คือคุณพ่อเราปัจบันอายุใกล้จะ 60 แล้วค่ะ เป็นวิศวกรที่เกษียณมาหลายปีแล้ว
และเคยได้เปิดธุรกิจไฟแนนซ์ ซึ่งรุ่งแค่แรกๆ สุดท้ายผลกำไรลดลงจึงตัดสินใจปิดกิจการ
หลังจากนั้นท่านก็เล่นหุ้นอย่างเดียว โดยบางวันนั่งเล่นที่บ้านบางวันไปเล่นที่ตลาดหลักทรัพย์
นิสัยของท่านในเรื่องเงินนั้นตั้งแต่เราจำความได้ คือไม่เคยขอเงินจากท่านได้เลยถ้าไม่ใช่เรื่องเรียน
จนเมื่อเราโตขึ้นก็ทำงานเก็บเงินเพื่อนซื้อ หรือใช้เที่ยวในวัยเรียน แทบไม่รบกวนเงินท่านเลยนอกจากเรื่องเรียน
เมื่อเราจบเราก็ทำงานได้ประมาณปีนึง เราก็อยากไปเรียนภาษาที่ต่างประเทศซึ่งคิดไว้มาตั้งแต่เรียนมหาลัย
และรู้มาตลอดว่าไม่สามารถขอคุณพ่อได้แน่ๆ เราจึงเก็บเงินได้ก้อนนึง ซึ่งตอนแรกก้อนนี้ตอนแรกตั้งใจจะนำไปเที่ยว
แล้วคุณพ่อก็แนะนำให้เราฝากท่านเล่นหุ้น เราก็ฝากท่านไปเพราะคิดว่าได้ผลกำไรมากกว่าเก็บฝากธนาคารแน่นอน
เราเก็บกับท่านจนผลกำไรงอกเงยมาได้ประมาณนึง เราก็เปลี่ยนใจเก็บเงินเองต่ออีกก้อนเพื่อที่จะได้ส่งตัวเองเรียนตปท
เมื่อทำงานได้ปีกว่า เราก็คำนวณแล้วว่ามีพอที่จะไปแล้วจึงไปขอกับเค้าซึ่งตอนแรกก็ไม่ยอม
คุยกันอยู่นาน มีทั้งแม่และพี่ข่วยคุยท่านถึงจะยอมให้เราถอนเงินออกจากหุ้น
แต่ก็ติดอีกปัญหาคือตอนใช้ข้อมูลเงินในบัญชีอีกประมาณ 5 แสนเพื่อขอวีซ่า
ซึ่งตอนแรกยังไม่ได้บอกท่านเพราะถ้าบอกท่านจะเก็บมาเครียดและคิดทุกวัน
เราจึงรอรวบรวมข้อมูลทุกอย่างและบอกท่านช่วงที่พรัอมจะทำเรื่อง
ซึ่งท่านจะไม่มีเงินในบัญชีเลย เงินทุกบาทเก็บไว้ในหุ้นหมดรวมทั้งเงินเดือนของแม่และพี่
รวมๆกันเป็นหลัก 10 ล้านบาท จนมาวันนี้ท่านรู้และไม่ยอมให้เราอีกเช่นเคย
ทั้งๆที่เงินก้อนนี้มันไม่ได้เสียไปเหมือนค่าเรียน เพียงแค่ทิ้งไว้ในบัญชีเพื่อขอวีซ่า
เราควรจะทำยังไงดี ยิ่งท่านเป็นแบบนี้เรายิ่งรู้สึกแย่กับท่านมากขึ้นเรื่อยๆ
คุณพ่อเก็บเงินของทุกคนไว้ที่ตัวเองคนเดียว