หรือเธออาจเคยอยู่บนดาวแห่งสงคราม...คิดว่ามีชีวิตอยู่บนดาวอังคารหรือไม่

ทุกคนคิดมั้ยละครับ ว่าอาจมีชีวิตอยู่บนดาวเคราะห์สีแดง
เคยคิดกันบ้างมั้ย ว่าใครสักคนอาจรอดชีวิตอยู่บนดาวอังคาร นักวิทยาศาสตร์เข้าใกล้ความจริงเข้าไปทุกขณะกับการไขความจริงที่จะเกิดขึ้นบนดาวแดงดวงนี้กับปริศนาของการปรากฏตัวของมีเทนบนดาวอังคาร ใช่ครับ เราเข้าไปลึกขึ้นอีกก้าว กับปริศนาของมีเทนที่เกิดขึ้นมาบนดาวดวงนี้ ยานสำรวจคิวริออสซีตีของนาซา ได้ทำการเปิดเผยหลักฐานสำคัญ ในเรื่องของการดำรงอยู่ของมีเทน ที่กำลังอาศัยอยู่บนดาวอังคาร เจ้าหุ่นหกขานะ ได้ทำการค้นพบว่าบนดาวเทพสงครามของเรา ด้วยการสำรวจบนหลุมอุกกาบาติกว้าง 96 ไมล์ มันแปลว่าเจ้าพวกนี้อาจเป็นแหล่งกำเนิดชีวิต โดยค้นพบครั้งแรกในปี 2013 และค้นพบอีกครั้งในช่วง 2013 ถึง 2014 การค้นพบครั้งนี้มันสอดคล้องมากับการค้นพบในอดีต ที่ในปี 2008 ค้นพบว่าบนดาวอังคารอาจมีทะเลสาบเคมี ที่สนับสนุนการเติบโตขึ้นมาของสิ่งมีชีวิต ตรงกับที่นักวิทยาศาสตร์ได้ทำการค้นพบใว้นานแล้ว ว่าบนดาวอังคารนั้นมันเป็นฮาร์บิเทเบลโซน การค้นพบมีเทนนั้นมัน
หมายความว่าเป็นไปได้สูง ที่บนดาวอังคารอาจเป็นแหล่งกำเนิดของชีวิต เมื่อประกอบกับการค้นพบที่ว่าพวกเอ็กซ์ตรีมเทอร์โมไฟล์และอาร์เคียรอดชีวิตบนอวกาศได้ จึงทำให้มีความเป็นไปได้สูงมาก ที่จะมีชีวิตอยู่บนดาวแดงดวงนี้นะครับ  ในช่วงเดือนเมษายน 2018 นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบขึ้นมาว่ามีการเปลื่ยนแปลงของมีเทนในอัตราที่มีนัยสำคัญบนดาวอังคาร ซึ่งการค้นพบนี้มันถือว่าสำคัญมากๆ เพราะแหล่งของมีเทนแหล่งใหญ่ที่ค้นพบขึ้นมาได้ คือมาจากกลไกทางเคมีในสิ่งมีชีวิตนะครับ สำหรับบนโลกของเรา การเกิดขึ้นมาของมีเทนแหล่งใหญ่ที่สุด มันก็ไม่ได้มาจากใครที่ใหน มันมาจากชีวิตเริ่มแรกนั่นเองในช่างที่เราทำการเริ่มต้นโครงการนั้น มีอะไรผิดพลาดให้แก้หลายอย่าง ถึงกับทำให้พวกเราต้องปรับความเร็ว ในการที่ดาวเทียมจะโคจรซะใหม่ ซึ่งความเร็วที่เราทำการปรับนั้น มันก็ไม่ใช่ความเร็วที่เล็กน้อยเลย เราต้องแก้ไขความเร็วไปถึง  3600 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ดาวเทียมที่เราจัดการส่งไปโคจรรอบดาวแห่งสงคราม ตอนที่เจ้าตัวดาวเทียมถูกทำให้เดินทางเข้ามาหาดาวแห่งสงครามดวงนี้นั้น มันต้องปรับสภาพหลายครั้งอยู่เข้ามาใกล้สุดก็ห่างออกไปแค่ 124 กิโลเมตร ส่วนวงโคจรใกลสุดก็อาจห่างถึง 60900 กิโลเมตร กว่าจะได้วงโคจรที่เหมาะสมมันก็ไม่ใช่น้อยๆ เลยเหมือนกัน ตั้งแต่ปี 2017 ดาวเทียมดวงนี้ก็กำลังทำให้ลอยอยู่ห่างดาวอังคารที่ระยะ 1050 กิโลเมตร และดาวเทียมดวงนี้ยังคงมีงานให้ทำ ดาวเทียมดวงนี้ยังต้องตรวจสอบความเปลื่ยนแปลงของชั้นบรรยากาศของดาวแห่งสงครามต่อไป จนกว่าที่จะได้ข้อมูลเพียงพอ โดยเจ้า TGO ถือเป็นอุปกรณ์ตรวจจับคลื่นพลังงานที่ละเอียดอ่อนที่สุดบนดาวอังคาร โอเลก คอนโดเลฟ หัวหน้าฝ่ายดาราศาสตร์เคมีของนาซาเอ่ยขึ้น " รายงานมันบอกว่าอัพเปอร์ลิมิต(ขีดจำกัดขั้นสูง) ของมีเทนบนดาวอังคารนั้นมันอยู่ในระดับที่ต่ำมาก ต่ำจนเหนือจินตนาการเลยทีเดียว มันมีปริมาณแค่ 0.012 ส่วน ในพันล้านส่วน หรือ 12 ส่วน ในล้านล้านส่วน
12/1,000,000,000,000 ส่วน เท่านั้น โอ้โหเหอะ! มันน้อยกว่าสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์อย่างเราคาดการณ์ใว้ในตอนแรกหลายแมกนีจูดทีเดียว ตามข้อมูลที่ได้จากการเจาะสำรวจพึ้นผิวของเจ้าคิวริออสซีตี้  คิวอี้รายงานว่ามันมีมีเทนอยู่บนพึ้นผิว 0.41 ส่วน ในพันล้านส่วน หรือ 410/1,000,000,000,000 ส่วน
ค่าความแตกต่างนี้มันแสดงให้เห็นว่ามีปรากฏการ์ณอะไรบางอย่างที่ชั้นบรรยากาศส่วนล่างของดาวอังคาร ที่ทำให้พวกมีเทนหายไป
หรือว่าถูกกลืนกิน แต่ปัญหาคือนักวิทยาศาสตร์ยังคงไม่มั่นใจว่าเกิดอะไรขึ้นมาบนนั้นนี่สิครับ"เรามีสองกระบวนการคาดการณ์จากทีมนักวิทยาศาสตร์สองทีมที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง แต่ทั้งสองกระบวนการณ์คาดการณ์กลับได้ผลลัพธ์เดียวกัน มันน่าอัศจรรย์อย่างเหลือเชื่อ" ฮาคาน สวาสดิเอลม์ นักวิทยาศาสตร์ประจำโปรเจค TGO ซึ่งสังกัดอยู่กับทีมวิจัยดาราศาสตร์ของยุโรป ได้กล่าวขึ้นมา ขณะที่ให้สัมภาษน์อยู่นี้ TGO กำลังใช้งานอุปกรณ์ตรวจจับแก้สเสริมอย่าง nomad อยู่ เพื่อค้นหาของจุดตต่ำของของสสารที่แอบแฝงตัวอยู่บนดาวอังคารนั่นเอง งานวิจัยนี้จะถูกตีพิมพ์ที่เวียนนา ลงในนิตรสารวิทยาศาสตร์
ระดับโลกอย่างเนช่วล(Nature) มาร์โก จิโอนูลล่า นักวิทยาศาสตร์จากศูนย์วิจัยในโรม ซึ่งถือเป็นคนนอกที่ไม่เกี่ยวข้องกับโปรเจควิจัยอันนี้โดยตรง  บอกว่าไม่แปลกใจที่ยานอวกาศอย่าง TGO จะตรวจพบมีเทนปริมาณน้อยกว่าที่คาดการ์ณใว้ในตอนต้นมากเนื่องจากการปรากฏตัวของก๊าซบนดาวอังคารนี้มีแนวโน้มที่จะเกิดจากการปล่อยออกมาชั่วคราวมากกว่าการปรากฏตัวทั่วดวงดาวนั่นเอง "เพราะว่าการทีมีเทนมันมีอัตราการปรากฏตัวที่ต่ำมากบนพึ้นผิวของดาวอังคาร ยิ่งชั้นบรรยากาศที่อยู่เหนือขึ้นไปมีเทนก็จะยิ่งลดลง จึงเป็นเรื่องยากในการตรวจจับ คุณอาจพบการปะทุของมีเทนในบางครั้งแต่การจะค้นพบมีเทนแบบนั้นที่พุ่งขึ้นสูง โรเวอร์บนผิวดาวต้องอาศัยอยู่บนจุดที่ถูกทีและถูกเวลาจริงๆ เท่านั้น"  กลุ่มแพลเนตารี ฟูเรียร์ สเปคโทเมเตอร์และทีมงานได้บอกกับทางสเปซด็อตคอมเดือนที่แล้วนักวิจัยจากโรมก็ได้ตีพิมพ์งานวิจัยจากมุมมองของเขาลงในนิตรสารระดับโลกเช่นกัน แต่อย่างไรก็ตาม กลุ่มนักวิทยาศาสตร์
ก็คงยังเชื่อว่า ในเวลาทีมีเทนกำลังปะทุออกมาอยู่ที่จุดสูงสุด หมอกของกลุ่มมีเทนจำนวนมหาศาล จะถูกทำให้ปกคลุมไปทั่ว
ชั้นบรรยากาศของดาวอังคาร ให้ TGO ตรววจับปฏิกิริยาที่แสดงให้เห็นการดำรงอยู่ของพวกมันได้ ด้วยการตรววจับโครงสร้างแก้สที่ฟอร์มตัวขึ้น เพื่อเทียบกับฉากหลัง ผู้เขียนงานวิจัยชิ้นใหม่ชี้ว่าปริมาณมีเทนที่ต่ำอย่างเหลือเชื่อ ใช่ ในการตรวจจับด้วย TGO ปริมาณของมีเทนมันน้อยเกิดไป เมื่อเทียบ
กับที่ค้นพบโดยคิวริออสซิตี้ แปลว่ามันต้องมีปฏิกิริยาเคมีที่ทำลายเคมีอยู่ที่ส่วนล้างของชั้นบรรยากาศดาวอังคาร อะไรบางอย่างที่ทำลายมีเทนได้ด้วยความรวดเร็วระดับหลายพันเท่าเมื่อเทียบกับปฏิกิริยาเคมีทั่วไป! พระเจ้าช่วย!"มีเทนบนดาวอังคารหายไปเร็วมาก อาจถือว่าหายไปเร็วไปด้วยมันมีปฏิกิริยาที่ทำลายมีเทนอยางมีประสิทธิภาพอยู่ด้านล่างของชั้นบรรยากาศ"
นักวิจัยได้เสนอคำอธิบายบางอย่างเกี่ยวกับการที่มีเธนบนดาวอังคารกำลังจะเกิดขึ้น - มันอาจจะจมลงไปในหินและดินบนดาวอังคารหรือพันธะทางเคมีกับแร่ควอทซ์ที่ถูกกัดเซาะหรือถูกทำลายโดยองค์ประกอบปฏิกิริยาจากสารเคมีใวต่อมีเทนในเนินทราย ส่วนใหญ่มาจากการจำลองด้วยคอมพิวเตอร์และการทดลองในห้องปฏิบัติการบนโลก
Giuranna คาดการณ์ว่าสภาพอากาศบนดาวอังคารอาจส่งผลต่อการสำรวจของ TGO ในฐานะที่เป็นพายุฝุ่นที่ล้อมรอบด้วยดาวเคราะห์ที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เคยพบมาบนดาวอังคารเริ่มในเดือนมิถุนายน 2561“ สิ่งนี้อาจมีผลกระทบสำคัญต่อผลลัพธ์เนื่องจากพายุฝุ่นบนดาวอังคารเป็นตัวแทนของการเกิดก๊าซมีเทนในชั้นบรรยากาศ” Giuranna กล่าว แต่นักวิจัยของ TGO กล่าวว่าพวกเขาได้สร้างขีด จำกัด บนก๊าซมีเทนอย่างเข้มงวดก่อนที่พายุจะเกิดขึ้นและ Korablev กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า "เรายังไม่เห็นมีเธนใด ๆ หลังจากเกิดพายุฝุ่น เราไม่ได้ค้นพบ"
นักวิทยาศาสตร์คนอื่นยังไม่ได้ทิ้งความหวังว่าในที่สุด TGO จะตรวจจับมีเธนที่เข้มข้นขึ้น
“ เราต้องอดทนกับ TGO มากขึ้นเพราะสิ่งหนึ่งที่เราได้เรียนรู้คือเรื่องราวของมีเธนเต็มไปด้วยความประหลาดใจและมีอีกมากที่จะมาถึง” Chris Webster นักวิทยาศาสตร์อาวุโสที่ห้องปฏิบัติการ Jet Propulsion ของ NASA ในพาซาดีนาแคลิฟอร์เนีย ซึ่งยังไม่ได้มีส่วนร่วมในการวิจัยบอก Space.com ในอีเมล "มันคงไม่ทำให้ฉันประหลาดใจถ้า TGO ตรวจพบมีเทนเพิ่มเติมในอนาคต"
และแม้ว่าการปรากฏตัวของมีเธนบนดาวอังคารนั้นถูกมองว่าเป็นหลักฐานที่มีศักยภาพของการค้นพบสิ่งมีชีวิต Svedhem กล่าวว่าการค้นพบของ TGO นั้นไม่จำเป็นว่าจะเป็นโอกาสในการค้นพบสิ่งมีชีวิตบนดาวอังคาร
"การคาดการณ์ที่เกิดขึ้นจากการตรวจจับก๊าซมีเทนครั้งแรกเน้นการเชื่อมต่อระหว่างการผลิตก๊าซมีเทนบนโลกและสิ่งมีชีวิตบนโลก" Svedhem กล่าวกับผู้สื่อข่าว “ แต่มีแง่มุมอื่น ๆ ของสิ่งมีชีวิตที่ไม่สร้างมีเทน รวมทั้งปฏิกิริยาเคมีบางอย่างที่ไม่เกิดจากสิ่งมีชีวิตดังนั้นเราจึงไม่สามารถพูดได้อย่างแน่นอนว่าตอนนี้เราได้แยกแยะว่า มีชีวิตบนดาวอังคาร”

อ้างอิง
https://www.space.com/39796-methane-sniffing-mars-orbiter-aerobraking-dives.html
https://www.space.com/mars-methane-plume-confirmed-location.html
https://www.space.com/40819-mars-methane-organics-curiosity-rover.html
https://www.nature.com/articles/s41561-019-0313-y
https://www.sciencedirect.com/science/article/abs/pii/S0019103514001626?via%3Dihub
https://www.space.com/40888-mars-dust-storm-2018-and-opportunity-rover-images.html
แสดงความคิดเห็น
Preview
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  อวกาศ ดาราศาสตร์ ระบบสุริยะ (Solar System) ธรณีวิทยา เทคโนโลยี
Pantip.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์การใช้งานของคุณ อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่