เราควรให้พ่อแม่อ่านข้อความนี้ไหม..

ก่อนอื่น คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ที่เข้ามาดู ที่แท็กเพราะ ท่านกำลังจะมีลูก อาจได้ข้อคิดดีๆที่นำไปปรับใช้ได้ เนื้อหาด้านล่างอาจทำให้ท่านจิตตก แสดงถึงปัญหาของเด็กคนหนึ่งในครอบครัว และความคิดของเด็กที่กำลังจิตใจย่ำแย่ เพราะพ่อแม่ไม่สามารถพึ่งได้
.
.
.
บทความที่อธิบายความรู้สึกของเราได้ดีที่สุด
เหตุผลที่บ้านบั่นทอนจิตใจ
- แม่บ่น ด่าเราอย่างเดียว แล้วมันบั่นทอนจิตใจ ทำให้ไม่อยากทำอะไร และเครียด ไม่มีกำลังใจ ไม่อยากทำสิ่งต่างๆหรือตามความฝัน เพราะเรารู้สึกเราไม่ดี ไม่เห็นค่าของตัวเอง ไม่เชื่อมั่นในตนเอง กลายเป็นคนไม่มั่นใจในตนเอง ทำอะไรก็ตื่นเต้นไปหมด สุดท้ายก็ทำออกมาไม่ดี กระทบถึงความสัมพันธ์กับเพื่อน การเข้าสังคม กลายเป็นคนไม่กล้าสบตาใคร ไม่กล้าพูดไม่กล้าคุย(ยิ่งพูดเร็วไม่รู้เรื่องด้วย) ไม่กล้าออกความเห็น ลังเลไปหมด เป็นคนเงียบๆ เพื่อนเริ่มออกห่าง และเราก็ออกห่างจากเพื่อนด้วย เพราะเรารู้สึกว่าเพื่อนลำบากใจที่อยู่กับเราที่เป็นคนเงียบๆ
เก็บตัวในบ้าน ไม่ไปพบใคร คนที่สบายใจที่สุดคือพี่แจ้ส แต่มันไม่ใช่ความสบายใจเต็มที่ อยู่กับเค้าเราก็เครียดเหมือนกัน แต่แค่น้อยกว่าคนอื่นๆ ซึ่งทั้งหมดทั้งมวล ทำให้ผลการเรียนตกต่ำ รู้สึกว่าตัวเองโง่ขึ้น ความจำไม่ดี ลังเลทุกอย่าง ทำงานกลุ่มก็ทำไม่ได้ดี เป็นผู้นำ ก็พูดจาไม่รู้เรื่อง ให้เพื่อนเข้าใจไม่ได้ สุดท้ายงานก็ออกมาเละ อาการเศร้าไม่คบใครก็แรงขึ้น เราไม่มีใครที่เราพูดระบายปรับทุกข์ได้เลย เพราะเราไม่มีเพื่อน..
แย่มาก ชีวิตแย่มาก แม่ไม่เคยรับรู้มุมตรงนี้เลย ซึ่งทั้งหมดมันเกิดจากแม่ ตั้งแต่เกิดมา ไม่เคยรับรู้ความรู้สึกว่าแม่รักลูก คำพูดของแม่ที่เป็นแรงผลักดัน มีแต่คำบ่นด่า ที่ทำให้ไม่กล้าออกไปทำอะไร เราพยายามคิดให้เรามีความสุขขึ้น มันยากมาก มันยากมากๆ พยายามดูคลิปจิตวิทยา มันก็ช่วยเพียงเสี้ยวนาทีก็กลับมาเหมือนเดิม แม่เพียงแค่หาเงิน บอกทำเพื่อลูก (ซึ่งคิดว่าก็ทำเพื่อตัวเองหรอก) ถ้าทำเพื่อลูก แม่ไม่กระทำตัวเช่นนี้หรอก ทำให้ลูกไม่มีความสุข และไม่ก้าวหน้า ไม่สนับสนุนเรื่องเรียนเลย ในสมองคิดว่าส่งแค่ค่าเทอม(มันอย่างเดียวที่ไหน) เรื่องอื่นๆ เสื้อผ้านร. หนังสือ** เรียนพิเศษ อุปกรณ์การเรียนต่างๆ ไม่เคยถามถึง ไปพูดพร้อมเหตุผล ก็บอกว่าสิ้นเปลือง เปลืองตัง ไม่มีตัง และด่า บ่นกลับมา นี้หรอทำเพื่อลูก ทำเพื่อความสุขของลูก ทำเพื่ออนาคตของลูก แม่ไม่เคยเปิดรับสิ่งใหม่ๆ โลกไปถึงไหนต่อไหนแล้ว พูดไม่เคยฟังสักอย่าง ก่อนจะกลายเป็นคนไม่มั่นใจโดยบริบูรณ์เกิดปัญหาขั้นพีคสุดด้านอารมณ์ความรู้สึก เป็นความรู้สึกที่โคตรสับสน ไม่รู้ถึงว่าตอนนี้รู้สึกอย่างไร เกิดคำถามทำไมเค้าทำแบบนี้คนนั้นถึงโกรธ ขำ หรือเสียใจ เพราะงงกับความรู้สึกตัวเองสุดๆ และสุดท้ายก็กลายเป็นคนไม่มั่นใจ แบบรู้ตัว 100% ซึ่งก็เป็น ณ ตอนนี้ มันยากมากที่จะแก้ มันฝังลึกในจิตใจไปแล้ว เคยไปจิตวิทยาที่รพ. เจอหมอแต่เราพูดความรุ้สึกออกไปให้เค้าเข้าใจไม่ได้ สายตาที่เค้ามองเรา และคำพูดตอนเราขอยา มันทำให้ไม่อยากไปพบอีก อยากไปคลีนิค แต่ก็ไม่มีตัง..
ข้อความด้านบน เป็นข้อความที่สื่อความคิด ความรู้สึกของเราออกมาได้ดีที่สุด อ่านแล้วเข้าใจ ตรงทุกประการ
ในชีวิตนี้ถ้ามีลูก จะไม่เลี้ยงแบบพ่อแม่
- หากให้ทำความดีเพื่อแม่ ไม่ทำ เพราะรู้สึกไม่ชอบแม่ ไม่อยากทำให้แม่รู้สึกดี(เพราะแม่ไม่เคยทำให้เรารู้สึกดีเลย)
**เราต้องปลดล็อกตรงนี้
- ของในบ้านรก มองก็เหนื่อยใจแล้ว ระบบระเบียบในบ้านไม่มีเลย ครัวเละ ผ้าเละ ที่นอนเละ
สภาพแวดล้อมแบบนี้ที่อยู่ทุกวันตั้งแต่ เกิดยันโต มันช่วยขัดเกลาให้เรามีระเบียบมั้ย?? ไปบ้านยายไปเห็นความเป็นระเบียบ เราก็อยากทำตาม แต่สมาชิกในครอบครัวไม่มีใครให้ความร่วมมือ (ก็ทุกคนเป็นสันดานไปแล้วไง) เราก็คงเป็นแบบนั้นแหละ จะให้ดีได้อย่างไร ในเมื่อสิ่งที่เห็นทุกวันและมากที่สุดในชีวิต เป็นแบบนี้??
เด็กจะเอาตัวอย่างที่ดีจากตรงไหน ในเมื่อมีแต่สิ่งไม่ดีที่เห็นอยู่ทุกวัน แล้วอะไรคือสิ่งดี??
ไปเห็นคนอื่นมีความสุข ขำ พูดเก่ง สดใส ร่าเริง อิจฉาชะมัด เราไม่เป็นแบบนั้นเลย
พยายามมองแม่ของคนๆนั้น ว่าเค้าเลี้ยงดูอย่างไร ถึงคนๆนี้ถึงมีความสุข ต่างกับเราจริงๆ ก็คิดได้ว่า แม่คนนั้นเค้ามีสิ่งที่ลูกเค้ามี นั่นคือ ลูกเค้ามีตัวอย่าง แม่ตลก ลูกก็ตลก นิสัยของลูกส่วนใหญ่ที่เรามอง คล้ายๆกับแม่ของเค้าหมดเลย แล้ว..  แม่ของเราละ? เป็นคนนิสัยอย่างไร อืม ใช่.  เรานิสัยเหมือนแม่จริงๆ ไม่คบค้าสมาคมกับใคร พูดเร็วพูดไม่รู้เรื่อง ขี้เกียจ ตื่นสาย เข้าสุภาษิต ดูช้างให้ดูหาง ดูนางให้ดูแม่ จริงๆ นี้สิที่เค้าเรียกกงเกวียนกำเกวียน
เราจะสิ้นสุดกงจักรกรรมแบบนี้ที่ลูกของเรา เราต้องมีในสิ่งที่เราอยากให้ลูกมี
- การสื่อสารแย่ทั้งครอบครัว พ่อพูดจารู้เรื่องสุด แต่หูตึง แม่คือตัวการทำให้ครอบครัวสื่อสารกันไม่รู้เรื่อง เพราะแม่พูดเร็ว พูดไม่รู้เรื่อง เลี้ยงดูลูกๆ ก็ติดแบบแม่กันหมด ลูกทุกคนเลยพูดไม่รู้เรื่อง
- เกลียดขี้หน้าแม่ แค่เห็นหน้าก็หมั่นไส้ ไม่อยากเห็นหน้า เหตุผลที่เกลียด ไปข้อแรก
- ต้องการใช้ชีวิตแบบที่ต้องการ แต่ในบ้านทำไม่ได้  เช่น อยากให้วางของเป็นระเบียบ แต่ไม่กี่วันมันก็เละเหมือนเดิม(ผู้ใหญ่ภาษาอะไร)
- บ้านมีแต่เสียงดัง ชอบอยู่เงียบๆแบบสบายใจ แต่ที่บ้าน ทีวีเปิด24ชม. วันที่พ่อแม่พี่สาวพี่ชายไม่อยู่ แล้วบ้านเงียบ คนข้างนอกเงียบ มันคือความสบายใจมากๆ สมาชิกในครอบครัวอยู่กันครบ ใครบอก ว่ามันคือความอบอุ่น?? มีแต่เสียงเถียงกันทะเลาะกัน ยิ่งวันที่พ่อไม่อยู่ มันแรงมาก
นึกถึงหน้าพ่อ เราชอบพ่อมาก เรากล้ายิ้มให้พ่อ และขำกับพ่อ หน้าพ่อบางครั้งก็ทำให้เราชวนขำ มีความสุขดีนะ แต่อย่างว่าสุดท้ายพ่อก็ใกล้เคียงกับแม่ ไม่งั้นไม่อยู่ด้วยกันถึงทุกวันนี้หรอก เกือบ40ปี แต่ก็งง พ่ออยู่กับแม่มานานขนาดนี้ได้อย่างไร ขนาดเราอายุ17 หักลบช่วงวัยเด็กที่จำความไม่ได้ 4 ขวบ
นั่นคือ เราอยู่กับแม่ 15 ปี และช่วงปีที่รู้สึกสุดๆ เพราะเป็นวัยรุ่นและแม่กลับมาทำงาน(อธิบาย ช่วงประถมแม่ป่วยโรคอ้วนและน่าจะทางจิตด้วยมั้งจำไม่ค่อยได้เพราะไม่ค่อยอยู่บ้านไปเล่นบ้านเพื่อนเสมอและแม่บ่นน้อยกว่านี้ แต่ความรู้สึกไม่ชอบแม่ ก็เริ่มๆแล้ว ชัดเจนที่สุดตอนขึ้นมัธยม) คือช่วง 4 ปีสุดท้าย เรายังอยากหนีไปจากแม่เลย พ่อทนมาได้อย่างไร เกือบ40ปี..??
รู้สึกดีที่ได้ระบาย มันชัดเจนและตรงกับความรุ้สึกจริงๆ

ปล. พี่ชายอายุ 20 ป่วยเป็นโรคออทิสติก และชอบอาละวาด และเราเป็นคนปลอบเสมอ ตั้งแต่ประถมตอนประถมคือดีมากรู้สึกดี แต่พอโตมาเราไม่ค่อยหาคำพูดที่ปลอบมันได้ แต่ก็ต้องให้มันหยุดให้ได้พ่อจะใช้ความรุนแรงห้าม แต่เราจะใช้คำพูดห้าม มีเราสองคนที่ห้ามมันได้
พี่สาวอายุ 26 นิสัยค่อนข้างจะเป็นเหมือนกัน แต่ไม่เป็นถึงขั้นนั้นเกือบๆ เป็นคนสมองช้า ไม่ตอบโต้ใคร แต่ใช้เสียงสูงแหลมดังมากเพื่อปัดปัญหา ส่วนใหญ่เป็นแต่กับแม่ แม่ตีไม่เคยสู้(เราจะสู้ตลอด) เกิดอะไรขึ้นไม่สามารถพึ่งได้(เคยรถเสียไกลบ้านและตอนค่ำไปกับมัน2คน มันกลัวมากกว่าเรามากๆ โทรหาแต่แม่ เราอยากรุนกลับบ้านเอง ประมาน2กิโล ไม่อยากรบกวนใคร แต่มันกลัวหมาไม่กล้าไป สุดท้ายแม่บอกให้โทรหาตำรวจมาช่วย และคนที่คุยกับตำรวจคือเรา) พี่ชายกับพี่สาวคุยกันตลอดและรู้เรื่อง พี่ชายไม่กลัวพี่สาว ไม่กลัวแม่แต่เชื่อฟังแม่ จะกลัวเรากับพ่อ พี่สาวก็ไม่มั่นใจในตนเอง นิสัยคล้ายๆเราตอนนี้ แต่เราดีกว่า (และเราคิดว่าไม่นานก็เหมือนมันนั่นแหละ)
ปล. นิสัยเราต่อกับแม่ เราเถียงแม่ตลอด และแม่ชอบกวนประสาท ยิ่งทำให้เราพูดแรงขึ้นๆ
ปล.  แม่อายุ 55 อาชีพค้าขายอาหารทะเล ที่พ่อหามาได้และรับซื้อนิดหนึง เคยช่วยแม่ขายของ แต่โคตรเครียด ไม่มีความสุขเลย เลยไม่ชอบไปช่วย นิสัยขี้เหนียว ชอบบ่นด่า เถียงด้วยน้ำเสียงที่ดังมากให้ชนะ ขี้หงุดหงิด พูดเร็วและไม่รู้เรื่อง (จะบอกว่าเป็นคนรำคาญเสียงแม่มากๆฟังนิดหน่อยเราก็อารมณ์เสียแล้ว) โลภ และตามที่ข้างต้นพูดถึงเลย ข้อดีของแม่คือ คุยกับพ่อ แล้วดูพ่อสบายใจ ทำงานหาเงินแม้ร่างกายไม่แข็งแรง
พ่อ อายุ59 ทำอาชีพออกเรือ กลางคืนส่วนมากพ่อไม่อยู่บ้านเพราะออกเรือ นิสัย ใจดี ชอบเข้าข้างเรา  เฟรนลี่ แต่ถ้าโมโหร้ายมาก ขี้เมาหน่อยๆ และสัมผัสได้ว่าเค้ารักเรา เห็นพ่อทำงานหนัก ช่วยเท่าที่ทำได้ แต่ส่วนมากถ้ามีแม่จะไม่ทำ คนนี้แหละ ที่ทำให้อยากมีชีวิตอยู่ต่อ ทำให้มีความฝันที่อยากมีบ้านดีๆ มีเงินเลี้ยงดูพ่อ ให้พ่อมีความสุข ไม่ต้องทำงานอะไร
แต่เราก็ไม่ระบายกับพ่อได้หรอก เพราะยังไงพ่อก็เข้าข้างแม่ (เรามันเป็นลูกอกตัญญู)
โคตรหว้าเว่ ชีวิต..

คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ อยากให้ท่านศึกษาวิธีการเลี้ยงลูกแต่ละช่วงวัยด้วยนะคะ  ธรรมชาติของจิตใจและสมองแต่ละช่วงวัย วัยเด็กจนถึงวัยรุ่นสำคัญมาก ยิ่งวัยรุ่นยิ่งเปราะบาง

ขอบคุณทุกท่านที่อ่านจบ คิดอย่างไรพิมพ์เลยค่ะ(รู้ว่าเป็นลูกที่ไม่ดี) แต่ต้องการเหตุผลค่ะ หรือทัศนคติ คำพูดที่ทำให้คิดได้สักที

ขอให้ท่านมีความสุขค่ะ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่