ในอีกห้วงมิติหนึ่ง....
บุรุษซึ่งเคยเป็นผู้นำ ที่พึ่ง และที่รักของทุกคน กำลังยืนอยู่ในความมืดมิด รอบกายของเขาไร้ซึ่งแสงสว่างแม้แต่เพียงน้อยนิด เปรียบเสมือนสภาพชีวิตของตนเองที่กำลังเผชิญอยู่อย่างหนักหนาสาหัสในขณะนี้
เขามองไปรอบๆ ตัว พลางทอดถอนใจ
"นี่เราอยู่ที่ไหน ? เราตายไปแล้วหรือ ??"
ฉับพลันก็มีเสียงๆ หนึ่งซึ่งฟังดูคุ้นหู เป็นเสียงของชายมีอายุ แต่ก็ไม่ถึงกับแก่ชรามากนัก ตอบมา โดยดังมาจากข้างหลัง
"ยังบ่อต๋ายเตื้อ...ลูกเหย !!"
เขากลับหลังหัน และทันทีที่มองเห็นว่าผู้ที่มาเป็นใคร เขาก็ทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าพนมมือ ร้องออกไป
"หลวงพ่อ !!"
"อืม....แม่นละ หลวงป้อเอง ลูก..."
ผู้มานั้นคือพระมหาเถระผู้ซึ่งเขาและบรรดาลูกน้องเคยพบมาก่อนแล้ว และยังมีอีกคนหนึ่งตามท่านมาด้วย...
เขาหันไปมอง ทางซ้ายมือของพระมหาเถระ แล้วเบิกตาโพลง ร้องเรียก
"คุณเอก!!"
"ครับ...กัปตัน!" มหาเอกยิ้มและพยักหน้าให้
"นี่มัน...เกิดอะไรขึ้นกันแน่เนี่ย ? ผมงงไปหมดแล้ว แล้วหลวงพ่อมาได้ยังไงครับ ?" กัปตันผู้อยู่ในความมืดมนจริงๆ ทั้งสรีรร่างกาย และจิตวิญญาณเรียนถาม
"ผมบอกให้เองดีกว่านะครับ" มหาเอกยกมือขึ้นเป็นเชิงขออนุญาต เมื่อเห็นกัปตันพยักหน้า จึงเริ่มอธิบายไขความสงสัย
"ตอนนี้ จิตวิญญาณของกัปตัน ได้ออกมาจากร่าง และยังกลับเข้าสู่ร่างไม่ได้ครับผม!!"
"อะไรนะ ???" กัปตันวันชนะร้องอุทานลั่น "วิญญาณของผม ออกมาจากร่าง นี่หมายความว่า ตอนนี้ ขณะนี้ ผม...ซึ่งกำลังพูดคุยกับคุณเอก กับหลวงพ่อ พระอาจารย์ของคุณเอก เป็นเพียงดวงวิญญาณเท่านั้น! งั้นหรือครับ ?"
"แม่นละ" พระมหาเถระพยักหน้าตอบด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นเปี่ยมด้วยเมตตา
"มันเกิดขึ้นได้ยังไงครับผม ?"
"มีคนตี้มีวิชาแก่กล้า เขาสะกดจิตลูกอย่างหนัก จ๋นจิตของลูกมันลุ้ (พัง) ไปหมด สะเลิ้งสะเจิ้ง (เพี้ยน/เบลอ/แตกซ่าน) ไปหมด"
"พระอาจารย์บอกว่ามีคนที่มีวิชาอาคมแก่กล้าสะกดจิตกัปตันอย่างหนักครับ" มหาเอกช่วยอธิบายให้กระจ่างแจ่มแจ้ง "จนกระทั่งจิตของกัปตันอยู่ในสภาพที่เรียกว่า พังไปเลย! กัปตันไม่สามารถเป็นตัวของตัวเองได้
ที่ร้ายยิ่งกว่านั้นคือ ไม่สามารถครอบครองจิตของตนได้อีกด้วย !! จิตวิญญาณจึงหลุดออกมาจากกายเนื้อ และกายเนื้อนั้น ตอนนี้ถูกครอบครองด้วยจิตวิญญาณของคนอีกคนหนึ่ง ก็คือคนที่มีวิชาแก่กล้าคนนั้นแหละครับ!!"
กัปตันวันชนะอ้าปากค้าง ตะลึงลาน!
"คนๆ นั้น คือใคร ?" เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง หน้าตาซีดเผือด
"
เลโอนีดาส ครับผม !!"
"หา...!!!" กัปตันร้องลั่นอีกครั้ง "หัวหน้าขัณฑีหลวงนั่นน่ะเหรอ ?"
"ใช่ครับ"
"ทำไม ? เขามีจุดประสงค์อะไร ถึงทำกับผมแบบนี้ ???" กัปตันทั้งฉงนฉงายทั้งทึ่งและตกใจ
"อันที่จริง เลโอนีดาส แรกเริ่มเดิมทีก็ไม่ใช่คนมีวิชาอะไรหรอกครับ.."
"อ้าว ???"
"แต่เพราะเขาถูกคุณสถาพรเล่นงานอย่างเจ็บแสบตอนที่เขาแอบเข้าไปเป็นสายลับในสหพันธรัฐ จนถึงกับเสียอวัยวะเพศไป คุณสถาพรตัดของเขาขาดเพราะเขาจะล่วงเกินเอวา และหลังจากนั้น สภาพร่างกายก็ไม่ค่อยสมประกอบ สุดท้ายก็เลยกลายเป็นขัณฑีหลวง"
"หา..." กัปตันอุทานเป็นครั้งที่สาม "สถาพร อยู่ทางเหนือจริงๆหรือครับนี่ ?"
"ใช่ครับ" มหาเอกพยักหน้า "อยู่กันครบเลย ทั้งเอวา และบริวารหนุ่มอาข่าทั้งสามคน และตอนนี้ มีพวกเราบางส่วน หนีออกจากจักรวรรดิใต้ไปสมทบกับพวกเขาและชาวสหพันธรัฐเหนือด้วยแล้วหละครับผม"
"แปลกมาก..." กัปตันกล่าวพลางขมวดคิ้ว "เรื่องพวกเขาเหล่านี้ ทำไมผม เหมือนรู้ เหมือนไม่รู้ คละเคล้ากันไป สับสนปนเปยังไงก็ไม่รู้!"
"ตอนที่กัปตันยังพอจะรู้ได้อยู่นั้น จิตของกัปตันยังอยู่กับตัวครับ แต่ถูกครอบงำอย่างหนักทีเดียว จนทำให้กัปตันมีพฤติกรรมที่ผิดแผกแตกต่างไปจากเดิม จากคนที่ใจเย็น สุขุม กลับกลายเป็นคนใจร้อน ขี้โมโห อะไรไม่ถูกใจก็เอะอะโวยวายด่ากราดไปทั่ว ลูกน้องทุกคนโดนหมดครับ!"
"เฮ้ย....!!!" อีกครั้งที่กัปตันวันชนะต้องอุทานออกมาหนักๆ "ผมเปลี่ยนไปถึงขนาดนั้นเลยเหรอ ??" พอถามแล้วก็จ้องมองหน้ามหาเอกด้วยความกังขาสุดกำลัง ไม่อยากจะเชื่อเลยสักนิด
"ครับผม แม้แต่ผมเองก็ยังโดนเลยครับ" มหาเอกกล่าวยิ้มๆ
"โอย....งั้นผมขอโทษๆๆ" กัปตันในสภาพจิตวิญญาณซึ่งเป็นตัวตนคนเดิมรีบระล่ำระลักเอ่ยปากขออภัยกับลูกน้อง "ผมไม่รู้ตัวเลยว่าทำอะไรหรือพูดอะไรออกไปบ้าง คุณเอก"
"ไม่เป็นไรครับกัปตัน ผมเข้าใจดี หลังจากได้รับความเมตตาอนุเคราะห์และคำชี้แนะจากพระอาจารย์แล้ว ผมพบกับท่านในขณะบำเพ็ญสมาธิครับ และท่านมองเห็นว่าจิตวิญญาณของกัปตันอยู่ตรงนี้ ก็เลยพาผมมาหาจนเจอ"
"อืม..." กัปตันพยักหน้าหงึกๆ "เล่าเรื่องของเลโอนีดาสต่อสิครับ เมื่อกี้นี้คุณเอกพูดค้างไว้ว่า ทีแรกเขาไม่ได้มีวิชาอะไร แล้วไงต่อครับ ?"
"อ๋อครับ..." มหาเอกพยักหน้าตอบแล้วอธิบายต่อไป "พอเลโอนีดาสเจ็บปวดกลับไปยังจักรวรรดิใต้ และได้มีโอกาสถวายตัวรับใช้จักรพรรดิเนรอสในฐานะหัวหน้าขัณฑีหลวง ก็ได้รู้จักและสนิทสนมกับเทพพยากรณ์ออเรเคิล จึงขอเป็นศิษย์เรียนวิชาจากนาง หวังจะใช้วิชาอันชั่วช้าสามาณย์จัดการกับสถาพรเพื่อแก้แค้น...และหลังจากที่กัปตันและพวกเราได้ไปถึงดินแดนจักรวรรดิและอยู่ร่วมกับพวกเขา เลโอนีดาสก็ได้สืบรู้ว่า กัปตันคือเพื่อนสนิทเพื่อนรักของสถาพร เป้าหมายของเขาคือ จะทำให้พวกของกัปตัน ก็คือพวกเราที่เดินทางมาตาม และพวกของสถาพรต่อสู้ห้ำหั่นกันให้พินาศไปข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้างให้จงได้ครับ !!"
"โอ้....ร้ายกาจจริงๆ คนๆ นี้" กัปตันรำพึง
"ใช่ครับ....ร้ายกาจมาก และฉลาด ปัญญาดีอีกด้วย เพราะเพียงเวลาผ่านไปไม่นาน เขาก็สามารถฝึกวิชาต่างๆ มากมายจากเทพพยากรณ์ออเรเคิลได้ กัปตันครับผมจะบอกให้...ทีแรกน่ะ เทพพยากรณ์กับบริวารคือผู้ที่ครอบงำบังคับกัปตันให้ทำอะไรๆ ตามที่พวกเขาต้องการเท่านั้น แต่เลโอนีดาส กระทำการซึ่งหนักกว่านั้น ไปไกลกว่านั้น! นั่นคือการสับเปลี่ยนวิญญาณของตัวเองกับวิญญาณของกัปตัน!!"
"แล้วทำไมเขาต้องทำถึงขนาดนั้น ??" กัปตันวันชนะสงสัยอย่างมากมายมหาศาล
"เพราะเขาต้องการเปลี่ยนร่าง! และต้องการความก้าวหน้าต่อไปในอนาคตหากสามารถบรรลุเป้าหมาย คือโค่นล้มสหพันธรัฐแถมกำจัดพวกสถาพรได้ เขาจะได้ผลประโยชน์สองต่อเลยครับ ทั้งได้ล้างแค้น ทั้งได้เสวยสุขต่อไปในจักรวรรดิในฐานะเป็นตัวของกัปตัน ซึ่งเป็นที่โปรดปรานของจักรพรรดิเนรอสอยู่
แต่ที่สำคัญที่สุดสำหรับตัวเขาก็คือ การเปลี่ยนร่าง จะทำให้เขาได้กลับมาเป็นชายโดยสมบูรณ์อีกครั้ง เลโอนีดาสเป็นคนมักมากในกามครับ กัปตัน! ในจิตใจอันต่ำช้าโสมมของเขาคิดแต่จะเสพกามกับพวกผู้หญิงสวยๆ ให้ได้มากที่สุด พวกเราหลายคนที่เป็นผู้หญิงก็ตกอยู่ในเป้าหมายของเขาครับ!!"
"เลว ra ยำจริงๆ !!" กัปตันผรุสวาทเป็นครั้งแรกในสภาวะทางจิต "คิดจะเอาวิญญาณของตัวเองไปสวมร่างผมแล้วไปทำเรื่องชั่วๆ มั่วโลกีย์เนี่ยนะ! สถาพรไม่น่าปล่อยให้คนแบบนี้รอดไปได้เลย ทำไมไม่จัดการเสียให้เด็ดขาด ปกติคนใจร้อน มุทะลุ ห่ามๆ อย่างเขา ไม่ปล่อยศัตรูรอดไปง่ายๆนี่นา แปลกจริงๆ นึกยังไงถึงปล่อยเขาไป!?"
"อันนี้ผมก็ไม่ทราบได้เหมือนกันครับ" มหาเอกยิ้มและส่ายหน้า "บางที คุณสถาพร อาจจะวางเงื่อนไขอะไรสักอย่างไว้ และเงื่อนไขนั้นทำให้เขาจำเป็นต้องปล่อยเลโอนีดาสไป ก็อาจจะเป็นได้ครับ ผมก็คิดเหมือนกัปตัน คือคิดว่า อย่างคุณสถาพร ไม่น่าปล่อยให้เลโอนีดาสลอยนวลไปเหมือนกัน"
"โอเค!" กัปตันพยักหน้า แล้วหันไปไหว้พระมหาเถระ กราบเรียนถาม "หลวงพ่อครับ เมื่อเป็นเช่นนี้ ผมจะทำอย่างไร จึงจะได้ร่างของผมคืน และจะกลับเข้าไปในร่างของผมอีกครั้งหนึ่งได้อย่างไรครับ ?"
"ถ้าได้ร่างนั้นปิ้ก (กลับ) คืนมาแล้ว โดยตี้บ่อมีจิตวิญญาณของไผตี้ไหนเข้าครอบครองอยู่แห๋มแล้ว ก๋ารตี้วิญญาณของเฮาจะปิ้กเข้าไปในร่างแห๋มกำนึ่ง (อีกครั้งหนึ่ง) บ่ใจ้เรื่องยาก ลูกเหย มันก็จะเหมือนวิญญาณตี้ออกจากร่างไปชั่วคราวเวลาเฮาฝันว่าไปหั้นไปนี่ บ่กอง (พอ/ครั้น) ฝันเสร็จแล้ว วิญญาณก็จะปุ้ง (พุ่ง) เข้าไปในร่างนั้นอย่างเก่า อย่างกับว่าร่างนั้นเป๋นแม่เหล็กดูดเข้าไป จ้ะอั้นเนาะ! (อย่างนั้นแหละ) ลูกเหย.."
"อ้อ...ครับผม..." กัปตันพยักหน้าหงึกๆ "ถ้าอย่างนั้นก็หมายความว่า ตอนนี้ ผมต้องหาทางชิงเอาร่างกายเนื้อของผมกลับมา โดยต้องจัดการขับไล่จิตวิญญาณที่ยึดครองกายของผมให้พ้นออกไปให้ได้ ใช่ไหมครับหลวงพ่อ ?"
"ใจ้ละ!"
"งั้นทำไงดีล่ะเนี่ย หลังจากนี้ ? คุณเอก" กัปตันหันไปถามลูกน้อง "ผมทำเองไม่ได้แน่ในสภาวะแบบนี้ตอนนี้ คงได้แต่เป็นวิญญาณล่องลอยไปมา อย่างกับสัมภเวสีเท่านั้น!"
"เรื่องนี้ปล่อยให้ผมหาทางแก้เองครับ ในเมื่อผมรู้ต้นสายปลายเหตุแล้ว ผมก็จะบอกพวกเราทุกคนที่รวมกลุ่มกันได้ตอนนี้ จากนั้นก็ต้องพยายามชิงตัวกัปตันมาให้ได้ละครับ"
"แล้วถ้าในตัวผม ยังมีจิตวิญญาณของเลโอนีดาสครอบครองอยู่ล่ะครับ จะทำไงกัน ?" กัปตันวันชนะยังข้องใจ
"ก็ต้องไล่มันออกครับ!"
"มีคนจ้วยได้อยู่เน้อ....เรื่องนี้" พระมหาเถระกล่าวเสริม
"ใครครับหลวงพ่อ ?" กัปตันถามทันที
"กำเดียวก็ป๊ะละ (เดี๋ยวก็เจอแล้ว) บ่ต้องกั๋วเน้อลูกเน้อ"
"อ้อ...ครับหลวงพ่อ" เขาพยักหน้ารับโดยไม่ซักถามอะไรต่อ เพราะรู้ดีว่าถ้าหลวงพ่อตอบเช่นนี้ก็หมายความว่า ยังไม่อาจเผยให้รู้ได้
"ถึงเวลาที่เราต้องจากกันชั่วคราวก่อนละครับ กัปตัน" มหาเอกกล่าว "แต่ก่อนที่พระอาจารย์และผมจะจากกัปตันไป กัปตันจำเป็นต้องมีอะไรบางอย่างเป็นอาวุธคุ้มครองตัวเองในสภาวะที่เป็นอยู่ตอนนี้ก่อน การที่กัปตันจะล่องลอยไปเรื่อยเปื่อยและไม่มีอะไรปกป้องคุ้มครองตัวเองเลยนั้น อันตรายมากครับ!"
"ทำไมหรือครับ คุณเอก ?"
"เพราะในโลกวิญญาณอย่างที่พวกเรากำลังอยู่ด้วยกันอยู่ตอนนี้ มีจิตวิญญาณที่ชั่วร้ายเป็นอันมาก กัปตันอาจได้รับอันตรายจากพวกนั้นได้ครับ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีสิ่งคุ้มกันครับผม!"
"อะไรหรือครับ ?"
"กัปตัน ท่องคาถาชินบัญชรได้ไหมครับ ?"
"ก็...พอได้อยู่ครับ"
"ไหนลองท่องให้พระอาจารย์และผมฟังหน่อยสิครับ"
กัปตันวันชนะจึงพนมมือแล้วเริ่มสวดออกมาดังๆ ตั้งแต่ต้นจนจบ
"ดีมากครับผม" มหาเอกพยักหน้ากล่าวชมหลังจากกัปตันท่องจบ "กัปตันหมั่นท่องไว้นะครับ บ่อยเท่าไรยิ่งดี เอาละ! เดี๋ยวพระอาจารย์ จะสอนอะไรบางอย่างให้กัปตันนะครับ หลังจากกัปตันได้เรียนและได้ฝึกจนทำได้แล้ว กัปตันก็จะมี
'เขี้ยวเล็บ' ไว้ป้องกันตัวในขณะที่ยังอยู่ในโลกวิญญาณนี้ครับ"
"หืม....เขี้ยวเล็บ อย่างนั้นหรือครับ ? น่าสนใจแฮะ"
"ครับ กัปตัน ฟังพระอาจารย์สอนนะครับผม"
"โอเคครับ!" กัปตันพยักหน้า แล้วหันหน้ามาทางพระมหาเถระ พนมมือรอการ "ถ่ายทอดวิชา"
"ฟังหื้อดีเน้อลูกเน้อ..."
"ครับผม หลวงพ่อ"
"เรียกพระอาจารย์เลยครับ กัปตัน!" มหาเอกกล่าวยิ้มๆ
"อ่า....งั้น ต่อไปนี้ ผมก็เป็นศิษย์ผู้น้องของคุณเอกสินะ!" กัปตันหันมายิ้มให้เช่นกัน แล้วกลับไปมองพระมหาเถระต่อพลางร้องเรียก "พระอาจารย์ครับ"
"อื้ม....บ่อเป๋นหยัง ฮ้องจะใดก็ได้"
"ครับผม เรียกพระอาจารย์เหมือนคุณเอกดีกว่าครับ"
"เอา! อาจ๋ารย์ก็อาจ๋ารย์ !! ฟังหื้อดีเน้อ...."
"ครับ พระอาจารย์"
"ต๋อนนี้ ลูกอยู่ในสภาวะของวิญญาณ วิญญาณนี้เป๋นธาตุลม แต่เพราะว่า ลูกเกยอยู่ในก๋าย ตี้มีธาตุอื่นๆ คือ ธาตุดิน ธาตุน้ำ แล้วก็ธาตุไฟ อยู่ตวยกั๋นมาก่อน ธาตุลมก็เกยเป๋นลมหายใจ๋เข้าหายใจ๋ออก ธาตุไฟก็ยะหื้อก๋ายอบอุ่น ธาตุดินก็จ้วยประคับประคองร่างก๋าย หรือสรีระสังขารเอาไว้ ธาตุน้ำก็ไหลเอิบอาบไปทั่วร่างก๋ายตึงหมด ธาตุต่างๆ หมู่นี้ ถ้าจิตเฮามีก่ำลัง ก็จะสามารถก่ำหน๊ดเอามาใจ้ได้ จะเอานักเอาน้อยเต้าใดก็ได้ ถ้ามีก่ำลัง....เอาละ ก่อนอื่น หื้อว่ากำขอถวายจีวิต (คำขอถวายชีวิต) หื้อองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเฮี๋ยก่อน ก้อยๆ (ค่อยๆ) ว่าโตย (ว่าตาม) อาตมาเน้อ.."
"ครับ พระอาจารย์"
จากนั้น กัปตันวันชนะจึงได้กล่าวคำขอถวายชีวิตเป็นเบื้องต้นก่อน โดยพระมหาเถระกล่าวนำไปทีละท่อนๆ
อะระหัง สัมมา สัมพุทโธ ภะคะวา
พุทธัง ภะคะวันตัง อภิวาเทมิ
(ต่อครับ)
💫🕛💫🚀 แดนศิวิไลซ์ ( หลงกาล ภาค 2 ) ตอนที่ 12 🚀💫🕛💫
บุรุษซึ่งเคยเป็นผู้นำ ที่พึ่ง และที่รักของทุกคน กำลังยืนอยู่ในความมืดมิด รอบกายของเขาไร้ซึ่งแสงสว่างแม้แต่เพียงน้อยนิด เปรียบเสมือนสภาพชีวิตของตนเองที่กำลังเผชิญอยู่อย่างหนักหนาสาหัสในขณะนี้
เขามองไปรอบๆ ตัว พลางทอดถอนใจ
"นี่เราอยู่ที่ไหน ? เราตายไปแล้วหรือ ??"
ฉับพลันก็มีเสียงๆ หนึ่งซึ่งฟังดูคุ้นหู เป็นเสียงของชายมีอายุ แต่ก็ไม่ถึงกับแก่ชรามากนัก ตอบมา โดยดังมาจากข้างหลัง
"ยังบ่อต๋ายเตื้อ...ลูกเหย !!"
เขากลับหลังหัน และทันทีที่มองเห็นว่าผู้ที่มาเป็นใคร เขาก็ทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าพนมมือ ร้องออกไป
"หลวงพ่อ !!"
"อืม....แม่นละ หลวงป้อเอง ลูก..."
ผู้มานั้นคือพระมหาเถระผู้ซึ่งเขาและบรรดาลูกน้องเคยพบมาก่อนแล้ว และยังมีอีกคนหนึ่งตามท่านมาด้วย...
เขาหันไปมอง ทางซ้ายมือของพระมหาเถระ แล้วเบิกตาโพลง ร้องเรียก
"คุณเอก!!"
"ครับ...กัปตัน!" มหาเอกยิ้มและพยักหน้าให้
"นี่มัน...เกิดอะไรขึ้นกันแน่เนี่ย ? ผมงงไปหมดแล้ว แล้วหลวงพ่อมาได้ยังไงครับ ?" กัปตันผู้อยู่ในความมืดมนจริงๆ ทั้งสรีรร่างกาย และจิตวิญญาณเรียนถาม
"ผมบอกให้เองดีกว่านะครับ" มหาเอกยกมือขึ้นเป็นเชิงขออนุญาต เมื่อเห็นกัปตันพยักหน้า จึงเริ่มอธิบายไขความสงสัย
"ตอนนี้ จิตวิญญาณของกัปตัน ได้ออกมาจากร่าง และยังกลับเข้าสู่ร่างไม่ได้ครับผม!!"
"อะไรนะ ???" กัปตันวันชนะร้องอุทานลั่น "วิญญาณของผม ออกมาจากร่าง นี่หมายความว่า ตอนนี้ ขณะนี้ ผม...ซึ่งกำลังพูดคุยกับคุณเอก กับหลวงพ่อ พระอาจารย์ของคุณเอก เป็นเพียงดวงวิญญาณเท่านั้น! งั้นหรือครับ ?"
"แม่นละ" พระมหาเถระพยักหน้าตอบด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นเปี่ยมด้วยเมตตา
"มันเกิดขึ้นได้ยังไงครับผม ?"
"มีคนตี้มีวิชาแก่กล้า เขาสะกดจิตลูกอย่างหนัก จ๋นจิตของลูกมันลุ้ (พัง) ไปหมด สะเลิ้งสะเจิ้ง (เพี้ยน/เบลอ/แตกซ่าน) ไปหมด"
"พระอาจารย์บอกว่ามีคนที่มีวิชาอาคมแก่กล้าสะกดจิตกัปตันอย่างหนักครับ" มหาเอกช่วยอธิบายให้กระจ่างแจ่มแจ้ง "จนกระทั่งจิตของกัปตันอยู่ในสภาพที่เรียกว่า พังไปเลย! กัปตันไม่สามารถเป็นตัวของตัวเองได้ ที่ร้ายยิ่งกว่านั้นคือ ไม่สามารถครอบครองจิตของตนได้อีกด้วย !! จิตวิญญาณจึงหลุดออกมาจากกายเนื้อ และกายเนื้อนั้น ตอนนี้ถูกครอบครองด้วยจิตวิญญาณของคนอีกคนหนึ่ง ก็คือคนที่มีวิชาแก่กล้าคนนั้นแหละครับ!!"
กัปตันวันชนะอ้าปากค้าง ตะลึงลาน!
"คนๆ นั้น คือใคร ?" เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง หน้าตาซีดเผือด
"เลโอนีดาส ครับผม !!"
"หา...!!!" กัปตันร้องลั่นอีกครั้ง "หัวหน้าขัณฑีหลวงนั่นน่ะเหรอ ?"
"ใช่ครับ"
"ทำไม ? เขามีจุดประสงค์อะไร ถึงทำกับผมแบบนี้ ???" กัปตันทั้งฉงนฉงายทั้งทึ่งและตกใจ
"อันที่จริง เลโอนีดาส แรกเริ่มเดิมทีก็ไม่ใช่คนมีวิชาอะไรหรอกครับ.."
"อ้าว ???"
"แต่เพราะเขาถูกคุณสถาพรเล่นงานอย่างเจ็บแสบตอนที่เขาแอบเข้าไปเป็นสายลับในสหพันธรัฐ จนถึงกับเสียอวัยวะเพศไป คุณสถาพรตัดของเขาขาดเพราะเขาจะล่วงเกินเอวา และหลังจากนั้น สภาพร่างกายก็ไม่ค่อยสมประกอบ สุดท้ายก็เลยกลายเป็นขัณฑีหลวง"
"หา..." กัปตันอุทานเป็นครั้งที่สาม "สถาพร อยู่ทางเหนือจริงๆหรือครับนี่ ?"
"ใช่ครับ" มหาเอกพยักหน้า "อยู่กันครบเลย ทั้งเอวา และบริวารหนุ่มอาข่าทั้งสามคน และตอนนี้ มีพวกเราบางส่วน หนีออกจากจักรวรรดิใต้ไปสมทบกับพวกเขาและชาวสหพันธรัฐเหนือด้วยแล้วหละครับผม"
"แปลกมาก..." กัปตันกล่าวพลางขมวดคิ้ว "เรื่องพวกเขาเหล่านี้ ทำไมผม เหมือนรู้ เหมือนไม่รู้ คละเคล้ากันไป สับสนปนเปยังไงก็ไม่รู้!"
"ตอนที่กัปตันยังพอจะรู้ได้อยู่นั้น จิตของกัปตันยังอยู่กับตัวครับ แต่ถูกครอบงำอย่างหนักทีเดียว จนทำให้กัปตันมีพฤติกรรมที่ผิดแผกแตกต่างไปจากเดิม จากคนที่ใจเย็น สุขุม กลับกลายเป็นคนใจร้อน ขี้โมโห อะไรไม่ถูกใจก็เอะอะโวยวายด่ากราดไปทั่ว ลูกน้องทุกคนโดนหมดครับ!"
"เฮ้ย....!!!" อีกครั้งที่กัปตันวันชนะต้องอุทานออกมาหนักๆ "ผมเปลี่ยนไปถึงขนาดนั้นเลยเหรอ ??" พอถามแล้วก็จ้องมองหน้ามหาเอกด้วยความกังขาสุดกำลัง ไม่อยากจะเชื่อเลยสักนิด
"ครับผม แม้แต่ผมเองก็ยังโดนเลยครับ" มหาเอกกล่าวยิ้มๆ
"โอย....งั้นผมขอโทษๆๆ" กัปตันในสภาพจิตวิญญาณซึ่งเป็นตัวตนคนเดิมรีบระล่ำระลักเอ่ยปากขออภัยกับลูกน้อง "ผมไม่รู้ตัวเลยว่าทำอะไรหรือพูดอะไรออกไปบ้าง คุณเอก"
"ไม่เป็นไรครับกัปตัน ผมเข้าใจดี หลังจากได้รับความเมตตาอนุเคราะห์และคำชี้แนะจากพระอาจารย์แล้ว ผมพบกับท่านในขณะบำเพ็ญสมาธิครับ และท่านมองเห็นว่าจิตวิญญาณของกัปตันอยู่ตรงนี้ ก็เลยพาผมมาหาจนเจอ"
"อืม..." กัปตันพยักหน้าหงึกๆ "เล่าเรื่องของเลโอนีดาสต่อสิครับ เมื่อกี้นี้คุณเอกพูดค้างไว้ว่า ทีแรกเขาไม่ได้มีวิชาอะไร แล้วไงต่อครับ ?"
"อ๋อครับ..." มหาเอกพยักหน้าตอบแล้วอธิบายต่อไป "พอเลโอนีดาสเจ็บปวดกลับไปยังจักรวรรดิใต้ และได้มีโอกาสถวายตัวรับใช้จักรพรรดิเนรอสในฐานะหัวหน้าขัณฑีหลวง ก็ได้รู้จักและสนิทสนมกับเทพพยากรณ์ออเรเคิล จึงขอเป็นศิษย์เรียนวิชาจากนาง หวังจะใช้วิชาอันชั่วช้าสามาณย์จัดการกับสถาพรเพื่อแก้แค้น...และหลังจากที่กัปตันและพวกเราได้ไปถึงดินแดนจักรวรรดิและอยู่ร่วมกับพวกเขา เลโอนีดาสก็ได้สืบรู้ว่า กัปตันคือเพื่อนสนิทเพื่อนรักของสถาพร เป้าหมายของเขาคือ จะทำให้พวกของกัปตัน ก็คือพวกเราที่เดินทางมาตาม และพวกของสถาพรต่อสู้ห้ำหั่นกันให้พินาศไปข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้างให้จงได้ครับ !!"
"โอ้....ร้ายกาจจริงๆ คนๆ นี้" กัปตันรำพึง
"ใช่ครับ....ร้ายกาจมาก และฉลาด ปัญญาดีอีกด้วย เพราะเพียงเวลาผ่านไปไม่นาน เขาก็สามารถฝึกวิชาต่างๆ มากมายจากเทพพยากรณ์ออเรเคิลได้ กัปตันครับผมจะบอกให้...ทีแรกน่ะ เทพพยากรณ์กับบริวารคือผู้ที่ครอบงำบังคับกัปตันให้ทำอะไรๆ ตามที่พวกเขาต้องการเท่านั้น แต่เลโอนีดาส กระทำการซึ่งหนักกว่านั้น ไปไกลกว่านั้น! นั่นคือการสับเปลี่ยนวิญญาณของตัวเองกับวิญญาณของกัปตัน!!"
"แล้วทำไมเขาต้องทำถึงขนาดนั้น ??" กัปตันวันชนะสงสัยอย่างมากมายมหาศาล
"เพราะเขาต้องการเปลี่ยนร่าง! และต้องการความก้าวหน้าต่อไปในอนาคตหากสามารถบรรลุเป้าหมาย คือโค่นล้มสหพันธรัฐแถมกำจัดพวกสถาพรได้ เขาจะได้ผลประโยชน์สองต่อเลยครับ ทั้งได้ล้างแค้น ทั้งได้เสวยสุขต่อไปในจักรวรรดิในฐานะเป็นตัวของกัปตัน ซึ่งเป็นที่โปรดปรานของจักรพรรดิเนรอสอยู่ แต่ที่สำคัญที่สุดสำหรับตัวเขาก็คือ การเปลี่ยนร่าง จะทำให้เขาได้กลับมาเป็นชายโดยสมบูรณ์อีกครั้ง เลโอนีดาสเป็นคนมักมากในกามครับ กัปตัน! ในจิตใจอันต่ำช้าโสมมของเขาคิดแต่จะเสพกามกับพวกผู้หญิงสวยๆ ให้ได้มากที่สุด พวกเราหลายคนที่เป็นผู้หญิงก็ตกอยู่ในเป้าหมายของเขาครับ!!"
"เลว ra ยำจริงๆ !!" กัปตันผรุสวาทเป็นครั้งแรกในสภาวะทางจิต "คิดจะเอาวิญญาณของตัวเองไปสวมร่างผมแล้วไปทำเรื่องชั่วๆ มั่วโลกีย์เนี่ยนะ! สถาพรไม่น่าปล่อยให้คนแบบนี้รอดไปได้เลย ทำไมไม่จัดการเสียให้เด็ดขาด ปกติคนใจร้อน มุทะลุ ห่ามๆ อย่างเขา ไม่ปล่อยศัตรูรอดไปง่ายๆนี่นา แปลกจริงๆ นึกยังไงถึงปล่อยเขาไป!?"
"อันนี้ผมก็ไม่ทราบได้เหมือนกันครับ" มหาเอกยิ้มและส่ายหน้า "บางที คุณสถาพร อาจจะวางเงื่อนไขอะไรสักอย่างไว้ และเงื่อนไขนั้นทำให้เขาจำเป็นต้องปล่อยเลโอนีดาสไป ก็อาจจะเป็นได้ครับ ผมก็คิดเหมือนกัปตัน คือคิดว่า อย่างคุณสถาพร ไม่น่าปล่อยให้เลโอนีดาสลอยนวลไปเหมือนกัน"
"โอเค!" กัปตันพยักหน้า แล้วหันไปไหว้พระมหาเถระ กราบเรียนถาม "หลวงพ่อครับ เมื่อเป็นเช่นนี้ ผมจะทำอย่างไร จึงจะได้ร่างของผมคืน และจะกลับเข้าไปในร่างของผมอีกครั้งหนึ่งได้อย่างไรครับ ?"
"ถ้าได้ร่างนั้นปิ้ก (กลับ) คืนมาแล้ว โดยตี้บ่อมีจิตวิญญาณของไผตี้ไหนเข้าครอบครองอยู่แห๋มแล้ว ก๋ารตี้วิญญาณของเฮาจะปิ้กเข้าไปในร่างแห๋มกำนึ่ง (อีกครั้งหนึ่ง) บ่ใจ้เรื่องยาก ลูกเหย มันก็จะเหมือนวิญญาณตี้ออกจากร่างไปชั่วคราวเวลาเฮาฝันว่าไปหั้นไปนี่ บ่กอง (พอ/ครั้น) ฝันเสร็จแล้ว วิญญาณก็จะปุ้ง (พุ่ง) เข้าไปในร่างนั้นอย่างเก่า อย่างกับว่าร่างนั้นเป๋นแม่เหล็กดูดเข้าไป จ้ะอั้นเนาะ! (อย่างนั้นแหละ) ลูกเหย.."
"อ้อ...ครับผม..." กัปตันพยักหน้าหงึกๆ "ถ้าอย่างนั้นก็หมายความว่า ตอนนี้ ผมต้องหาทางชิงเอาร่างกายเนื้อของผมกลับมา โดยต้องจัดการขับไล่จิตวิญญาณที่ยึดครองกายของผมให้พ้นออกไปให้ได้ ใช่ไหมครับหลวงพ่อ ?"
"ใจ้ละ!"
"งั้นทำไงดีล่ะเนี่ย หลังจากนี้ ? คุณเอก" กัปตันหันไปถามลูกน้อง "ผมทำเองไม่ได้แน่ในสภาวะแบบนี้ตอนนี้ คงได้แต่เป็นวิญญาณล่องลอยไปมา อย่างกับสัมภเวสีเท่านั้น!"
"เรื่องนี้ปล่อยให้ผมหาทางแก้เองครับ ในเมื่อผมรู้ต้นสายปลายเหตุแล้ว ผมก็จะบอกพวกเราทุกคนที่รวมกลุ่มกันได้ตอนนี้ จากนั้นก็ต้องพยายามชิงตัวกัปตันมาให้ได้ละครับ"
"แล้วถ้าในตัวผม ยังมีจิตวิญญาณของเลโอนีดาสครอบครองอยู่ล่ะครับ จะทำไงกัน ?" กัปตันวันชนะยังข้องใจ
"ก็ต้องไล่มันออกครับ!"
"มีคนจ้วยได้อยู่เน้อ....เรื่องนี้" พระมหาเถระกล่าวเสริม
"ใครครับหลวงพ่อ ?" กัปตันถามทันที
"กำเดียวก็ป๊ะละ (เดี๋ยวก็เจอแล้ว) บ่ต้องกั๋วเน้อลูกเน้อ"
"อ้อ...ครับหลวงพ่อ" เขาพยักหน้ารับโดยไม่ซักถามอะไรต่อ เพราะรู้ดีว่าถ้าหลวงพ่อตอบเช่นนี้ก็หมายความว่า ยังไม่อาจเผยให้รู้ได้
"ถึงเวลาที่เราต้องจากกันชั่วคราวก่อนละครับ กัปตัน" มหาเอกกล่าว "แต่ก่อนที่พระอาจารย์และผมจะจากกัปตันไป กัปตันจำเป็นต้องมีอะไรบางอย่างเป็นอาวุธคุ้มครองตัวเองในสภาวะที่เป็นอยู่ตอนนี้ก่อน การที่กัปตันจะล่องลอยไปเรื่อยเปื่อยและไม่มีอะไรปกป้องคุ้มครองตัวเองเลยนั้น อันตรายมากครับ!"
"ทำไมหรือครับ คุณเอก ?"
"เพราะในโลกวิญญาณอย่างที่พวกเรากำลังอยู่ด้วยกันอยู่ตอนนี้ มีจิตวิญญาณที่ชั่วร้ายเป็นอันมาก กัปตันอาจได้รับอันตรายจากพวกนั้นได้ครับ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีสิ่งคุ้มกันครับผม!"
"อะไรหรือครับ ?"
"กัปตัน ท่องคาถาชินบัญชรได้ไหมครับ ?"
"ก็...พอได้อยู่ครับ"
"ไหนลองท่องให้พระอาจารย์และผมฟังหน่อยสิครับ"
กัปตันวันชนะจึงพนมมือแล้วเริ่มสวดออกมาดังๆ ตั้งแต่ต้นจนจบ
"ดีมากครับผม" มหาเอกพยักหน้ากล่าวชมหลังจากกัปตันท่องจบ "กัปตันหมั่นท่องไว้นะครับ บ่อยเท่าไรยิ่งดี เอาละ! เดี๋ยวพระอาจารย์ จะสอนอะไรบางอย่างให้กัปตันนะครับ หลังจากกัปตันได้เรียนและได้ฝึกจนทำได้แล้ว กัปตันก็จะมี 'เขี้ยวเล็บ' ไว้ป้องกันตัวในขณะที่ยังอยู่ในโลกวิญญาณนี้ครับ"
"หืม....เขี้ยวเล็บ อย่างนั้นหรือครับ ? น่าสนใจแฮะ"
"ครับ กัปตัน ฟังพระอาจารย์สอนนะครับผม"
"โอเคครับ!" กัปตันพยักหน้า แล้วหันหน้ามาทางพระมหาเถระ พนมมือรอการ "ถ่ายทอดวิชา"
"ฟังหื้อดีเน้อลูกเน้อ..."
"ครับผม หลวงพ่อ"
"เรียกพระอาจารย์เลยครับ กัปตัน!" มหาเอกกล่าวยิ้มๆ
"อ่า....งั้น ต่อไปนี้ ผมก็เป็นศิษย์ผู้น้องของคุณเอกสินะ!" กัปตันหันมายิ้มให้เช่นกัน แล้วกลับไปมองพระมหาเถระต่อพลางร้องเรียก "พระอาจารย์ครับ"
"อื้ม....บ่อเป๋นหยัง ฮ้องจะใดก็ได้"
"ครับผม เรียกพระอาจารย์เหมือนคุณเอกดีกว่าครับ"
"เอา! อาจ๋ารย์ก็อาจ๋ารย์ !! ฟังหื้อดีเน้อ...."
"ครับ พระอาจารย์"
"ต๋อนนี้ ลูกอยู่ในสภาวะของวิญญาณ วิญญาณนี้เป๋นธาตุลม แต่เพราะว่า ลูกเกยอยู่ในก๋าย ตี้มีธาตุอื่นๆ คือ ธาตุดิน ธาตุน้ำ แล้วก็ธาตุไฟ อยู่ตวยกั๋นมาก่อน ธาตุลมก็เกยเป๋นลมหายใจ๋เข้าหายใจ๋ออก ธาตุไฟก็ยะหื้อก๋ายอบอุ่น ธาตุดินก็จ้วยประคับประคองร่างก๋าย หรือสรีระสังขารเอาไว้ ธาตุน้ำก็ไหลเอิบอาบไปทั่วร่างก๋ายตึงหมด ธาตุต่างๆ หมู่นี้ ถ้าจิตเฮามีก่ำลัง ก็จะสามารถก่ำหน๊ดเอามาใจ้ได้ จะเอานักเอาน้อยเต้าใดก็ได้ ถ้ามีก่ำลัง....เอาละ ก่อนอื่น หื้อว่ากำขอถวายจีวิต (คำขอถวายชีวิต) หื้อองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเฮี๋ยก่อน ก้อยๆ (ค่อยๆ) ว่าโตย (ว่าตาม) อาตมาเน้อ.."
"ครับ พระอาจารย์"
จากนั้น กัปตันวันชนะจึงได้กล่าวคำขอถวายชีวิตเป็นเบื้องต้นก่อน โดยพระมหาเถระกล่าวนำไปทีละท่อนๆ
อะระหัง สัมมา สัมพุทโธ ภะคะวา
พุทธัง ภะคะวันตัง อภิวาเทมิ
(ต่อครับ)