PTT เดินเกม Diversify ลดเสี่ยง โตยั่งยืน เป้า 39.00 บ.

กระทู้ข่าว


หุ้นวิชั่น – ทีมข่าวหุ้นวิชั่นรายงาน บล.บียอนด์ ระบุ PTT Diversified Sourcing ลดความเสี่ยงด้าน Geopolitical

Hormuz Risk เร่งการกระจายแหล่งนำเข้าแต่ดันต้นทุนพุ่ง

          ฝ่ายวิเคราะห์เข้าร่วมงาน KM: Global Logistics – Crude & LNG เพื่ออัปเดตผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลางต่อระบบพลังงานโลก โดยประเด็นหลักอยู่ที่ความเสี่ยงด้านการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ (Hormuz) เป็นเส้นทางที่รองรับการขนส่งน้ำมันราว 21 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งบริษัทวางแผนนำเข้าน้ำมันดิบล่วงหน้าประมาณ 2 เดือน เพื่อรักษาความต่อเนื่องของการผลิต ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่าง สหรัฐฯ–อิหร่านที่เพิ่มขึ้น และเริ่มกระจายแหล่งจัดหาพลังงานจากหลายภูมิภาคเพื่อลดความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ ขณะที่ยังคงสามารถนำเข้าน้ำมันจากบางประเทศในตะวันออกกลางผ่านเส้นทางอื่น เช่น ซาอุดีอาระเบีย ท่าเรือฟูไจราห์ ใช้เวลาขนส่งราว 20 วัน, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ท่าเรือยันบู ใช้เวลาประมาณ 16 วัน และแผนนำเข้าจากแหล่งที่ไกลขึ้น เช่น นำเข้าจากสหรัฐฯ จะใช้เวลาขนส่งประมาณ 50 วัน, ลาตินอเมริกา จะใช้เวลาประมาณ 40 วัน อย่างไรก็ตาม การปรับเส้นทางและแหล่งจัดหาดังกล่าวส่งผลให้ต้นทุนการจัดหาน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะค่าขนส่งที่อาจสูงขึ้นราว 3 เท่า เมื่อเทียบกับภาวะปกติ

          OPEC+ และ SPR ช่วยพยุงตลาด ท่ามกลาง Supply Disruption

          เส้นทางขนส่งผ่านช่องแคบ Hormuz ส่งผลให้มีอุปทานน้ำมันที่ได้รับผลกระทบราว 21 ล้านบาร์เรลต่อวัน อย่างไรก็ดี กลไกชดเชยเริ่มทยอยเข้ามา โดยกลุ่ม OPEC+ ประกาศเพิ่มกำลังการผลิตเพิ่มเติมราว 0.21 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนเมษายน

ขณะเดียวกัน IEA มีมติเห็นชอบให้ปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองฉุกเฉินรวม 426 ล้านบาร์เรล เพื่อลดผลกระทบด้านอุปทานในระยะสั้น

          Short-term Demand Weakness จาก Oil Price Shock

          หากสถานการณ์ยืดเยื้อและราคาน้ำมันทรงตัวในระดับสูง มีความเสี่ยงที่อุปสงค์จะชะลอตัวลงตามกลไกราคา เราอ้างอิงประมาณการของ EIA คาดว่าราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูงในช่วง 1H26 และทยอยปรับลดลงในช่วง 2H26 หากการขนส่งผ่านช่องแคบ Hormuz ใช้ได้ปกติ แต่ในทางตรงกันข้าม ความตึงเครียดที่ยกระดับขึ้นส่งผลให้ราคาน้ำมัน Brent ปรับตัวขึ้น ล่าสุด ณ วันที่ 20 มีนาคม อยู่ที่ 112 ดอลลาร์/บาร์เรล มีแนวโน้มกดดันการบริโภค โดยคาดว่าอุปสงค์น้ำมันจะปรับตัวลดลงชั่วคราวในช่วง มี.ค.–เม.ย. อาจลดลงราว 0.17 ล้านบาร์เรล/วัน

          Shift ไปสหรัฐฯ–ออสเตรเลีย เพื่อลดความเสี่ยง LNG ขาดแคลน

          ในส่วนของ LNG ความตึงเครียดการปิดช่องแคบ Hormuz และเหตุโจมตีใน Qatar ส่งผลกระทบโครงสร้างต่อห่วงโซ่อุปทาน LNG ประมาณ 80 ล้านตัน โดยเฉพาะฝั่งเอเชียพึ่งพาการนำเข้า LNG จากภูมิภาคตะวันออกกลางในสัดส่วนประมาณ 81%

การปิดช่องแคบ Hormuz ทำให้การขนส่ง LNG ไม่สามารถดำเนินการได้ตามปกติ และความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานส่งผลกระทบต่อกำลังการส่งออกในระยะยาวราว 10 ล้านตัน ซึ่งบริษัทแก้ไขปัญหาโดยนำเข้าจากทางประเทศ

อื่นมากขึ้น เช่น ประเทศอเมริกา, ประเทศออสเตรเลีย

          Re-rating จาก Upside ของธุรกิจโรงกลั่นและปิโตรเคมี

          เราปรับคำแนะนำเป็น “ซื้อ” จาก “ถือ” ที่ราคาเป้าหมาย 39.00 บาท ณ สิ้นปี 2026 อ้างอิงวิธีประเมินมูลค่า Sum of the Parts (SOTP) สะท้อนการเพิ่มมูลค่าของ ธุรกิจโรงกลั่นและปิโตรเคมี จากสมมติฐานค่าการกลั่น (GRM) และ Product

Spreads ที่ปรับตัวดีขึ้นตามภาวะตลาดพลังงาน และส่วนต่างผลิตภัณฑ์ที่แข็งแกร่งขึ้น ส่งผลเชิงบวกต่อกำไรของแต่ละธุรกิจ

เพี้ยนแคปเจอร์เม่าออกรถ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่