อยากมาระบายค่ะ ขอพื้นที่ระบายซักนิดนะคะ

สวัสดีค่ะ หนูเป็นเด็กม.ปลายอายุ17ย่างเข้า18 หนูโตมาในครอบครัวที่ไม่อบอุ่นซักเท่าไหร่ จากคำบอกเล่าของญาติและคุณย่า ตั้งแต่หนูเกิดมาอายุได้1ขวบคุณแม่ก็ทิ้งหนู เขาบอกว่าคุณแม่ทิ้งหนูหนีไปกับผู้ชายคนอื่น ส่วนคุณพ่อเสียชีวิตในตอนที่หนูอายุ3ขวบ และหนูเคยได้ยินคุณย่าคุยโทรศัพท์และคุยกับญาติๆ เมื่อนานมาแล้วว่าคุณพ่อพยายามจะอุ้มหนูไปขายเพราะไม่อยากเลี้ยง แต่พอหนูถามคุณย่าอีกครั้ง คุณย่าก็บอกว่าพ่อไม่เคยทำแบบนั้น หลังจากพ่อเสียคุณย่าก็เป็นคนเลี้ยงหนู ท่านเป็นคนชอบใช้ความรุนแรงทั้งคำพูดและการกระทำที่นตีหนูเป็นประจำ ยิ่งโตยิ่งหนักขึ้น เวลาหนูทำอะไรไม่ถูกใจท่านก็จะด่าบ่น ใช้คำพูดแรงๆ หรือแม้แต่คำถามเล็กที่หนูอยากจะถามท่านก็มักจะตอบแบบประชดประชันตอบแบบเชิงรำคาญใช้คำพูดรุนแรงและเสียงดัง ท่านไม่เคยนั่งสอนหนูดีๆตั้งแต่เด็ก เมื่อก่อนท่านทำงานรับจ้าง พอแก่ตัวแกก็เลิกทำหันมาเก็บของขาย ท่านส่งหนูเรียนค่ะ บางครั้งหนูคิดว่าคุณย่ารักหนูแต่หลายๆครั้งท่านก็มักจะทำเหมือนท่านเกลียดหนูและการเลี้ยงหนูมันเป็นแค่เพียงหน้าที่ที่ต้องแบกรับแทนพ่อและแม่หนูที่จากไป หนูเป็นคนที่เรียนได้เกรดดีมาโดยตลอดค่ะ แต่ไม่เคยได้รับคำชม มีครั้งหนึ่งหนูได้เกรดประมาณ3.91 ​หนูเอาไปเล่าให้คุณย่าฟังแต่ท่านพูดออกมาว่ามันก็แค่ผ่านตอนกูสอบกูได้เกรด4นู่น โดยปกติคุณย่าเป็นคนที่ชอบใช้กูค่ะ ตอนนั้นร้องไห้ออกมาเลยเพราะท่านดูไม่ได้ภูมิใจกับหนูเลย นอกจากเรียนหนูก็พยายามไปแข่งศิลปหัตถกรรม หนูได้ลำดับ1-2มาตลอดแต่ท่านไม่เคยสนใจค่ะ ท่านไม่ถามว่าที่โรงเรียนเป็นยังไง ไปแข่งมาเป็นยังไง กลับถึงบ้านหนูต้องไปทำงานบ้านล้างชาม นึ่งข้าว ทำความสะอาดบ้าน ที่โรงเรียนหนูโดนบูลลี่อยู่เป็นประจำเพราะความคิดไม่เหมือนเพื่อนๆ ในช่วงประถมและม.ต้นหนูเรียนโรงเรียนขยายโอกาสค่ะ คุณครูหลายคนเอ็นดูเพราะหนูตั้งใจเรียนมากกว่าเพื่อนๆรุ่นเดียวกัน คุณครูมักจะชมว่าหนูมีความคิดที่โตกว่าเพื่อนรุ่นเดียวกัน แต่หนูหน้าตาไม่ดี ฟันเหยิน หนูมักจะโดนบูลลี่เรื่องนี้เป็นประจำ พอเอามาเล่าให้ที่บ้านฟังก็มักจะโดนด่ากลับบางทีก็โดนสมน้ำหน้า หลายครั้งที่ทะเลาะกับคุณย่าก็มักจะโดนตีโดนด่า โดนไล่ให้ไปตาย พอหนูอยากจะพูดในสิ่งที่หนูรู้สึกหนูก็จะโดนตีหนักกว่าเดิมแล้วก็โดนด่าว่าหนูเถียง พอโตขึ้นก็เรียนเยอะขึ้น บางทีกลับบ้านช้าหน่อย คือตอนม.ต้นเลิกเรียน4โมงเย็นค่ะ ช่วงเข้าม.3หนูเป็นรองประธานสภานักเรียนมีหน้าที่เยอะขึ้นบางทีช่วยคุณครูทำเอกสารตอนเย็นด้วย ก็จะกลับบ้านช้าบ้าง20-30นาที หนูได้บอกคุณย่าไว้แล้วว่าได้เป็นรองประธานสภานักเรียน ต้องช่วยครูทำเอกสารบ้างบางครั้ง อาจจะกลับค่ำหน่อย แต่กลับไม่เกิน16.30 แต่พอวันที่หนูกลับเลตจริงๆท่านก็ชอบด่าชอบว่าหนูว่าหนูไปกกอยู่กับผู้ชาย ช่วงม.3หนูเริ่มแต่งหน้า รีดผม และเริ่มแต่งตัว ท่านก็บอกว่าหนูจะแต่งไปอ่อยผู้ชาย และท่านมักจะเชื่อคำพูดของชาวบ้านมากกว่าคำพูดของหนู ในช่วงม.ต้นคุณอาที่เป็นลูกของคุณย่าได้ย้ายมาอยู่ด้วยพร้อมกับลูกของคุณอา คือมาทั้งครอบครัวค่ะทั้งคุณอาแฟนของคุณอาและลูกชาย ตอนแรกก็ไม่มีอะไรค่ะ แต่คุณย่ามักจะตามใจน้องเป็นประจำเวลาพ่อแม่น้องทำให้น้องไม่พอใจคุณย่าก็จะทำเป็นด่าพ่อแม่น้องให้น้องสบายใจค่ะจนน้องเริ่มโตได้5-6ปีน้องก็เริ่มเถียงแม่ของน้องใช้คำรุนแรงตะคอกสบถ แต่คนทั้งบ้านไม่มีท่าทีไม่พอใจกลับหัวเราะและคุยกันเป็นเรื่องขำขันแทน พอหนูจะบอกน้องว่าไม่ควรทำเขาก็มักจะบอกว่าไม่ต้องไปยุ่ง พ่อแม่เขาสอนเองได้ แต่พ่อแม่น้อง ไม่เคยสอนน้องดีๆเลยค่ะ อาจเพราะน้องเป็นผู้ชายการเลี้ยงดูเลยต่างออกไป แต่หนูก็ยังคิดว่ามันไม่ถูกต้อง เพราะพ่อแม่น้องไม่มีการสอนใดๆเลย พอน้องทำผิดก็จะด่าก็จะบ่นทันทีแล้วน้องก็จะพูดแทรก สบถออกมา แต่ไม่มีใครห้ามไม่มีใครพูดเลยค่ะว่ามันไม่ดี ช่วงแรกๆพ่อแม่น้องมักจะไปทำงานที่ตจว.แล◌้วให้คุณย่าดูแล คุณย่าก็ต้องดูแลค่ะ ช่วงนั้นเป็นช่วงที่หนูอยู่ม.ต้น เริ่มมีงานเยอะขึ้น เรียนเยอะขึ้น ใช้เวลาในการทำการบ้านมากขึ้นใช้เงินมากขึ้น หนูมักจะโดนบ่นเป็นประจำค่ะ ว่าใช้เงินเปลือง ไม่สนใจเรื่องที่บ้าน ไม่ออกมาเล่นกับน้อง แต่ย่ามักใช้เงินซื้อทั้งของกินและของดล่นให้น้อง น้องอยากได้อะไรย่าก็จะซื้อให้หมดไม่สนว่ามีประโยชน์มั้ย แล้วย่าก็มาบ่นกับหนูว่าไม่มีตังให้หนูประหยัด บางทีงานกลุ่มหนูก็ต้องให้เพื่อนออกให้ก่อนค่ะ บางทีน้องเซ้าซี้ย่าทำบ้านรก ย่าก็จะมาว่าหนูว่าหนูไม่เก็บเวลาน้องหยิบของของย่าไปย่าก็จะมาว่าหนูว่าหนูทำของย่าหาย แต่พอไปเจอกับน้องกลับไม่บ่นน้องซักคำทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หลายครั้งที่น้องหยิบของๆหนูไปย่าก็บอกว่าน้องไม่ได้เอาไปหรอกพอไปเจอก็ไม่ว่าน้องเหมือนเดิมค่ะแต่มาโทษหนูว่าหนูวางของไปทั่วทั้งที่หนูวางของไว้ที่ชั้นหน้าห้องตัวเองเสมอเพราะมันเป็นชั้นวางของของหนู และยังมีอีกหลายครั้งที่น้องทำให้ย่ารำคาญแล้วย่าก็มาลงที่หนูว่าไม่ช่วยดูแลน้องทั้งยังตี กระทืบ ใช้อุปกรณ์อย่างเช่นมีดอีโต้บ้าง ไม้กวาดบ้าง ตอนม.ต้นหยูเคยทำร้ายตัวเองติดต่อกันหลายเดือนและร้องไห้บ่อยมากค่ะ แต่ก็พยายามเข้มแข็งจนเลิกทำร้ายตัวเองมาได้ พอเข้าม.ปลายหนูมีการถามและคุยกับที่บ้านแล้วว่าหนูอยากเรียนห้องพิเศษพอจะส่งได้มั้ยถ้าไม่ได้ก็จะไปเรียนห้องธรรมดา เขาก็บอกว่าอยากเรียนก็เรียนก็จะส่ง หนูกู้กยศ.ด้วยค่ะแต่ย่ามักจะขอเงินหนูไปจ่ายหนี้ที่ค้างไว้ตามร้านค้าตอนไปซื้อกับข้าวรอบละ4-5ร้อย ซึ่งกยศ.หนูได้แค่เดือนละ1,800ค่ะ ตกวันละ60บาท และเป็นห้องที่เรียนหนักกลับเย็น หนูเอาตารางเรียนให้ย่าดูแล้วค่ะว่าเรียนถึง16.20 ใช้เวลาขับรถกลับบ้านประมาณ30นาทีก็จะถึงบ้านประมาณ5โมงเย็นและวันประชุมผู้ปกครองก็มีการแจ้งแล้วค่ะว่าเรียนเยอะ แต่ย่ามักจะบ่นว่าหนูกลับค่ำมัวอยู่กับผู้ชาย ทั้งที่หนูเรียนเต็มชั่วโมงค่ะ9ชั่วโมงห้องพิเศษเป็นห้องประจำต้องนั่งเรียนในห้องไม่เดินเรียน เพราะว่าหนูกลับค่ำและไม่ค่อยมีเวลาทำงานบ้าน กลับมาก็ต้องอ่านหนังสือทำการบ้านนอนดึกก็ไม่ได้เพราะต้องตื่นเช้าค่ะ ที่บ้านห่างไกลจากโรงเรียนพอประมาณเลยท่านก็ยังบ่นก็ยังว่าหนูอยู่ทุกครั้งว่าอยู่กับผัชายทั้งที่หนูไม่เคย จนหนูมีแฟนคนนึงค่ะเรียนห้องพิเศษเหมือนกันช่วงนั้นหนูยอมรับจริงๆค่ะว่าเกือบใจแตกจริงแต่เกรดไม่เคยตกยังได้มากกว่า3.80เสมอ แต่หนูก็เลิกกับแฟนแล้ว อีกเรื่องเลยก็คือหนูไม่มีโอกาสได้พูดในสิ่งที่อยากพูดเลยค่ะ พอพูดก็ว่าเถียง ทำให้ผิดหวังก็ไม่ได้ จนหนูเริ่มมาทำร้ายตัวเองอีกครั้งเพราะหนูไม่รู้จะหันไปหาใครเลยค่ะ หนูปรับตัวเข้ากับเพื่อนใหม่ไม่ได้พวกเขาไม่ชอบหนูตั้งแต่วันแรกที่หนูเข้าห้องซึ่งหนูไม่รู้ว่าทำไม ช่วงนี้หนูคิดเรื่องการฆตต.อยู่หลายครั้งแต่ยังแอบเสียดายอนาคตตัวเอง เผื่อว่าโตขึ้นหนูจะมีอิสระแต่หนูก็คิดว่าจะหลุดพ้นจริงๆหรอ เพราะบ้านนี้ชอบทวงบุญคุณค่ะ มักจะพูดว่าเขาเลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก แต่หลายครั้งหนูโดนด่าว่าเนรคุณเพราะทำอะไรไม่ถูกใจ หนูอาจจะติดบ่วงบุญคุณนี้ไปตลอดชีวิตก็ได้ การฆตต.มันเป็นการหนีปัญหาหนูรู้ค่ะแต่ตอนมีชีวิตมันก็เหมือนกำลังตายทั้งเป็นเหมือนกัน
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่