สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้เรามีประสบการณ์ที่อยากจะมาแบ่งปันกับทุกคน เกี่ยวกับความรุนแรงในครอบครัวค่ะ...
เจตนาที่มาเขียนกระทู้ในครั้งนี้ ไม่ได้มีเจตนาล่วงเกินบุคคลใด ๆ ทั้งสิ้น แต่แค่อยากจะแบ่งบันประสบการณ์ และความรู้สึกของคนเป็นลูก ที่ต้องเจอกับสภาพพ่อแม่ทะเลาะกันค่ะ...
ครอบครัวเรามี 4 คน พ่อ แม่ เรา และน้องชายค่ะ ต้องบอกเลยว่า ตั้งแต่จำความได้ พ่อกับแม่เราทะเลาะกันบ่อยมาก เมื่อก่อนพ่อเมาอยู่บ่อย ๆ เรากลับจากโรงเรียนมา ต้องเตรียมตัวเตรียมใจไว้เลยค่ะ ว่าจะเจอกับสภาพแบบไหน
เมื่อครั้งยังเป็นเด็กน้อยไม่รู้ภาษา ก็ไม่สามารถรับรู้อะไรได้เท่าไหร่ แค่รับรู้ว่าเขาทะเลาะกัน แล้วเราก็ทำได้แค่หนีไปยังอยู่บ้านป้าแค่นั้น พอโตมาหน่อย เข้าเรียนชั้นมัธยม เรารู้สึกว่าเหมือนตัวเองมีปัญหา พ่อเมา ชอบทะเลาะกับแม่ ชอบด่ากันแรงให้ลูกได้ยิน บางทีก็ลามมาด่าลูกด้วย จนเราบางครั้งเหมือนเด็กเก็บกด อยู่บ้านจะมีพฤติกรรม คือ เงียบ ไม่ค่อยพูด เพราะไม่รู้จะพูดกับใคร แต่ไปโรงเรียนจะกลายเป็นอีกแบบเลยคือ ร่าเริง พูดมาก และสดใส...
ต้องบอกก่อนนะคะว่า เรามีน้องชาย 1 คน อายุห่างกัน 5 ปี และเวลาที่เกิดเหตุทะเลาะกันขึ้น เราจะเป็นคนห้าม และในช่วงแรก ๆ ที่น้องยังเด็ก น้องก็จะวิ่งมาห้ามด้วย แต่เมื่อเขาเริ่มโตขึ้นประมาณประถมปลาย เขาเริ่มมีพฤติกรรมที่คล้าย ๆ กับเด็กมีปัญหา นั่งดูพ่อแม่ทะเลาะกันเฉย ๆ โดยที่ไม่พูด ไม่ร้อง ไม่อะไรใด ๆ ทั้งสิ้น และเป็นเด็กที่ไม่พูดกับใครง่าย ๆ เวลามีอะไรจะไม่ยอมบอกใคร และนี่ ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราเข้าใจคำว่า ครอบครัวมีปัญหามากยิ่งขึ้น....
แต่มันก็ไม่ได้เลวร้ายเสมอไป พอเราจบ ม. 6 แล้วเข้าเรียน ปี 1 พ่อเราก็เลิกเหล้า เพราะมีเหตุทะเลาะกันหนักมาก (ไม่ขอลงรายละเอียด) และตั้งหน้าตั้งตาช่วยกันหาเงินกับแม่ ช่วงนั้นรู้สึกว่ารายได้จะเยอะมากๆ จนไม่ขัดสนเหมือนแต่ก่อน....
และสำหรับเรา รู้สึกว่าครอบครัวตอนนั้นมีความสุขมาก เราต้องแยกกับน้องไปเรียนมหาวิทยาลัย และน้องก็กำลังจะเข้า ม.1 สำหรับเราเเล้ว มันทำให้เราลืมเรื่องร้าย ๆ ที่ผ่านมาในอดีตได้โดยง่าย อาจจะเพราะเราโตพอที่จะเข้าใจกับการจัดการความคิด ความรู้สึกของตนเอง แต่.... ใครจะรู้ ว่าน้องชายเรา ยังคงฝังใจกับความรู้สึกแย่ๆ เหล่านั้น และเมื่อเขาคิดว่าครอบครัวไม่อบอุ่น ก็หันไปพึ่งในสิ่งอื่น ๆ ที่คิดว่าจะพึ่งได้ ติดเพื่อน เชื่อเพื่อน จนสุดท้าย เลือกที่จะไม่เชื่อคำพูดของพ่อกับแม่ และอีกอย่าง มันเป็นช่วงที่พ่อแม่กำลังกอบโกยทำงาน จนบางครั้งไม่มีเวลาให้น้อง และอยากได้อะไร เขาจะตามใจน้องทุกอย่าง....
ปัจจุบัน เราเรียนจบ มีหน้าที่การงานที่มั่นคง ที่คิดว่าพ่อแม่น่าจะภูมิใจ อยู่คนละอำเภอกับพ่อแม่ แต่ไม่ไกลมาก กลับบ้านบ้างในช่วงวันหยุด ส่วนน้องเรา จบ ม.6 แล้วก็ไม่ได้เรียนต่อ จะเรียกว่า เกเรก็ว่าได้ มีแฟน ทำงานบ้าง ไม่ทำงานบ้าง ขอเงินพ่อแม่เป็นประจำ มีเรื่องมีราวอยู่บ่อย ๆ และติดสิ่งเสพติดชนิดหนึ่งที่นิยมสูบ ๆ กัน และน้องก็เป็นคนที่ พูดกับพ่อแม่แบบตะคอก เวลาเมา น้องก็จะทะเลาะกันกับแฟน และรายละเอียดต่าง ๆ มันมีจุกจิกอีกเยอะแยะมากมาย จนไม่สามารถเล่าให้ฟังจนหมดได้ จนบางครั้ง เราคิดว่าน้องชายเราอาจจะป่วยก็ได้ เพราะเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ...
สุดท้าย สิ่งที่เราได้จากเหตุการณ์ครอบครัวแบบนี้คือ ไม่มีความสุข ไม่มีเลยค่ะ ต้องมาทนฟังคำด่ากัน ทั้ง ๆ ที่มันไม่ใช่ปัญหาของลูก ๆ แบบเรา ตั้งเเต่เกิดมา ไม่เคยเจอพ่อกับแม่แสดงความรักต่อกันเลยค่ะ มันเลยเหมือนครอบครัวอยู่แล้วไม่มีความสุข และเราตั้งใจเลยว่า ถ้าเรามีครอบครัว มีลูก เราจะไม่ทำแบบนี้ต่อหน้าลูกเด็ดขาด และเรื่องการแสดงความรักในครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญ เราจะทำให้ลูกได้เห็นจนเป็นเรื่องปกติ....
ทั้งนี้ เราไม่ได้ว่าพ่อแม่เราผิด เพราะท่านอาจจะมีเหตุผลของท่าน และท่านก็เลี้ยงดูเราจนเติบโตมาจนป่านนี้ได้ ตอนนี้เราก็ดูแลท่านเท่าที่เราจะทำได้ ส่วนน้องชาย ตอนนี้ก็ยังอยู่กับพ่อกับแม่ และจะพูดดีแค่กับเรา ส่วนกับพ่อแม่ไม่ต้องพูดถึง พูดด้วยไม่ดีจนทะเลาะกัน ไล่กันออกจากบ้านก็มี และปัจจุบัน พ่อกลับมาดื่มอีกแล้ว เพราะเครียดเรื่องน้องชาย คงไม่ต้องบอกว่าครอบครัวจะเป็นยังไง คำด่ามาเต็มอีกแล้ว เราโตแล้ว เริ่มปลงได้แล้ว ก็ทน ๆ ฟังไป ปล่อยผ่านแบบไม่ใส่ใจ จิตใจเราจะได้ไม่เป็นทุกข์ ก็ได้แต่คิดว่า เป็นกรรมของบุคคลนั้น ๆ ไป เพราะทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดมา มันเกิดจากการกระทำทั้งนั้น....
หวังว่าเรื่องนี้คงจะเตือนสติพ่อแม่ที่ชอบทะเลาะกันต่อหน้าลูกได้บ้างนะคะ สงสารลูก ๆ แบบพวกเราบ้างเถอะค่ะ ให้ความรู้สึกที่ดี ๆ กับลูก ยังดีกว่าการให้ทรัพย์สินเงินทองอีกนะคะ
"เตือนใจพ่อแม่" ที่ชอบทะเลาะกันและใช้ความรุนแรงในครอบครัวให้ลูกเห็นบ่อยๆ
เจตนาที่มาเขียนกระทู้ในครั้งนี้ ไม่ได้มีเจตนาล่วงเกินบุคคลใด ๆ ทั้งสิ้น แต่แค่อยากจะแบ่งบันประสบการณ์ และความรู้สึกของคนเป็นลูก ที่ต้องเจอกับสภาพพ่อแม่ทะเลาะกันค่ะ...
ครอบครัวเรามี 4 คน พ่อ แม่ เรา และน้องชายค่ะ ต้องบอกเลยว่า ตั้งแต่จำความได้ พ่อกับแม่เราทะเลาะกันบ่อยมาก เมื่อก่อนพ่อเมาอยู่บ่อย ๆ เรากลับจากโรงเรียนมา ต้องเตรียมตัวเตรียมใจไว้เลยค่ะ ว่าจะเจอกับสภาพแบบไหน
เมื่อครั้งยังเป็นเด็กน้อยไม่รู้ภาษา ก็ไม่สามารถรับรู้อะไรได้เท่าไหร่ แค่รับรู้ว่าเขาทะเลาะกัน แล้วเราก็ทำได้แค่หนีไปยังอยู่บ้านป้าแค่นั้น พอโตมาหน่อย เข้าเรียนชั้นมัธยม เรารู้สึกว่าเหมือนตัวเองมีปัญหา พ่อเมา ชอบทะเลาะกับแม่ ชอบด่ากันแรงให้ลูกได้ยิน บางทีก็ลามมาด่าลูกด้วย จนเราบางครั้งเหมือนเด็กเก็บกด อยู่บ้านจะมีพฤติกรรม คือ เงียบ ไม่ค่อยพูด เพราะไม่รู้จะพูดกับใคร แต่ไปโรงเรียนจะกลายเป็นอีกแบบเลยคือ ร่าเริง พูดมาก และสดใส...
ต้องบอกก่อนนะคะว่า เรามีน้องชาย 1 คน อายุห่างกัน 5 ปี และเวลาที่เกิดเหตุทะเลาะกันขึ้น เราจะเป็นคนห้าม และในช่วงแรก ๆ ที่น้องยังเด็ก น้องก็จะวิ่งมาห้ามด้วย แต่เมื่อเขาเริ่มโตขึ้นประมาณประถมปลาย เขาเริ่มมีพฤติกรรมที่คล้าย ๆ กับเด็กมีปัญหา นั่งดูพ่อแม่ทะเลาะกันเฉย ๆ โดยที่ไม่พูด ไม่ร้อง ไม่อะไรใด ๆ ทั้งสิ้น และเป็นเด็กที่ไม่พูดกับใครง่าย ๆ เวลามีอะไรจะไม่ยอมบอกใคร และนี่ ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราเข้าใจคำว่า ครอบครัวมีปัญหามากยิ่งขึ้น....
แต่มันก็ไม่ได้เลวร้ายเสมอไป พอเราจบ ม. 6 แล้วเข้าเรียน ปี 1 พ่อเราก็เลิกเหล้า เพราะมีเหตุทะเลาะกันหนักมาก (ไม่ขอลงรายละเอียด) และตั้งหน้าตั้งตาช่วยกันหาเงินกับแม่ ช่วงนั้นรู้สึกว่ารายได้จะเยอะมากๆ จนไม่ขัดสนเหมือนแต่ก่อน....
และสำหรับเรา รู้สึกว่าครอบครัวตอนนั้นมีความสุขมาก เราต้องแยกกับน้องไปเรียนมหาวิทยาลัย และน้องก็กำลังจะเข้า ม.1 สำหรับเราเเล้ว มันทำให้เราลืมเรื่องร้าย ๆ ที่ผ่านมาในอดีตได้โดยง่าย อาจจะเพราะเราโตพอที่จะเข้าใจกับการจัดการความคิด ความรู้สึกของตนเอง แต่.... ใครจะรู้ ว่าน้องชายเรา ยังคงฝังใจกับความรู้สึกแย่ๆ เหล่านั้น และเมื่อเขาคิดว่าครอบครัวไม่อบอุ่น ก็หันไปพึ่งในสิ่งอื่น ๆ ที่คิดว่าจะพึ่งได้ ติดเพื่อน เชื่อเพื่อน จนสุดท้าย เลือกที่จะไม่เชื่อคำพูดของพ่อกับแม่ และอีกอย่าง มันเป็นช่วงที่พ่อแม่กำลังกอบโกยทำงาน จนบางครั้งไม่มีเวลาให้น้อง และอยากได้อะไร เขาจะตามใจน้องทุกอย่าง....
ปัจจุบัน เราเรียนจบ มีหน้าที่การงานที่มั่นคง ที่คิดว่าพ่อแม่น่าจะภูมิใจ อยู่คนละอำเภอกับพ่อแม่ แต่ไม่ไกลมาก กลับบ้านบ้างในช่วงวันหยุด ส่วนน้องเรา จบ ม.6 แล้วก็ไม่ได้เรียนต่อ จะเรียกว่า เกเรก็ว่าได้ มีแฟน ทำงานบ้าง ไม่ทำงานบ้าง ขอเงินพ่อแม่เป็นประจำ มีเรื่องมีราวอยู่บ่อย ๆ และติดสิ่งเสพติดชนิดหนึ่งที่นิยมสูบ ๆ กัน และน้องก็เป็นคนที่ พูดกับพ่อแม่แบบตะคอก เวลาเมา น้องก็จะทะเลาะกันกับแฟน และรายละเอียดต่าง ๆ มันมีจุกจิกอีกเยอะแยะมากมาย จนไม่สามารถเล่าให้ฟังจนหมดได้ จนบางครั้ง เราคิดว่าน้องชายเราอาจจะป่วยก็ได้ เพราะเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ...
สุดท้าย สิ่งที่เราได้จากเหตุการณ์ครอบครัวแบบนี้คือ ไม่มีความสุข ไม่มีเลยค่ะ ต้องมาทนฟังคำด่ากัน ทั้ง ๆ ที่มันไม่ใช่ปัญหาของลูก ๆ แบบเรา ตั้งเเต่เกิดมา ไม่เคยเจอพ่อกับแม่แสดงความรักต่อกันเลยค่ะ มันเลยเหมือนครอบครัวอยู่แล้วไม่มีความสุข และเราตั้งใจเลยว่า ถ้าเรามีครอบครัว มีลูก เราจะไม่ทำแบบนี้ต่อหน้าลูกเด็ดขาด และเรื่องการแสดงความรักในครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญ เราจะทำให้ลูกได้เห็นจนเป็นเรื่องปกติ....
ทั้งนี้ เราไม่ได้ว่าพ่อแม่เราผิด เพราะท่านอาจจะมีเหตุผลของท่าน และท่านก็เลี้ยงดูเราจนเติบโตมาจนป่านนี้ได้ ตอนนี้เราก็ดูแลท่านเท่าที่เราจะทำได้ ส่วนน้องชาย ตอนนี้ก็ยังอยู่กับพ่อกับแม่ และจะพูดดีแค่กับเรา ส่วนกับพ่อแม่ไม่ต้องพูดถึง พูดด้วยไม่ดีจนทะเลาะกัน ไล่กันออกจากบ้านก็มี และปัจจุบัน พ่อกลับมาดื่มอีกแล้ว เพราะเครียดเรื่องน้องชาย คงไม่ต้องบอกว่าครอบครัวจะเป็นยังไง คำด่ามาเต็มอีกแล้ว เราโตแล้ว เริ่มปลงได้แล้ว ก็ทน ๆ ฟังไป ปล่อยผ่านแบบไม่ใส่ใจ จิตใจเราจะได้ไม่เป็นทุกข์ ก็ได้แต่คิดว่า เป็นกรรมของบุคคลนั้น ๆ ไป เพราะทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดมา มันเกิดจากการกระทำทั้งนั้น....
หวังว่าเรื่องนี้คงจะเตือนสติพ่อแม่ที่ชอบทะเลาะกันต่อหน้าลูกได้บ้างนะคะ สงสารลูก ๆ แบบพวกเราบ้างเถอะค่ะ ให้ความรู้สึกที่ดี ๆ กับลูก ยังดีกว่าการให้ทรัพย์สินเงินทองอีกนะคะ