ถ้าเรารู้สึกเกลียดพ่อจนคิดว่าถ้าพ่อตายเราจะไม่ไปงานศพ เราผิดไหมคะ?

ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อคืนตอนตี 1 มันผ่านไปไวมาก แต่คิดว่าเหตการณ์ในครั้งนี้คงจะคิดอยู่ในสมองของเราไปตลอดชีวิต ไม่เคยคิดจะโพสต์เรื่องครอบครัวลงsocial mredia เลย แต่ตอนนี้คิดไม่ออกจริงๆว่าควรจะแก้ปัญหานี้ยังไงดี ก่อนอื่นต้องโพสต์ก่อนเลยว่า พ่อของเรามีหลายบ้าน และเป็นโรคซึมเศร้าค่ะ เราไม่ได้อยู่กับพ่อมาตั้งแต่เด็กแล้ว เพราะพ่อมักบอกกับเราเสมอว่า"ทำงาน" ซึ่งเราจะได้เจอพ่อประมาณเดือนละครั้ง หรือ 2 เดือนครั้ง ซึ่งเราก็เชื่อมาแบบนั้นแต่ก็ไม่เคยรู้เรื่องบ้านน้อยต่างๆของพ่อ แต่ก็อยู่ด้วยความสงสัยและระแวง เนื่องจากญาติๆของเราก็มักจะบอกเสมอว่า "พ่อของเราไม่ดี" ซึ่งเราโกรธมากในตอนนั้น จนกระทั่งเราเข้ามหาลัยปี 1 เราได้ทราบเรื่องราวของพ่อโดยบังเอิญ เป็นเรื่องราวที่ทำให้เราชอค และไม่มีแรงจะทำอะไรไปหลายเดือน รวมไปถึงทำให้เรามีความคิดในเชิงลบกับพ่อมาตั้งแต่ตอนนั้น พ่อเรามีบ้านน้อยที่คบกันมาตั้งแต่เราอายุ 1 ขวบและมีลูกด้วยกัน ในตอนที่เรารับรู้เรื่องนี้ เด็กคนนั้นพึ่งจะอายุ 2-3 ขวบ ในขณะที่เราอายุ 19 ปี และพ่อก็มีปัญหากับบ้านเล็กของพ่อหลังนี้เพราะว่าพ่อไปมีคนอื่นอีก และถูกจับได้ ในตอนนั้นพ่อทำร้ายร่างกายผู้หญิงคนนั้น เพราะมีการเถียงกัน และพ่อก็ไม่ยอมรับความผิด และยืนกระต่ายขาเดียว จนในที่สุดบ้านเล็กหลังนั้นก็แตกลง จนเมื่อปีก่อน พ่อที่ไม่เคยกลับบ้านมาอยู่กับเราเลย ก็กลับมาที่บ้าน พร้อมบอกว่าตัวเอง ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ซึ่งแม่เราด้วยความที่ท่านไม่ได้รู้อะไรมาก บวกกับแม่เป็นคนใจดี ท่านจึงยอมให้พ่อมาอยู่ด้วย โดยที่ไม่ต้องช่วยภาระที่บ้านหรือค่าใช้จ่ายใดๆ ด้วยความสงสาร และพ่อก็ไม่ยอมไปทำงาน เพราะความอีโก้สูง บอกแต่ว่างานมันต่ำ ไม่ทำหรอก อะไรประมาณนั้น ตอนที่พ่อมาที่บ้านแรกๆ ใช้ข้าวของเครื่องใช้ที่บ้านฟรีหมด วายฟาย เปิดแอร์ทั้งวัน 24 ชม. และมีแม่คอยหาข้าวและน้ำให้กิน จนกระทั่งเราที่รู้เรื่องของพ่อทุกอย่าง ทนเห็นแม่โดนเอาเปรียบไม่ไหวจึงได้บอกพ่อไปตรงๆว่าจะมาสิ้นเปลืองแบบนี้ไม่ได้ ถ้าจะมาทำแบบนี้ต้องช่วยค่าใช้จ่าย พ่อก็ยอมลดๆลง แต่เราต้องมาทะเลาะกับแม่เพราะเค้า แม่บอกว่าเราอคติ เราเลยพยายามมองพ่อในแง่ดีมากขึ้นและพยายามลดทิฐิลง จนกระทั่งวันหนึ่ง ในขณะที่เรานั่งทำงานในห้องนอนของตัวเอง พ่อเคาะประตูห้องด้วยความหวาดกลัว และเรียกเราไปคุย บอกว่ามีทอมมาพยายามก่อกวนให้นี่บล๊อคทิ้งไปซะ แต่เราไม่ได้สนใจอะไรมาก จนกระทั่งเดือน พฤษภาคม เราเข้าไปเช็คเมสเซนเจอร์และได้พบข้อความจากทอมคนหนึ่ง ซึ่งเนื้อหาของข้อความทั้งหมดคือ พ่อเราไปราวีเค้า และแฟนเค้า ซึ่งเป็นแฟนเก่าของพ่อเรา พ่อเราประจานเค้าลงเฟสบุ๊ค และ เนื้อหาบางส่วนของข้อความที่พ่อโพสต์คือ ผู้หญิงคนนั้นท้องได้ 3 เดือนและ คบกับพ่อมา 5 ปี อายุ 25 ในขณะที่เราอายุ 23 พ่อโพสต์อีกว่าพ่อทุ่มเทให้ผู้หญิงคนนี้ทุกอย่าง แต่ผู้หญิงคนนี้นอกใจไปหาทอม แต่ผู้หญิงบอกว่า เค้าเลิกกับพ่อเรามา 5 เดือนแล้ว เพราะมารู้ว่าพ่อเรามีครอบครัวแล้ว (หมายถึงบ้านเล็ก) ตอนที่พ่อรู้ว่าเราเห็นข้อความนั้น พ่อก็โทรมาด่าเราตอนที่เราทำงานอยู่ และขู่ว่าถ้าเรากลับบ้านมาจะตบเรา จนเราไม่สามารถกลับบ้านได้ 2 วัน ล่าสุดผู้หญิงคนนั้นตามหาเฟสของคนในครอบครัวเราทุกคน ทั้งแม่ เรา และ น้อง ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดเหตุการณ์เลวร้ายนี้เมื่อคืน ผู้หญิงคนนี้ทักไปหาน้องเรา น้องเราที่ไม่เคยได้รับรู้การกระทำของพ่อมาตลอด และกำลังอยู่ในช่วงวัยรุ่นอารมณ์ร้อน ผู้หญิงคนนี้บอกน้องเราว่า เค้าเป็นแฟนเก่าพ่อเราและพ่อเราไปตามราวีเค้า และบอกน้องเราว่า ไม่รู้มาก่อนว่าน้องเราก็เป็นลูกพ่อ เพราะพ่อบอกกับเมียๆของพ่อว่า แม่เราเป็นพี่สาว น้องเราโกรธและชอคกับเรื่องที่เกิดขึ้น ผสมกับความเป็นเด็กอารมณ์ร้อนเลยทำให้น้องตัดสินใจ ตั้งคบกับผู้หญิงคนนั้นเพราะอยากประชดพ่อ และผู้หญิงคนนั้นก็ แคปแชทที่คุยกับน้องเราและส่งไปพ่อเราดู พ่อเราโกรธมาก วิ่งลงมาหาเราและแม่เพื่อถามหาน้อง หาว่าน้องเราไปเชื่อผู้หญิงคนนั้นมากกว่าพ่อ พอเราเห็นสถานการณ์เริ่มไม่ค่อยดีเลยโทรไปหาน้องบอกว่าไม่ต้องกลับมาบ้าน แต่น้องเราเมา และร้องไห้ ทันทีน้องเรากลับมาถึงบ้าน พ่อเรารีบวิ่งลงมาและเรียกน้องไปคุย น้องเราพูดว่าเมียน้อย พ่อเราวิ่งเข้าไปต่อยหน้าน้องก่อน และจะกลับมาซ้ำอีก เราและแม่จึงต้องรีบวิ่งเข้ามาห้าม พ่อพยายามจะเข้ามาทำร้ายน้องเรา หาว่าน้องเราไปด่าว่าเค้า ยิ้ม ทั้งๆที่ไม่ได้ฟังอะไรจากปากเค้า โชคดีที่เพื่อนๆของน้องเราวิ่งเข้ามาช่วยแยกน้องเราออกไป แต่พ่อเราก็ยังไม่ยอมหยุด น้องเราจึงวิ่งขึ้นมาหาพ่ออีกครั้งพร้อมไม้หน้า3 พ่อเราก็จะเอากีตาร์ฟาดน้อง น้องเราบอกให้คุยด้วยเหตุผลพ่อเราก็ไม่ยอมค่ะ บอกแต่ว่าน้องเราที่ไปคุยกับเมียน้อยเค้า น้องเราถามว่า แล้วมีเมียน้อยจริงมั้ย พ่อเราตอบน้องกลับไปว่า "แล้วมันเกี่ยวอะไรกับ"น้องเราร้องไห้และโกรธมาก เรากับน้องเป็นลูกแท้ๆของพ่อ แต่สิ่งที่พ่อพูดมัน... แย่จังเลย เหตุการณ์ยังไม่จบ พ่อของเราก็พยายามจะเข้าไปทำร้ายน้องเราเหมือนเดิม เหตุการณ์ทุกอย่างเริ่มรุนแรงมากขึ้น แม่เราพยายามฉุดพ่อไว้ ร้องไห้และกรีดร้อง จนเกือบจะเป็นลมไป ป้าเราที่เป็นอัมพฤกต์ วิ่งออกมาจากห้อง ออกมาร้องกรี๊ดด้วยความกลัวกลัวว่าพ่อเราจะทำร้ายน้องเรา ป้าเราพยายามจับพ่อไว้ แต่ด้วยความที่ป้าเราพิการเลยทำอะไรไม่ได้มาก และเกือบโดนพ่อเราทำร้ายร่างกายไปด้วย เราเลยดึงป้าเข้าห้องและขอร้องว่าอย่าออกมา. เราคอยกันน้องเราจนในที่สุด เพื่อนของน้องเราวิ่งมาช่วยแยกน้องเราไปอีกครั้ง เรารีบวิ่งตามลงไป และบอกให้เพื่อนๆของน้องพาน้องไปและอย่ากลับมาอีก น้องเราร้องไห้ เรารู้สึกผิดมากที่ไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้น้องฟังทำได้แค่กอดและบอกให้ใจเย็นๆ จากนั้นเพื่อนน้องเราก็พาน้องเราไป เหตุการณ์ทุกอย่างเริ่มสงบลง เรารีบวิ่งกลับเข้าไปดูแม่ที่กำลังจะเป็นลม เพราะกรี้ด จนแม่ของเรามีสติ พ่อเรียกเรากับแม่ไปคุย พ่อบอกว่าพ่อมีอะไรกับผู้หญิงคนนั้นจริงๆแต่พ่อเป็นฝ่ายถูกกระทำ เพราะผู้หญิงคนนั้นหลอกพ่อ พ่อรักเค้า พ่อเราพูดคำนี้ต่อหน้าแม่เรา และพ่อจะบินไปฆ่าผู้หญิงคนนั้นกับแฟนใหม่และฆ่าตัวตายตาม เราเลยถามพ่อว่าทำยังไงถึงจะยอมจบ พ่อบอกว่าให้เราโทรไปด่าผู้หญิงคนนนั้นที่เป็นสาเหตุทำให้ครอบครัวทะเลาะกัน เราเลยบอกโอเคเราจะโทรให้ แต่ห้ามทำอะไรน้องเรา ไม่งั้นไม่ยอมแน่ พ่อหาว่าเราขู่และจะเข้ามาทำร้ายเรา จนแม่ต้องขอร้อง เราโทรหาผู้หญิงคนนั้นไม่ติด เราเลยบอกว่าจะโทรให้วันพรุ่งนี้ และจะขอพาแม่ไปพักผ่อนแล้ว เหตุการณ์ทุกอย่างจึงจบลง การไม่รับผิดชอบต่อครอบครัว การทอดทิ้งคนที่รักคุณไปตลอดไม่เคยกลับมาเหลียวแลและใส่ใจ กลับมาแค่ในตอนที่ต้องการบางสิ่งบางอย่างหรือรู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่าสำหรับใครแล้วเลยกลับมาพั่งพิง มันเป็นสิ่งที่แย่มากค่ะ สภาพจิตใจเรา แม่ และน้องแย่มาก เพราะคนๆเดียว เราเคยอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขโดยที่ไม่มีเค้า แต่เค้าก็กลับมา และดึงครอบครัวของเราไปเกี่ยวข้องกับวงจนอุบาดของเค้า ตอนนี้เราควรทำยังไงดีคะ เราแจ้งความได้ไหม เราไม่สามารถอยู่กับพ่อเราได้อีกแล้ว วันนี้พ่อเราไม่ไปหาผู้หญิงคนนั้นตามที่พูด เราไม่กล้าออกจากบ้านเลยค่ะ กลัวเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดจะเกิดขึ้นกับคนในครอบครัวเราตอนที่เราไม่อยู่ รู้สึกหวาดกลัว ระแวง และสับสนไปหมดเลยค่ะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่