JJNY : พท.ออกแถลงการณ์ทำเลือกตั้งเสรี/ณัฐวุฒิจี้กกต.เชือด5นายกอบจ.ขึ้นเวทีปราศรัย พปชร./คพ.ชี้PM2.5เกิดมาตรฐาน24จุด

‘พท.’ออกแถลงการณ์ทำเลือกตั้งเสรี
https://www.matichon.co.th/politics/news_1333236

หมายเหตุ – พรรคเพื่อไทยอ่านแถลงการณ์ เรื่องเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนทำการเลือกตั้งเสรี และเป็นธรรม น่าเชื่อถือเพื่อเป็นทางออกให้ประเทศไทย

นายชูศักดิ์ ศิรินิล
ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรค

ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ประกาศให้มีการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 24 มีนาคม 2562 พรรค พท.ขอร่วมแสดงความยินดีกับพี่น้องชาวไทยที่จะมีโอกาสกำหนดความเป็นไปของบ้านเมือง ด้วยการเลือกผู้แทนของตนเข้ามาบริหารประเทศ หลังจากที่ คสช. ได้ยึดอำนาจและปกครองประเทศมาเกือบ 5 ปี ยาวนานกว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งใดๆ ในรอบ 80 กว่าปีที่ผ่านมา

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาที่มีการบริหารของรัฐบาล คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มีการกระทำหลายครั้งที่ส่อให้เห็นว่ามีการใช้อำนาจและกลไกของรัฐ อันจะส่งผลให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม เช่น การที่ 4 รัฐมนตรีในรัฐบาลนี้ร่วมจัดตั้งและเป็นกรรมการบริหารพรรคการเมือง แต่ก็ไม่ลาออกจากการเป็นรัฐมนตรี โดยอาศัยช่องว่างตามรัฐธรรมนูญ การใช้งบประมาณอย่างมหาศาลทุ่มเทลงไปก่อนการเลือกตั้งไม่กี่เดือน โดยสังคมตั้งคำถามว่าเป็นการสร้างความนิยมก่อนการเลือกตั้งหรือไม่

การที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะเป็นผู้เล่นไม่ใช่เป็นกรรมการ ถ้ายินยอมเป็นนายกฯในบัญชีรายชื่อของพรรคพลัง
ประชารัฐ และหากจะบริหารประเทศต่อไป ก็จะอยู่ในฐานะเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ไม่ใช่รัฐบาลรักษาการสามารถจะใช้อำนาจหน้าที่เป็นคุณเป็นโทษต่อการจัดการเลือกตั้งได้ การใช้อำนาจตามมาตรา 44 แทรกแซงการแบ่งเขตเลือกตั้งของ กกต. และการเลือกปฏิบัติต่อพรรคเพื่อไทยโดยการไม่อนุญาตให้พรรคเพื่อไทยใช้สถานที่ราชการจัดเวทีปราศรัย ทั้งที่ก่อนหน้านี้ได้อนุญาตให้พรรคการเมืองบางพรรคใช้พื้นที่ดังกล่าวได้ เป็นต้น

พรรคเห็นว่าประชาชนรอคอยการเลือกตั้งมาเป็นเวลานานหลังจากที่เลื่อนมาแล้ว 5 ครั้ง และเห็นว่าการเลือกตั้งที่เสรี เป็นธรรมและน่าเชื่อถือเท่านั้นที่จะเป็นทางออกที่แท้จริงให้กับประเทศ และเป็นหนทางนำพาประเทศไปสู่ความเป็นประชาธิปไตย อีกทั้งจะสร้างความเชื่อมั่นและฟื้นฟูเกียรติภูมิของประเทศในเวทีโลก ดังนั้นทุกฝ่ายต้องไม่ทำลายความหวังของพี่น้องประชาชนโดยการกระทำใดๆ ที่จะทำให้การเลือกตั้งไม่เสรี ไม่เป็นธรรมและไม่น่าเชื่อถือ พรรค พท.จึงขอแถลงดังต่อไปนี้ 1.แม้รัฐบาลนี้จะอ้างว่าตนเป็นรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มตามรัฐธรรมนูญก็ตาม แต่เมื่อนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ รัฐบาลต้องใช้อำนาจเสมือนเป็นรัฐบาลรักษาการ โดยต้องไม่ริเริ่มโครงการใหม่ที่ต้องใช้งบประมาณผูกพัน หรืองบประมาณจำนวนมากในลักษณะที่จะสร้างความนิยมทางการเมือง ต้องไม่โยกย้ายและแต่งตั้งข้าราชการที่จะส่งผลกระทบต่อการเลือกตั้ง

2. หัวหน้า คสช.ต้องงดเว้นในการใช้อำนาจตามมาตรา 44 3.คสช.และรัฐบาลต้องรักษาความเป็นกลางทางการเมืองโดยเคร่งครัดและไม่ใช้อำนาจ รวมทั้งไม่ใช้ข้าราชการและกลไกของรัฐ เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการเมืองหรือเลือกปฏิบัติหรือให้โทษต่อพรรคการเมืองใด นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ต้องกำชับให้หัวหน้าส่วนราชการต่างๆ รวมทั้งรัฐมนตรี ได้วางตนเป็นกลางทางการเมืองอย่างแท้จริง การที่นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสองแห่งในภาคอีสาน ที่เพิ่งพ้นจากพงหนามของมาตรา 44 ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่สดๆ ร้อนๆ ขึ้นเวทีปราศรัยแนะนำผู้สมัครให้กับพรรคพลังประชารัฐ โดยไม่นำพาต่อคำสั่งของปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด

4. กกต.ต้องใช้อำนาจของตนให้เป็นไปตามหลักนิติธรรมที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ เพื่อทำให้การเลือกตั้งเสรี เป็นธรรมและน่าเชื่อถือ และต้องไม่ยอมให้มีการแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. โดยเด็ดขาด พรรคขอเรียกร้องให้ กกต. ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐบาล และเจ้าหน้าที่ของรัฐในเหตุการณ์ต่างๆ ที่ได้ยกเป็นกรณีตัวอย่างข้างต้นว่ามีการใช้อำนาจรัฐเพื่อเป็นคุณแก่พรรคการเมืองบางพรรคหรือไม่ 5.พรรคขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนชาวไทยร่วมกันทำให้การเลือกตั้งสุจริต เสรี และเที่ยงธรรม ด้วยการสอดส่องและเปิดโปงการทุจริตการเลือกตั้งทุกรูปแบบ และ 6.พรรคเรียกร้องให้ทุกพรรคการเมืองทำการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งอย่างสร้างสรรค์ แข่งขันนำเสนอนโยบายให้ประชาชนตัดสิน และเมื่อประชาชนใช้สิทธิเลือกตั้งแล้ว ต้องเคารพการตัดสินใจของประชาชนและผลการเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรม

นายนพดล ปัทมะ
คณะทำงานด้านนโยบายการศึกษาพรรคเพื่อไทย

วันที่ 24 มีนาคม เป็นวันที่สำคัญที่ประชาชนรอ หลังจากที่มีการกำหนดวันเลือกตั้งตลาดหลักทรัพย์ก็ขานรับด้วยดี 8 ปีที่เราไม่มีการเลือกตั้งมา แต่การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่การเลือกตั้งที่ปกติ หากเป็นการเลือกตั้งครั้งนี้เสรี เป็นธรรม และน่าเชื่อถือ และมีความหมายจะเป็นทางออกให้กับประเทศไทย เราจึงอยากเชิญชวนพี่น้องประชาชนไปใช้สิทธิใช้เสียงในวันที่ 24 มีนาคม และร่วมสอดส่อง เปิดโปง พฤติกรรมใดๆ ที่เป็นการทุจริตการเลือกตั้ง นอกจากนี้ เราขอเชื้อเชิญพรรคการเมืองทุกพรรคให้ร่วมกันรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งอย่างสร้างสรรค์ อย่าใส่ร้าย แล้วมาแข่งขันกันในเชิงนโยบาย เรามาร่วมกันสร้างอนาคตให้คนไทย ซึ่ง พท.เราจะเน้นการต่อสู้เชิงนโยบาย เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องให้คนไทย และพรรคพร้อมที่จะเคารพผลจากการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นโดยเสรี และเป็นธรรม

นายโภคิน พลกุล
ฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย

สิ่งที่ต่างชาติคาดหวังคืออยากเห็นการเลือกตั้งที่ยุติธรรม และมีความ น่าเชื่อถือ ไม่ใช่เป็นเพียงพิธีกรรม ซึ่งเราจะสามารถสร้างความมั่นใจให้กับต่างชาติโดยการทำให้ประชาธิปไตยต่อเนื่อง ซึ่งเราก็หวังว่าพี่น้องประชาชนจะช่วยกันรักษาประชาธิปไตยให้ต่อเนื่อง และสิ่งใดที่ดีที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนเราจะไม่ไปยกเลิก แต่สิ่งใดที่เป็นไปอย่างไม่ควรจะเป็น หรือไม่ตรงกับการพัฒนาเศรษฐกิจก็อาจจะต้องมีการปรับปรุงให้ดีขึ้น และหากทุกคนเคารพผลการเลือกตั้งบรรยากาศหลังการเลือกตั้งก็จะไม่มีปัญหาอะไร ทั้งนี้ การเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของประชาธิปไตยที่จะมั่นคง และยืนยาวตลอดไป




'ณัฐวุฒิ' จี้ กกต.เชือด 5 นายก อบจ.ขึ้นเวทีปราศรัย 'พลังประชารัฐ'
https://www.matichon.co.th/politics/news_1333848

“ณัฐวุฒิ”แกนนำ ทษช.จี้ กกต.ตรวจสอบนายกอบจ. 5 คนหลังขึ้นเวทีปราศรัย พปชร.

เมื่อวันที่ 25 มกราคม นายณัฐวุฒิ ใสเกื้อ แกนนำพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ให้สัมภาษณ์ขณะลงพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ เพื่อช่วยลูกพรรคหาเสียงพร้อมเปิดเวทีปราศรัยที่ อ.หล่มเก่า เมื่อช่วงค่ำของวานนี้ (24 ม.ค.62) ว่า ได้รับโทรศัพท์จากปลัดกระทรวงมหาไทย โทรมาอธิบายคำสั่งดังกล่าวว่าเป็นการประกาศให้ข้าราชการและผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ได้รับทราบ ส่วนที่มีการกระทำที่เป็นความผิดเป็นอำนาจของ กกต.ที่จะเข้าไปตรวจสอบไต่สวน ดังนั้น รูปธรรมที่เกิดขึ้นแล้วก็คือที่ภาคอีสาน ซึ่งพรรคพลังประชารัฐนำโดยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียงโดยมีนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) 5 คน ขึ้นเวทีขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียงด้วย ตามประกาศกระทรวงมหาดไทยตนเห็นว่าผิดชัดแจ้ง และการที่ปลัดกระทรวงมหาไทยโยนลูกกลับไปที่ กกต. จึงขอความชัดเจนจาก กกต.ว่าจะดำเนินการอย่างไรให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน

“เรื่องนี้ถ้า กกต.บอกว่าจะต้องรอให้มีคนร้อง เชื่อว่าคนที่เห็นและอยู่ในเหตุการณ์คงจะมีการรวบรวมหลักฐานร้องเรียนเป็นแน่ ในฐานะที่มีอำนาจโดยตรงสามารถที่จะดำเนินการสอบสวน หาข้อมูลหาพยานไปก่อนได้ อย่างกรณีที่มีอดีตสมาชิกพรรคเพื่อไทยและย้ายมาสังกัดพรรคไทยรักษาชาติเดินทางไปต่างประเทศ ไปพบอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ก็ยังตามมาไต่สวนถึงพรรคไทยรักษาชาติ ดังนั้นนายก อบจ.ขึ้นเวทีกันทั้ง 5 คน กระทรวงมหาดไทยบอกว่าขัดกับกฎหมาย ดังนั้น กกต.ก็ไม่ควรจะรอชักช้า เรื่องนี้ก็จะดูว่า กกต.จะทำคะแนนในหัวใจประชาชนได้หรือไม่ หรือสุดท้ายจะกลายเป็นท่าดีทีเหลว ขึ้นต้นขึงขังแต่เอาจริงแล้วก็ไม่สามารถจะจับต้องความเป็นธรรมได้ ผมจะรอดูครับ” นายณัฐวุฒิกล่าว
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่