หาความสุขให้ชีวิตมนุษย์เงินเดือนกับการทำงานประจำทำยังไง?

เราไม่ใช่คนเก่งอะไร แต่เป็นคนนึงที่เคยทุกข์กับการทำงานประจำ
วันนี้เราอยากมาแชร์วิธีหาความสุขในแบบของเราไว้เป็นไอเดียให้คนที่ประสบปัญหาเหมือนกันได้ลองคิดดู
ถ้ามีคนเข้ามาอ่านร้อยคนแต่มีคนนำไปใช้ได้ผลแค่หนึ่งคน เราก็ดีใจมากๆแล้ว 

*ข้อมูลต่างๆที่เราแชร์ไม่ได้มีทฤษฎีอะไรทั้งสิ้น เป็นแค่ความคิดเห็นของเราเพียงคนเดียว
ใครอ่านแล้วไม่เห็นด้วยขอให้เข้าใจว่าไลฟ์สไตล์ของเราอาจไม่ตรงกัน
สิ่งที่คุณเห็นต่างไม่ใช่เรื่องผิดและสิ่งที่เราคิดก็ไม่ได้เป็นเรื่องผิดเหมือนกัน ยิ้ม 

วงจรชีวิตคนทำงานประจำ จันทร์-ศุกร์ก็ทำงานกันไป เช้าแหกขี้ตาตื่น
เตรียมใจเตรียมกายกับชั่วโมงเร่งด่วนยามเช้า ไปถึงออฟฟิตทันเวลาก็ดีไป
ถ้าไม่ทันเวลาล่ะ นอยด์แต่เช้า ทำงานหัวปั่น บางวันประชุม บางวันต้องพรีเซ้นต์งาน บ้างก็ให้เจ้านายฟัง
บ้างก็ให้ลูกค้าฟัง แต่ไม่ว่าจะต้องพรีเซ้นต์ให้ใครฟังก็กดดันทั้งนั้นแหละ บางคนมีเจ้านายดี
เพื่อนร่วมงานดี งานหนักแค่ไหนก็มีแรงไฟท์เต็มที่ แต่ถ้าไม่ดีล่ะ เครียดคูณสิบ
กว่าจะผ่านพ้นแต่ละวันไปได้ก็เล่นซะหมดแรง กลับถึงบ้านไม่ต้องทำอะไรกันแล้ว แรงมีเหลือให้แค่อาบน้ำนอน
วนลูปอย่างนี้ไปเรื่อยๆ อดทนไปห้าวันติด กว่าจะหมดวันศุกร์แทบขาดใจ ส่วนเสาร์อาทิตย์ เหมือนได้นอนพักหายใจสองสามทีก็หมดวัน  

ถ้าชีวิตเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี สองปี สิบปี ถามว่านอกจากได้เงินเดือนมากินมาใช้แล้ว
ความสุขจริงๆอยู่ที่ไหน? บางคนบอกแค่ได้ช้อปปิ้งในวันหยุดก็มีความสุขแล้วจริงหรอ? ได้ช้อปปิ้งแล้ว คืนวันอาทิตย์จะไม่เซ็งไม่นอยด์เลยหรอ?
พรุ่งนี้วันจันทร์อีกแล้วนะ ต้องกลับไปเจอเรื่องเครียดเรื่องกดดันอีกแล้วนะ 
การช้อปปิ้งก็เป็นความสุขอย่างนึงที่ช่วยเยียวยาจิตใจของสาวๆมนุษย์เงินเดือนได้เป็นอย่างดี
เป็นความสุขที่ว่านั้นเป็นความสุขชั่วคราว เปรียบเทียบกันแล้ว ความทุกข์จะมากกว่าเสียด้วยซ้ำ
ทุกข์ห้าวัน สุขสองวัน (บางคนก็วันครึ่ง เริ่มนอยด์ตั้งแต่บ่ายวันอาทิตย์)  ก็เป็นซะแบบนี้ คนทำงานส่วนใหญ่ถึงได้เข้าออกโรงพยาบาลเป็นว่าเล่น
เดือนนี้ป่วยกายหาหมอรักษา เดือนหน้าป่วยใจปรึกษาจิตแพทย์ โรคเครียด นอนไม่หลับ
วิตกกังวล ซึมเศร้า มากันครบ เมื่อใจมันป่วยแน่นอนกายต้องป่วยตามมาติดๆ โรคกระเพาะ
กรดไหลย้อน ออฟฟิตซินโดรม ต่างๆนานาที่มักมาพร้อมกับการป่วยใจ แล้ววิธีการรักษาล่ะ
เข้าวัดปฏิบัติธรรมหรอ? แน่นอนมันเป็นสิ่งที่ดีที่ทุกคนควรจะทำ แต่เอาจริงๆนะ จะมีซักกี่คนที่ทำได้
บางคนได้ยินเรื่องเข้าวัดนี่เครียดหนักกว่าเดิมอีก คนติดโซเชียลอย่างเราจะไม่อึดอัดตายหรอ?
ว่าไม่ได้ บางคนเซฟโซนเค้าอาจจะคือที่ไหนก็ได้ที่ได้ใส่หูฟังที่มีเสียงเพลงคลอตลอดเวลา
บางคนอยู่เงียบๆคนเดียวแล้วมีอาการแพนิค สมองคิดไปไกล คิดแต่เรื่องเนกาทีฟ ถ้ามีเพลงมาช่วย
ก็จะให้ใจเบาลง มีสมาธิมากขึ้น หลายคนก็หลายปัญหา เอาเป็นว่าจะขอแนะนำวิธีสร้างความสุขที่ใช้ได้ผลกับตัวเอง
เผื่อทุกคนจะลองไปใช้ตามได้ บางข้ออาจไม่ได้ผลสำหรับบางคน มันก็ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ของเราว่าตรงกันไหม
แนะนำว่าอ่านแล้วอย่าเพิ่งเบะปากนะคะ อยากให้ลองเปิดใจทำตาม ถ้าไม่เวิร์คก็เลิก
บางอย่างเราไม่ลองเราก็ไม่รู้ว่าจริงๆแล้วนี่แหละที่เหมาะกับเรา มาเริ่มกันเลย

1. ขอวันหยุดหนึ่งวันให้ตัวเอง

วันหยุดวันนี้ไม่ได้ให้นั่งกิน นอนทั้งพักผ่อนทั้งวัน แต่เป็นวันหยุดที่ล็อคไว้ให้เราได้มีเวลาทำกิจกรรมที่ชอบ
แพลนไว้ล่วงหน้าเลยว่าอยากทำอะไร บางคนอาจจะไปวิ่งมาราธอน เข้าฟิตเนต ออกกำลังกาย
เรียนทำขนม ทำงานอาหารเมนูแปลกใหม่ เรียนชงชา หรือทำอะไรก็ได้ที่ไม่จำเจให้เรารู้สึกเบื่อ
เช่น ถ้าวันหยุดนี้ตั้งใจจะออกกำลังกาย จากออกไปวิ่งเบื่อๆเปลี่ยนไปต่อยมวย หรือโยคะ
ทำอะไรที่เราไม่เคยทำ วนไป แต่ละอาทิตย์ให้เปลี่ยนวิธีออกกำลังกายไปเรื่อยๆ หรือใครที่ไม่รู้จะทำอะไรดี
ลองเสริชหาสถานทีพักผ่อนใกล้ๆ เดินทางง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็นสวนสาธารณะ มิวเซียม
คาเฟ่น่ารักเปิดใหม่ หรือไปดูหนังที่อยากดู บางเวปไซต์จะมีรวมกิจกรรมน่าสนใจเอาไว้ ลองทำตามดู
เริ่มจากเลือกอันทีสนใจ อันไหนไม่สนใจก็อยากให้ลองเหมือนกัน อาจเก็บไว้เป็นตัวเลือกสุดท้ายก็ได้ ไม่ลองไม่รู้จริงๆ
แต่สิ่งสำคัญคือกิจกรรมแต่ละสัปดาห์ไม่ควรซ้ำกัน (ยกเว้นจะติดใจ) ห้ามไม่ให้เกิดอาการเบื่อเด็ดขาด
เพราะถ้าเริ่มรู้สึกเบื่อ วันหยุดนั้นก็จะไม่ใช้วันที่มีความสุขอีกต่อไป

2. ท้าทายตัวเองด้วยความรู้ใหม่

อย่างเช่น เรียนภาษาที่สาม เรียนกราฟฟิก เรียนตัดต่อวิดีโอ  เรียนดนตรี เรียนกีฬา เรียนวาดรูป
หรือเรียนอะไรก็ได้ที่เคยเป็นความฝันวัยเด็กของเราที่เรายังไม่เคยได้ทำ
สิ่งที่เราหลงใหลมาตลอดในวัยเด็ก มาเรียนในวัยทำงานก็ยังไม่สาย นอกจากจะพัฒนาสกิลแล้ว
ยังพัฒนาจิตใจของเราได้ด้วย เราจะรู้สึกเหมือนได้ย้อนวัย ได้ความภูมิใจว่าสุดท้ายเราก็ได้ทำในสิ่งที่เราเคยฝันไว้
ถ้าเราได้เรียนสิ่งที่หลงใหลจิตใจเราจะโฟกัสที่มัน เผลอๆเลิกงานกลับบ้าน ยังมีแรงเหลือเฟือเผื่อมาเรียนมาฝึกฝนสิ่งเหล่านี้ก่อนนอนได้อีกด้วย

3. หาอาชีพเสริมที่เรารู้สึกสนุก 

ข้อนี้ถึงจะเหนื่อยเพิ่มเป็นสองเท่า แต่ก็เหมือนกับเราได้ตอบโจทย์ความต้องการของตัวเอง เชื่อสิ งานประจำที่ทำอยู่เนี่ย
หลายคนไม่ใช่งานที่ฝันหรอก วัยเด็กบางคนอยากเป็นเชฟ บางคนอยากเปิดร้านอาหาร บางคนอยากเป็นนักร้อง
บางคนอยากเป็นเมคอัพอาร์ทีส ก็ทำสิ ลงมือเลย  ใครบอกว่าอาชีพในฝันต้องเป็นอาชีพหลักเท่านั้น ไม่มี๊
ในเมื่อเราไม่สามารถทำให้อาชีพในฝันมาเป็นอาชีพหลักหาเลี้ยงตัวเองได้  เราก็จับมันเป็นอาชีพเสริมซะเลย
ถึงงานหลักจะยุ่งแค่ไหน เชื่อเถอะว่าคุณจะหาเวลาให้กับอาชีพในฝันของคุณได้แน่นอน
แค่คิดก็น่าจะมีความสุขแล้วนะ  ทั้งได้เงินมั่นคงจากงานประจำและยังได้ทำงานในสิ่งที่เรารักอีก
แถมได้เงินเล็กๆน้อยๆจากงานเสริมเพิ่มอีกลงตัวสุดๆ

4. ออกทริปท่องเที่ยว

นึกถึงความสุขจะไม่นึกถึงเรื่องท่องเที่ยวได้ยังไง  ถ้าไปเที่ยวกับกลุ่มเพื่อนมันนัดกันยากนักก็ไปเที่ยวคนเดียวมันซะเลย กล้าๆหน่อย
แต่ถ้าไปเที่ยวคนเดียวไม่ใช่ความสุขแต่เป็นการเพิ่มความเครียดความกังวลก็อย่าเพิ่งรีบ รอเพื่อนว่างก่อนก็ได้
ระหว่างนี้ก็ไปหาความสุขจากข้ออื่นก่อน เพราะไม่ใช่ทุกคนที่รู้สึกดีกับการทำอะไรคนเดียว
คีย์หลักของเราคือการหาความสุข อะไรที่ทำแล้วจะเพิ่มทุกข์เราก็เบรคไว้ก่อน เมื่อวันนึงเราโอเคกับการเดินทางท่องเที่ยวคนเดียวแล้ว
วันนั้นค่อยไปก็ยังไม่สาย ยืดหยุ่นเพื่อใจตัวเองนะคะ  

5. ทำความดี

อย่าเพิ่งเบื่อกันนะคะ ทำความดีที่ว่าคือการทำกิจกรรมที่เกิดประโยชน์แก่ผู้อื่นและส่วนรวม เช่น ร่วมกิจกรรมปลูกป่า
เรียนวิธีการช่วยชีวิตเบื้องต้น บริจาคเลือด เก็บขยะริมหาด ทำกิจกรรมตามมูลนิธิต่างๆสอนหนังสือเด็กด้อยโอกาส เป็นต้น
กิจกรรมพวกนี้อ่านๆดูอาจจะน่าเบื่อ แต่รู้ไหมคะว่าการที่เราร่วมกิจกรรมแบบนี้เป็นการนำพาเราไปพอเจอคนที่ดีมากมายเลยนะ
คนที่คิดจะทำกิจกรรมเหล่านี้แน่นอนว่าจะต้องมีพื้นฐานของความมีน้ำใจ แบ่งปัน การเป็นผู้ให้
และการพบเจอแต่คนที่ดีจะทำให้เรากลายเป็นคนที่ดีขึ้นอย่างไม่รู้ตัว และที่สำคัญร้อยทั้งร้อยไม่มีใครไม่มีความสุขที่ได้ทำความดีหรอกค่ะ

ห้าข้อที่กล่าวมา ไม่ต้องทำพร้อมกันทุกข้อก็ได้ เลือกทำให้เข้ากับสถานการณ์หรือไลฟ์สไตล์ของเราในช่วงนั้นๆ
แต่รับรองได้ว่าถ้าได้ลองทำตามซักข้อแล้ว สิ่งนึงที่เห็นได้ชัดคือคุณจะมีความภูมิใจในตัวเองและจะเห็นคุณค่าของตัวเองเพิ่มมากขี้น
ความภูมิใจในตัวเองจะอยู่กับคุณในทุกๆวัน เบื่อๆเครียดๆกับงานประจำก็แว้บกลับมานึกถึงงานอดิเรกที่ทำหรือกำลังจะทำซักหน่อย
มันจะทำให้คุณรู้สึกมีไฟ ตื่นเต้นและรอคอยเวลาที่จะได้ทำสิ่งนั้นอีกครั้ง ความรู้สึกนั้นแหละที่จะทำให้คุณมีความสุขได้ในระยะยาว

ขอบคุณที่อ่านมาถึงตรงนี้นะคะ เป็นกำลังใจให้ทุกคนที่เบื่อเหนื่อย หมดไฟในการทำงาน
หน้าที่ก็ต้องทำ แต่จิตใจเราเองก็ต้องดูแลนะคะ หวังว่าทุกคนจะใช้ชีวิตทุกวันอย่างมีความสุข ยิ้ม

*กระทู้นี้เป็นกระทู้แรก ถ้ามีอะไรไม่เหมาะสม ไม่ถูกต้อง ขออภัยไว้ล่วงหน้าเลยนะคะ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่