วิ่งพิชิตความดันโลหิตสูง

จากผู้ป่วยความดันโลหิตสูงสู่ถ้วยฟูลมาราธอน

เมื่อประมาณ 3 ปีกว่าๆ คือวันเกิดผมเมื่อปี 2558 ผมได้ไป บริจาคโลหิต ที่สภากาชาด พอวัดความดันก่อนบริจาค ได้ค่า 185/127/79 เจ้าหน้าที่ หมอหรือพยาบาลนี่ล่ะจำไม่ได้ บอกว่าบริจาคไม่ได้นะความดันสูงมาก แล้วแนะนำให้ไปตรวจสุขภาพด่วนเลย เครียดสิครับ เราตรวจสุขภาพปีถึงสองปีครั้งไม่เห็นว่าจะเป็นอะไร เดินก้าวออกกมาอย่างเซ็ง ตั้งใจมาทำบุญวันเกิด ไม่ได้ทำสะงั้น วันรุ่งขึ้นผมก็รีบไปศูนย์การแพทย์กาญจนา ตรงข้าม ม.มหิดลซึ่งใกล้บ้าน ไป Check Up แบบเต็ม (อดอาหารอดน้ำไปเรียบร้อย)

รูปนี้แต่งขึ้นเพราะที่เก็บไว้มันเลือนไปหมดแล้ว

ได้ผลมาว่า ป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูง ซึ่งตอนนั้นผม อายุ 39 เอง ค่าคลอเรสเตอรอล 275 ได้ถ้าจำไม่ผิด LDL นี่ 185 กว่า สำหรับคนรูปร่างเล็กแต่ท้วมๆอายุแค่นี้ ถือว่าเยอะครับ หมอได้ส่งรักษาคลีนิคพิเศษ อายุรกรรม นัดทุกๆ 3 เดือน ให้ยาลดความดันมากิน 2 ตัว และยาลดไขมันอีก 1 ตัว แรกๆกินยา ความดันก็ลดดีนะครับ ไขมัน ลงบ้างแต่ยังสูง กินยาและหาหมอตลอด อยู่ 1 ปีกว่าๆ จุดเปลี่ยนก็มาถึง 555 เมื่อหมอคนเดิมไปเรียนต่อที่อเมริกา ส่งต่อหมออีกคน ซึ่งเป็นผู้ชาย วัยใกล้เคียง น่าจะอายุมากกว่าผมไม่เยอะ รักษาต่อ (แกเป็นนักวิ่งออกกำลังอยู่ประจำอยู่แล้ว) ความดันมันก็ลดลงตอนกินยา แต่พอตกเย็นก็สูงขึ้น มันสวิงๆ ผมได้แจ้งหมอไปตอนนัด หมอได้ให้คำแนะนำว่า จะเปลี่ยนยาหรือเพิ่มจำนวนยาให้ หรือ จะออกกำลังกาย ผมได้บอกหมอว่า ผมก็เตะบอลออกกำลังกายประจำอยู่แล้วนะครับ เสียงย้อนกลับมาทันทีว่า หมอไม่ได้หมายความว่าเล่นกีฬาทั่วไป หมอแนะนำให้ คาร์ดิโอ จะวิ่ง หรือ ปั่น ว่ายน้ำ หรือ เดินเลือกเอา ผมรับปากและกลับไป อีก 3 เดือน กลับมาใหม่ ตรวจเลือด ค่าทุกอย่างก็ยังสูง ความดันก็สวิง หมอถาม ได้ทำตามที่แนะนำรึป่าว ผมบอกว่าไม่ได้ทำครับ แต่ เตะบอลมากขึ้น หมอได้ยินผมพูดแบบนี้ เลยบอกกลับมาว่า ถ้าไม่ ลองทำ ตามคำแนะนำ มาคราวหน้าไม่ดีขึ้น หมอจะเพิ่มยาหรือเปลี่ยนยา ถามว่าดีมั้ย มันไม่ดีแน่ในระยะยาว หรือจะลองไปทำหาแรงบันดาลใจเอานะ เดี๋ยวนี้เค้าเริ่มวิ่งกันเเยอะแยะ พี่ตูน วิ่งจบ บางสะพานไปเมื่อปีที่แล้ว ลองไปหาคลิปและอ่านดู ปีนี้ก็จะมี โครงการ ก้าวจากเบตงไปแม่สาย ลองไปศึกษาดูนะ ถ้าไม่ทำตามคำแนะนำคราวหน้า ถ้าไม่ดีขึ้น หมอจะเพิ่มยา ซึ่งมันไม่เป็นผลดีแน่ ผมรับปากและเดินออกมาอย่างเซ็งๆ นึกในใจเอาไงดี กลับถึงบ้านโหลดแอพ nike หยิบรองเท้าฟุตซอล ใส่วิ่งเลย ถือโทรศัพท์คึกมาก555 วิ่งไป-กลับบ้านน้องชายกับบ้านเรา 1.65 km นี่คือครั้งแรกที่ใส่รองเท้าวิ่ง

โครตจะเหนื่อยมากกกก พอดีช่วงนั้น น้องชาย เริ่ม วิ่งมาเกือบปี เลยมีอาจารย์ให้คำปรึกษาแนะนำพอดี แต่แรกๆๆยังไม่ได้ปรึกษาไรมาก วิ่งครั้งแรกผ่านไปโครตเหนื่อย ขี้เกียจสิ ตื่นเช้ามา เจ็บส้นและเอ็นร้อยหวาย ยิ้มมันไม่ง่ายเลยนี่หว่า หลังจากวันแรก หยุดไปหลายวันเกือบอาทิตย์ จนมาวิ่งครั้งที่ 2 ได้ 3 km แต่วิ่งให้ช้าลง วิ่งเสร็จ ไปสังสรร บ้านเพื่อนต่อ ที่ บางคล้า เพราะ เพื่อนเรียนมัธยม ไปรวม ตัวที่นั่น นั่ง-เหล้า ยัน เช้า ขับรถกลับมา ทำงานต่อเลย แหม่โคตร เก่ง เก่งจริงจริ๊ง ตกเย็น ความหายนะก็มาเยือน ในหัวมันวูบๆๆเหมือนจะระเบิด รีบหยิบเครื่องวัดความดัน มาวัด เฟ่ดเฟ่! คุณพระ! 190/125 ปวดหัวมาก รีบกินยานอน ตื่นเช้ามา มานั่งทบทวนและ เล่นโทรศัพท์ ไปเจอโครงการก้าวถ่ายทอดสด และ ไปเจอเฟซบุ๊ค ต่างๆๆ ให้วิ่งสะสมระยะ ร่วมกันไป เปลี่ยนเป็นเงินร่วมบริจาคกับโครงการก้าวได้ เท่านั้นล่ะ มีจุดมุ่งหมายและเป้าหมายขึ้นมาทันที เอาวะกุจะชนะใจตัวเองวิ่งเพื่อตัวเองเปลี่ยนเป็นเงินให้ผู้อื่นถึงจะไม่มากแต่ถ้าคิดแบบเราทุกคนก็พลังมหาศาลนะแถมได้สุขภาพที่ดีด้วย (ใจพี่หล่อมาก แหวะ! ชมตัวเอง) ว่าแล้วไปหาน้องชาย เล่าอาการและการวิ่งที่ผ่านมาของเราให้ฟัง คุยเสร็จ น้องชายให้รองเท้า Hoka มาคู่นึง ให้ใช้ใส่แทนรองเท้าฟุตซอลที่ใช้อยู่ และ บอกกับเราให้ยืด เหยียด วอร์มอัพ คูลดาวน์ ก่อนและหลังทุกครั้ง จะได้ไม่เกิดอาการที่ผ่านมา เมื่อยล้าก็พักแต่อย่าหยุดติดกันเกิน 2 วัน และบอกว่า สิ้นปีไปจบ มินิแรก ที่งาน ปลาทู งานบ้านเกิดกัน กลับมาบ้านก็ส่ง รายละเอียด การยืดมาให้ทาง Line เอาวะ นึกในใจ เอาไงเอากัน แรกๆ วิ่งแบบ สเปะสปะมาก เอาแค่วิ่งให้นานและให้หมดแรงตั้งเป้าเพิ่มไปทีละ 500m-1 km และก่อนจะจบอัดให้หอบ 1 km แค่นั้น แรกๆจะเข็นให้ตัวเองออกไปวิ่งแต่ละวันได้นี้โคตร ขี้เกียจ ทำงานเสร็จก็เหนื่อยเมื่อยละต้องมาวิ่งอีก วิ่งมาได้ สองเดือน สะสมไปเรื่อยๆ วันละ 5 โล 6 โล น้องชายบอกว่าให้วิ่งช้าๆ Zone2 นานๆให้ชิน มีวันเร็วบ้าง เราก็บอกไปไม่รู้อ่ะ zone2 คืออะไร พูดจบ ส่งรายละเอียดมาให้ดู เราก็บอกว่า ที่วิ่งอยุ่ก็ประมาณนี้นะ (อวดเก่งอีก ฮี่ฮี่) วิ่งไม่เหนื่อย 6km อัด กิโลสุดท้ายพอได้ป่ะ หลังจากนั้นก็ซ้อมเก็บระยะทำบุญไปเรื่อยๆ ไม่ได้สนเพซสนอะไร แค่วิ่งวันละ ชั่วโมง ทุกวันพอ

และแล้ว 10 km แรกก็มาเร็วกว่าที่คิด ฟุตบอลชาย ซีเกมส์ต้องชนะเวียดนามถึงจะเข้ารอบรอง ชัวร์ เพราะเราจองตั๋วจะบินไปดูรอบรองกับรอบชิงไว้แล้ว ถ้าตกรอบคง เซ็ง เลยยกมือไว้บอกพระสยามเทวาธิราชว่า ถ้าชนะ จะไปวิ่ง ที่ตึกแฝด 10 km ซึ่ง ตอนนั้นถ้าถึง 10 โลได้ก็แทบตาย ทีมบอลชายชนะจริง 3-0 ชิหายละกุต้องไปวิ่งแก้บน และแล้วเราก็ทำได้วิ่งประมาณ 8 รอบ ในสวนหลังตึก 10.15 Km 1:07:44 Pace 6.40 ซึ่งก่อนหน้านี้วิ่งสูงสุดแค่ 7 Km ถึงตรงนี้วิ่งมาสัก 2 เดือนกว่าๆ

พอกลับมาจากซีเกมส์ ที่มาเลเซีย ก็ซ้อมวิ่ง ครั้งละ 9-10 km เลย วิ่งเรื่อยๆ บางวันก็ 11 km ถึงตอนนี้นึกถึง zone2 ที่น้องชายบอก talk test ที่เราใช้มันไม่ชัวแน่ วิ่งเสร็จโทรหาน้องชายทันทีได้คำตอบกับมาว่า ต้องเสียเงิน 55555 ต้องมี นาฬิกา (Smart Watch) มันสามารถบอกว่าเราวิ่งหรืออกกำลังหนักหรือเบาไป แถมเก็บสถิติอย่างละเอียดให้เราด้วย ช่วยดูว่าเรานอน หลับดีพักผ่อนดีมั้ยได้ด้วยนะ (ของมันต้องมี ใครบอกนักวิ่งลงทุนน้อย 555) เดี๋ยวจะช่วยดูให้แบบไม่แพงมากแต่สมราคาและคุณภาพ พาไปซื้อ รูดให้ด้วย 0% 10เดือน ร้าน Banana หลังสวนลุม ซื้อมาได้ ก็ส่งตารางซ้อมมาให้พร้อมรายละเอียดว่าควร ทำไรใน 1 สัปดาห์ แล้วสับเปลี่ยน วนให้เหมาะสม มีทั้ง Tempo-Interval (ลงคอร์อด)-Long run และที่ขาดไม่ได้ต้องมีคือ Zone2 1-1.30 หนึ่งถึง สองวัน ในสัปดาห์ ตามความเหมาะสมขอแต่ละคนเพราะรูปร่างและสรีระแต่ละคนไม่เหมือนกัน วิ่งให้ดูหัวใจ เป็นตัวตั้ง เพซ ไม่ต้องสน กำนดเวลาและระยะในแต่ละวันให้เหมาะสมกับตัวเอง เร็วช้าแต่ละคนไม่เท่ากัน คติผม โฟกัสที่ตัวเอง ชนะตัวเอง ไม่ต้องสนคนอื่น เพราะ เร็วผมอาจช้าคุณ เร็วคุณอาจช้าผม เพื่อสุขภาพและหัวใจที่ดี ควรประมาณตน และไม่รีบเร่ง ผมลองวิ่ง Zone2 ครั้งแรกเลย แบบว่าไม่เหนื่อย แต่โคตรเมื่อย 10.29 Km Pace 8.06 ใช้เวลา 1:23:22 หัวใจเฉลี่ย 129 bpm ผมได้ซ้อมไปเรื่อยๆจนถึง Pla2 MiniMarathon ได้ลองของจริงแล้วที่วิ่งมาเป็นไง

งานมินิ แรกงาน ปลาทุนี้ จบที่เวลา 53:52 นาที เพซ 5.13 เฮ้ย! Sub1 มีแต่คนพูดกับเรา ครั้งแรกก็ Sub1 เลย หาข้อมูลต่อสิ (นึกในใจไม่ใช่ครั้งแรกแต่เป็นงานแรก )ได้ข้อมูลเรื่อง Sub มา เลย มาซ้อมต่อ ตั้งเป้าหมายต่อไป ฮาลฟ มาราธอนแรก Sub2 งาน Amazing Thailand ปลายปี ฟูลแรก Sub4 มีการวิ่ง สะสมระยะ ทำบุญและการลดความดัน เป็นแรงจูงใจในการซ้อม หลังจากงานปลาทู ได้ถึงเวลา นัดพบหมอ ผลที่ได้ คือ ความดัน ดีขึ้นมาก หมอเลย ลดยา เหลือ 1 ตัว ลองดู แต่บอกว่า ไขมันในเลือดยังสูง ไม่ลดยาไขมัน ยาตัวนี้ ผมกินแล้วเจ็บกล้ามเนื้อมาก หมอเลยถาม เรื่องอาหารการกิน และได้ข้อสรุปเพิ่มจากการ ออกกำลังกาย คือ ผมเป็นคนไม่กินมื้อเช้า และมื้อเย็นเยอะมาก ชอบกินกาแฟใส่ครีมเทียมเยอะ และกาแฟตามปั๊มทุกๆยี่ห้อล่ะ และก็พวก 3 in 1 รวมทั้งอาหารทะเล เลยได้คำแนะนำมาเพิ่มให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินและโภชนาการสำหรับนักวิ่งที่วิ่งเยอะอย่างผม มื้อเช้า มื้อเที่ยง กินหนักกินแหลกกินทุกอย่าง ยกเว้น กาแฟ 5555 (ถ้าอยากก็กาแฟดำ แต่ถึงตอนนี้เหมือนเลิกได้ไปเลย) มื้อเย็น เบาแป้ง กินพวก เนื้อปลา หรือโปรตีน จากเนื้อหรือถั่ว นมพร่องมันเนยจืดและผลไม้ กล้วยหอม หรือ อื่นๆ ถึงตอนนี้ ผมก็ซ้อม แบบ ฝึกเดิมๆ มี วิ่งเบา ก็ 1 ชั่วโมง วิ่งหนักถ้าหัวใจเต้นเร็วมากๆ ก็ 5-8 กิโล บางที่ก็ 1 ชั่วโมง มี Long run เพซ ที่จะใช้ 13-16-18 Km เพิ่มระยะสำหรับเพื่อ ฮาลฟ มาราธอนแรกไปเรื่อย อย่างมีวินัย แต่วิ่งไม่เคยถึง 21 เลย สูงสุด 18 ครั้งเดียวก็จะตาย (ตอนน้องชายพาลากที่พุทธมณฑล เราวิ่งโซน4 เพซ5 มันโซน2 ชิวๆ ลากเกือบตาย) วิ่งตามหัวใจตัวเอง ไม่ Over จนเกินไป (ตารางซ้อมไม่มี ตายตัว วิ่งตามเสียงหัวใจและร่างกาย วิ่งหนักสลับวิ่งเบา มีวิ่งยาว และพักบ้าง) และแล้ว ฮาลฟแรกก็มาถึง ฝนตกกลางคืน อากาศ เช้าเย็นๆ ตื่นเต้นมาก เพราะตอนวิ่ง 10 โลครั้งแรก ยังบอกเลย ฮาลฟนี่มันเพิ่มอีกเท่าตัวจะไหวหรา ยิ่งฟูล คิดแล้วเหนื่อยเลย แต่เป้าหมาย มีตั้งไว้ เพื่อชนะตัวเอง และข้ามขีดจำกัดของตัวเองไปเรื่อยๆจนกว่าจะสุดเพื่อแรงจูงใจในการวิ่ง พิชิตความดัน
ผลประกาบการฮาลฟแรก งาน ATM2018 เวลา 1:50:44 Pace 5.11 หัวใจ หนักไปทาง Zone3 ถึง Zone4 ต้นๆ เพราะอากาศเย็น แต่ไม่กล้าเร่ง เพราะกลัวหมด แต่ขาก้าวไม่ค่อยออก หัวใจได้อยู่ เสร็จจากงานนี้หาแรงจูงใจต่อตั้งเป้า เดือนละงาน วิ่งสะสมไปเรื่อย และ 10 Km ต้องต่ำกว่า 50 นาที ให้ได้เป้าหมายมีไว้พุ่งชน! งานต่อไปจาก งานอเมซิ่ง ไปแบบ น้องในกลุ่มเตะบอลปลาทูบางกอก ชวน เพราะใกล้บ้าน คืองาน ที่สวนพุทธมณฑลสาย4 งานปันฝัน ปันน้ำใจ ของคณะ ทันตแพทย์ศาสตร์ ม.มหิดล ที่พูดถึงงานนี้เพราะ ต่ำกว่า 50 นาที ทำได้ที่งานนี้ เร็วกว่าที่คิด จบที่เวลา 49:24 Pace 4.58 แถม ได้ขึ้นโพเดี่ยมครั้งแรกในชีวิตกับ อันดับ3 รุ่น 40-49 ปีชาย ถือว่ายังวิ่งไม่เร็ว แต่อยู่ถุกที่และมีวาสนา แบบโชคช่วย (นักวิ่งขาแรงทั้งกรุ๊ปเลยเกือบ 20 กว่าคนรวมถึงน้องชายผมด้วย วิ่งหลงทางวิ่งเกินระยะไป 12 Km กว่า 555 ฟลุ๊ค มั้ย มีแรงผลักดัน ในการซ้อมและทำเวลาต่อไป เพราะการพัฒนาของผมมันก้าวกระโดดมาก แถมความดันดีขึ้นจากการลดยา อย่างเห็นได้ชัด
เป้าหมายใหม่ มาทันที วิ่งสม่ำเสมอให้หมอ งดยา 100 %ให้ได้ ทำลายความเชื่อ ที่หลายๆคนบอกว่า คุณเป็นความดันสูง กินยาแล้วต้องกินไปตลอดชีวิต และ ทำเวลา 10 Km ให้ต่ำกว่า 45 นาที ตั้งเป้าสูงมาก เพื่อจะได้ไม่ทำลายกำแพงเร็วจนเกินไปให้ยากๆๆเข้าไว้ ตอนแรกว่าจะข้าม งานที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้แล้ว ไปดูผลเลือดกับความดันครั้งต่อไปเลย แต่มันอด มาโม้และบันทึกในไทม์ไลน์ของบทความนี้ไปไม่ได้ คือ แชมป์แรก หรือ ถ้วยที่ 2 มาแบบ งง งง อีกแล้ว แถมเป็นแชมป์นอกประเทศด้วย คืองาน เวียงจันทร์ ฮาลฟมาราธอน ซึ่งผมลง มินิไว้และลง fun run ให้ภรรยา จริงๆคือจะไปจัดการเรื่อง Work Permit ของลูกน้องที่เป็นสัญชาติลาว และ ถือโอกาสไปวิ่งด้วยที่เดียว การวิ่งงานนี้ผมจบด้วยเวลา 49.33 ระยะ 10.50 Pace 4.44 ดีขึ้น 10 กว่าวิต่อกิโล ในเวลา 2 สัปดาห์ ถ้าระยะ 10 Km ถ้วนก็ประมาณ 47 นาที

อักษรเกิน มีต่อในคอมเม้นท์น๊า
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่