Resolve 03 แนะนำติชมได้เลยค้าบ




01 https://pantip.com/topic/38816410
02 https://pantip.com/topic/38827226




ถูกทิ้งอีกแล้ว

ฝันร้ายยังคงตามหลอกหลอน แม้กระทั่งการพักอาศัยอยุ่ในบ้านของพระเจ้า ทั้งลุงและป้าต่างออกมาอาละวาดซะยกใหญ่จนหนูกลัวแทบตาย อีกทั้งยังเห็นพี่ชายจากไปอย่างไม่ใยดี โดยทิ้งให้หนูอยู่ที่โบสถ์แห่งนี้คนเดียว

ไม่นานนักหนูก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาพร้อมอาการหัวใจเต้นระรัว เนื่องจากยังคงแยกแยะความฝันกับภาพตรงหน้าไม่ออก ตาปรือที่ยังลืมไม่เต็มตื่น เหล่หางตาเห็นภาพลางๆขยับขยุกขยิกไปมา คือพี่ชายที่กำลังยืนขึ้นแต่งตัวและสวมเสื้อโค้ทสีดำตัวเดิม เหมือนกำลังจะออกไปไหน

หนูหันมองไปรอบตัวก็พบว่าฟ้ายังมืดอยู่ นั่งงงๆเบลอๆ แต่ก็แอบเดินตามออกจากห้องไปด้วย คล้อยตามหลังพี่ชายไม่ห่างท้องฟ้ายังมืดสนิท มีเพียงแสงจันทร์ที่พอให้เห็นทางเดินลอดมาตามหน้าต่าง

หนูแอบตามพี่ชายมาเรื่อยๆจนถึงหน้าโบสถ์ พอดีกับแม่ชีโจแอนนา คนที่ต้อนรับเมื่อตอนค่ำยืนรอพี่ชายอยู่พอดี

“นี่จ๊ะ ขอบใจมากนะที่นำมาส่ง”
“...”
“รับไปสิจ๊ะ”

เด็กหนุ่มพยักหน้าตอบ พลางยืนคุยกับแม่ชีอย่างนอบน้อม รึจะบอกว่ายืนฟังฝ่ายเดียวมากกว่า

ขณะที่แม่ชีโจแอนนายื่นการ์ดเครดิตสีเงินใบหนึ่งให้ พร้อมรอยยิ้มที่มากพอจะเปิดเผยร่องรอยตีนกาออกมาให้เห็น แม้จะมีอายุแตะเลขสี่แล้วแต่ยังคงดูอ่อนกว่าวัย ทั้งสองยืนคุยกันอีกสักพัก จนเนอิน่าที่แอบฟังอยู่นานก็เริ่มอ้าปากหาวหวอดๆด้วยความง่วง  ก่อนที่เด็กหนุ่มจะผละจากแม่ชี เขาก้มหัวเล็กน้อยเพื่อแสดงความขอบคุณและเดินตรงออกไปที่ประตูโบสถ์

เมื่อเนอิน่าเห็นดังนั้นก็ดีดตัวรีบกระโดดวิ่งตามทันที เด็กน้อยวิ่งผ่านหน้าแม่ชีอย่างรวดเร็วและเอื้อมมือคว้าชายเสื้อโค้ทเอาไว้แน่น พลางดึงอย่างแรงด้วยสองมือน้อยๆจนเด็กหนุ่มหันมามองอย่างแปลกใจ

“พะ..พี่ชายจะไปไหน”

เนอิน่าถามเสียงสั่น ยังไม่รู้เหตุผล แต่มันรู้สึกใจไม่ดียังไงบอกไม่ถูก เด็กหนุ่มยืนมองเด็กน้อยอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มให้เป็นครั้งแรก พริบตานั้นเนอิน่าตาสว่างหายง่วงเป็นปลิดทิ้ง รอยยิ้มที่ดูจริงใจเป็นครั้งแรก จากใบหน้าที่นิ่งเฉยมาตลอดสองวันของอีกฝ่าย ทำให้เนอิน่ารู้สึกแปลกใจไม่ใช่น้อย

“อยู่ที่นี่เธอจะมีที่พักและอาหาร อีกทั้งยังได้รับความดูแลจากแม่ชีท่านนี้... ฉันอยู่ที่นี่ไม่ได้หรอก ยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องทำและเธอก็ไปด้วยไม่ได้”

มือเอื้อมมาวางอยู่บนศรีษะของเนอิน่าพลางลูบเบาๆอย่างอ่อนโยนและเอ็นดู

“ห..ให้หนูไปด้วยนะๆ….น..หนูจะไม่ทำตัวเป็นภาระเลย...นะ...พ..พี่ชาย”
“....”

น้ำตาเริ่มคลอไหลอาบแก้มป่องๆอมชมพู แม้คำพูดของเนอิน่าจะอ้อนวอนยังไง ก็ดูเหมือนเด็กหนุ่มจะตัดสินใจเอาไว้แล้ว เขาลูบศรีษะอย่างอ่อนโยนอีกครั้งและหันหลังเดินจากไปช้าๆทันที ไม่มีแม้แต่คำสั่งลา

เนอิน่าปล่อยโฮออกมาโดยไม่รู้ตัวก่อนจะรีบวิ่งตามออกไป แต่แม่ชีโจแอนนาก็มารั้งตัวเอาไว้ก่อน หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ เด็กน้อยเอาแต่ร้องไห้ฟูมฟายไม่ยอมหยุด จนร่างของเด็กหนุ่มหายลับไปในความมืดยามรุ่งสาง ส่วนตัวเด็กน้อยก็ถูกอุ้มกลับเข้ามาด้านในโบสถ์อย่างยากลำบาก แรงดิ้นของเธอทำเอาแม่ชีโจแอนนาลำบากไม่ใช่น้อย

“หนูเนอิน่าอย่าร้องไห้เลยนะจ๊ะ โอ๋ โอ๋...ไม่เอานะอย่าร้องนะ”

โจแอนนาพยายามปลอบขวัญเด็กน้อยที่กำลังสับสน ขณะที่อีกฝ่ายก็ดิ้นไม่ยอมหยุด

“ปล่อยหนู…. ฮ..ฮึก นะ…. ฮือ…. ฮือ.... นะ... ฮึก คะ.... หนูจะ...จ….ไปหาพี่ชาย.....”

พูดไปพลางสะอึกสะอื้นแทบฟังไม่รู้เรื่อง แต่แม่ชีผู้ใจดีก็ยังยิ้มรับและโอบกอดเอาไว้ไม่ปล่อย อบอุ่นและจริงใจจนเนอิน่าค่อยๆผ่อนคลายลงบ้าง แต่ก็ทดแทนความรู้สึกที่สูญเสียพี่ชายไม่ได้

แม้จะแค่เวลาสองวันที่ได้เจอกัน แต่มันมีความพิเศษลึกๆในนั้น ความรู้สึกที่เหมือนถูกดึงขึ้นจากหลุมลึกดำมืด ซึ่งไม่มีใครใส่ใจในคืนวันฝนตก ที่ทั้งหนาวเหน็บและอ้างว้าง เนอิน่ายังคงร้องไห้ต่อไปอีกพักใหญ่ จนท้องฟ้าเริ่มสว่างขึ้นแล้ว แม่ชีโจแอนนายังคงนั่งปลอบประโลมอยู่นานจนเด็กน้อยค่อยๆรู้สึกดีขึ้น

“อย่ากังวลไปเลยหนูน้อย ฉันจะดูแลหนูเอง”

เนอิน่าร้องไห้มาพักใหญ่จนสงบลง  โจแอนนาก็แนะนำตัวเองว่าเป็นผู้ดูแลเรื่องราวต่างๆในโบสถ์แห่งนี้ คอยช่วยเหลือผู้ยากไร้ทั้งเด็กและคนชรา ที่นี่มีแม่ชีอยู่หลายคนและโจแอนนามีความอาวุโสที่สุด จึงมักจะเห็นแม่ชีหลายๆคนให้ความเคารพเธอมากมาย เธอบอกว่าหนูควรจะพักผ่อนอยู่ที่นี่ จะให้ดีก็ลองศึกษาพระคัมภีร์ควบคู่ไปด้วย

------

หลังจากที่พี่ชายทิ้งหนูไป ทุกอย่างดำเนินได้ด้วยดีและรวดเร็วซะจนหนูตั้งตัวไม่ทัน วันคืนผ่านพ้นไป หนึ่ง สอง สาม...จนล่วงไปเป็นสัปดาห์ จากที่เคยเศร้าก็เหมือนจะค่อยๆลืมไปบ้าง ทั้งเรื่องลุง ป้า พี่ชาย เพราะโจแอนนาแท้ๆเลย ที่คอยดูแลเอาใจใส่อยู่เสมอ  

หนูเริ่มคุ้นเคยกับสถานที่และผู้คนต่างๆมากขึ้น มีเพื่อนในวัยเดียวกันกับหนูอยู่หลายคน พวกเราได้เรียนหนังสือหลากหลายเรื่อง ได้ฟังนิทานเรื่องเล่าต่างๆ ทั้งยังเริ่มฝึกอ่านตัวอักษร แม้เด็กคนอื่นๆจะนิสัยดีและเป็นมิตร แต่หนูกลับรู้สึกอึดอัดใจทุกครั้งที่จะ ทำตัวให้สนิทสนมกับคนอื่นๆ ทั้งเหล่าแม่ชีและเด็กทั้งหลาย หนูยังไม่พร้อมจะเปิดใจให้ใคร จึงเลือกจะตั้งใจเรียนหนังสือให้ได้มากที่สุดแทน

บางทีหนูอาจจะตัดสินใจอยู่ที่นี่ไปเลยก็ได้นะ เพราะหนูได้รับหน้าที่ช่วยงานเล็กๆน้อยๆในโบสถ์ งานไม่หนักเหมือนตอนอยู่กับลุงและป้า มีอาหารให้ทานครบทั้งสามมื้อ ซึ่งอันนี้หนูค่อนข้างจะชอบเป็นพิเศษ ได้เรียนหนังสือ มีคนคอยเอาใจใส่ เลยทำให้ความเศร้าเรื่องพี่ชายค่อยๆหายไป แต่หนูก็ยังคิดถึงเขาอยู่ตลอดละนะ

วันๆมีเรื่องให้ทำมากมาย จนแทบจะไม่มีเวลาเหงาเรื่องพี่ชายหรือเศร้าเรื่องลุงและป้า ทั้งงานทำความสะอาด ปัดกวาดเช็ดถู ดูแลแปลงพืชพักและเรียนหนังสือยามว่าง เด็กๆทุกคนช่วยกันคนละไม้คนละมืออย่างสามัคคี งานไม่หนักเลย แถมยังไม่ถูกตีด้วย

มีเตียงนอนนุ่มๆกับห้องที่มีหน้าต่างมองเห็นท้องฟ้ายามค่ำคืน ห้องที่หนูนอนมาตลอดหนึ่งสัปดาห์นี้ ชักจะคุ้นชินกับมันซะแล้วสิ ส่วนเตียงข้างๆก็ยังคงว่างเปล่า ยังไม่มีเด็กมาใหม่ หนูจึงยังไม่ต้องแชร์ห้องนอนกับใคร อย่างที่แม่ชีท่านหนึ่งบอกเอาไว้

สายตาเหลือบมองเตียงอีกฝั่งพาลทำให้นึกถึงพี่ชายขึ้นมาจนได้ แต่ไม่เศร้าแล้วล่ะ ในเมื่อตอนนี้หนูมีสถานที่และผู้คนให้พึ่งพาอาศัยแล้ว  

ท้องฟ้ามืดครึ้มลงจนกลายเป็นเวลาค่ำคืน เด็กทุกคนได้เวลาเข้านอนรวมทั้งตัวหนูด้วย ตัวถูกทิ้งลงนอนบนเตียง หน้าซุกลงไปในหมอนสีขาว ก่อนหันตะแคงข้างหันมองเตียงว่างเปล่าฝั่งตรงข้าม เห็นภาพพี่ชายลางๆที่มาถึงพร้อมกันเมื่อสัปดาห์ก่อน ไม่ภาพหลอนหรือง่วงจนตาฝาด เหมือนจะหลุดลอยออกมาจากความทรงจำ เขานั่งลงข้างเตียงและส่งหนูเข้านอน ทำเอาหนูคิดถึงขึ้นมาไม่น้อย

แต่สายตาสะดุดเข้ากับสมุดเรียน ที่ถูกลมลอดหน้าต่างมาพัดจนหน้ากระดาษเปิด เห็นด้านในที่เริ่มมีตัวอักษรมากขึ้น ต่างจากวันแรกที่แทบจะเขียนอะไรไม่ได้ นอกจากวาดรูปเล่น ทำเอาภาพฝันหรือเหม่อของพี่ชายหายวับไปตอนไหนไม่รู้ ตอนนี้หนูสามารถเขียนชื่อของตัวเองได้แล้วนะ กับคำง่ายๆอีกไม่กี่คำ... ถ้าพี่ชายแวะกลับมาเยี่ยมบ้างก็คงจะดี ตอนนี้จะเป็นยังไงบ้างนะ

ด้วยความเหนื่อยล้าเนอิน่าก็นอนหลับได้โดยไม่ยาก สมองเริ่มทำงานช้าลง ดวงตาค่อยๆหรี่ลงช้าๆจนปิดลงในที่สุด สติล่องลอยไปในความมืดมิด เหมือนหลุดเข้ามาในความฝัน รู้สึกตัวอีกทีก็มาอยู่ในที่ๆคุ้นตาอีกแล้ว ที่ๆมีแต่ความมืดมิด ความฝันที่เห็นบ่อยๆในทุกๆคืน

เพี้ยะ !

เสียงตบดังฉาดจนเนอิน่าคอเอียง เลือดสีแดงไหลย้อยออกมาจากมุมปาก ด้วยความงุนงง เนอิน่ายังไม่ทันตั้งสติได้ทัน เธอกลับมาอยู่ในบ้านของลุงและป้าอีกแล้ว

“เนอิ แกหยุดทำงานทำไม ขี้เกียจอีกแล้วเรอะ”
“น่ะ..หนู...ข...ขอโทษ...ค...”

เนอิน่างุนงงไม่น้อย ที่ไหน เมื่อไหร่ อะไร ยังไง แต่ความคิด ตรรกะ หรืออะไรก็ตาม ไม่มีทางเทียบได้กับสัญชาติญาณที่ถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก เนอิน่ารีบก้มลงควานหาอะไรก็ตาม ที่มันตกหล่นหรือเลอะเทอะอยู่ที่พื้น เพื่อทำความสะอาดอย่างลุกลี้ลุกลน เศษขยะมากมายกองเต็มทั่วพื้นบ้านไปหมด และเหมือนมันจะเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆอย่างน่าแปลกใจ

เนอิน่าได้แต่ลนลาน รีบคว้าเศษขยะทุกชิ้นเท่าที่จะทำได้ เก็บใส่ถังขยะให้เรียบร้อย แต่ดูเหมือนมันจะเพิ่มพูนขึ้นจนมากมายนับไม่ถ้วนอย่างไร้สาเหตุ ส่วนลุงและป้าที่ยืนมองดูต่างก็พูดอะไรสักอย่างพึมพำฟังไม่รู้เรื่อง หรือจะเรียกว่าไม่เป็นภาษามนุษย์ซะด้วยซ้ำ

ดวงตาของทั้งสองคนแดงก่ำจนน่ากลัว ร่างกายทั้งสองคนก็ค่อยๆขยายใหญ่ขึ้นทีละน้อย ขาก้าวเดินเข้ามาหาใกล้ขึ้นๆ จนเด็กน้อยหัวใจเต้นระรัวกลัวมากจนทนไม่ไหวแล้ว

ขยะทุกชิ้นในมือร่วงลงพื้น เนอิน่าสะบัดหน้าหนีและเริ่มวิ่งอย่างสุดชีวิต ผมสีดำยาวปลิวไสว พร้อมหยดน้ำตาที่พรั่งพรูออกมาด้วยหวาดความกลัว พนังห้อง พื้นบ้าน เศษขยะหล่นจมหายไปในความมืดมิดที่ลึกสุดลูกหูลูกตา ซึ่งแม้แต่ตัวเนอิน่าเองก็ยังไม่เข้าใจว่า เท้าของเธอสัมผัสกับห้วงอากาศที่ว่างเปล่าหรืออะไร น่าแปลกใจที่ยังคงวิ่งหนีอยู่ได้ราวกับเท้าจมอยู่ใต้น้ำ

แต่ก็เป็นความนึกคิดเพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น เนอิน่าคิดแค่อย่างเดียวตอนนี้คือ วิ่งหนีให้สุดชีวิต ยิ่งออกแรงวิ่งเท่าไหร่ ลุงและป้าก็ตามมาเร็วเท่านั้น รูปร่างหน้าตาเริ่มเปลี่ยนแปลงจนเหมือนสิ่งมีชีวิตประหลาดเข้าไปทุกทีแล้ว เริ่มมีเขางอกยาวออกมาจากหน้าผาก เส้นผมหลุดร่วงเหลือเพียงผิวหนังอันน่าขยะแขยง ร่างกายดเพี้ยนไปอย่างไม่น่าเชื่อ กระดูกปูดโปนอัปลักษณ์ผิดมนุษย์

น่ากลัว … น่ากลัวจังเลย... ทำไม….ทำไมหนูต้องเจอเรื่องแบบนี้ด้วย ลุงจ๋าป้าจ๋า หนูขอโทษ วิ่งไม่ไหวแล้ว อย่า... อย่า... อย่าทำหนูเลย…

เหมือนจะด้วยความกลัวสุดขีด เนอิน่าสะดุ้งสุดตัวลืมตาตื่นขึ้นมา เธอหายใจไม่ออก มันติดขัดหายใจไม่ทัน อากาศเหมือนจะติดค้างที่หน้าอก หายใจสะดุดเป็นจังหวะ เหงื่อท้วมตัวไปหมด น้ำตาเอ่อล้นไหลพราก ตัวสั่นงันงก และเหมือนจะเพิ่งรู้สึกตัวด้วยว่าตนเองไม่ได้นอนอยู่บนเตียงนอน

ทำไม ทำไมหนูถึงนอนขดตัวอยู่ในอะไรสักอย่าง ทั้งแคบและหายใจลำบาก รู้สึกเหมือนลอยเคว้งคว้าง มืดสนิทมองไม่เห็นอะไรเลย

เกิดอะไรขึ้นกับหนูกันแน่

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่