💫🕛💫🚀 แดนศิวิไลซ์ ( หลงกาล ภาค 2 ) ตอนที่ 20 🚀💫🕛💫

กระทู้คำถาม

มีคำกล่าวของโบราณเมธีว่า หากผู้ใดเคยมีอธิการอันได้สั่งสมมาแล้วในอดีตชาติ สิ่งที่สั่งสมมานั้นก็จะตามติดมาด้วยในชาติภพปัจจุบัน...และดูเหมือนว่ากัปตันวันชนะก็เป็นเช่นนั้น...ในขณะนี้...โดยการชักนำของมหาเอก ผู้เป็นเสมือนคนที่กำลังพลิกหรือฟื้นฟูสิ่งที่หลบซ่อนอยู่ในตัวของกัปตันผู้เป็นเจ้านาย กระตุ้นให้ตื่นจากความหลับใหล เหมือนคนที่กำลังจุดตะเกียงที่เคยส่องแสงสว่างในอดีตแต่ดับอยู่ในปัจจุบันให้สว่างขึ้นมาอีกครั้ง!...

กัปตันวันชนะ เริ่มสัมผัสพานพบกับสิ่งที่เรียกว่า ขณิกสมาธิ เริ่มมองเห็นบางสิ่งบางอย่างทั้งๆที่ตนเองกำลังหลับตา เป็นต้นว่า เห็นแสงไฟถูกจุดขึ้นมาจากเทียนเล่มหนึ่งบ้าง เห็นควันธูปลอยอย่างอ้อยอิ่งบ้าง เห็นควันไฟบ้าง เห็นม่านหมอกบ้าง แต่พอเขาเกิดสนใจขึ้นมาและเผลอไปเพ่งมองเข้าเท่านั้น มันก็ปลาสนาการหายไปทันที เหลือแต่ความมืดสนิท ครั้นเขาตั้งใจมั่นบำเพ็ญสมาธิต่อไปจนจิตเริ่มนิ่ง สิ่งเหล่านั้นก็กลับมาให้เห็นอีก บางทีก็ได้กลิ่นหอมแปลกๆ ซึ่งไม่เคยได้กลิ่นมาก่อนและบอกไม่ได้ว่ามันเป็นกลิ่นของอะไรกันแน่...และรู้สึกกายสั่นไหวโคลงเคลง หูเหมือนว่าจะเพิ่มขีดความสามารถได้ยินสรรพเสียงต่างๆ ในธรรมชาติรอบตัวชัดกว่าเดิมและไกลออกไปมากกว่าเดิม!

และแล้ว ก็เหมือนว่า ได้ยินเสียงแว่วๆ ราวกับว่ามาแต่ไกล แต่ยังไม่ชัด เปรียบได้กับการเปิดเครื่องรับวิทยุรับสัญญาณคลื่นความถี่บางย่านที่ไม่ชัดเจน มีสัญญาณรบกวนอยู่ แต่ก็พอจะได้ยินและทราบความได้อย่างปะติดปะต่อ ที่แน่ๆ เป็นเสียงที่เขารู้จักและคุ้นเคย!

"....กัป....กัปตัน...กัปตัน....ครับ....ได้...ได้ยิน...ผม...ไหม...ครับ....กัป...ตัน...?"

เขาเผลอขมวดคิ้ว พุ่งจิตมุ่งความสนใจไปหาโสตสัมผัสนั้นทันที! และพอไปเพ่งความสนใจเข้า มันก็เหมือนกับภาพนิมิตรอย่างเช่นแสงไฟจากเทียนหรือควันธูปควันไฟเหล่านั้น คือเสียงนั้นหายไปเลย! ไม่ได้ยินอะไรอีก มีแต่ความเงียบ!

แต่ทันใดนั้น เขาก็เกือบสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงลูกน้องซึ่งนั่งอยู่ข้างๆตน พูดขึ้นมา

"กัปตันทำได้ดีแล้วครับ! เพียงแต่เผลอเพ่งจิตไปจับสิ่งที่สัมผัส กัปตันไม่ต้องไปสนใจมันสิครับ! ปล่อยมัน! เห็นอะไรก็เห็นไป ได้กลิ่นอะไรก็ได้กลิ่นไป ได้ยินอะไรก็ได้ยินไป แต่อย่าไปสนใจ เฉยไว้ครับ! เฉยอย่างเดียว สนใจแต่ลมหายใจเข้าออกอย่างเดียวครับ ลองใหม่ครับกัปตัน!"

"โอเค..." กัปตันตอบออกมาเบาๆ ก่อนจะเงียบเสียงไป เริ่มภาวนาจิตใหม่อีกครั้ง...

ราวสิบกว่านาทีผ่านไป สิ่งสัมผัสเหล่านั้นกลับมาอีกครั้ง คราวนี้กัปตันพยายามทำตามที่มหาเอกแนะนำ คือไม่ใส่ใจกับมัน...

และเขาก็ได้พบว่า เมื่อเขาไม่ใส่ใจ เฉยเสีย นิมิตรเหล่านั้น ก็กลับตั้งอยู่ได้นาน! พอลองเพ่งมันปุ๊บ มันก็สลายหายไป พอไม่ใส่ใจมัน มันก็กลับมาอีก!

"มาทดสอบเราล่ะสินะ!" เขานึกในใจ

"ถูกต้องครับ กัปตัน!" เสียงมหาเอกตอบสวนมาทันที แต่คราวนี้เขาไม่ได้พูด!

"หืมม..???" กัปตันออกอาการหูผึ่ง เกือบจะส่งเสียงออกมา แต่ยั้งไว้ทัน จึงเป็นการ "หือ" ในใจ แล้วเงียบ ทำสมาธิต่อไป...

เงียบ...ไปอีกชั่วขณะ แล้วเขาก็แว่วเสียงลูกน้องเข้ามาทางจิตอย่างแผ่วเบา แต่ก็ชัดเจนพอ!

"เยี่ยมมากครับ กัปตัน จิตนิ่งไว้นะครับ อย่าเพิ่งคิดตอบอะไรผม"

แต่เขาก็เผลอตอบ "โอเค" ไปแล้ว! และพอรู้ตัวว่าเผลอไป เขาก็เริ่มตั้งสติใหม่...

เวลาผ่านไป...นานกว่าเดิม...ทุกอย่างสงบเงียบ...

ฉับพลัน! ท่ามกลางความมืด เขาได้ยินอีกเสียงหนึ่งซึ่งคุ้นเคยเช่นกัน

"คุณพ่อคับ"

"แจ๊ค!"  กัปตันตอบในใจ รู้สึกตื่นเต้นอย่างช่วยไม่ได้ แต่ก็พยายามทำจิตให้นิ่งไว้มากที่สุด

ครู่หนึ่งผ่านไป เสียงเด็กชายน้อยพูดมาอีก

"แอนดี้กำลังจะมาหาคุณพ่อแล้ว ไม่ต้องห่วงนะคับ!"

คราวนี้กัปตันเผลอพยักหน้า! เขาจึงออกจากสมาธิโดยทันที!

และพอหันไปมองมหาเอก ก็เห็นเขานั่งมองตนเองยิ้มอยู่แล้ว!

"ว้า! แย่จริงๆเลยผมนี่!" กัปตันยิ้มแหยๆ ยกมือข้างหนึ่งขึ้นเกาหัวแกรกๆ

"ก็ไม่แย่นะครับผม ดูโน่นครับ!" มหาเอกตอบ ยิ้มให้เจ้านายแล้วลุกขึ้นยืน ชี้มือขึ้นไปบนฟ้าทางทิศเหนือ!

กัปตันแหงนหน้าขึ้นมอง แล้วก็เบิกตากว้าง อุทานออกมาอย่างตื่นเต้น

"เฮ้ย! THE FUGITIVE นี่นา !! มาได้ยังไง !!???"

ยานคู่ชีพของเขา ลอยแหวกกลุ่มเมฆเบื้องบนปรากฏให้เห็นอย่างชัดแจ้ง! และค่อยๆ ลอยมาอยู่เหนือศีรษะของเขาและมหาเอก จากนั้นปล่อยลำแสงสีขาวนวลลงมาจากใต้ท้องยาน พร้อมกับร่างๆ หนึ่งซึ่งคุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดี !

"แอนดี้ !!" กัปตันร้องเรียกเขาด้วยความดีใจ

"สวัสดีครับเจ้านาย สวัสดีครับคุณเอก" แอนดี้กล่าวทักทายขณะที่กำลังลอยตัวลงมาสู่พื้น และพอสองเท้าของเขาเหยียบลงบนผืนทรายแล้ว ยาน THE FUGITIVE ก็บินกลับเข้าไปในหมู่เมฆ หายไปทันที!

"นายมาได้ไงนี่ ? ใครสั่งให้มา และ ใครเป็นคนขับยาน ?" กัปตันยิงคำถามรัวใส่

"มาได้ไง ก็มากับ THE FUGITIVE ไงครับ!" แอนดี้ตอบพร้อมกับยักคิ้วเท่ๆ กวนๆ ให้เจ้านาย

"มาถึงก็ออกลีลาชวนให้ถีบ!" มหาเอกพูดแล้วยิ้ม

แอนดี้ยิ้มตอบ แล้วเฉลยคำถามต่อ "นายหญิงสั่งให้ผมมาครับ ส่วนคนขับยานก็คือ คุณเล็ก ครับผม"

"อ้อ...ให้เมียมาส่ง!" กัปตันพยักหน้าหงึก

"ครับผม เจ้านาย"

"พวกเค้ารู้ได้ยังไงว่า พวกเราอยู่ที่นี่ มาถูกได้ไง ในเมื่อไม่เคยมีใครรู้พิกัดของที่นี่มาก่อน ?"

"พวกเราไม่มีใครรู้หรอกครับ แต่ได้ความช่วยเหลือจากเพื่อนๆ ของนายหญิงครับผม" แอนดี้เฉลยปริศนา

"เฮ้ย! เพื่อนๆ ของนายหญิง งั้นเหรอ ?" กัปตันย้อนถาม

"ใช่ครับผม"

"นายหมายถึง ชาว เนโอโซรอสเหรอ แอนดี้ ??" มหาเอกถามบ้าง

"ใช่ครับผม" แอนดี้พยักหน้า "นายหญิงเป็นคนติดต่อกับพวกเขา และได้พิกัดของที่นี่จากพวกเขาครับ"

"โอ้โฮ....สุดยอดเลยแอนดี้!" มหาเอกยกนิ้วโป้งให้

"นานแล้วนะเนี่ย ที่เราไม่ได้ติดต่อกับพวกเขา" กัปตันพูดเหมือนรำพึงกับตัวเอง

"พวกเขาติดตามดูความเคลื่อนไหวของพวกเราอยู่ตลอดเวลาครับเจ้านาย ไม่ว่าพวกเราจะไปที่ไหน ณ เวลาใดก็ตามครับ!"

"อืม...ได้ยินอย่างนี้แล้วรู้สึกอุ่นใจดีจัง แล้วรู้ได้ไง ว่าพวกเราทางนี้ กำลังต้องการให้นายมาช่วย ?"

"ก็เป็นผลจากการสื่อสารทางจิตไงครับ" แอนดี้เฉลยต่อไป "กระแสจิตของเจ้านายกับคุณเอก รับรู้ได้โดยนายน้อยกับนายหญิงน้อยครับ ทั้งสองก็เลยบอกกับนายหญิง นายหญิงจึงติดต่อกับเพื่อนๆ จากข้างบนโน้น" นายน้อยและนายหญิงน้อยที่แอนดี้กล่าวถึงก็คือ เด็กชายแจ๊คกับสาวแอนนานั่นเอง

"โอ้! การสื่อสารทางจิต มันไวขนาดนี้เลยเหรอ ?" กัปตันรู้สึกทึ่งเป็นล้นพ้น "แป๊บเดียวเนี่ยนะ ?"

"ครับเจ้านาย แป๊บเดียวก็เกินพอครับถ้าพวกเขาอยู่ไม่ไกลจากเรา ขนาดพวกเขาอยู่ที่เนโอโซรอส นายหญิงยังเคยติดต่อกับพวกเขามาแล้วนี่ครับในเหตุการณ์ครั้งก่อนที่พวกเราขอความช่วยเหลือจากพวกเขา และพวกเขาต้องประชุมสภาแห่งดวงดาวเพื่อลงมติกัน"

"อืม...จำได้ๆ แอนดี้" กัปตันพยักหน้าหงึกๆ แต่แล้วก็เกิดข้อสงสัยขึ้นมาใหม่ จึงถามอีก "เดี๋ยวก่อนนะ แอนดี้! ฉันกับคุณเอก เพิ่งแค่เริ่มฝึกสมาธิกันยังไม่นานเท่าไรเลย เราสองคนยังไม่ได้พูดคุยทางจิตกับแอนนาและน้องแจ๊คนี่นา ในเมื่อยังไม่ได้ติดต่อสื่อสารกันแล้วพวกเขาจะรู้ได้ไง ?"

"ไม่จำเป็นหรอกครับ กัปตัน" มหาเอกเป็นคนชิงตอบแทนแอนดี้

"ทำไมล่ะครับคุณเอก ?" กัปตันหันไปถามเขาทันทีด้วยความข้องใจ

"สองคนนั่นมีพลังจิตสูงอยู่แล้วครับ ผมว่าพวกเขาอาจสามารถทราบวาระจิตของคนอื่นได้ กัปตันจำได้ไหมครับ ก่อนหน้าที่กัปตันจะออกจากสมาธิ อะไรเกิดขึ้น ??" มหาเอกอธิบายและตามด้วยคำถามด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

"อืม...ผมได้ยินเสียงน้องแจ๊ค พอเรียกชื่อเค้าๆ ก็เงียบไปครู่หนึ่ง แล้วก็ส่งเสียงมาอีก บอกผมว่า แอนดี้กำลังจะมาแล้ว ไม่ต้องห่วง หลังจากนั้นผมก็เผลอตัวพยักหน้า แล้วก็เลยออกจากสมาธิ"

"นั่นไงครับคือข้อพิสูจน์! เค้ารู้เรื่องหมดแล้ว เพราะทราบวาระจิตของกัปตันหลังจากได้สัมผัสจิตของกัปตันแล้ว"

"แต่ผมก็ไม่ได้ตั้งใจเรียกหาเค้าหรือว่าแอนนา หรือว่าใครๆ เลยนี่ครับ กำลังพยายามทำสมาธิตามคำแนะนำของคุณเอกอยู่นะตอนนั้น ? มันจะบังเอิญว่าเค้าส่งกระแสจิตมาหาเราพอดีงั้นเหรอครับ ? ฟลุ๊คเกินไปมั้ง ??"

"ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกครับ" มหาเอกส่ายหน้าทีหนึ่งพร้อมกับยิ้มแล้วไขความกระจ่างให้เจ้านายต่อ "ในขณะที่กัปตันกำลังพากเพียรจิตอยู่นั้น ผมก็ส่งกระแสจิตไปหาพวกเขาก่อนแล้วครับ"

"อ้อ! ยังงี้นี่เอง เข้าใจละ!" กัปตันพยักหน้าสองสามครั้งก่อนจะกล่าวต่อ "งั้นพวกเค้าก็คงทราบวาระจิตของคุณเอก ได้รู้เรื่องจากคุณเอกมาก่อนแล้ว"

"ใช่ครับกัปตัน ตอนที่พวกเค้าสองคนเจอผมทางจิต ผมไม่ทันได้พูดอะไรเลยด้วยซ้ำ น้องแอนก็พูดออกมาเลยว่า พวกพี่ๆ กำลังต้องการความช่วยเหลือจากแอนดี้อยู่นี่นา! แค่นี้เอง แล้วน้องก็บอกให้ผมรีบกลับ เค้าจะไปบอกคุณเอ็มให้ส่งแอนดี้มา"

"เรื่องพลังจิตนี่เหลือเชื่อจริงๆ..." กัปตันพูดเหมือนรำพึง แล้วหันไปซักถามลูกน้องคนเก่งต่อ "โอเค! แอนดี้ เป็นอันว่า นายมาร่วมกับพวกเราทางนี้แล้ว ขอถามหน่อย เหตุการณ์ทางโน้นเป็นไงบ้าง มีอะไรน่าห่วงไหม ?"

"ตอนนี้ยังไม่มีอะไรมากครับเจ้านาย ฝ่ายพวกจักรวรรดิก็ดูเงียบๆ อยู่ ไม่เห็นมีการเคลื่อนไหวอะไร ไม่มีการบุกรุกข้ามเขตแดนเข้ามาในสหพันธรัฐ เหมือนต่างฝ่ายต่างอยู่กันไปน่ะครับ"

"อืม...สงบกันอยู่ ว่างั้น" มหาเอกกล่าวบ้าง

"ครับ คุณเอก"

"ก็ไม่แน่ พวกนั้นอาจจะกำลังวางแผนทำอะไรสักอย่างอยู่ก็ได้ พวกเราทางโน้นก็ต้องไม่ประมาทกัน" กัปตันว่า

"ครับเจ้านาย ทางท่านอิบิคัสและท่านเซบาสเต็นก็คอยสั่งการให้ระแวดระวังสืบข่าวกันอยู่ตลอดเวลาครับ ที่แน่ๆ คือ พวกเราทางโน้นขณะนี้ ไม่มีปัญหาใดๆ กันเลยครับ"

"โอเค!" กัปตันกล่าวแล้วยกมือตบไหล่ลูกน้องคนเก่ง "งั้น ตอนนี้ นายคงรู้แล้วนะ ว่านายมานี่แล้วต้องทำอะไร"

"ทราบแล้วครับเจ้านาย ผมต้องร่วมกับพวกเรา ช่วยรักษาท่านไดโอเซนัสอีกคน"

"เยี่ยม! งั้น ตอนนี้ เราไปกันเลย!"

"ครับ เจ้านาย"

กัปตันวันชนะและมหาเอกพาแอนดี้ไปหากลุ่ม "หมอ" ซึ่งกำลังหาทางรักษาให้กับไดโอเซนัสบริเวณหน้ากระท่อมของเขาทันที

ทั้งสามคนเดินไปถึงที่นั้น และพบว่ามีการกางเต็นท์ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดใหญ่ มีลักษณะโปร่งใสและโปร่งแสง มองเห็นไดโอเซนัสนอนคว่ำหน้าอยู่บนเตียง บริเวณแผ่นหลังถูกผ่าตัดเปิดอยู่ จึงพากันเข้าไปข้างใน

พอ "คณะแพทย์" ทุกคนได้เห็นแอนดี้เดินมาพร้อมกับกัปตันและมหาเอก ต่างก็พากันทั้งดีใจและแปลกใจว่าแอนดี้มาได้อย่างไร สาวจอยอ้าปากกำลังจะถาม แต่ถูกกัปตันยกมือเบรคไว้

"อย่าเพิ่งถามอะไรตอนนี้ครับคุณจอย ผมถามก่อน ตอนนี้ท่านผู้อาวุโสเป็นไงบ้าง และหาช่องทางรักษาท่านไปถึงไหนแล้ว ?"

"อ่า...ตอนนี้ท่านหลับอยู่ค่ะกัปตัน การผ่าตัดก็ยังค้างอยู่ เราช่วยกันกางเต็นท์นี่ล้อมเตียงไว้ เพื่อป้องกันมิให้สัตว์หรือแมลงอะไรเข้ามา และป้องกันการติดเชื้ออะไรอย่างอื่นด้วยค่ะ" สาวจอยในชุด "หมอผ่าตัด" เต็มอัตราศึกกล่าวตอบ

"โอเคครับ แล้วการรักษาล่ะ ?"

"เรามีปัญหาเรื่องเส้นประสาทไขสันหลังของท่านไดโอเซนัสค่ะ อุปกรณ์บางอย่างที่จำเป็น มีไม่ครบ โดยเฉพาะการเชื่อมต่อประสานเส้นประสาทที่เล็กละเอียด จำเป็นต้องใช้ฝีมือที่ประณีต เราต้องการเข็มไมโครเลเซอร์! ซึ่งไม่มีค่ะ และคนที่จะใช้มือต้องนิ่งร้อยเปอร์เซ็นต์!"

"งั้นคนที่จะทำได้ มีคนเดียว แอนดี้!" กัปตันบอกกับสาวจอยแล้วเรียกลูกน้องคนเก่งทันที

"ครับ เจ้านาย"

"หวังว่า 'กระเป๋าโดราเอม่อน' ของนาย คงมีเข็มไมโครเลเซอร์มาด้วยนะ!"

"มี ซะป๊ะ ครับ!" แอนดี้ตอบแล้วยิ้ม ยักคิ้วซ้ายแผล็บ

"อะไรของนายวะ ซะป๊ะ ?" สถาพรถามอย่างงงๆ พอเหลือบไปมองมหาเอก ก็เห็นเขาหัวเราะหึหึอยู่

"ภาษาเหนือหรือเปล่าครับคุณเอก ?" กัปตันหันไปถาม และอดีตมหาเปรียญยิ้มพร้อมพยักหน้า

"ใช่ครับ แปลว่า มีเยอะแยะ ครับผม"

"แหม...ลวดลายเยอะจริงนะเดี๋ยวเนี้ยะ!" สาวจอยว่า "ยังงั้นก็เข้ามาลงมือจัดการเดี๋ยวนี้เลย แอนดี้!"

"ได้เลยครับผม" แอนดี้ก้มลงอย่างนอบน้อม กำลังเดินผ่านสถาพรก็โดนด็อกเตอร์หนุ่มเตะก้นเข้าให้ป้าบหนึ่ง

(ต่อครับ)[/i
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่