รัฐบาลเกาหลีใต้เดินหน้าเร่งแผนภารกิจสู่ดวงจันทร์ โดยประกาศเมื่อวันที่ 5 เมษายน ว่า จะปรับกรอบเวลาโครงการสำรวจและลงจอดบนดวงจันทร์ที่นำโดยภาคเอกชนให้แล้วเสร็จภายในปี 2030 จากเดิมปี 2032 เพื่อเป้าหมายก้าวขึ้นเป็นประเทศที่ 5 ของโลกที่สามารถส่งยานลงจอดบนพื้นผิวดวงจันทร์ได้สำเร็จ
รายงานจากองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งเกาหลี (KASA) ร่วมกับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ระบุว่า โครงการพัฒนายานลงจอดบนดวงจันทร์ได้รับการคัดเลือกเข้าสู่ขั้นตอนการศึกษาความเป็นไปได้เบื้องต้น
โดยผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการตรวจสอบโครงการภาครัฐ
เจ้าหน้าที่ KASA เปิดเผยว่า นอกจากโครงการที่ดำเนินการโดยภาครัฐแล้ว ยังมีแผนส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคเอกชน
เพื่อกระตุ้นให้บริษัทภายในประเทศเข้ามามีบทบาทในการสำรวจดวงจันทร์และอวกาศห้วงลึกมากขึ้น
โดยบริษัทที่ได้รับการคัดเลือกจะรับผิดชอบภารกิจแบบครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบยานอวกาศ
การพัฒนาเทคโนโลยี ไปจนถึงการลงจอดบนพื้นผิวดวงจันทร์
ทั้งนี้ มีบริษัทท้องถิ่นหลายแห่งแสดงความสนใจเข้าร่วมโครงการ พร้อมเสนอแนวคิดการพัฒนายานลงจอดในหลากหลายรูปแบบ
โดยภาครัฐมีแผนใช้โครงสร้างพื้นฐานจากโครงการอวกาศที่มีอยู่เดิมให้เกิดประโยชน์สูงสุด
สำหรับภารกิจดังกล่าว เกาหลีใต้เตรียมใช้จรวด “นูรี” หรือ Korean Space Launch Vehicle-II (KSLV-II Nuri) ซึ่งพัฒนาโดยสถาบันวิจัยอวกาศแห่งเกาหลี โดยหากภารกิจประสบความสำเร็จ จะถือเป็นยานปล่อยที่พัฒนาโดยเกาหลีใต้เองและสามารถนำส่งยานเข้าสู่วงโคจรได้อย่างสมบูรณ์
การเปิดทางให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในภารกิจอวกาศครั้งนี้ สะท้อนแนวโน้มเดียวกับสหรัฐอเมริกา
ที่เปิดโอกาสให้บริษัทเอกชน เช่น SpaceX ของอีลอน มัสก์ เข้ามามีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศ
ก่อนหน้านี้ ในปี 2024 ยานลงจอด “โอดีสซีส์” (Odysseus) จากโครงการ Nova-C ของบริษัท Intuitive Machines ประสบความสำเร็จในการลงจอดบนดวงจันทร์อย่างปลอดภัย นับเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 50 ปีที่ยานอวกาศของสหรัฐฯ สามารถลงจอดบนดวงจันทร์ได้สำเร็จอีกครั้ง สะท้อนบทบาทที่เพิ่มขึ้นของภาคเอกชนในอุตสาหกรรมอวกาศโลก
“เกาหลีใต้” เร่งเครื่อง แตะดวงจันทร์ภายในปี 2030 หวังขึ้นแท่นชาติที่ 5 ของโลก