หน้าแรก
คอมมูนิตี้
ห้อง
แท็ก
คลับ
ห้อง
แก้ไขปักหมุด
ดูทั้งหมด
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
แท็ก
แก้ไขปักหมุด
ดูเพิ่มเติม
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
{room_name}
{name}
{description}
กิจกรรม
แลกพอยต์
อื่นๆ
ตั้งกระทู้
เข้าสู่ระบบ / สมัครสมาชิก
เว็บไซต์ในเครือ
Bloggang
Pantown
PantipMarket
Maggang
ติดตามพันทิป
ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้
เกี่ยวกับเรา
กฎ กติกา และมารยาท
คำแนะนำการโพสต์แสดงความเห็น
นโยบายเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล
สิทธิ์การใช้งานของสมาชิก
ติดต่อทีมงาน Pantip
ติดต่อลงโฆษณา
ร่วมงานกับ Pantip
Download App Pantip
Pantip Certified Developer
ชีวิตจากต่างโลกอาจแกร่งกว่าที่คาดการณ์
กระทู้สนทนา
อวกาศ
ดาราศาสตร์
วิทยาศาสตร์
ธรณีวิทยา
บทความวิชาการ
ชีวิตจากต่างโลกงั้นหรือ เป็นไปได้มากกว่าที่เราคาดการณ์ บางครั้งมันอาจกลับมา ในเวลาที่ดวงตะวันถึงแก่การหลับไหล
เรื่องของชีวิตในต่างโลกบางครั้งถูกคัดค้านจากคนที่ไม่สนใจในวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมถึงคนที่กำลังอยู่ในระดับการค้นคว้าวิจัยในด้านต่างๆ
อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนการที่จะค้นพบชีวิตจากต่างโลกมันจะถูกประเมินค่าใว้สูงขึ้น ชีวิตแข็งแกร่งกว่าที่เราคาดการณ์ใว้ ชีวิตสามารถรอดได้ ในสภาวะ
ที่คู่ต่อสู้อาจคิดไม่ถึง อย่ามาดูกถูกพลังของธรรมชาติ อย่าประเมินค่าของสิ่งมีชีวิตเอาใว้ต่ำเกินใน ด้วยการไปค้นพบของนักวิทยาศาสตร์ในปัจจุบัในช่วงสองปีมานี้ เป็นไปได้สูงว่าชีวิตจากต่างโลกจะกลับมา เมื่อบางครั้งคนบอกว่าชีวิตมันเป็นสารเคมีที่ซับซ้อนและน่าอัศจรรย์ องค์ประกอบของชีวิต
กลับง่ายดายอย่างเหลือเชื่อ ไม่ว่าจะเป็นไฮโดรเจน คาร์บอน และออกซิเจน พวกเขานั้นเป็นธาตุเคมีที่ค้นพบได้ง่ายขึ้นมาอย่างเหลือเชื่อ ใช่
พวกเขาพบได้ทั่วไปในจักรวาล องค์ประกอบของชีวิตนั้นมันง่ายดายกว่าที่เราคาดการณ์ใว้ตอนแรกมาก ในที่นี้รวมไปถึงกรดอะมิโนด้วย ซึ่งมันเป็นเช่นเดียวกับโปรตีนอื่นๆ ที่สร้างข่ายใยยึดเกาะ และโครงข่ายเคมีขึ้นมาในร่างกายของเรา ตัวอย่างของกรดอะมิโนนั้นถูกค้นพบในดาวหางซึ่งมันชี้ว่า
น่าจะมีชีวิตจากต่างโลกอยู่จริง และพวกเขาก็รอดชิตอยู่ระหว่างดวงดาว การค้นพบส่วนผสมทางเคมีของกรดเคมีบางประเภทบนดาวอังคาร ซึ่ง
มันอยู่ในการค้นหาของนาซา ที่จะให้ผู้คนค้นพบโมเลกุลแห่งชีวิต ที่มันแสดงให้เห็นชีวิตจากต่างโลกที่มันจะอาศัยอยู่บน
ดาวอังคาร มันเริ่มค้นหาตั้งแต่วันที่คิวริออสซีตี้ได้ทำการลงจอดบนดาวอังคารในปี 2012 มันได้ทำการเก็บเอาตัวอย่างหินและทรายบนดาวอังคารมา
เพื่อการค้นหาการดำรงอยู่ของโมเลกุลชีวภาพ โครงข่ายของสายคาร์บอนที่ซับซ้อน ที่ให้กำเนิดชีวิตบนโลกของเรา แม้ครั้งที่แล้วจะค้นพบรูปแบบ
ของสารเคมี ที่บ่งบอกได้ถึงการกำเนิดขึ้นมาของชีวิต แต่มันก็ได้ค้นพบตัวอย่างของเคมี ที่มันมีรูปร่างคล้ายกับว่ามันเป็นผนังเซลล์บนโลก
คราวนี้เราก็ได้ค้นพบตัวอย่างของสารเคมีที่ซับซ้อน คล้ายกับตัวอย่างชีวภาพตกค้างที่พบในบ่อน้ำมันแลพแก้สบนโลก โครงสร้างทางชีวภาพ
ขนาดยักษ์ของโมเลกุล แม้จะเจอเป็นสัดส่วนแค่ไม่กี่ส่วนในล้านส่วน มันก็ได้ทำให้เห็นแล้ว ว่ามันมีปริมาณมากมายร่วมร้อยเท่าของการค้นพบก่อนหน้า
ถึงทีมวิจัยจะบอกไม่ได้ ว่าโมเลกุลชีวภาพที่ปรากฏตัวขึ้นมาในครั้งนี้มันเป็นสัญญานของชีวิตจริงๆหรือไม่ หรือว่าเป็นเพียงแค่ปรากฏการณ์ทั่วไปทางธรณีวิทยาบนดาวอังคาร พวกเขาได้ทดลองออกมาว่าเคมีที่กำลังปรากฏตัวบนดาวอังคารนี้อาจอยู่รอดมาได้ไม่ต่ำกว่า 3.5 พันล้านปี
ต่อให้อยู่ในความร้อนสูงเคมีพวกนี้ก็อาจถูกทำให้รอดชีวิตอยู่ได้ นักวิทยาศาสตร์กำลังมุ่งหน้าที่สถานที่สำคัญบนดาวอังคารอย่างภูเขาสูง 5000 เมตร
อย่างเอโลริส มอนส์ มันอาจทำให้เจ้านั่นมันทำลายลงอย่างกว่าที่ใครต่อใครคิด และอาจเป็นสถานที่อันเป็นไปได้ สำหรับชีวิตที่จำกำเนิดขึ้น
แต่เอาเข้าจริงชีวิตก็ไม่ใช่สิ่งที่จะทำการค้นหาได้ยากขนาดนั้น ใกลจากโลกไปกว่า 6500 ปีแสง กลุ่มเมฆแอลก์ฮอร์จำนวนมหาศาล
กำลังล่องลอยอยู่ ใช่ พวกมันล่องลอยอยู่ในระหว่างดวงดาว ในบริเวณที่เรียกว่าW3OH แอลก์ฮอร์ที่ค้นพบในบริเวณนี้นั้น ถือเป็นเมทิลแอลกฮอร์ล หรือที่ชาวต่างชาติบางคนกล่าวว่าเป็นแอลกฮอร์ลจากไม้ ถึงเอาเข้าจริงแอลกฮอร์ลในอวกาศกลุ่มนี้จะไม่ได้มาจากไม้ก็ตาม ซึ่งมันไม่เหมาะสมสำหรับ
การดืนกินนะ เพราะว่ามันเป็นพิษนะเออ แน่นอนว่ามีแอลกฮอร์ลที่กินได้ อย่างเอทิลแอลกฮอร์ลลอยอยู่ด้วยเช่นกัน แต่ปริมาณจะน้อยกว่า
มันอาจดูประหลาด ที่มีเมฆแอลกฮอร์ลลอยเท้งเต้งอยู่ท่ามกลางอวกาศอันเวิ้งว้างแห่งนี้ แต่อย่างไรก็ตาม เรามีการพบกลุ่มของโมเลกุลที่มีความซับซ้อนอย่างมหาศาล อยู่ในกลุ่มหมอกแอลกฮอร์ลที่ลอยอยู่ในอวกาศ และส่วนผสมเคมีอันซับซ้อน ได้ล่องลอยอยู่ระหว่างดวงดาวเหล่านี้
สารเคมีที่ซับซ้อนสุดยอดหลายๆ ชนิด ที่ไม่มีการค้นพบบนโลก ก็สามารถค้นหาได้ในอวกาศ ดังนั้นเอาเข้าจริงแอลก์ฮอร์ที่เป็นโมเลกุลง่ายๆพวกนี้
ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่มากอะไร ที่จะค้นพบพวกมันลอยอยู่ระหว่างดวงดาว
ถึงแอลก์ฮอร์ลที่ลอยอยู่กลางอวกาศจะไม่ใช่เรื่องที่น่าตกใจมากนัก สำหรับผู้รู้ กระนั้นก็ยังคงมีประเด็นทางดาราศา่สตร์ที่น่าสนใจและน่าค้นหาจำนวนมากที่เราอาจได้คำตอบมาจากการศึกษาเมฆแอลกฮอร์ลพวกนี้ เพราะว่าจากการทดลองในตัวอย่างของโมเลกุลที่มีสภาพพึ้นฐานใกล้เคียงกันเมื่อใส่พลังงานเข้าไป โดยปกติเมื่ออะตอมหรือโมเลกุลเปล่งแสงแสงจะเกิดขึ้นแบบสุ่ม อิเล็กตรอนของอะตอมมีพลังงานเพิ่มขึ้นเล็กน้อย (อยู่ในสถานะที่ตื่นเต้น) และพวกมันลดลงสู่ระดับพลังงานที่ต่ำกว่าโดยการเปล่งโฟตอน เรื่องนี้เป็นที่รู้จักกันในชื่อการปล่อยพลังงานของก๊าซธรรมชาติ เนื่องจากพฤติกรรมควอนตัมของอิเล็กตรอนพวกมันสามารถเคลื่อนที่ระหว่างระดับพลังงานที่ไม่ต่อเนื่องเฉพาะ ซึ่งหมายความว่าโฟตอนที่อะตอมหรือโมเลกุลที่ปล่อยออกมานั้นมีพลังงานจำเพาะและสีที่เฉพาะเจาะจง นี่เป็นสาเหตุที่สเปกตรัมของการปล่อยมีรูปแบบเฉพาะนั่นเอง
แต่ถ้าอิเล็กตรอนของกลุ่มหมอกพวกนี้มันอยู่ในสภาวะที่ตื่นตัว และโมเลกุลของพวกมันถูกพุ่งชนโดยโฟตอน ก็อาจทำให้เกิดเรื่องอย่างการลดระดับพลังงานลงมา พร้อมกับปลดปล่อยโฟตอนออกมาได้ ซึ่งได้เชื่อว่าการปล่ดปล่อยพลังงานก็าซ การปลดปล่อยพลังงานนี้ สิ่งที่จับได้ก็คือการปล่อยก๊าซที่ถูกกระตุ้นนั้นไม่สามารถกระตุ้นได้ด้วยโฟตอนใด ๆ มันจะต้องถูกกระตุ้นโดยโฟตอนของพลังงานเดียวกับที่อิเล็กตรอนปล่อยออกมา ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือโฟตอนของพลังงานที่ถูกต้องกระทบกับโมเลกุลกระตุ้นให้เกิดการปลดปล่อยจากนั้นโฟตอนแรกและโฟตอนใหม่ของพลังงานที่มีระดับเดียวกันก็จะไปตามทางเดียวกัน
การค้นพบสรุปนี้ว่า โฟตอนสามารถกระตุ้นโมเลกุล เพื่อปลดปล่อยโฟตอน และมันสามารถกลายสภาพเป็นปฏิกิริยาลูกโซ่ในสเกลที่ใหญ่ขึ้น ด้วยการกระตุ้นกลุ่มของโฟตอน ให้ทำการปลดปล่อยโฟตอนออกมามากขึ้นไปอีก เนื่องจากโฟตอนเหล่านี้เดินทางไปด้วยกันพวกเขาจึงมีการเปลื่ยนแสงสว่าง
ที่ประสานกันอย่างรุนแรงและเจิดจ้ามากขึ้นไปอีก
ด้วยเลเซอร์ที่พบบ่อยโมเลกุลที่ถูกกระต้นให้มีพลังงานสูงนั้นจะถูกบรรจุไว้ในช่องออสซิลเลชั่นดังนั้นโฟตอนที่ปล่อยออกมาจะถูกส่งกลับไปกลับมาภายในโพรง (ด้วยการส่งแต่ละครั้งที่กระตุ้นให้เกิดการกระตุ้นมากขึ้น) ก่อนที่จะออกมาเป็นลำแสง นี่คือเหตุผลที่ตัวชี้เลเซอร์ขนาดเล็กสามารถทำให้จุดสว่างบนผนังของคุณ แต่วัตถุฟิสิกส์ดาราศาสตร์ไม่มีช่องว่างการสั่นดังนั้นโฟตอนที่ถูกกระตุ้นจะส่งผ่านเพียงครั้งเดียวผ่านโมเลกุลที่ถูกกระตุ้นอย่างรุนแรง ดังนั้นไมโครเวฟที่ปล่อยออกมาจึงไม่ค่อยมีความเข้มข้นเท่ากับคำว่า "เลเซอร์ไมโครเวฟ" ถึงกระนั้นวัตถุฟิสิกส์ดาราศาสตร์ก็ยังผลิตแสงจ้าในช่วงความยาวคลื่นแคบ ๆ
แล้วสิ่งนี้เกี่ยวข้องอะไรกับเมฆแอลกอฮอล์ในอวกาศ? เพื่อที่จะก่อให้เกิด maser astrophysical คุณจะต้องมีเงื่อนไขที่เหมาะสม สำหรับหนึ่งคุณต้องมีประเภทของโมเลกุลที่มีสายการปล่อยที่แข็งแกร่งเช่นโมเลกุลเมทิลแอลกอฮอล์ คุณต้องการให้พวกมันมีความเข้มข้นพอสมควรดังนั้นโฟตอนที่ถูกกระตุ้นสามารถชนกับโมเลกุลอื่นเพื่อทำให้เกิดน้ำตก เมฆระหว่างดวงดาวของเมทิลแอลกอฮอล์จะทำอย่างดี ในที่สุดคุณก็ต้องการแหล่งพลังงานเช่นโปรโตสตาร์เมื่อมันเริ่มร้อนขึ้น
เงื่อนไขที่แน่นอนเหล่านั้นมีอยู่ใน W3 (OH) เพราะเมฆแอลกอฮอล์ล้อมรอบแหล่งกำเนิดของดวงดาวแห่งนี้ คุณสามารถดูพึ้นที่นี้ในภาพด้านบน ที่นี่เมฆแอลกอฮอล์ถูกมองว่าเป็นพื้นที่สีผิดในขณะที่จุดสีขาวแสดงถึงตำแหน่งของวัตถุฟิสิกส์ดาราศาสตร์
เมื่อผู้เชี่ยวชาญประดิษฐ์เลเซอร์ประดิษฐ์ขึ้นครั้งแรกในปี 1950 พวกเขาคิดว่าเป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นทั้งหมด ตอนนี้เรารู้ว่าเลเซอร์เป็นเหตุการณ์ธรรมชาติ
ดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะที่สิ่งมีชีวิตจะอาศัยอยู่ได้ อันที่จริงก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ง่ายดายเช่นกัน ตั้งแต่ในปี 1995 มันทำให้เราได้ค้นพบว่า
มันไม่ได้มีพิภพอยู่ในระบบสุริยะของเราเท่านั้น แต่เราสามารถค้นพบมันได้ในตลอดกาลอวกาศ ปัจจุบันมีการค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะไม่ต่ำกว่าสี่พันดวง จากการค้นพบนี้ ทำให้นักดาราศาสตร์ได้ตัวเลขคาดการณ์ที่น่าตื่นตะลึงเป็นอย่างมาก อาจมีดาวเคราะห์คล้ายโลกมากกว่า 40 ล้านดวง ที่กำลังลอยอยู่ในฮาบิเทเบิลโซน ซึ่งดวงดาวเหล่านั้นล้วนแต่มีของเหลว
ในรูปแบบของน้ำอยู่บนพึ้นผิวได้จริงๆ โอ้โหเฮะ
มันเป็นไปได้ด้วยซ้ำ ว่าอาจมีพิภพคล้ายโลก ลอยอยู่ห่างพวกเราไปในระยะไม่เกิน 4 ปีแสง
ที่อัลฟ่าเซนทอรีและพรอกซิมาเซนทอรี มีดาวดวงหนึ่งโคจรรอบดาวแม่ 11-12 วัน
และดาวดวงนั้นมันมีน้ำอยู่บนพึ้นผิว เป็นไปได้ว่างานนี้เราจะไปสำรวจมันกันได้เร็วๆนี้นั่นเอง
ด้วยโครงการเบรคเอาท์สตาร์ช็อค ที่ถูกคิดขึ้นโดยสตีเฟ่นฮอว์กิ้ง ที่จะทำการส่งโพรบนาโนจำนวนมหาศาลให้ลอยไปในอวกาศ มันจะเข้าไปด้วยความเร็วใกล้เคียงแสง มันจะเดินทาง
ไปจนสุดแดนของอวกาศ และชีวิตนั้นแข็งแกร่ง โดยเฉพาะชีวิตที่ปรากฏตัวขึ้นมาบนโลกในยุคแรกๆ ฟอสซิลของพวกอาร์เคียที่ทนทานต่อความร้อนสูงนั้นปรากฏตัวบนโลกของเรา ตั้งแต่ 3.5 พันล้านปีก่อน แต่หลักฐานจากดีเอ็นเอของสิ่งมีชีวิตในยุคโบราณ ชี้ว่าดาวเคราะห์ที่เหมือยอยู่ไม่ได้ของเรา อาจกลายเป็นสวนอีเดน กับชีวิตบางแบบที่มีความทนทานมากเพียงพอ ชีวิต
ช่างยิ่งใหญ่ และอยู่รอดได้ แม้ในสภาวะที่เหมือนกับนรกสำหรับเรา ในทะเลสาบกรดซัลฟิวริกเข้มข้น แบคทีเรียและอาร์เคียกำลังหาอาหารกินอย่างมีความสุข
ในทะเลขยะรังสีในอังกฤษ ซึ่งมีกัมมันตนภาพรังสีรุนแรง และมีค่า PH สูงกว่า 12 ไม่ว่าจะเป็นกรดพิษร้ายแรงจากอัลคาไลน์ ทะเลด่าง หรือแม้แต่ความร้อนเกือบๆ ร้อยองศาก็ไม่สามารถฆ่ามันได้ พวกมันสามารถขับพิษออกมาได้อย่างรวดเร็ว และย่อยขยะนิวเคลียร์ให้กลายเป็นอาหารอันโอชะ นี่ขนาดในนรกรังสีที่จะฆ่ามนุษย์ในเวลาสั้นๆพวกมันยังรอด แม้แต่ในนรกใต้ทะเลที่ความดัน 40 เมกะปาสคาล และความร้อนของน้ำมากกว่า 122 องศา มันก็รอด แม้แต่ในสุญญากาศบนดวงจันทร์ หรือนรกใต้เปลือกโลกที่ความลึกมากกว่า 5 กิโลเมตรมันก็รอด
ที่มันอาณานิคมของมันอาจใหญ่กว่า 2 ลูกบากศ์กิโลเมตร
อ้างอิง
https://www.sciencealert.com/here-s-how-aliens-went-from-a-sci-fi-fairy-tale-to-a-serious-scientific-endeavour
https://onlinelibrary.wiley.com/doi/abs/10.1111/j.1945-5100.2009.tb01224.x
https://www.sciencemag.org/news/2018/06/nasa-rover-hits-organic-pay-dirt-mars
https://science.sciencemag.org/content/347/6229/1402
https://science.sciencemag.org/content/360/6393/1096
https://www.pnas.org/content/early/2013/10/31/1319909110/tab-article-info
https://www.pnas.org/content/115/1/53.short
https://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S0923250803001141
https://www.nature.com/articles/ismej2014125
https://www.theguardian.com/science/2018/dec/10/tread-softly-because-you-tread-on-23bn-tonnes-of-micro-organisms
▼
กำลังโหลดข้อมูล...
▼
แสดงความคิดเห็น
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
นักวิทย์คาดดวงจันทร์ไททันอาจไม่มีเนื้อในเป็นมหาสมุทรเกล็ดน้ำแข็งขนาดใหญ่
ผลการวิเคราะห์ข้อมูลดวงจันทร์ไททันล่าสุดคาดว่าโครงสร้างใต้เปลือกดวงจันทร์อาจไม่ได้มีชั้นมหาสมุทรหนาอยู่ใต้แผ่นน้ำแข็งขนาดยักษ์ แต่เป็นลักษณะของพื้นผิวที่ลอยอยู่เหนือชั้นน้ำของเหลวที่มีลักษณะคล้ายกับน้
สมาชิกหมายเลข 7918220
ภารกิจ อาร์ทิมิส 2 (Artemis II) ใกล้จะเข้ามาถึงแล้ว สารภาพว่าตื่นเต้นมากครับ รอมา 50 ปีแล้ว
ภารกิจ อาร์เทมิส (หรือ อาเทมิส) 2 (Artemis II) คือก้าวสำคัญที่จะพามนุษย์กลับไปแตะขอบเขตของดวงจันทร์อีกครั้งในรอบกว่า 50 ปี ครั้งนี้จะเป็นการส่ง "นักบินอวกาศ" ไปด้วยจริงๆ หลังจากที่เคยส่ง Art
totoonline
ดาวยักษ์ที่ทำให้สุริยะดูตัวเล็กนิดเดียว — Stephenson 2-18"
ลองจินตนาการว่าดวงอาทิตย์ของเรา เป็นลูกบอลปิงปองแล้วจู่ ๆ มีลูกบอลที่ใหญ่เท่าตึกระฟ้าทั้งตึก เด้งเข้ามาอยู่ข้าง ๆนั่นแหละคือความต่างระหว่างดวงอาทิตย์...กับดาวที่ชื่อว่า Stephenson 2-18ดาวดวงนี้ใหญ่ขนา
สมาชิกหมายเลข 8400221
บุกดาวแห่งสงคราม ตะลุยอวกาศใกล้โลก life on mars
บนดาวแดงแห่งสงคราม จะยังคงมีชีวิตอยู่หรือไม่ อวกาศลึกเพียงไร ข้าจะขอเอี้อมไปให้ถึง ความจริงของจักรวาลและชีวิต อาจอยู่ใต้ผิวดาวอันลึกซึ่ง ยามที่ตัวข้าตัดสินใจหวนคำนึง อวกาศยังลึกซึ้งตลอดไป บนดาวอังคาร
สมาชิกหมายเลข 1433773
อนาคตพลังงานและทรัพยากรไทย: สมดุลระหว่างปัจจุบันและอนาคต
# ## ปัญหาที่ไทยกำลังเผชิญ ประเทศไทยในปี 2025 กำลังเผชิญกับความท้าทายสำคัญหลายประการ ในด้านพลังงาน เรายังคงพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลถึง 85% และต้องนำเข้าก๊าซธรรมชาติ (LNG) จากตะวันออกกลางเป็นจำนวนมาก
สมาชิกหมายเลข 3734818
เปิดภาพ “Snowman Nebula" มนุษย์หิมะแห่งจักรวาล ไกลโลก 6,000 ปีแสง
คริสต์มาสปีนี้ไม่ได้มีแค่ซานต้าบนโลกเท่านั้น ! เพราะในห้วงอวกาศยังมีสิ่งมหัศจรรย์ที่ดูเข้ากับเทศกาลแบบสุด ๆ นั่นคือ “เนบิวลามนุษย์หิมะ” (Snowman Nebula) หรือ Sharpless 2-302 (Sh2-302) ที่ก
สมาชิกหมายเลข 6652492
ถ่ายฝนดาวตกเจมินิดส์ (Geminids)ครั้งแรกที่วัดภูพร้าว 14 ธค 2568 ความงามจากฝากฟ้าที่ควรหาที่ดูซักครั้งในชีวิต
ความสวยงามจากฝากฟ้า แนะนำให้ไปเห็นด้วยตา และเก็บบันทึกไว้ในสมองจะดีกว่าดูรูปคนอื่น ในเมืองไทย มีจุดดูดาวหลายจุด ในใจผม วัดภูพร้าวเป็นจุดดูดาว ที่มีแบบ(ฉากหน้า) ที่สุดที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองไทยเลย ใ
ไอ้คล้าวผจญภัย
ในอีก 1 ปีหลังจากนี้ยาน Voyager 1 จะเป็นยานอวกาศลำแรกที่ไปไกลโลก 1 วันแสง!
ระยะห่าง1วันแสงเท่ากับระยะทาง 25,902,068,371กิโลเมตร นั่นคือระยะทางที่เดินทางได้ใน1วันในสภาสะสูญญากาศ โลกของเราอยู่ห่างดวงอาทิตย์ประมาณ 8 นาทีแสง ส่วนดาวเนปจูนอยู่ห่างประมาณ 4 ชั่วโมงแสง ซึ่งยาน Voyag
สมาชิกหมายเลข 8400221
จำลองวินาทีแรกที่มนุษย์เหยียบดาวอังคาร
อีกไม่กี่เดือนแล้ว ที่ NASA จะส่งมนุษย์ไปดวงจันทร์อีกครั้ง (06/02/2569) ทำให้นึกไปถึงวินาทีแรกที่มนุษย์สัมผัสพื้นผิวดาวอังคารครั้งแีก คงจะเหมือนกับตอนที่ นิวสฺ อาร์มสตรอง เหยียบดวงจันทร์ครั้งแรก เลยใช
สมาชิกหมายเลข 5689704
" superbubble " ปริศนาซึ่งซ่อนอยู่ในเนบิวลาที่ซับซ้อนเป็นพิเศษ
ภาพที่น่าประทับใจของ " super bubble " แปลก ๆ ที่ค้นพบโดยกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล เมื่อต้นปี กล้องโทรทรรศน์ฮับเบิล (Hubble Telescope) ไม่ทำงานเนื่องจากคอมพิวเตอร์ภายในขัดข้อง องค์การ NASA
สมาชิกหมายเลข 3110689
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
อวกาศ
ดาราศาสตร์
วิทยาศาสตร์
ธรณีวิทยา
บทความวิชาการ
บนสุด
ล่างสุด
อ่านเฉพาะข้อความเจ้าของกระทู้
หน้า:
หน้า
จาก
แชร์ : 65
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน
อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่
ยอมรับ
ชีวิตจากต่างโลกอาจแกร่งกว่าที่คาดการณ์
เรื่องของชีวิตในต่างโลกบางครั้งถูกคัดค้านจากคนที่ไม่สนใจในวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมถึงคนที่กำลังอยู่ในระดับการค้นคว้าวิจัยในด้านต่างๆ
อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนการที่จะค้นพบชีวิตจากต่างโลกมันจะถูกประเมินค่าใว้สูงขึ้น ชีวิตแข็งแกร่งกว่าที่เราคาดการณ์ใว้ ชีวิตสามารถรอดได้ ในสภาวะ
ที่คู่ต่อสู้อาจคิดไม่ถึง อย่ามาดูกถูกพลังของธรรมชาติ อย่าประเมินค่าของสิ่งมีชีวิตเอาใว้ต่ำเกินใน ด้วยการไปค้นพบของนักวิทยาศาสตร์ในปัจจุบัในช่วงสองปีมานี้ เป็นไปได้สูงว่าชีวิตจากต่างโลกจะกลับมา เมื่อบางครั้งคนบอกว่าชีวิตมันเป็นสารเคมีที่ซับซ้อนและน่าอัศจรรย์ องค์ประกอบของชีวิต
กลับง่ายดายอย่างเหลือเชื่อ ไม่ว่าจะเป็นไฮโดรเจน คาร์บอน และออกซิเจน พวกเขานั้นเป็นธาตุเคมีที่ค้นพบได้ง่ายขึ้นมาอย่างเหลือเชื่อ ใช่
พวกเขาพบได้ทั่วไปในจักรวาล องค์ประกอบของชีวิตนั้นมันง่ายดายกว่าที่เราคาดการณ์ใว้ตอนแรกมาก ในที่นี้รวมไปถึงกรดอะมิโนด้วย ซึ่งมันเป็นเช่นเดียวกับโปรตีนอื่นๆ ที่สร้างข่ายใยยึดเกาะ และโครงข่ายเคมีขึ้นมาในร่างกายของเรา ตัวอย่างของกรดอะมิโนนั้นถูกค้นพบในดาวหางซึ่งมันชี้ว่า
น่าจะมีชีวิตจากต่างโลกอยู่จริง และพวกเขาก็รอดชิตอยู่ระหว่างดวงดาว การค้นพบส่วนผสมทางเคมีของกรดเคมีบางประเภทบนดาวอังคาร ซึ่ง
ดาวอังคาร มันเริ่มค้นหาตั้งแต่วันที่คิวริออสซีตี้ได้ทำการลงจอดบนดาวอังคารในปี 2012 มันได้ทำการเก็บเอาตัวอย่างหินและทรายบนดาวอังคารมา
เพื่อการค้นหาการดำรงอยู่ของโมเลกุลชีวภาพ โครงข่ายของสายคาร์บอนที่ซับซ้อน ที่ให้กำเนิดชีวิตบนโลกของเรา แม้ครั้งที่แล้วจะค้นพบรูปแบบ
ของสารเคมี ที่บ่งบอกได้ถึงการกำเนิดขึ้นมาของชีวิต แต่มันก็ได้ค้นพบตัวอย่างของเคมี ที่มันมีรูปร่างคล้ายกับว่ามันเป็นผนังเซลล์บนโลก
คราวนี้เราก็ได้ค้นพบตัวอย่างของสารเคมีที่ซับซ้อน คล้ายกับตัวอย่างชีวภาพตกค้างที่พบในบ่อน้ำมันแลพแก้สบนโลก โครงสร้างทางชีวภาพ
ขนาดยักษ์ของโมเลกุล แม้จะเจอเป็นสัดส่วนแค่ไม่กี่ส่วนในล้านส่วน มันก็ได้ทำให้เห็นแล้ว ว่ามันมีปริมาณมากมายร่วมร้อยเท่าของการค้นพบก่อนหน้า
ถึงทีมวิจัยจะบอกไม่ได้ ว่าโมเลกุลชีวภาพที่ปรากฏตัวขึ้นมาในครั้งนี้มันเป็นสัญญานของชีวิตจริงๆหรือไม่ หรือว่าเป็นเพียงแค่ปรากฏการณ์ทั่วไปทางธรณีวิทยาบนดาวอังคาร พวกเขาได้ทดลองออกมาว่าเคมีที่กำลังปรากฏตัวบนดาวอังคารนี้อาจอยู่รอดมาได้ไม่ต่ำกว่า 3.5 พันล้านปี
ต่อให้อยู่ในความร้อนสูงเคมีพวกนี้ก็อาจถูกทำให้รอดชีวิตอยู่ได้ นักวิทยาศาสตร์กำลังมุ่งหน้าที่สถานที่สำคัญบนดาวอังคารอย่างภูเขาสูง 5000 เมตร
อย่างเอโลริส มอนส์ มันอาจทำให้เจ้านั่นมันทำลายลงอย่างกว่าที่ใครต่อใครคิด และอาจเป็นสถานที่อันเป็นไปได้ สำหรับชีวิตที่จำกำเนิดขึ้น
แต่เอาเข้าจริงชีวิตก็ไม่ใช่สิ่งที่จะทำการค้นหาได้ยากขนาดนั้น ใกลจากโลกไปกว่า 6500 ปีแสง กลุ่มเมฆแอลก์ฮอร์จำนวนมหาศาล
กำลังล่องลอยอยู่ ใช่ พวกมันล่องลอยอยู่ในระหว่างดวงดาว ในบริเวณที่เรียกว่าW3OH แอลก์ฮอร์ที่ค้นพบในบริเวณนี้นั้น ถือเป็นเมทิลแอลกฮอร์ล หรือที่ชาวต่างชาติบางคนกล่าวว่าเป็นแอลกฮอร์ลจากไม้ ถึงเอาเข้าจริงแอลกฮอร์ลในอวกาศกลุ่มนี้จะไม่ได้มาจากไม้ก็ตาม ซึ่งมันไม่เหมาะสมสำหรับ
การดืนกินนะ เพราะว่ามันเป็นพิษนะเออ แน่นอนว่ามีแอลกฮอร์ลที่กินได้ อย่างเอทิลแอลกฮอร์ลลอยอยู่ด้วยเช่นกัน แต่ปริมาณจะน้อยกว่า
มันอาจดูประหลาด ที่มีเมฆแอลกฮอร์ลลอยเท้งเต้งอยู่ท่ามกลางอวกาศอันเวิ้งว้างแห่งนี้ แต่อย่างไรก็ตาม เรามีการพบกลุ่มของโมเลกุลที่มีความซับซ้อนอย่างมหาศาล อยู่ในกลุ่มหมอกแอลกฮอร์ลที่ลอยอยู่ในอวกาศ และส่วนผสมเคมีอันซับซ้อน ได้ล่องลอยอยู่ระหว่างดวงดาวเหล่านี้
สารเคมีที่ซับซ้อนสุดยอดหลายๆ ชนิด ที่ไม่มีการค้นพบบนโลก ก็สามารถค้นหาได้ในอวกาศ ดังนั้นเอาเข้าจริงแอลก์ฮอร์ที่เป็นโมเลกุลง่ายๆพวกนี้
ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่มากอะไร ที่จะค้นพบพวกมันลอยอยู่ระหว่างดวงดาว
แต่ถ้าอิเล็กตรอนของกลุ่มหมอกพวกนี้มันอยู่ในสภาวะที่ตื่นตัว และโมเลกุลของพวกมันถูกพุ่งชนโดยโฟตอน ก็อาจทำให้เกิดเรื่องอย่างการลดระดับพลังงานลงมา พร้อมกับปลดปล่อยโฟตอนออกมาได้ ซึ่งได้เชื่อว่าการปล่ดปล่อยพลังงานก็าซ การปลดปล่อยพลังงานนี้ สิ่งที่จับได้ก็คือการปล่อยก๊าซที่ถูกกระตุ้นนั้นไม่สามารถกระตุ้นได้ด้วยโฟตอนใด ๆ มันจะต้องถูกกระตุ้นโดยโฟตอนของพลังงานเดียวกับที่อิเล็กตรอนปล่อยออกมา ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือโฟตอนของพลังงานที่ถูกต้องกระทบกับโมเลกุลกระตุ้นให้เกิดการปลดปล่อยจากนั้นโฟตอนแรกและโฟตอนใหม่ของพลังงานที่มีระดับเดียวกันก็จะไปตามทางเดียวกัน
การค้นพบสรุปนี้ว่า โฟตอนสามารถกระตุ้นโมเลกุล เพื่อปลดปล่อยโฟตอน และมันสามารถกลายสภาพเป็นปฏิกิริยาลูกโซ่ในสเกลที่ใหญ่ขึ้น ด้วยการกระตุ้นกลุ่มของโฟตอน ให้ทำการปลดปล่อยโฟตอนออกมามากขึ้นไปอีก เนื่องจากโฟตอนเหล่านี้เดินทางไปด้วยกันพวกเขาจึงมีการเปลื่ยนแสงสว่าง
ที่ประสานกันอย่างรุนแรงและเจิดจ้ามากขึ้นไปอีก
ด้วยเลเซอร์ที่พบบ่อยโมเลกุลที่ถูกกระต้นให้มีพลังงานสูงนั้นจะถูกบรรจุไว้ในช่องออสซิลเลชั่นดังนั้นโฟตอนที่ปล่อยออกมาจะถูกส่งกลับไปกลับมาภายในโพรง (ด้วยการส่งแต่ละครั้งที่กระตุ้นให้เกิดการกระตุ้นมากขึ้น) ก่อนที่จะออกมาเป็นลำแสง นี่คือเหตุผลที่ตัวชี้เลเซอร์ขนาดเล็กสามารถทำให้จุดสว่างบนผนังของคุณ แต่วัตถุฟิสิกส์ดาราศาสตร์ไม่มีช่องว่างการสั่นดังนั้นโฟตอนที่ถูกกระตุ้นจะส่งผ่านเพียงครั้งเดียวผ่านโมเลกุลที่ถูกกระตุ้นอย่างรุนแรง ดังนั้นไมโครเวฟที่ปล่อยออกมาจึงไม่ค่อยมีความเข้มข้นเท่ากับคำว่า "เลเซอร์ไมโครเวฟ" ถึงกระนั้นวัตถุฟิสิกส์ดาราศาสตร์ก็ยังผลิตแสงจ้าในช่วงความยาวคลื่นแคบ ๆ
แล้วสิ่งนี้เกี่ยวข้องอะไรกับเมฆแอลกอฮอล์ในอวกาศ? เพื่อที่จะก่อให้เกิด maser astrophysical คุณจะต้องมีเงื่อนไขที่เหมาะสม สำหรับหนึ่งคุณต้องมีประเภทของโมเลกุลที่มีสายการปล่อยที่แข็งแกร่งเช่นโมเลกุลเมทิลแอลกอฮอล์ คุณต้องการให้พวกมันมีความเข้มข้นพอสมควรดังนั้นโฟตอนที่ถูกกระตุ้นสามารถชนกับโมเลกุลอื่นเพื่อทำให้เกิดน้ำตก เมฆระหว่างดวงดาวของเมทิลแอลกอฮอล์จะทำอย่างดี ในที่สุดคุณก็ต้องการแหล่งพลังงานเช่นโปรโตสตาร์เมื่อมันเริ่มร้อนขึ้น
เงื่อนไขที่แน่นอนเหล่านั้นมีอยู่ใน W3 (OH) เพราะเมฆแอลกอฮอล์ล้อมรอบแหล่งกำเนิดของดวงดาวแห่งนี้ คุณสามารถดูพึ้นที่นี้ในภาพด้านบน ที่นี่เมฆแอลกอฮอล์ถูกมองว่าเป็นพื้นที่สีผิดในขณะที่จุดสีขาวแสดงถึงตำแหน่งของวัตถุฟิสิกส์ดาราศาสตร์
เมื่อผู้เชี่ยวชาญประดิษฐ์เลเซอร์ประดิษฐ์ขึ้นครั้งแรกในปี 1950 พวกเขาคิดว่าเป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นทั้งหมด ตอนนี้เรารู้ว่าเลเซอร์เป็นเหตุการณ์ธรรมชาติ
ดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะที่สิ่งมีชีวิตจะอาศัยอยู่ได้ อันที่จริงก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ง่ายดายเช่นกัน ตั้งแต่ในปี 1995 มันทำให้เราได้ค้นพบว่า
มันไม่ได้มีพิภพอยู่ในระบบสุริยะของเราเท่านั้น แต่เราสามารถค้นพบมันได้ในตลอดกาลอวกาศ ปัจจุบันมีการค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะไม่ต่ำกว่าสี่พันดวง จากการค้นพบนี้ ทำให้นักดาราศาสตร์ได้ตัวเลขคาดการณ์ที่น่าตื่นตะลึงเป็นอย่างมาก อาจมีดาวเคราะห์คล้ายโลกมากกว่า 40 ล้านดวง ที่กำลังลอยอยู่ในฮาบิเทเบิลโซน ซึ่งดวงดาวเหล่านั้นล้วนแต่มีของเหลว
ในรูปแบบของน้ำอยู่บนพึ้นผิวได้จริงๆ โอ้โหเฮะ
มันเป็นไปได้ด้วยซ้ำ ว่าอาจมีพิภพคล้ายโลก ลอยอยู่ห่างพวกเราไปในระยะไม่เกิน 4 ปีแสง
ที่อัลฟ่าเซนทอรีและพรอกซิมาเซนทอรี มีดาวดวงหนึ่งโคจรรอบดาวแม่ 11-12 วัน
และดาวดวงนั้นมันมีน้ำอยู่บนพึ้นผิว เป็นไปได้ว่างานนี้เราจะไปสำรวจมันกันได้เร็วๆนี้นั่นเอง
ด้วยโครงการเบรคเอาท์สตาร์ช็อค ที่ถูกคิดขึ้นโดยสตีเฟ่นฮอว์กิ้ง ที่จะทำการส่งโพรบนาโนจำนวนมหาศาลให้ลอยไปในอวกาศ มันจะเข้าไปด้วยความเร็วใกล้เคียงแสง มันจะเดินทาง
ไปจนสุดแดนของอวกาศ และชีวิตนั้นแข็งแกร่ง โดยเฉพาะชีวิตที่ปรากฏตัวขึ้นมาบนโลกในยุคแรกๆ ฟอสซิลของพวกอาร์เคียที่ทนทานต่อความร้อนสูงนั้นปรากฏตัวบนโลกของเรา ตั้งแต่ 3.5 พันล้านปีก่อน แต่หลักฐานจากดีเอ็นเอของสิ่งมีชีวิตในยุคโบราณ ชี้ว่าดาวเคราะห์ที่เหมือยอยู่ไม่ได้ของเรา อาจกลายเป็นสวนอีเดน กับชีวิตบางแบบที่มีความทนทานมากเพียงพอ ชีวิต
ช่างยิ่งใหญ่ และอยู่รอดได้ แม้ในสภาวะที่เหมือนกับนรกสำหรับเรา ในทะเลสาบกรดซัลฟิวริกเข้มข้น แบคทีเรียและอาร์เคียกำลังหาอาหารกินอย่างมีความสุข
ในทะเลขยะรังสีในอังกฤษ ซึ่งมีกัมมันตนภาพรังสีรุนแรง และมีค่า PH สูงกว่า 12 ไม่ว่าจะเป็นกรดพิษร้ายแรงจากอัลคาไลน์ ทะเลด่าง หรือแม้แต่ความร้อนเกือบๆ ร้อยองศาก็ไม่สามารถฆ่ามันได้ พวกมันสามารถขับพิษออกมาได้อย่างรวดเร็ว และย่อยขยะนิวเคลียร์ให้กลายเป็นอาหารอันโอชะ นี่ขนาดในนรกรังสีที่จะฆ่ามนุษย์ในเวลาสั้นๆพวกมันยังรอด แม้แต่ในนรกใต้ทะเลที่ความดัน 40 เมกะปาสคาล และความร้อนของน้ำมากกว่า 122 องศา มันก็รอด แม้แต่ในสุญญากาศบนดวงจันทร์ หรือนรกใต้เปลือกโลกที่ความลึกมากกว่า 5 กิโลเมตรมันก็รอด
ที่มันอาณานิคมของมันอาจใหญ่กว่า 2 ลูกบากศ์กิโลเมตร
อ้างอิง
https://www.sciencealert.com/here-s-how-aliens-went-from-a-sci-fi-fairy-tale-to-a-serious-scientific-endeavour
https://onlinelibrary.wiley.com/doi/abs/10.1111/j.1945-5100.2009.tb01224.x
https://www.sciencemag.org/news/2018/06/nasa-rover-hits-organic-pay-dirt-mars
https://science.sciencemag.org/content/347/6229/1402
https://science.sciencemag.org/content/360/6393/1096
https://www.pnas.org/content/early/2013/10/31/1319909110/tab-article-info
https://www.pnas.org/content/115/1/53.short
https://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S0923250803001141
https://www.nature.com/articles/ismej2014125
https://www.theguardian.com/science/2018/dec/10/tread-softly-because-you-tread-on-23bn-tonnes-of-micro-organisms