JJNY : 4in1 พท.โวยร้อง กกต.เงียบฉี่ เป็นจำเลยรีบฟัน!/พปชร.แจงวุ่นปมหุ้น/จอมขวัญ ทวีตเดือดรัวๆ!/แรงงานไทย95%แบกหนี้อ่วม

เพื่อไทยโวย ร้อง กกต.ไปเดือนกว่า เงียบฉี่ ทีเรื่องตกเป็นจำเลย รีบฟันเร็วจี๋!
https://www.khaosod.co.th/election-2019/news_2465843


เพื่อไทย จี้ กกต.เร่งสอบเรื่องที่ผู้สมัครพรรคร้องด้วย ยกเคสผู้สมัครนครสวรรค์ดองเรื่องนาน 40 วัน
เทียบกรณีตกเป็นจำเลยใช้เวลาไม่กี่วัน จ่อร้องเอาผิด กกต.
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 29 เม.ย. ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรค และนายชุมสาย ศรียาภัย รองโฆษกพรรค ร่วมกันแถลงข่าวกรณีผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทยยื่นเรื่องร้องเรียนต่อ กกต.แต่ไม่มีความคืบหน้า

นางลดาวัลลิ์ กล่าวว่า นายวรภัทร์ ตั้งภากรณ์ ผู้สมัคร ส.ส.นครสวรรค์ เขต 2 พรรคเพื่อไทย เข้ามาปรึกษากับพรรคว่า กังวลเรื่องที่ร้องเรียนกับ กกต.ใน 2-3 ประเด็น แต่ไม่มีความคืบหน้า โดยเจ้าตัวยื่นเรื่องพร้อมหลักฐานไปตั้งแต่วันที่ 20 มี.ค. ก่อนเลือกตั้ง 4 วัน จนถึงวันนี้ครบ 40 วันพอดี ซึ่งหลักฐานที่ยื่นไปประกอบด้วย

1. มีการปราศรัยใส่ร้ายพรรคเพื่อไทย
2. พูดหาเสียงในลักษณะที่ว่า ถ้าเลือกพรรคเพื่อไทยจะมีการปฏิวัติ
3. ติดป้ายในที่ที่ กกต.ห้ามติด
4. มีการจัดทำบัตรแนะนำตัวผู้สมัคร แต่ไม่ระบุว่าผลิตวัน เดือน ปี อะไรและใครเป็นผู้รับจ้าง

ทุกอย่างเรามีหลักฐานเก็บไว้ทั้งหมด ทางพรรคจึงขอตั้งข้อสังเกตว่า กกต.ใช้มาตรฐานอะไรและใช้หลักเกณฑ์อะไรในการพิจารณาเรื่องนี้ นอกจากนี้
น.ส.อรุณี ชำนาญยา ผู้สมัครส.ส. พะเยา เขต 1 พรรคเพื่อไทยยังฝากย้ำด้วยว่า เรื่องที่เขาปร้องเรียนต่อกกต.ก็ยังไม่คืบหน้าเช่นกัน ดังนั้นจึงขอให้
กกต.เร่งพิจารณาทุกเรื่องที่ผู้สมัครของพรรคยื่นร้องด้วย

ด้านนายชุมสาย กล่าวว่า มีการนำเรื่องไปเปรียบเทียบกับการให้ใบส้มว่าที่ ส.ส.เชียงใหม่เขต 8 ของพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นการฟ้องในคดีที่เบาบางมาก
แต่กรณีพื้นที่นครสวรรค์มีพฤติการณ์ชัดเจนในหลายกรณี พยานหลักฐานก็ชัดเจน แต่ก็ไม่เป็นคดี ทำให้เกิดความสงสัย กกต.ว่าใช้หลักเกณฑ์ใดในการทำคดี


เรื่องที่เราร้องไปใช้เวลานานมาก แต่เรื่องใดที่เราตกเป็นจำเลยจะใช้เวลาเพียงน้อยนิดในการดำเนินการ หาก กกต.ก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้สมัคร
ผู้สมัครอาจจะต้องรักษาสิทธิ์โดยการร้อง กกต.ตามมาตรา 69 พ.ร.ป.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง และกฎหมายอาญามาตรา
157 กรณีละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ด้วย

เมื่อถามถึงความชัดเจนของพรรคเพื่อไทยกรณียื่นร้องผู้บริหารพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ถือหุ้นสื่อ นางลดาวัลลิ์ กล่าวว่า ขอดูท่าทีของ กกต. หลังจากนายณรงค์ รุ่งธนวงศ์ หัวหน้าศูนย์ข้อมูลและสถิติ กองอำนวยการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย ไปยื่นร้องต่อ กกต.ก่อน พรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก เรื่องใดที่เราไม่ได้รับความเป็นธรรม เราก็ต้องพยายามหาความเป็นธรรม สำหรับข้อมูลว่ามีผู้ใดบ้างถือหุ้นสื่อ ขณะนี้เรากำลังรอข้อมูลจากผู้สมัครทุกเขต ขณะนี้ทยอยส่งเข้ามาบ้างแล้ว



ว่าที่ส.ส.พปชร.หอบหลักฐานแจงวุ่นปมหุ้น แกนนำผวา"พงศ์กวิน-มาดามเดียร์-ธณิกานต์"อาจโดนด้วย
https://www.matichon.co.th/politics/news_1470990

วุ่นอีก!! พปชร.หอบหลักฐานแจงปมหุ้น รับจดแจ้งบริคณห์สนธิครอบคลุมทำสื่อ แต่ทำแค่อสังหาฯ แกนนำผวา”พงศ์กวิน-มาดามเดียร์-ธณิกานต์” อาจโดนด้วย

เมื่อวันที่ 29 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)หลังจากผู้สมัครส.ส.ของพรรคถูกร้องให้กกต.ตรวจสอบการกรณีถือหุ้นสื่ออาจเข้าข่ายขาดคุณสมบัติ โดยในเวลา 10.00 น. ที่ทำการพรรคพลังประชารัฐ มีการประชุมกรรมการบริหารพรรค นำโดยนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรค นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ กรรมการบริหารพรรค โดยมีวาระหารือกรณีที่นายชาญวิทย์ วิภูศิริ กรรมการบริหารพรรค และว่าที่ ส.ส.กทม.เขตมีนบุรี ถูกร้องว่าถือหุ้นสื่อ โดยนายชาญวิทย์ ได้นำเอกสารหลักฐานมาเข้าชี้แจงว่า บริษัทที่ถูกร้องเรียนเป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ จดแจ้งวัตถุประสงค์ประกอบกิจการถูกบันทึกอยู่ในหนังสือบริคณห์สนธิ ระบุข้อหนึ่งว่า ประกอบกิจการวิทยุและโทรทัศน์ จึงได้ถูกนำมาร้องเรียน

นอกจากนั้น ที่ประชุมยังได้คาดการณ์ด้วยว่า มีกรรมการบริหารพรรคอย่างน้อย 2 คนอาจถูกร้องเรียนในลักษณะเดียวกันคือ นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และ น.ส.ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ว่าที่ส.ส.กทม.ซึ่งทั้ง 2 คนได้ชี้แจงต่อที่ประชุมว่า มีบริษัทที่จดแจ้งวัตถุประสงค์ว่าประกอบธุรกิจสื่อจริง แต่ในทางปฏิบัติไม่ได้ทำธุรกิจเกี่ยวกับสื่อ และเป็นเพียงการจดแจ้งวัตถุประสงค์การทำธุรกิจตามแบบฟอร์มของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเท่านั้น ขณะเดียวกันยังประเมินด้วยว่า น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ว่าที่ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ของพรรค อาจอยู่ในข่ายถูกร้องเรียนการถือหุ้นสื่อ แต่ในที่ประชุมเมินว่าในทางนิตินัยคุณสมบัติ น.ส.วทันยา ไม่ขัดกับการเป็นส.ส.แต่หยิบยกมาเป็นประเด็นโจมตีเพื่อหวังผลการเมืองรายวันมากกว่า

โดยในที่ประชุมได้มีการประเมินสถานการณ์ หากถูกผู้ถูกร้องมีความผิดจริง ก็จะไม่เลวร้ายถึงขั้นยุบพรรค และเป็นเรื่องคุณสมบัติของตัวบุคคลเท่านั้น
ซึ่งในช่วงก่อนการเลือกตั้งพรรคพลังประชารัฐ ชี้แจงเรื่องคุณสมบัติต้องห้ามให้ผู้สมัครทุกคนได้รับทราบ ผู้สมัครทุกคนต้องจัดการตัวเองมาเรียบร้อยแล้ว ขณะเดียวกันในช่วงที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ถูกร้องเรียนกรณีถือหุ้นสื่อ ทางพรรคก็ได้เน้นย้ำกับว่าที่ส.ส.ทั้งหมด
ให้กลับไปตรวจสอบคุณสมบัติต้องห้ามอีกครั้งหนึ่งเพื่อจะได้ชี้แจงข้อสงสัย หากมีการร้องเรียนในลักษณะนี้เกิดขึ้น ทั้งนี้ หลังการประชุมแกนนำพรรค
ต่างเลี่ยงที่จะชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว โดยมีเพียงนายวิเชียร ชวลิต นายทะเบียนพรรค กล่าวว่า ขณะนี้พรรคไม่จำเป็นต้องชี้แจงใดๆกับสาธารณะ
แต่เบื้องต้นได้เตรียมพยานหลักฐานไว้แล้ว หากกกต.รับคำร้องพิจารณา เมื่อถึงเวลานั้นพรรคพร้อมชี้แจงทันที


แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่