
เรื่องผู้สูงอายุหกล้ม ถือเป็นเรื่องที่เสี่ยงอันตราย เพราะผู้สูงอายุล้มทีเดียว เท่ากับ ล้มทั้งบ้าน นั่นหมายถึง จะส่งผลกระทบต่อคนในครอบครัวเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นค่ารักษาพยาบาล สุขภาพจิตสมาชิกในครอบครัว และแน่นอน เมื่อผู้สูงอายุหกล้มแล้ว ร่างกายย่อมแข็งแรงไม่เหมือนเดิม
แน่นอน ดิฉ้น ก็เป็นคนหนึ่ง ที่อาศัยอยู่กับผู้สูงอายุ ท่านนั้นคือ คุณพ่อเราเอง ซึ่งปัจจุบันท่านก็อายุมากแล้ว ประมาณ 80 ปี เดินสะดวก แต่เดินช้า เพราะความกลัวหกล้ม เพราะเมื่อ 3-4 ปีที่แล้ว คุณพ่อ เคยหกล้มหลายครั้ง แต่ละครั้งก็เป็นความโชคดี (โดยบังเอิญ) ที่ยังไม่มีอะไรบาดเจ็บ เหตุการณ์เหล่านั้น เมื่อท่านอายุมากขึ้น ทำให้ท่านเพิ่มความระวังที่จะเกิดอุบัติเหตุ หกล้ม มากขึ้น และดิฉัน ก็ออกแบบเพิ่มเติม รอบบ้าน ชั้นล่าง ให้มีราวจับ เพิ่มความปลอดภัยเป็นพิเศษ และดิฉันเชื่อว่า เพื่อน ๆ ท่านใด ที่อาศัยอยู่กับผู้สูงอายุ ย่อมเป็นห่วงท่าน เช่นกัน
การพลัดตกหกล้ม เป็นสาเหตุการตายอันดับสองในกลุ่มของการบาดเจ็บโดยไม่ได้ตั้งใจ (Unintentional) รองจากการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุบนท้องถนน สำหรับประเทศไทยแล้ว มีสถิติผู้เสียชีวิตจากการพลัดหกล้มปีละกว่า 1,600 คน เพิ่มขึ้นอย่าต่อเนื่อง และ 1 ใน 3 เป็นผู้สูงอายุประมาณ 60 ปีขึ้นไป และแน่นอน ความเสี่ยงจะเพิ่มสูงขึ้นตามอายุ โดยเพศหญิงสูงกว่าเพศชาย
ขึ้นชื่อว่า "ผู้สูงอายุ" ถือเป็นบุคคลที่ต้องการการดูแลเอาใจใส่เป็นกรณีพิเศษ เพราะด้วยวัยที่มากขึ้น ทำให้ร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นหูตาที่เริ่มพร่ามัว หูที่ไม่ค่อยได้ยินเสียง ได้ยินไม่ชัด รวมถึงความทรงตัวที่ดูจะน้อยลงตามลงตามอายุที่มากขึ้นด้วย เป็นเหตุให้ผู้สูงอายุ หกล้มง่าย และอย่างที่บอกตอนต้นว่า ผู้สูงอายุหกล้มแล้ว จะกระทบต่อคนในครอบครัวเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นค่ารักษาพยาบาล สุขภาพจิตความเป็นห่วงจากลูกหลาน และแน่นอน สุขภาพย่อมไม่เหมือนเดิม และต้องใช้การพักฟื้นค่อนข้างนาน บางรายอาจเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต หรือแม้กระทั่งเสียชีวิต ก็มี
ถึงแม้การพักฟื้นของผู้สูงอายุ จำเป็นอย่างมากต้องดูแลอย่างใกล้ชิด ต้องจ้างคน หรือ พยาบาล ดูแลผู้สูงอายุที่อยู่ช่วงพักฟื้น หรือ นอนติดเตียง เหล่านี้ ล้วนแล้วแต่มีค่าใช้จ่ายที่สูงทีเดียว บางครอบครัวที่ไม่มีรายได้เพียงพอที่จะจ้างคนดูแล ลูกหลานจำเป็นต้องลาออกจากงาน เพื่อมาดูแลผู้สูงอายุที่บ้านด้วยตัวเอง และอีกอย่าง รายได้ในบ้านก็ลดลง เป็นผลให้คุณภาพชีวิตลดลงตามรายได้ที่ขาดหายไป มีงานศึกษาวิจัย จากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ระบุว่า ผู้สูงอายุที่หกลัม 1 ใน 5 ไม่สามารถกลับมาเดินได้เหมือนเดิม บางรายถึงกับต้องนั่งรถเข็นไปตลอดชีวิตที่เหลือ ก็มี สร้างความทุกข์ใจกับผู้สูงอายุนั้น ๆ

1) หาอุปกรณ์ช่วยเวลาเดิน
แน่นอน ในวัยนี้ การทรงตัวย่อมจะไม่แน่น แข็งแรง เหมือนวัยหนุ่มสาว ดังนั้น เวลาเดิน แนะนำควรมีตัวช่วยในการทรงตัว เพื่อป้องกันการหกล้ม ไม่ว่าจะเป็น ไม้เท้าสามขา วอลค์เกอร์ (ไม้เท้าสี่ขา) ไม้ค้ำยัน ต่าง ๆ และแนะนำควรเลือกให้เหมาะสมกับความสูง (ปรับขนาดต้องไม่ยาว หรือ สั้นเกินไป) เพราะถ้าปรับขนาดไม่พอดี แทนที่จะป้องกันหกล้ม กลับกลายเป็นสาเหตุ ทำให้หกล้ม ได้

2) จัดอุปกรณ์ภายในบ้าน เพื่อเอื้อต่อผู้สูงอายุ
ไม่ว่าจะเป็น
ทางลาดในบ้าน ควรจะมีเพื่อผ่อนแรงผู้สูงอายุ ในกรณีที่ต้องใช้ Wheel Chair (เก้าอี้รถเข็นผู้ป่วย) ควรทำเป็นทางลาดไว้ตามบันไดต่าง ๆ ความชัน ไม่ควรเกิน 5 องศา และมีความกว้างไม่น้อยกว่า 90 ซม. และมีความลาดยาว ต้องไม่เกิน 5 เมตร
ขนาดเตียง ที่นอน
ควรจัดให้เหมาะสม โดยจัดให้นอนบนเตียงที่มีความยาวไม่น้อยกว่า 180 เซนติเมตร สูงประมาณ 40 เซนติเมตร
ต้องเพิ่มราวจับ
อันนี้ เหมือนบ้านดิฉันที่ทำเรียบร้อยติดประจำผนังบ้าน เพิ่มราวจับบริเวณทางเดินรอบบ้าน ในห้องน้ำ การติดตั้งราวจับ ควรเน้นให้มีลักษณะสั้น และ ยาว หรือเป็นรูปตัว C ได้เลยค่ะ ติดตั้งที่ผนังห้องน้ำ ทางเดินลาด และออกแบบติดตั้งไว้สูงจากพื้นไม่น้อยกว่า 80 ซม.
ต้องเพิ่มแรงเสียดทาน
ถูกต้อง เพื่อระวังการหกล้ม พื้นต้องเพิ่มแรงเสียดทาน เช่น ติดแผ่นกันลื่น เป็นแถบยางกันลื่น หือ วัสดุไม้สังเคราะห์ หรือ ถ้าเป็นกระเบื้อง ควรเลือกเป็นกระเบื้อง ลวดลายหยาบ กันลื่น โดยเฉพาะ ปัจจุบัน มีหลายแบรนด์ที่ผลิต ลวดลายก็สวยงามด้วย

3) หมั่นสังเกตุอาการของการมองเห็น
สังเกตุอาการ หรือ สิ่งผิดปกติของการมองเห็น เช่น ตาพร่า มัว บอกระยะห่างชัดเจนไม่ได้ และการที่ไม่สามารถแยกความต่างของสีได้ เหล่านี้ ควรต้องสังเกต เพื่อปรึกษาแพทย์เพื่อแก้ไข

4) หมั่นสังเกตอาการผิดปกติ ด้านการรับรู้
ไม่ว่าจะเป็นอาการสับสน ความหลงลืม ของวันเวลาต่าง ๆ ลืมชื่อเพื่อน ชื่อลูกหลาน หรือ สมาชิกครอบครัว รวมถึงการทำการตัดสินใจช้าลง ตอบสนองต่อการรับรู้ช้า นั่นเอง

5) หมั่นสังเกตผิดปกติการเดิน
การเดิน การทรงตัวในการเดิน เพราะผู้สูงอายุมีกลไกการทำงานที่จะควบคุมการทรงตัวลดลง ทำให้บางครั้งยืนเฉย ๆ ก็จะเอนหน้า เอนหลังได้ เรียกได้ว่า ถ้ามีเด็กวิ่งมาชน ล้มได้เลย

6) ดูยาที่รับประทานประจำ
การทานยาประจำ อาจมีผลเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้มได้ ไม่ว่าจะเป็น ยาแก้โรคซึมเศร้า ยากล่อมประสาท ยาลดความดันเลือด หลายครอบครัว สมาชิกในบ้านจะมีการเตรียมจัดใส่กล่องยา ประจำวันให้ท่าน ซึ่งเป็นการดีมาก เพื่อป้องกันการทานยาผิดเวลา ผิดวัน ได้

7) เน้นการออกกำลังกาย
ถึงแม้ผุ้สูงอายุ จะเป็นวัยที่อายุมาก แต่การออกกำลังกายให้เหมาะสมกับวัย ยังเป็นหนึ่งความสำคัญเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อในร่างกาย และยังช่วยเพิ่มความสามารถในการทรงตัวได้เป็ฯอย่าดี แต่สิ่งที่ควรพึงระวัง คือ ต้องเลือกชนิดการออกกำลังกายให้เหมาะกับอายุด้วย เพื่อป้งกันอาการแทรกซ้อนที่อาจเกิดจากการออกกำลังกายได้ แนะนำ การเดินในน้ำ จะปลอดภัยและดีต่อกล้ามเนื้อ แต่ควรมีลูกหลานช่วยอยุ่กำกับ ดูแลด้วย

8) ควรเปลี่ยนอิริยาบทช้า ๆ
เพื่อป้องกันภาวะความดันตก ระหว่างเปลี่ยนท่า จากนั่งมายืน ยืนมานั่ง อาการหน้ามืด ฯลฯ
ผู้สูงอายุในครอบครัว ถือเป็นบุคคลที่เป็นที่รัก เราควรเอาใจใส่ท่านให้มาก ๆ การดูแลผู้สูงอายุให้ปลอดภัย มีความสำคัญไม่น้อยกว่า การดูแลสุขภาพจิตใจด้วย เพื่อให้ท่านได้อยู่กับเรานาน ๆ ถ้าเป็นไปได้ ผู้สูงอายุในวัยนี้ ไม่ต้องการอะไรมากไปกว่า การที่ได้ใช้เวลาอยู่ลูกหลาน มีเวลานั่งทานข้าวด้วยกัน หัวเราะกัน ยิ้มด้วยกัน ฟังเรื่องราวที่ลูกหลานเล่า เพียงเท่านี้ ท่านก็สุขมากที่สุดแล้วคะ
(เครดิต : www.i-kinn.com)
https://www.thebangkokinsight.com/88706/
8 วิธีป้องกันผู้สูงอายุหกล้ม
แน่นอน ดิฉ้น ก็เป็นคนหนึ่ง ที่อาศัยอยู่กับผู้สูงอายุ ท่านนั้นคือ คุณพ่อเราเอง ซึ่งปัจจุบันท่านก็อายุมากแล้ว ประมาณ 80 ปี เดินสะดวก แต่เดินช้า เพราะความกลัวหกล้ม เพราะเมื่อ 3-4 ปีที่แล้ว คุณพ่อ เคยหกล้มหลายครั้ง แต่ละครั้งก็เป็นความโชคดี (โดยบังเอิญ) ที่ยังไม่มีอะไรบาดเจ็บ เหตุการณ์เหล่านั้น เมื่อท่านอายุมากขึ้น ทำให้ท่านเพิ่มความระวังที่จะเกิดอุบัติเหตุ หกล้ม มากขึ้น และดิฉัน ก็ออกแบบเพิ่มเติม รอบบ้าน ชั้นล่าง ให้มีราวจับ เพิ่มความปลอดภัยเป็นพิเศษ และดิฉันเชื่อว่า เพื่อน ๆ ท่านใด ที่อาศัยอยู่กับผู้สูงอายุ ย่อมเป็นห่วงท่าน เช่นกัน
การพลัดตกหกล้ม เป็นสาเหตุการตายอันดับสองในกลุ่มของการบาดเจ็บโดยไม่ได้ตั้งใจ (Unintentional) รองจากการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุบนท้องถนน สำหรับประเทศไทยแล้ว มีสถิติผู้เสียชีวิตจากการพลัดหกล้มปีละกว่า 1,600 คน เพิ่มขึ้นอย่าต่อเนื่อง และ 1 ใน 3 เป็นผู้สูงอายุประมาณ 60 ปีขึ้นไป และแน่นอน ความเสี่ยงจะเพิ่มสูงขึ้นตามอายุ โดยเพศหญิงสูงกว่าเพศชาย
ขึ้นชื่อว่า "ผู้สูงอายุ" ถือเป็นบุคคลที่ต้องการการดูแลเอาใจใส่เป็นกรณีพิเศษ เพราะด้วยวัยที่มากขึ้น ทำให้ร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นหูตาที่เริ่มพร่ามัว หูที่ไม่ค่อยได้ยินเสียง ได้ยินไม่ชัด รวมถึงความทรงตัวที่ดูจะน้อยลงตามลงตามอายุที่มากขึ้นด้วย เป็นเหตุให้ผู้สูงอายุ หกล้มง่าย และอย่างที่บอกตอนต้นว่า ผู้สูงอายุหกล้มแล้ว จะกระทบต่อคนในครอบครัวเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นค่ารักษาพยาบาล สุขภาพจิตความเป็นห่วงจากลูกหลาน และแน่นอน สุขภาพย่อมไม่เหมือนเดิม และต้องใช้การพักฟื้นค่อนข้างนาน บางรายอาจเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต หรือแม้กระทั่งเสียชีวิต ก็มี
ถึงแม้การพักฟื้นของผู้สูงอายุ จำเป็นอย่างมากต้องดูแลอย่างใกล้ชิด ต้องจ้างคน หรือ พยาบาล ดูแลผู้สูงอายุที่อยู่ช่วงพักฟื้น หรือ นอนติดเตียง เหล่านี้ ล้วนแล้วแต่มีค่าใช้จ่ายที่สูงทีเดียว บางครอบครัวที่ไม่มีรายได้เพียงพอที่จะจ้างคนดูแล ลูกหลานจำเป็นต้องลาออกจากงาน เพื่อมาดูแลผู้สูงอายุที่บ้านด้วยตัวเอง และอีกอย่าง รายได้ในบ้านก็ลดลง เป็นผลให้คุณภาพชีวิตลดลงตามรายได้ที่ขาดหายไป มีงานศึกษาวิจัย จากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ระบุว่า ผู้สูงอายุที่หกลัม 1 ใน 5 ไม่สามารถกลับมาเดินได้เหมือนเดิม บางรายถึงกับต้องนั่งรถเข็นไปตลอดชีวิตที่เหลือ ก็มี สร้างความทุกข์ใจกับผู้สูงอายุนั้น ๆ
แน่นอน ในวัยนี้ การทรงตัวย่อมจะไม่แน่น แข็งแรง เหมือนวัยหนุ่มสาว ดังนั้น เวลาเดิน แนะนำควรมีตัวช่วยในการทรงตัว เพื่อป้องกันการหกล้ม ไม่ว่าจะเป็น ไม้เท้าสามขา วอลค์เกอร์ (ไม้เท้าสี่ขา) ไม้ค้ำยัน ต่าง ๆ และแนะนำควรเลือกให้เหมาะสมกับความสูง (ปรับขนาดต้องไม่ยาว หรือ สั้นเกินไป) เพราะถ้าปรับขนาดไม่พอดี แทนที่จะป้องกันหกล้ม กลับกลายเป็นสาเหตุ ทำให้หกล้ม ได้
ไม่ว่าจะเป็น
ทางลาดในบ้าน ควรจะมีเพื่อผ่อนแรงผู้สูงอายุ ในกรณีที่ต้องใช้ Wheel Chair (เก้าอี้รถเข็นผู้ป่วย) ควรทำเป็นทางลาดไว้ตามบันไดต่าง ๆ ความชัน ไม่ควรเกิน 5 องศา และมีความกว้างไม่น้อยกว่า 90 ซม. และมีความลาดยาว ต้องไม่เกิน 5 เมตร
ขนาดเตียง ที่นอน
ควรจัดให้เหมาะสม โดยจัดให้นอนบนเตียงที่มีความยาวไม่น้อยกว่า 180 เซนติเมตร สูงประมาณ 40 เซนติเมตร
ต้องเพิ่มราวจับ
อันนี้ เหมือนบ้านดิฉันที่ทำเรียบร้อยติดประจำผนังบ้าน เพิ่มราวจับบริเวณทางเดินรอบบ้าน ในห้องน้ำ การติดตั้งราวจับ ควรเน้นให้มีลักษณะสั้น และ ยาว หรือเป็นรูปตัว C ได้เลยค่ะ ติดตั้งที่ผนังห้องน้ำ ทางเดินลาด และออกแบบติดตั้งไว้สูงจากพื้นไม่น้อยกว่า 80 ซม.
ต้องเพิ่มแรงเสียดทาน
ถูกต้อง เพื่อระวังการหกล้ม พื้นต้องเพิ่มแรงเสียดทาน เช่น ติดแผ่นกันลื่น เป็นแถบยางกันลื่น หือ วัสดุไม้สังเคราะห์ หรือ ถ้าเป็นกระเบื้อง ควรเลือกเป็นกระเบื้อง ลวดลายหยาบ กันลื่น โดยเฉพาะ ปัจจุบัน มีหลายแบรนด์ที่ผลิต ลวดลายก็สวยงามด้วย
สังเกตุอาการ หรือ สิ่งผิดปกติของการมองเห็น เช่น ตาพร่า มัว บอกระยะห่างชัดเจนไม่ได้ และการที่ไม่สามารถแยกความต่างของสีได้ เหล่านี้ ควรต้องสังเกต เพื่อปรึกษาแพทย์เพื่อแก้ไข
ไม่ว่าจะเป็นอาการสับสน ความหลงลืม ของวันเวลาต่าง ๆ ลืมชื่อเพื่อน ชื่อลูกหลาน หรือ สมาชิกครอบครัว รวมถึงการทำการตัดสินใจช้าลง ตอบสนองต่อการรับรู้ช้า นั่นเอง
การเดิน การทรงตัวในการเดิน เพราะผู้สูงอายุมีกลไกการทำงานที่จะควบคุมการทรงตัวลดลง ทำให้บางครั้งยืนเฉย ๆ ก็จะเอนหน้า เอนหลังได้ เรียกได้ว่า ถ้ามีเด็กวิ่งมาชน ล้มได้เลย
การทานยาประจำ อาจมีผลเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้มได้ ไม่ว่าจะเป็น ยาแก้โรคซึมเศร้า ยากล่อมประสาท ยาลดความดันเลือด หลายครอบครัว สมาชิกในบ้านจะมีการเตรียมจัดใส่กล่องยา ประจำวันให้ท่าน ซึ่งเป็นการดีมาก เพื่อป้องกันการทานยาผิดเวลา ผิดวัน ได้
ถึงแม้ผุ้สูงอายุ จะเป็นวัยที่อายุมาก แต่การออกกำลังกายให้เหมาะสมกับวัย ยังเป็นหนึ่งความสำคัญเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อในร่างกาย และยังช่วยเพิ่มความสามารถในการทรงตัวได้เป็ฯอย่าดี แต่สิ่งที่ควรพึงระวัง คือ ต้องเลือกชนิดการออกกำลังกายให้เหมาะกับอายุด้วย เพื่อป้งกันอาการแทรกซ้อนที่อาจเกิดจากการออกกำลังกายได้ แนะนำ การเดินในน้ำ จะปลอดภัยและดีต่อกล้ามเนื้อ แต่ควรมีลูกหลานช่วยอยุ่กำกับ ดูแลด้วย
เพื่อป้องกันภาวะความดันตก ระหว่างเปลี่ยนท่า จากนั่งมายืน ยืนมานั่ง อาการหน้ามืด ฯลฯ
ผู้สูงอายุในครอบครัว ถือเป็นบุคคลที่เป็นที่รัก เราควรเอาใจใส่ท่านให้มาก ๆ การดูแลผู้สูงอายุให้ปลอดภัย มีความสำคัญไม่น้อยกว่า การดูแลสุขภาพจิตใจด้วย เพื่อให้ท่านได้อยู่กับเรานาน ๆ ถ้าเป็นไปได้ ผู้สูงอายุในวัยนี้ ไม่ต้องการอะไรมากไปกว่า การที่ได้ใช้เวลาอยู่ลูกหลาน มีเวลานั่งทานข้าวด้วยกัน หัวเราะกัน ยิ้มด้วยกัน ฟังเรื่องราวที่ลูกหลานเล่า เพียงเท่านี้ ท่านก็สุขมากที่สุดแล้วคะ
(เครดิต : www.i-kinn.com)
https://www.thebangkokinsight.com/88706/