หมอนรองกระดูกที่รัก ตอน1

สวีดัส สวัสดีครับ แฮ่~~

ตามหัวข้อเลย "หมอนรองกระดูกเสื่อมที่รัก" คงเป็นปัญหาโรคอาการเรื้อรัง
ที่จุกจิกกวนใจ ของใครหลายๆ คนโดยเฉพาะกลุ่มคนวัยทำงานจนถึงไปกลุ่มผู้สูงอายุ
.
ผมก็จะเล่าเรื่องราวตั้งแต่ตอนเริ่มเป็นจนถึงช่วงที่ต้องตัดสินใจผ่าตัดให้อ่านกัน
แล้วสาเหตุที่เป็น เอ๊ะน่าจะเป็นเพราะพฤติกรรม แล้วมันเป็นคือพฤติกรรมอะไร !??
ซึ่งต้องบอกก่อนว่า ผมเริ่มมีอาการที่จำได้ตอน อายุ 21 !! (ทำไมเป็นไวจัง)!?
.
ค่อยๆ อ่านกันดูนะครับ


สัญญาณเริ่มต้น
.
ถ้าให้ย้อนนึกกลับไป ผมจำได้ว่าตอนนั้นไปเที่ยวกับครอบครัวที่เขาใหญ่ช่วงปลายปี 59
ด้วยความที่พักผมจะมีบริเวณเป็นทางเดินแบ่งทางชัดเจน ซึ่งเหมาะที่จะให้เราวิ่งออก
กำลังกายได้ ผมก็วิ่ง ตามปกติของผมไป แต่ในระหว่างวิ่งจนถึงตอนหยุดวิ่ง
ผมรู้สึกปลายเท้าซ้ายมันชาเย็นวู้บๆ ผมก็เอ๊ะใจรู้สึกนะแต่ไม่ได้คิดอะไรมาก
คิดว่าสงสัยเป็นเพราะระบบไหลเวียนเลือดคงจะเป็นตัวปรับตัวอยู่ พอวิ่งเสร็จผมพักแป๊ปนึง
อาการก็หายไปเองจากนั้นค่อยยืดกล้ามเนื้อ "ไอที่เราก่อนหน้าคงจะเป็นแบบที่เราคิด"

 
พอผ่านช่วงปีใหม่เข้าปี 60
.
ผมก็ใช้ชีวิตตามปกติของผม ออกกำลังกาย เช่น วิ่ง เวทเทรนนิ่ง ว่ายน้ำ และปั่นจักรยาน ฯลฯ
เอ๊าะ!! ผมเข้าคลาสโยคะของมหาลัยของผม จำได้ว่า ผมทำท่างู แล้วก็ท่าธนู (ท่าที่ผมชอบ)
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
.
และก็จะมีหลายท่าต่างๆ ผมก็ยืดเท่าที่ตัวเองทำไหว และท่าที่ผมทำแล้วมักจะรู้สึกติดๆ
มีปัญหาที่สุด แล้วก็เป็นท่าที่ง่ายที่ทุกคนทำมาตั้งแต่เรียนประถม คือ ท่าที่เรานั่งแล้วเหยียดเท้า
ตรงไปข้างหน้า แล้วโค้งตัวเอามือแตะปลายเท้า ทุกคนคงพอจะนึกท่าออก ผมสามารถแตะจนนิ้ว
เลยได้ แต่ช่วงหลังล่าง(บริเวณเอว) มันแข็งทื่อๆ ไม่ยอมยืดโค้ง ผมคิดว่าคงต้องค่อยๆ ใช้เวลา
ยืด มันอาจจะดีขึ้นเอง
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
.
ปี 60 ผมก็มีแผนอยากจะวิ่งมาราธอน แต่ก็เริ่มแค่ระยะสั้นๆ ก่อนจาก 5K ค่อยๆ ปรับเพิ่ม
เป็น 10K และ 14K รายการล่าสุด ที่ ผมคิดแล้วว่าเราต้องหยุดพักก่อน เพราะเวลาที่ผมวิ่ง
ผมรู้สึกสะโพกข้างซ้ายเกร็งรับน้ำหนักแปลกๆ ผิดกับเท้าขวาที่ตอนลงน้ำหนักไม่ได้รู้สึก
ตึงๆ สะโพกเหมือนกับข้างซ้าย แต่ยังไม่มีอาการชาอะไร พอผมหยุดพักร่างกายก็เป็นปกติ

.
พอเข้าช่วงต้นปี 61
.
ผมก็เริ่มมีอาการตึงๆ ที่สะโพกข้างซ้าย ลึกๆ ข้างใน!! ทำไมมันตึงๆ
ผมก็พยามยืดๆ และก็เริ่มเข้าพบนักกายภาพ เขาก็จะใช้คลื่นกระตุ้นไฟฟ้า ทำอยู่ได้ 1-2 ครั้งได้
ด้วยการกระตุ้นไฟฟ้า เพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อนั้นคลายตัว หรือ ลดการเกร็งหรือหดตัวของกล้ามเนื้อ
แต่อาการก็ยังตึงๆ อยู่ผมก็ไปพบหมอด้านกระดูก คุณหมอแก่ก็ให้ผมไป X-ray เช็คดู ผลออกว่า??
.
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
.
กระดูกเรามันปกตินะ ไม่มีปัญหาอะไร มันเพราะกล้ามเนื้อเราหดเกร็ง แล้วจะบีบ
เดี๋ยวทานยาคลายกล้ามเนื้อไป (1 สัปดาห์) ก็ดีขึ้นนะ ไม่ต้องเป็นห่วงอะไร ซึ่งกระดูกผมดูจะเอียง
เอียงหน่อยๆ แต่ไม่ได้มีการคดอะไรมาก แต่ผมเอ๊ะใจช่วง L4 มันจะหมุนเอียงๆ ขวานี๊ดๆๆ นิดเดียว
แล้วช่องว่างที่เรียกว่าหมอนรองกระดูกทำไมมันแคบ ณ ตอนนั้นผมยังไม่ค่อยรู้ข้อมูลอะไรมาก
ผมเลยโอเค คุณหมอว่าไม่เป็นอะไรก็ค่อยยังชั่ว แค่กล้ามเนื้อมันเกร็งไป
^
ผมก็มีถามเพิ่มเติมว่าแบบนี้ต้องทำกายภาพไหมครับ??
คุณหมอก็ตอบกลับมาว่า ทำได้ๆ คุณหมอแก่ก็แนะนำ เช่น พวกอัลตร้าซาวด์(คลื่นความถี่จะต่าง
กับที่ตรวจครรถ์นะ คนละแบบกัน)
^
ผมก็รับยากลับมากิน 1 สัปดาห์ แล้วก็ควบคู่กับทำกายภาพบำบัด ผมก็คิดว่ามันจะต้องดีขึ้นละ
เรากินยาบวกคู่กับทำกายภาพไปด้วย คุณหมอก็ไม่ได้นัดตรวจเพิ่มอะไรแต่อย่างใด ไอผมก็งงๆ
^
ช่วงที่กินยาอาการก็รู้สึกดีขึ้น ความรู้สึกที่ตึงๆ ก็ค่อยๆ รู้สึกลดลง
แต่พอยาหมดเท่านั้นไม่เกิน 2 สัปดาห์ ความรู้สึกตึงๆ ก็เริ่มกลับมา แต่ทีนี้
ผมเริ่มรู้สึกราวบริเวณสะโพก ผ่านต้นขาด้านหลัง แล้วก็จะมีรู้สึกแว๊บๆ ไปที่น่องนิดหน่อยไม่เยอะ
ผมก็ทำกายภาพต่ออย่างเดียวใช้เวลาราวๆ 4-5 เดือน ทำหลายอย่างไม่ว่าจะประคบร้อน
ดึงหลัง คลื่นให้ความร้อน เครื่องกระตุ้นไฟฟ้า นวดกดจุด นวดคลายกล้ามเนื้อ และทำท่าบริหาร
ตามที่นักกายภาพจัดท่าให้
.
ซึ่งทั้งหมดที่ทำมาทำให้ผมรู้สึกดีขึ้น แต่..มันจะได้แค่ช่วยบรรเทา แถมขาข้างขวามือดันมาตึงแทน!!
ผมหมายถึง จำท่าที่ผมบอกว่า นั่งเหยียดเท้าสองข้างไปข้างหน้า แล้วโค้งตัวและแขนไปแตะปลายเท่าได้ไหม?
แต่อันนี้ผมจะผับเท้าซ้ายแบะออกไปด้านข้างแค่ข้างเดียว แต่เท้าขวายังคงเหยียดตรงไปด้านหน้า แล้วเอามือขวา
โค้งไปแตะปลายขวา
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

"ซึ่งผมทำไม่ได้" ผมตั้งท่ายกแขนขึ้น กำลังจะเอี้ยมไปแตะ แค่ขยับคอก้มนิดเดียว แค่นิดเดียวเท่านั้น
ยังไม่ทันเอื้อมไปแตะ ผมรู้สึกถึงเส้นประสาทมันตึง ไม่ใช่กล้ามเนื้อตึง จะรู้สึกเหมือนเส้นแถว
สะโพก ก้นด้านขวา มันตึง จี๊ดๆ ทรมาน แต่ไม่ราวลงเท้า จะรู้สึกแค่บริเวณก้น สะโพก ถึงหลังต้นขา
อารมณ์จะไม่เหมือนกล้ามเนื้อตึง ถ้าเป็นกล้ามเนื้อตึงเรายังพอทนได้(จริงๆ ไม่ควรฝืนมากเดียวอักเสบได้)
.
ผมเลยถามพี่นักกายภาพว่าทำไมผมตึงสะโพกข้างซ้าย แล้วไหงทำไมมันมาเป็นด้านขวาด้วย??
พี่เขาก็อธิบายข้อมูลคร่าวๆ ให้ผมฟัง...โอเค ผมก็ทำตามไปได้สักระยะหนึ่ง พี่นักกายภาพเขาก็
สงสารว่าทำไมอาการทรงๆ ไม่ดีขึ้นเลย แล้ววันนึงก็แจ้งบอกผมว่า
"ผมเป็นหมอนรองกระดูกเสื่อมแล้วนะ เสียใจด้วย"
.
เม่าเหม่อ
.
ผมก็ห๊ะจะเป็นง่ายๆ หรอ!! ผมคิดในใจ นี่เราแค่อายุแค่นี้นะ !! ผมบำบัดได้อีกไม่กี่ครั้ง ผมก็หยุด
ไม่ได้บำบัดอีกผมคิดว่า เราจะต้องบำบัดแบบนี้ไปตลอดเลยหรอ มันต้องมีทางอื่นอีกสิ มันต้อง
มีทางหายสิ ซึ่งผมไม่โทษนักกายภาพเลยนะครับ เขาให้ข้อมูลต่างๆ อธิบายข้อสงสัยต่างๆ
แก่ผมดีตั้งแต่ที่เข้าโปรแกรมบำบัด

.
.
.
.
.
เดี๋ยวผมจะมาเล่าต่อตอน 2 นะครับ
.
.
.
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่