ก่อนอื่นต้องขอออกตัวก่อนว่าเราไม่ใช่คนไทย เราเป็นชาวเมียนมาร์ ปีที่แล้วเรากับน้องสาวได้มีโอกาสมาเที่ยวเกาะล้าน และประทับใจมาก ปีนี้จึงตั้งใจจะพาพ่อกับแม่มาเที่ยวด้วย เพราะปีที่แล้วที่เรามากับน้องสาว เราเที่ยวไม่ครบทุกหาด ได้ไปแค่หาดนวล หาดตายาย และ หาดตาแหวน เรากับน้องเลยตั้งใจเก็บออมเงินทั้งปีเพื่อพาพ่อกับแม่มาเที่ยวด้วยกัน(เที่ยวจังหวัดอื่นๆด้วย)
เราแพลนเที่ยวเกาะล้าน2วัน ซึ่งเมื่อวานได้ไปเที่ยวมาแล้ว4หาด วันนี้เหลืออีก3หาด คือ หาดสังวาลย์ หาดตาแหวน และหาดทองหลาง เราและครอบครัวได้ตัดสินใจไปหาดสังวาลย์เป็นที่แรก ซึ่งเราไม่รู้ว่าหาดสังวาลย์เป็นหาดเล็กๆ ไม่ค่อยมีที่ว่าง เพราะปีที่แล้วไม่ได้มาหาดนี้ เรา4คนได้หิ้วเสื่อและถุงขนมไปด้วย พอเดินไปสุดสะพาน เจอว่าเป็นหาดเล็กๆไม่มีที่ปูเสื่อ เราก็ตกลงกันว่าจะแวะถ่ายรูปแป๊บๆก็จะไปหาดตาแหวนต่อ
ทีนี้พ่อกับแม่เราก็ยืนรอตรงข้างๆร่มที่เขากางไว้ แต่ไม่ได้ไปนั่ง เรากับน้องก็ถ่ายรูปอยู่ใกล้ๆ เพราะมีพื้นที่ชายหาดแค่นิดเดียว นิดเดียวจริงๆเพราคลื่นชัดมาก็จะถึงร่มเตียงแล้ว (พวกเราได้พูดคุยกันเป็นภาษาพม่า) ทีนี้มีป้าคนนึงตะโกนบอกผู้ชายที่น่าจะเป็นคนให้เช่าเจ็ตสกีและเครื่องเล่น ป้าเขาก็ตะโกนมาว่า ไล่ไปเลยเกะกะ เราทั้ง4คนที่พูดไทยฟังไทยออกหมด เราทั้งครอบครัวคือหน้าเจื่อน และเสียความรู้สึกมาก เราอยากขอโทษพ่อแม่ที่พาท่านมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ โดนไล่เหมือนหมูเหมือนหมา พ่อแม่เราปกติก็เป็นคนขี้เกรงใจและไม่ชอบมีเรื่องกับคนอื่นสุดๆ แม่เราก็ตอบพี่ผู้ชายแบบกลัวๆว่า ขอถ่ายรูปแป๊บเดียวนะจ๊ะ ทีนี้พ่อเราคิดว่าพื้นที่หาดนี้เป็นพื้นที่ส่วนบุคคล (ซึ่งจริงๆเป็นที่สาธารณะ) พ่อเรารีบบอกให้กลับ พ่อกับแม่หน้าเจื่อนๆ ท่านน้อยเนื้อต่ำใจ และออกมาแบบเจียมตัว วันนี้ทั้งวันกลายเป็นวันแย่ๆของครอบครัวเราไปเลย
ทั้งๆที่เราตั้งใจเก็บเงินทั้งปี ทำพาสปอร์ตให้พ่อแม่ และเสียเงินขอวีซ่า ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่ารร เราอุตส่าห์เก็บเงินทั้งปีกับน้องสาว ได้1แสน3หมื่นบาท เพื่อมาเที่ยวไทยกับพ่อแม่ แต่ต้องมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ที่หาดสังวาลย์ เสียความรู้สึกมากจนอยากร้องไห้ รู้สึกผิดกับพ่อแม่ เกาะล้านครั้งสุดท้ายแล้ว ครั้งหน้าเราคงไปเวียดนามแทน
ประสบการณ์โดนเจ้าของร่มชายหาดไล่
เราแพลนเที่ยวเกาะล้าน2วัน ซึ่งเมื่อวานได้ไปเที่ยวมาแล้ว4หาด วันนี้เหลืออีก3หาด คือ หาดสังวาลย์ หาดตาแหวน และหาดทองหลาง เราและครอบครัวได้ตัดสินใจไปหาดสังวาลย์เป็นที่แรก ซึ่งเราไม่รู้ว่าหาดสังวาลย์เป็นหาดเล็กๆ ไม่ค่อยมีที่ว่าง เพราะปีที่แล้วไม่ได้มาหาดนี้ เรา4คนได้หิ้วเสื่อและถุงขนมไปด้วย พอเดินไปสุดสะพาน เจอว่าเป็นหาดเล็กๆไม่มีที่ปูเสื่อ เราก็ตกลงกันว่าจะแวะถ่ายรูปแป๊บๆก็จะไปหาดตาแหวนต่อ
ทีนี้พ่อกับแม่เราก็ยืนรอตรงข้างๆร่มที่เขากางไว้ แต่ไม่ได้ไปนั่ง เรากับน้องก็ถ่ายรูปอยู่ใกล้ๆ เพราะมีพื้นที่ชายหาดแค่นิดเดียว นิดเดียวจริงๆเพราคลื่นชัดมาก็จะถึงร่มเตียงแล้ว (พวกเราได้พูดคุยกันเป็นภาษาพม่า) ทีนี้มีป้าคนนึงตะโกนบอกผู้ชายที่น่าจะเป็นคนให้เช่าเจ็ตสกีและเครื่องเล่น ป้าเขาก็ตะโกนมาว่า ไล่ไปเลยเกะกะ เราทั้ง4คนที่พูดไทยฟังไทยออกหมด เราทั้งครอบครัวคือหน้าเจื่อน และเสียความรู้สึกมาก เราอยากขอโทษพ่อแม่ที่พาท่านมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ โดนไล่เหมือนหมูเหมือนหมา พ่อแม่เราปกติก็เป็นคนขี้เกรงใจและไม่ชอบมีเรื่องกับคนอื่นสุดๆ แม่เราก็ตอบพี่ผู้ชายแบบกลัวๆว่า ขอถ่ายรูปแป๊บเดียวนะจ๊ะ ทีนี้พ่อเราคิดว่าพื้นที่หาดนี้เป็นพื้นที่ส่วนบุคคล (ซึ่งจริงๆเป็นที่สาธารณะ) พ่อเรารีบบอกให้กลับ พ่อกับแม่หน้าเจื่อนๆ ท่านน้อยเนื้อต่ำใจ และออกมาแบบเจียมตัว วันนี้ทั้งวันกลายเป็นวันแย่ๆของครอบครัวเราไปเลย
ทั้งๆที่เราตั้งใจเก็บเงินทั้งปี ทำพาสปอร์ตให้พ่อแม่ และเสียเงินขอวีซ่า ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่ารร เราอุตส่าห์เก็บเงินทั้งปีกับน้องสาว ได้1แสน3หมื่นบาท เพื่อมาเที่ยวไทยกับพ่อแม่ แต่ต้องมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ที่หาดสังวาลย์ เสียความรู้สึกมากจนอยากร้องไห้ รู้สึกผิดกับพ่อแม่ เกาะล้านครั้งสุดท้ายแล้ว ครั้งหน้าเราคงไปเวียดนามแทน