อยากแชร์ประสบการณ์การเจอผีครั้งแรกค่ะ

สวัสดีค่ะ เราอยากจะแชร์ประสบการณ์การเจอผีครั้งแรก เราอาจจะใช้คำไม่ถูกหรือทำให้อ่านตรงไหนไม่เข้าใจต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ เราพึ่งเคยเล่าให้คนในออนไลน์ได้อ่านค่ะ เริ่มเรื่องแล้วกันค่ะ ประสบการณ์เจอผีครั้งแรกของเราเกิดขึ้นในตอนที่เราอยู่ประถมศึกษาค่ะ ถ้าจำไม่ผิดน่าจะประมาณชั้นป.4หรือป.5นี่แหละค่ะ เรากับครอบครัวมีแพลนว่าจะไปทำบุญกันทั้งครอบครัว มีคนทั้งหมดประมาณ10คนค่ะ พอจากนั้นพวกเราก็แยกย้ายกันไปนอนและพอรุ่งขึ้นเราก็อาบน้ำแต่งตัวพร้อมที่จะไปทำบุญ ขอบอกก่อนนะคะว่าบ้านของเรากับวัดไกลกันพอสมควรเลยค่ะ จากนั้นครอบครัวเราก็เดินทางไปที่วัดมีแวะซื้อพวกอาหารขนมมาทานกันระหว่างเดินทางไปที่วัด ขับไปได้ชั่วโมงกว่าๆพ่อเราก็เบรครถอย่างกระทันหันจนทำให้น้องสาวที่นั่งด้านหลังกระบะเนี่ยไหลไปตรงกระจกหลังและหัวกระแทกอย่างแรงเลย  น้องเราก็บ่นว่าเจ็บหัว ตอนนั้นเราก็ไม่รู้ว่าทำไมพ่อถึงเบรคกระทันหันแบบนั้น แต่พอเราชะโงกไปดู เรากลับเจอกับอุบัติเหตุที่ดูไม่น่ากลัวมาก ก็แค่รถบิ๊กไบค์ชนกับรถพ่วงธรรมดา ตอนนั้นเราก็ไม่ได้คิดอะไร ด้วยความเป็นเด็ก พอผ่านไปสักพักก็มีตำรวจและรถพยาบาลมาถึงที่เกิดเหตุ ก็ทำต่างๆนาๆเสร็จ คนที่ขับบิ๊กไบค์นั้นเสียชีวิตคาที่เลยค่ะ อามาเล่าให้เราฟังทีหลังว่า จังหวะที่ชนกันนั้น ร่างคนที่ขับบิ๊กไบค์ลอยลิ่วจนเลยเสาไฟฟ้าข้างทางเลยค่ะ ชิ้นส่วนกระจัดกระจายไปหมด และพอจากนั้นพ่อเราก็กลับขึ้นมาที่รถและขับต่อไป ในจังหวะนั้นป้าเราบอกว่า "​ถ้าถึงจุดเกิดเหตุ อย่ามองเด็ดขาด" ​พอรถผ่านจุดเกิดเหตุทุกคนทำเป็นไม่มอง แต่เรากลับแอบมองและพี่สาวเราดันเห็นแล้วบอกว่า "​ป้าน้องมันมอง" เราที่เห็นแบบนั้นก็รีบแก้ต่างว่า "ป่าว ไม่ได้มอง"  พอรถเคลื่อนที่ออกห่างจากที่เกิดเหตุก็ผ่านไปอย่างปกติ แต่ทุกคนจำจุดนี้ไว้นะคะชายร่างสูง ใส่รองเท้าแตะหูหนีบ ใส่กางเกงยีนส์ เสื้อลายสก๊อตสีแดง  แล้วพอครอบครัวเราถึงวัดก็ทำบุญไปต่างๆนาๆ ในขณะที่เราทำบุญตอนนั้นเรารู้สึกไม่ดีมากๆใจของเรากระวนกระวาย สุดๆ พอทำบุญอะไรเสร็จก็กลับบ้านกัน อาบน้ำเตรียมเข้านอน เราเองก็ทำงานบ้านทำนูน ทำนี่เสร็จก็หอบหมอนผ้าห่มไปนอนที่บ้านของป้า ตอนนั้นเราอยากนอนบ้านป้ามากๆ ว่าเราก็อนุญาตให้ไปนอนแต่มีข้อตกลงว่าต้องทำงานบ้านให้เสร็จ แล้วค่อยไป พอจากนั้นเราก็ทำทุกอย่างเสร็จแล้วก็ไป จัดที่นอนแล้วนั่งอยู่หน้าทีวี ข้างทีวีด้านซ้ายจะเป็นหน้าต่างที่แบบว่ามองไปเห็นทางโค้งอีกฝั่งนึงเลยตรงนั้นอ่ะจะมีเสาไฟฟ้าที่มีพวกเถาวัลย์พันอยู่และข้างๆบ้านของป้าจะมีต้นมะขามใหญ่ตรงทีวีก็มีรูปของลุงเราที่เสียชีวิตไป เราก็นั่งเล่นนั่งดูการ์ตูนของเราปกติ ส่วนป้าแล้วก็ลูกของเขาก็ทานข้าวอยู่ในห้องครัวพวกเขาก็คุยกันตามปกติ เราที่นั่งอยู่ข้างริมหน้าต่างดูการ์ตูนนั้น หางตาของเราไปสะดุดที่เสาไฟฟ้าตรงที่เราบอกเลยค่ะ แล้วเราก็เห็นผู้ชายคนนั้นคนที่เราเจอตอนนั้นที่เสียชีวิตคาที่ เขาสวมรองเท้าหูหนีบ กางเกงยีนส์ เสื้อลายสก๊อตสีแดง เขายืนมองเราที่ใต้เสาไฟฟ้าค่ะเราที่เห็นแบบนั้น เราก็คิดว่าเราคงคิดไปเองแต่พอมองดีๆเขายังคงยืนมองแบบนั้น พอสักพักตรงพุ่มไม้ใต้ต้นมะขามก็เกิดขยับและส่งเสียงดัง แกร๊ก! เหมือนมีคนเหยียบไม้แต่ตรงนั้นไม่มีใครเลย พอเรามองไปที่เสาไฟกลับไม่มีใครเหมือนกัน เราเลยรีบวิ่ง ไปหาป้าที่ ห้องครัวและเล่าให้ฟัง ป้าที่ฟังจบก็รีบลุกมาปิดหน้าต่างให้เรา พร้อมพูด ว่า"ลุงคงห่วงเพราะว่าทันดึกแล้ว เปิดหน้าต่างแบบนี้มันก็ทำให้เห็น อะไรแปลกๆ" ตอนนั้นเราขวัญ เสียมาก จากที่นั่งอยู่ หน้าทีวี เรากลับมานั่งกับป้า ในห้อง ขวัญ เหมือนเดิม เลยค่ะ พอตกดึก เราก็ นอนกัน  เราเองก็ พอหัวถึงหมอนก็ หลับเลย เราก็นอนไปได้สักพัก เราสะดุ้งตื่นมากลางดึก ได้ยินเสียง ป๊อกๆ! ดังมาจากปลายเท้า เราก็ลุกขึ้นไปมอง เห็นหลานชายเอาหัวโขกกับพื้นไม้แล้วก็กลับไปนอนตามปกติ ตอนนั้นเรางงมากและรีบกลับมานอนคลุมโปง พอตื่นเช้ามาเราก็เงียบไม่พูด ว่าเจออะไร จนเรียนจบประถม ขึ้นมัธยม มาก็ ยังคงเจอเรื่อยๆ หนักสุดก็ตอนวันเกิดอายุ13ของเราแหละค่ะ ตอนนั้นเป็นเวลาตี1กว่าๆ เราก็นอนเล่นโทรศัพท์ตามปกติแต่ตอนนั้นเรารู้สึกหนาวค่ะ เราเลยดึงผ้าห่มจะคลุมทั้งตัวแต่ดึงเท่าไหร่ก็ดึงไม่ขึ้น แล้วมันก็ รู้สึกหนักมากๆ เหมือนมีคนทับอยู่ เราเลยมองไปที่ปลายเท้า เป็นอย่างที่คิดจริงๆด้วยค่ะ เราเห็นผู้ชายร่างใหญ​กำยำทั้งร่างกายเป็นสีดำสนิทแต่มองเห็นได้ว่าเป็นรูปร่างคน เขากำลังนั่งทับผ้าห่มของเราอยู่ และเขาก็หันมามองเราแต่เราใจแข็งตีขาเล็กน้อยและหันหน้าไปทางอื่นและความรู้สึกที่เขานั่งทับก็หายไป แล้วเลยคิดแบบเออคงคิดมากรึป่าวอะไรประมาณนั้น พอผ่านไปได้ไม่นานก็รู้สึกปวดฉี่อยากเข้าห้องน้ำเลยลุกไป พอเราเดินผ่านรถของเล่นของน้องชายเราก็เห็นเงาเด็กเล่นรถอยู่พอเด็กนั้นเห็นเราก็รีบวิ่งหายไปในเงามืดเลยค่ะ เราที่เห็นณตอนนั้นก็รู้สึกว่าอะไรวะเนี่ย เราก็ เลยรีบวิ่งไปเข้าห้องน้ำ และกลับมานอน เราก็เก็บเรื่องนี้ไม่บอกใครไปเลยประมาณ2-3วันเลยค่ะจนเราทนไม่ไหวก็บอกย่าไป พอหลังจากวันนั้นเราก็เจอพวกวิญญาณมาตลอดจนปัจจุบันเรากำลังศึกษาอยู่มัธยมปีที่4 ก็ยังคงเชื่อเรื่องพวกนี้อยู่ด้วย ยิ่งดูดวงมากเท่าไหร่ก็ยิ่งน่ากลัวเพราะในแต่ละครั้งหมอดูจะชอบทักอะไรแปลกๆ และด้วยความที่เราเกิดวันเสาร์เป็นวันที่สามารถรับรู้ได้ทุกอย่าง เช่น กลิ่น เสียง สัมผัส มองเห็น จึงทำให้เราได้เจอบ่อยๆยิ่งวันเกิดเรา เราก็ จะพบพวกเขาบ่อยๆ ครั้ง จนเรา ชินกับการเจอพวกเขาไปเลยค่ะ  เอาล่ะค่ะก็จบกันไปแล้วนะคะกับประสบการณ์​เจอผีครั้งแรกของเรา ขอบคุณที่เสียเวลาอ่านมาถึงตอนนี้นะคะ อาจจะมีนอกเรื่องบ้าง อ่านไม่เข้าใจบ้าง ก็ขออภัยนะคะเราพึ่งเคยเล่าครั้งแรก ขอบคุณค่ะ🙏🏼
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่