สวัสดีค่ะ ตอนนี้อายุ 15 นะคะ เป็นลูกคนเล็กค่ะ ทั้งครอบครัวมีพี่น้อง 2 คนรวมเรา เราห่างกันกับพี่สาว 7 ปีค่ะ ไม่รู้ว่าปัญหาทั้งหมดมันเกิดจากวัยที่ห่างกันเกินไป หรือเพราะพี่เราเห็นแก่ตัวจริงๆ คิดว่าเรามาระบายก็ได้ เรารู้สึกว่าไม่เคยมีอะไรแฟร์กับเรามาตั้งแต่เราเด็กจนโตในครอบครัว เหตุการณ์สำคัญๆเกิดขึ้นตอนเราอายุ 12 ค่ะ พ่อแม่เราเลิกกัน ตอนนั้นคิดว่าเป็นเหตุการณ์ที่แย่ที่สุดเท่าที่เด็กช่วงอายุนั้นต้องมารับอ่ะค่ะ ตอนนั้นเราอยู่กับแม่ หนีไปอยุ่กับแม่อีกบ้านนึง บ้านนั้นเป็นบ้านเจ้านายเก่าแม่เรา ต้องนั่งรถเมล์ไป-กลับ โรงเรียนตลอด ลำบากมากค่ะ แต่เราก็ผ่านมาได้ เพราะยังไงเราก็ไม่ให้แม่อยู่คนเดียว จนปิดเทอมเสร็จ บ้านเราที่ซ่อมอยู่ก็ซ่อมเสร็จ เราเลยสบายหน่อยได้กลับไปอยู่บ้านตัวเอง ไปกลับนั่งรถส่วนตัว เราอยู่กับแม่ตลอด ตอนนั้นแม่เราก็แย่ไปเลยนะคะ โหยหาพ่อ ทำอะไรโง่ๆไปเยอะเหมือนกัน ทุกวันตอนเช้าที่ไปส่งเรา จนไปรับอรากลับบ้าน ไม่มีวันไหนที่แม่ไม่ร้องไห้ พูดได้เลยว่าเราโคตรเกลียดเสียงร้องไห้แม่เลย เราไม่ชอบมากๆ พร้อมกับเจ็บปวดไปพร้อมๆกัน ถึงจะรู้สึกแย่กับแม่ แต่เราก็รักแม่ อยู่กับแม่ เราเจ็บมาตลอดเวลามองแม่ตัวเองในเวลานั้น เราร้องไห้บ่อยเหมือนกันค่ะ แต่แอบนะคะ เราร้องไห้ได้เบามากๆ ไม่ว่าหนักแค่ไหน เป็นอีกความสามารถ เราคิดไว้เสมอว่า ถ้าเราร้องไห้สักแอะให้แม่ได้ยิน แม่จะไม่มีที่พึ่งที่ไหนเลย ทุกเรื่องราวตอนนั้นที่พ่อแม่เลิกกัน เราอยู่ทุกตอนเลยค่ะ ส่วนพี่เราไปเรียนมหาลัยที่ต่างจังหวัด ตอนนั้นพี่เราน่าจะปีหนึ่งปีสองเองค่ะ นอกจากแม่เราจะอ่อนแอกับเรา แม่ก็ยังโทรไปร้องไห้ให้พี่เราฟังเหมือนกัน ซึ่งพี่เราไม่ใช่คนเงียบค่ะ พี่เราด่าพ่อ พี่เราพูดจาด้านลบๆ และ พี่เราเกลียดพ่อค่ะ ตรงนี้มั้งคะ ที่ทำให้พี่เราถูกใจแม่มากกว่า ซึ่งเราโพเทคแม่ได้แค่อยู่ตรงนี้ เราใจเย็น เราพยายามมากๆที่จะไม่หวั่นไหวไปกับแม่ เราทำได้แค่นี้เท่าที่เด็กอายุ 13 คนนึงจะทำให้ได้ค่ะ ซึ่งตอนนั้นเราอาจเขวไปอีกทางได้เลย ได้แต่ขอบคุณตัวเองที่พาตัวเองมาถึงจุดนี้ได้ บอกตรงๆว่าพี่เราก็โทรมาคุยกับเรา เขาก็บ่นว่าเขาเหนื่อย ไม่ชอบให้แม่เป็นแบบนี้ เราเข้าใจเขานะ เพราะยืนอยู่จุดเดียวกัน แต่เขาก็มาระบายแค่นั้นแหล่ะค่ะ เขาคิดว่าเขาต้องทน ต้องฟังแม่อยู่คนเดียวอยู่ดี เขาถามเรานะ ว่าเราเป็นไงบ้าง เออสู้ๆ แต่ความคิดสุดท้ายก็คือ เขาทนอยู่คนเดียว จนตอนปิดเทอมม.1 แม่เรามีทางออกใหม่ คือย้ายไปอยู่กับญาติที่ต่างจังหวัด ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ ตอนนั้นเราไปอยู่กับแม่ช่วงปิดเทอม เราอยู่ไม่ได้ เรารู้สึกเราอยู่ไม่ได้ แล้วแม่เราจะพาเราเข้าโรงเรียน ซึ่งเราตัดสินใจว่าเราจะกลับมาอยู่กับพ่อ ตอนนั้นพูดกับแม่ไปแบบเด็ดขาด ตอนนั้นเราเริ่มคิดแล้วค่ะ ว่าไม่ว่าใครจะพังยังไง เรายังอยากอยู่สังคมของเราอยู่ การศึกษาที่เราควรมีสิทธิเลือก (โรงเรียนเราที่กรุงเทพเป็นโรงเรียนหญิงล้วนชื่อดังค่ะ) ตอนที่เราเก็บของเพื่อกลับมา บอกตรงว่าร้องไห้หนักมาก เราได้แต่ภาวนาให้แม่เราดูแลตัวเองนะ แต่รู้สึกมากๆก็เหมือนเดิมค่ะ ไม่เคยบอกใครเลย พอเปิดเทอมม.2 เรามาใช้ชีวิตอยู่กับพ่อ พ่อเราก็มานอนกับเราบ้าง ไปนอนบ้านผู้หญิงคนนั้นบ้าง ทุกครั้งที่พ่อเราปิดประตูบ้าน เราอดร้องไห้ไม่ได้เลยค่ะ มันเป็นเสียงที่เราไม่อยากได้ยินพอๆกับเสียงร้องไห้แม่เลย เราอยู่คนเดียว นอนคนเดียว ซักผ้า รีดผ้า ไปโรงเรียน กลับบ้าน หาข้าวกิน ธุระที่โรงเรียน เราจัดการเองทั้งหมดค่ะ อยู่กับพ่อเหมือนอยู่คนเดียวเลย เราเป็นคนขี้กลัวค่ะ กลัวผี กลัวมากๆ ไม่เคยหายกลัว พ่อแม่ก็รู้ค่ะ แต่ก็เท่านั้น555 ดำเนินมาเรื่อยๆจนม.3 คือปีนี้นะคะ พอเราเริ่มโต เริ่มมีสังคมที่เลือกได้ เริ่มคิดเป็น เริ่มเห็นอีกด้านของโลกมากขึ้น ที่เรารู้สึกแย่กับพี่เราหนักสุดน่าจะปีนี้แหล่ะค่ะ ที่เริ่มมีเรื่องใหม่ๆ ที่เอาสันดานเก่าๆมาใช้ พอมองย้อนกลับไปรู้สึกสมเพชตัวเอง ที่ยอม และทนมาได้ ไม่คิดอะไรด้วยความเป็นเด็ก แต่พอโตมาถึงจุดนี้รู้สึกไม่น่าปล่อยให้ใจเจ็บขนาดนี้ พี่เราเรียนจบแล้วค่ะ เป็นช่วงที่ไป work&travel ตอนนั้นพี่เราบอกพ่อแม่ไว้ที่ 1 แสน พ่อเราไม่ให้ไปค่ะ พ่อบอกว่าจะไปหาเงินจากไหน พาอไม่มีให้ ส่วนแม่เราอยากให้ไป เลยสนใจและดันพี่เราค่ะ จนไปๆมาๆค่าใช้จ่ายไม่ใช่แค่ 1 แสนตามที่บอก มันกลายเป็น 2 แสนค่ะ บอกเลยว่าตอนนั้นเครียดกันมาก ไปต่อก็ต้องยืมเขา จะหยุดก็เสียดายเงินที่จ่ายไปครึ่งแล้ว มีแลกเงินประมาณ 1 แสน ซึ่งเหตุการณ์วันนั้นคือพี่เราต้องมารับเรา แชะมาเอาเงินแลกเพื่อไปหาแม่ที่ตจว. แต่พี่เราไม่อยากมา เพราะไม่อยากไปๆมาๆ เลยบอกให้เราถือเงินแลก 1 แสน กับให้เราลากกระเป๋าไปหาที่ขนส่ง ซึ่งเราบอกไปว่าไม่อยากไปเลย เราพูดแบบนี้จริงๆค่ะ มันบอกเราว่า ไม่ยากเลย มาแบบนี้นะๆ เนี่ย เอาแผนที่ส่งมา ต่างๆ ซึ่งพ่อแม่ไม่ให้ไปอยู่แล้วค่ะ แต่มันทักเรามาเอง มาบอกเราว่าห้ามบอกใคร แอบมาได้มั้ย ซึ่งใจเราก็ไม่ได้อยากไปอ่ะค่ะ พอเร้าเรามากๆแม้เราปฏิเสธ เราเลยบอกเดี๋ยวโทรกลับ จะบอกว่าผิดก็ได้ค่ะ แต่เราโทรไปหาแม่ เพราะเราไม่รู้จะทำไงแล้ว จนแม่เราโทรไปด่ามัน ว่าบอกไม่ให้แล้วแอบมาพูดกับน้องอีก มันโกรธเรามาก มันทักมาด่าเราว่า ถ้าวันหลังไม่อยากช่วยก็บอกกันมาตรงๆ ไม่ต้องมาพูดว่าคิดดูก่อน อย่ามาช่วยเหลืออะไรกันอีก โตไปก็อย่าเป็นโรคกลัวความลำบากแล้วกัน พร้อมลงสตอรี่ไอจีว่า จับตารอดูความ “เจริญ” ขอบอกเจ็บมากค่ะ เราไม่ปฏิเสธตรงไหนหรอ แล้วทำไมถึงต้องมาก่ามาว่าเราแรงๆ สุดท้ายมันก็กลับมาเอาเงิน กลับมานอนกับเรา ทีนี้มันก็ด่าเราอีกค่ะ ว่าเราเห็นแก่ตัว คือจะบอกว่าตอนนั้นใจเย็นมากๆ ทำไมเราต้องโดนด่าด้วยวะ กลับมาต่อเรื่องไปต่างประเทศนะคะ แม่เราบอกให้พี่เราไปยืมป้า ซึ่งพี่เราก็กลัวเสียหน้าด้วยอ่ะค่ะ เลยเงียบมากๆ เขาเริ่มรู้สึกแย่ก็น่าจะตอนนี้ แต่ในความเห็นเรา เราว่าให้พี่ไปยืมเองก็ถูกแล้ว เพราะมันเป็นเรื่องของนางเต็มๆ แต่สุดท้ายยื้อไปยื้อมา ด้วยความอยากไป พี่เราก็ไปยืมเองจริงๆค่ะ มีใครหลายๆคนช่วยหลายทาง พ่อเราเอาแหวนทองไปขาย แม่เราเอาสร้อยไปจำนำ ยืมตรงนั้นตรงนี้ เพื่อสานฝันให้พี่เราแหล่ะค่ะ จนลามมาถึงหักค่าขนมเรา ไม่ให้เงินเรากิน พี่เราก็ไม่ได้มาสนใจตรงนี้นะคะ จนเหมือนวันนั้นเหลือจ่ายอีก 3 หมื่นสุดท้าย ไม่รู้จะไปหาจากไหน เครียดมากๆ พี่เราทะเลาะกับแม่นิดหน่อยเราจำไม่ได้ แต่คืนนั้นพี่เราร้องไห้หนักมากๆ เอาจริงใจเราตอนนั้นเราก็ยังผูกใจเจ็บกะทุกเรื่องอยู่ เรายอมถอย 1 ก้าว เราไปลูบหัวมัน ชวนมันมากินอะไรสักนิด วันนั้นได้คุยกันเยอะมาก มันเล่าในพาร์ทของมันทั้งนั้น ซึ่งเรายินดีรับฟังทั้งเรื่องหลายชม. มันบอกขอบคุณ ตอนที่คุยกัน มันบอกเครียดมากเลย สงสารแม่ด้วย แต่พูดมายังไงมันก็ไม่เอาพ่อเลย ซึ่งมองจากคนตรงนี้อ่ะ เราไม่เห็นด้วย ก็คุยกัน ก็หเมือนเข้าใจมาก เราบอกเลยว่าได้ไปแล้ว ยังไงก็คิดถึงแม่ให้มากๆ คิดถึงวันนี้ ที่กว่าจะได้ไป ไปหาเงินตามเป้าหมายแล้วเอามาคืนทุกคน แต่ตามปกติมนุษย์ค่ะ หาเงินได้ ไปอยู่ต่างบ้าน ใช้หมดสิคะ เจออะไรที่อยากได้ก็ซื้อ โดยใช้คำว่าหาเงินได้ ซึ่งมันไม่ใช่เลยอ่ะะ แกยังมีหนี้ก้อนโตนะเว้ย เรามีของที่อยากได้ค่ะ แต่นิสัยเราคือเราก็บอกให้โอนไปมั้ย จะซื้อเอง แต่ตอนนางอยู่ต่างประเทศนางดูรักเรามากเลย โทรมา ซื้อของให้ พอกลับมา พ่อแม่ก็ถามมันว่าหาเงินมาได้เท่าไหร่ คือที่ผ่านมาก็ไม่รู้นะคะเพราะเราไม่ใช่มัน แต่มุมนี้คือ เงินใครใครก็อยากได้คืน ตอนไปน่ะ ก็หามาได้ง่ายๆ สัญญาดิบดี แต่ความจริงคือทำไม่ได้ นางมาร้องไห้กับเราค่ะ บอกเครียด เราเข้าใจนะ เราพยายามพูดต่างๆด้วยความหวังดี แต่เข้าใจแหล่ะว่าความหวังดีบางทีมันอาจไปทำร้ายเขา มันพูดกับเราว่าที่พูดมาอ่ะไม่ไเ้ข่วยอะไรเลยประมาณนี้ บอกเราอ่ะ ไม่เข้าใจมันหรอก ทีนี้พิเราได้ยินแบบนี้เราก็ไม่อยากฟังมันคร่ำครวญแล้วอ่ะ ถ้ากูไม่เข้าใจ ก็ไม่ต้องมาเล่าให้กูฟัง ที่กูรับฟังกูก็ปวดหัวนะ กูอยากนอน กูไม่ฟังก้ได้ ทีนี้มันพูดมาคำนึงคือ ถ้าเครียดแล้วพูดกะใครไม่ได้คงต้องฆ่าตัวตาย รู้มั้ยคะว่าที่ผ่านมาคนที่ไม่เคยพูดไม่เคยอะไรเลยคือชั้นคนนี้ คนที่ไม่เคยได้รับแม้คำปลอบโยน แค่ความตั้งใจปลอบ ยังไม่เคยได้รับ ความรักที่ควรได้ เคยได้รับตามความสมควรมั้ย ยิ่งพูดยิ่งรู้สึกแย่กับคนบ้านนี้ พ่อแม่เรายังมีอีกหลายเรื่อง พี่เราก็มีอีกหลายเรื่องที่สร้างความลำบากใจให้เรามากมาย แต่วันนี้ขอแค่นี้ก่อน ขอบคุณนะคะที่อ่านจนจบ
ใครว่าพ่อแม่ต้องรักน้องมากกว่าเสมอไป