▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
การพัฒนาสังคม (Social Development)
บทความ
สังคมศาสตร์
สังคมไทย
อาสาสมัคร
จุดประกายชีวิต...เมื่อฉันเป็น "บัณฑิตอาสาสมัคร"
ถ้าย้อนเวลากลับไปในวินาทีที่ชีวิตเหมือนขาดอากาศหายใจ อยู่ในที่ๆ ไม่ควรอยู่ ทำในสิ่งที่ไม่อยากทำ มีชีวิตในแบบที่ไม่ได้วาดฝันไว้ ใครจะเชื่อว่าในที่สุดมันก็มีหนทางที่นำชีวิตไปสู่การเกิดใหม่ แน่นอนที่คนเราเลือกเกิดในครั้งแรกของชีวิตไม่ได้ แต่ในความโชคดีของความเป็นมนุษย์เราสามารถทำคลอดชีวิตใหม่ของเราได้เองตามที่ใจปรารถนา ตราบใดที่เรายังไม่หยุดที่จะเรียนรู้และศรัทธาว่าเรานี่แหละที่สามารถลิขิตชีวิตของเราเองได้
ผมเองมีความฝันมาตั้งแต่เด็กว่าอยากมีชีวิตที่อิสระจากสิ่งที่มันเป็นอยู่ ผมเติบโตมาในสลัมและตั้งแต่ผมจำความได้ผมบอกกับตัวเองว่าผมจะต้องออกไปมีบ้านเป็นของตัวเองให้ได้ บ้านซึ่งไม่ได้หมายถึงแค่ที่คุ้มกะลาหัวแต่หมายถึงการมีที่ยืนในสังคมอย่างไม่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ ความจริงที่ต่ำต้อย ทางเดียวที่จะสานปณิธานของผมได้คือผมต้องเรียนให้เก่งๆ สอบเข้ามหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง มีหน้าที่การงานที่สังคมยอมรับว่ามั่นคงและพาพ่อแม่ครอบครัวขึ้นมาสู่จุดที่สูงขึ้น และผมก็ทำผลงานได้ไม่เลวทีเดียว สอบติดมหาวิทยาลัยรัฐบาลที่มีชื่อเสียง เข้าทำงานในโรงพยาบาลอันดับหนึ่งของประเทศ ไม่น่าเชื่อว่าผมใช้เวลาเกือบ 10 ปี วนเวียนอยู่กับค่านิยมที่กดทับตัวผมเอง เพียงเพื่อจะพบว่ามันได้พรากชีวิตที่มีชีวาของผมไป แต่เมื่อเรายังคงตั้งคำถามให้กับตัวเองว่าเราอยากจะตายอย่างมีความสุขไปพร้อมกับชีวิตแบบไหน การเดินทางของชีวิตจึงยังไม่ถึงทางตัน ในวันที่ผมต้องเลือกทางเดินของชีวิตบนถนนสายใหม่ มันยากเหลือเกินที่จะยอมสลัดทิ้งสิ่งที่สังคมให้ค่าเหล่านั้นไป ผมตามหาหนทางที่จะออกไปจากจุดเดิมอย่างเจ็บปวดน้อยที่สุด มีความเสี่ยงน้อยที่สุด และกระทบกับคนรอบข้างโดยเฉพาะพ่อกับแม่น้อยที่สุด และแล้วผมก็พบกับหลักสูตรการเรียนอันหนึ่งจากอินเตอร์เน็ต ใช่เลย! มันเป็นสิ่งที่ผมตามหา กุญแจที่จะช่วยเปิดประตูไปสู่แสงสว่างบนขอบฟ้าใหม่ของชีวิต ใครจะเชื่อว่ามีอยู่จริงแค่เอื้อม หลักสูตรที่ไม่ต้องเสียค่าเทอม แถมยังได้เบี้ยเลี้ยงรายเดือน มีที่ให้อยู่ มีอาหารให้กิน ได้ออกต่างจังหวัดและกรอบเดิมๆ ไปเรียนรู้จากคนเก่งๆ มากมาย ได้เพื่อนใหม่ที่ไม่ซ้ำใคร(เพราะเราต่างก็ไม่ยอมให้ใครมาซ้ำ) และที่สำคัญได้เข้ารับปริญญาด้วยนะ (แม่คงจะภูมิใจและด่าเราน้อยลงเรื่องลาออก) วินาทีนั้นผมดีใจมาก การออกจากงานอันมั่นคงเพื่อมาเรียนรู้การเป็นอาสาสมัคร ได้สานฝันตามอุดมการณ์ เป็นคนที่เข้าใจวิถีของการเสียสละ มีทักษะและความรู้เชิงวิชาการที่จะทำงานร่วมกับชุมชนคนรากหญ้า ได้ทำประโยชน์ให้สมกับการเกิดมาเป็นมนุษย์ผู้ประเสริฐ เหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่หล่อหลอมให้ผมกลายมาเป็นคนใหม่ที่ค้นพบศักยภาพของตัวเอง รู้ว่าตัวเองชอบอะไร อยากทำอะไร และมีความสามารถด้านใดบ้างที่จะทำให้ความฝันนั้นเป็นจริง
กระบวนกรผู้สร้างการเรียนรู้ตลอดชีวิต