมูลค่านำเข้า 2,100 ล้านเยน เพิ่มขึ้น 5.8 เท่าจากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมากกว่าปริมาณการนำเข้าปี 61 สูงถึงกว่า 2,828 ตัน โดยในปริมาณที่นำเข้าเพิ่มขึ้นมากนั้น ส่วนใหญ่เป็นการนำเข้าจากไต้หวัน บ้านเกิดของชานมไข่มุก
สาเหตุสำคัญที่ทำให้การนำเข้าเม็ดสาคู และวัตถุดิบทดแทนเม็ดสาคูจากไต้หวันเพิ่มขึ้นมาก มาจากการเพิ่มขึ้นของร้านจำหน่ายชานมไข่มุกจากไต้หวัน ที่เข้ามาเปิดในญี่ปุ่น เช่น ร้าน Chansuitan ที่เปิดสาขาเพิ่มขึ้นถึง 14 แห่งกระจายตามเมืองต่างๆทั้งโตเกียว โอซากา ฟุกุโอกะ นอกจากนี้ ในเดือน ต.ค.นี้ ยังมีแผนเปิดสาขาที่ 15 อีกที่ฮิโรชิมา
ประกอบกับผลผลิตมันสำปะหลังของไทยลดลงจากโรคใบด่างระบาดและภาวะภัยแล้ง รวมถึงค่าเงินบาทแข็งค่าอย่างต่อเนื่อง ทำให้ราคาส่งออกแป้งมันของไทย วัตถุดิบสำคัญที่ใช้ทำเม็ดสาคูสูงขึ้นอย่างนับตั้งแต่ปี 60 และราคาพุ่งขึ้นไปสูงสุดในเดือน พ.ค.61 ที่ตันละ 550 เหรียญสหรัฐฯ ถือว่าสูงสุดในรอบ 7 ปี.
JJNY : กมธ.งบประมาณเตรียมประชุมนัดแรก/ไต้หวันแย่งตลาดชานมไข่มุก ไทยเสียแชมป์ส่งญี่ปุ่น/ไทย‘บ๊วยโลก’ระบบบำนาญ
https://www.innnews.co.th/politics/news_517455/
อย่างไรก็ตาม การวินิจฉัยในกรณีดังกล่าวของนายชวน คาดว่าจะไม่ทันต่อการประชุม กมธ.ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ที่มีขึ้น โดยนายธนาธร อาจได้สิทธิร่วมประชุมนัดแรกด้วย แม้นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ จะยื่นหนังสือถึง กมธ. เพื่อคัดค้านการดำรงตำแหน่งของนายธนาธร ด้วย แต่อาจจะมีประเด็นที่ต้องพิจารณารายละเอียดก่อนจะเข้าเนื้อหาตามวาระ เพราะรายชื่อของนายธนาธร นั้นถูกรับรองโดยที่ประชุมเสียงข้างมาก เมื่อวันที่ 19 ตุลาคมแล้ว ดังนั้นในวันนี้หลังการประชุม กมธ. จบลงคาดว่าจะมีคำวินิจฉัยของนายชวน ออกมาว่า นายธนาธร จะทำหน้าที่ กมธ. ต่อหรือไม่
ไต้หวันแย่งตลาดชานมไข่มุก ไทยพลาดเสียแชมป์ส่งญี่ปุ่น
https://www.thairath.co.th/news/business/market-business/1688946
ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครโอซากา ประเทศญี่ปุ่น รายงานว่า ตั้งแต่ปี 57 เป็นต้นมา ไทยส่งออกเม็ดสาคู (เม็ดไข่มุก) ที่ผลิตจากแป้งมันสำปะหลัง สำหรับใส่ในชานมไข่มุกไปประเทศญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หรือเฉลี่ยปีละ 1,500-2,500 ตัน เพราะกระแสความนิยมของชานมไข่มุกในกลุ่มวัยรุ่น โดยไทยเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ ครองส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 ในญี่ปุ่น ตามด้วยไต้หวัน ที่ส่งออกเฉลี่ยปีละประมาณ 300-400 ตัน
แต่ล่าสุดตั้งแต่เดือน ม.ค.-ก.ค.62 ญี่ปุ่นนำเข้าจากทั้ง 2 ประเทศ แล้วสูงถึง 6,270 ตัน เพิ่มขึ้น 4.5 เท่า คิดเป็นมูลค่านำเข้า 2,100 ล้านเยน เพิ่มขึ้น 5.8 เท่าจากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมากกว่าปริมาณการนำเข้าปี 61 สูงถึงกว่า 2,828 ตัน โดยในปริมาณที่นำเข้าเพิ่มขึ้นมากนั้น ส่วนใหญ่เป็นการนำเข้าจากไต้หวัน บ้านเกิดของชานมไข่มุก
สาเหตุสำคัญที่ทำให้การนำเข้าเม็ดสาคู และวัตถุดิบทดแทนเม็ดสาคูจากไต้หวันเพิ่มขึ้นมาก มาจากการเพิ่มขึ้นของร้านจำหน่ายชานมไข่มุกจากไต้หวัน ที่เข้ามาเปิดในญี่ปุ่น เช่น ร้าน Chansuitan ที่เปิดสาขาเพิ่มขึ้นถึง 14 แห่งกระจายตามเมืองต่างๆทั้งโตเกียว โอซากา ฟุกุโอกะ นอกจากนี้ ในเดือน ต.ค.นี้ ยังมีแผนเปิดสาขาที่ 15 อีกที่ฮิโรชิมา
ประกอบกับผลผลิตมันสำปะหลังของไทยลดลงจากโรคใบด่างระบาดและภาวะภัยแล้ง รวมถึงค่าเงินบาทแข็งค่าอย่างต่อเนื่อง ทำให้ราคาส่งออกแป้งมันของไทย วัตถุดิบสำคัญที่ใช้ทำเม็ดสาคูสูงขึ้นอย่างนับตั้งแต่ปี 60 และราคาพุ่งขึ้นไปสูงสุดในเดือน พ.ค.61 ที่ตันละ 550 เหรียญสหรัฐฯ ถือว่าสูงสุดในรอบ 7 ปี.