JJNY : เท้งซัดร่างรธน.ภท.ขัด 3 หลักการ│เท้งแนะ เชิญมาครงเยือนไทยก่อนไปเขมร│‘มาม่า’ยอดขาย-กำไรลดลง│WHO ยกย่อง นพ.วรวิทย์

เท้ง ซัดร่างรธน.ภูมิใจไทย ขัด 3 หลักการของปชน.ส่อล็อกสเปกสสร. ไม่ตัดอำนาจส.ว.
https://www.matichon.co.th/politics/news_5726972
.

.
เท้ง ซัดร่างรธน.ภูมิใจไทย ขัด 3 หลักการของปชน.ส่อล็อกสเปกสสร. ไม่ตัดอำนาจส.ว.
.
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 21 พฤษภาคม ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ต้องใช้เสียงฝ่ายค้าน 20% จนทำให้มีการตั้งข้อสังเกตว่าพรรคกล้าธรรมอาจโหวตให้ร่างของพรรคภูมิใจไทย ว่า ตอนนี้หน้าที่ของพวกเราคือพยายามเรียกร้องหลักการ 3 ข้อ คือ
.
1. ไม่ให้ตัดประชาชนออกจากสมการให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ
.
2. ไม่ให้มีกระบวนการสร้างการผูกขาดอยู่กับพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง
.
3. ไม่เพิ่มอำนาจให้ สว.ในกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งเราต้องส่งข้อเรียกร้องเหล่านี้ไปให้ทุกพรรคการเมือง และพรรคประชาชนก็พร้อมที่จะลงชื่อให้กับทุกร่างของทุกพรรคที่สอดคล้องกับ 3 หลักการดังกล่าว
.
นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า แม้ว่าร่างรัฐธรรมนูญจะต้องใช้สัดส่วนของฝ่ายค้าน 20% แต่หลายคนก็ตั้งคำถามว่า พรรคกล้าธรรมที่อยู่ฝ่ายค้านและเป็นฝ่ายค้านหรือไม่ ตนไม่สามารถไปวิพากษ์วิจารณ์แทนพรรคกล้าธรรมได้ แต่ขอส่งข้อเรียกร้องไปถึงพรรคกล้าธรรมเช่นเดียวกันเหมือนกับทุกพรรคการเมืองอยากให้คงหลักการ 3 ข้อนี้
.
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า สำหรับการออกมาแสดงความคิดเห็นของนายกรัฐมนตรีที่ยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ แล้วอ้างว่าเป็นเจตจำนงของประชาชนตนคิดว่าไม่ถูก เจตจำนงของประชาชนที่อยากเห็นรัฐธรรมนูญฉบับใหม่คือกติกาสูงสุดที่สร้างความโปร่งใสประชาชนมีอำนาจอย่างแท้จริง ดังนั้น ถ้ากระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นไปตาม 3 หลักการนี้ จึงจะเป็นการเดินหน้าตามเจตจำนงของประชาชนอย่างแท้จริง
.
เมื่อถามว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคภูมิใจไทยเข้ากับ 3 หลักการของพรรคประชาชนหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ได้เห็นรายละเอียดของร่างภูมิใจไทยบ้างแล้ว ต้องบอกว่าขัดหลักการทั้ง 3 ข้อ เช่น การที่ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมร่างของพรรคภูมิใจไทยก็ไม่มีคูหาให้ประชาชนเลือกผู้ยกร่าง ส่วนที่บอกว่าไม่มีการผูกขาดแม้จะเขียนไว้ว่าเป็นไปตามสัดส่วนพรรคการเมือง แต่แยกสัดส่วน สส. และ สว.
.
ต้องตั้งคำถามว่าตอนนี้มีกลุ่มการเมืองใดกำลังครอบครองเสียงข้างมากในสว. อยู่หรือไม่ ถ้าเป็นเช่นนั้น 2 ใน 7 ก็จะเป็นคนของกลุ่มการเมืองใดการเมืองหนึ่ง บวกกับเสียงของกลุ่มนั้นในสภาล่าง จาก 500 คน ซึ่งบวกเลขออกมาก็เกินครึ่ง จึงเท่ากับว่านี่เป็นการผูกขาดหรือไม่” นายณัฐพงษ์ กล่าว
.
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่ขัดหลักการคือการเพิ่มอำนาจให้ สว. ต้องบอกว่ากระบวนการการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไม่ใช่การแก้ไขร่าง ฉะนั้น ไม่ได้ตัดอำนาจ สว. แต่ต้องปฏิเสธการเพิ่มอำนาจใหม่ ซึ่งในร่างของพรรคภูมิใจไทยตอนนี้ขัดหลักการทั้ง 3 ข้อ และกังวลว่าจะไม่ได้รัฐธรรมนูญที่เป็นฉบับของประชาชนอย่างแท้จริง
.
เมื่อถามว่า มองว่าสุดท้ายจะตีตกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนยังไม่ได้ดูรายละเอียดทั้งหมด แต่กระบวนการในสภาฯ สิ่งที่สำคัญคือการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการ ดังนั้น ในการต่อรองทางการเมืองจะทำอย่างไรให้ร่างที่มองว่าสอดคล้องกับ 3 หลักการมากที่สุดผ่านวาระ 1 เพื่อเข้าไปต่อรองกันในชั้นกรรมาธิการซึ่งเป็นวาระ 2 ดังนั้น ในส่วนการตัดสินใจลงมติขอดูบริบททางการเมืองในอนาคตก่อนว่าการเจรจาระหว่างคณะกรรมการประสานงานพรรคการเมืองในสภาผู้แทนราษฎร (วิป) และร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ละพรรคการเมืองที่เสนอเข้ามามีหน้าตาเป็นอย่างไร จึงจะตอบได้ว่าจะลงมติอย่างไร
.
เมื่อถามว่า มีโอกาสจะเซ็น MOA ฉบับที่ 2 หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตอนนี้เราคงไม่มีอำนาจไปต่อรองให้ใครมาเซ็น MOA ด้วย จากสถานการณ์การเมืองปัจจุบันทุกคนแสดงความเป็นห่วง ว่าพรรคภูมิใจไทยจะเป็นพรรคการเมืองที่มีอำนาจอยู่ในสถาบันการเมืองในระบบที่ค่อนข้างที่จะแผ่อิทธิพลได้ครอบคลุม ทั้ง สส. สว. และองค์กรอิสระ ดังนั้น วิธีการเดียวของพวกเราคือเอาหลังอิงประชาชนให้ได้มากที่สุด เอาข้อเรียกร้องสู่สาธารณะทำความเข้าใจกับประชาชนถึงกระบวนการร่างธรรมนูญฉบับใหม่ด้วยการยื่นแก้ไขมาตรา 256 หมวด 15/1 สุดท้ายก็ต้องไปทำประชามติ ดังนั้น ร่างที่จะผ่านสภาส่อให้เห็นว่า จะเป็นร่างที่ผูกขาดไม่ยึดโยงกับประชาชน ประชาชนก็จะเป็นคนตัดสินสามารถคว่ำร่างได้ในอนาคต
.
เมื่อถามถึง กรณีที่นายปดิพัทธ์ สันติภาดา อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 ออกมาให้ความเห็นว่า รัฐบาลไม่ต้องเสียเวลาแต่ให้แต่งตั้งนายเนวิน ชิดชอบ และครอบครัวมาร่างรัฐธรรมนูญเลยก็ได้นั้น นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เป็นการแสดงความเห็นของนายปดิพัทธ์ ที่หลายคนอาจมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันแบบนั้น แต่ตนขอย้ำใน 3 หลักการ เรื่องใดๆ ก็ตามที่สอดคล้องกับ 3 หลักการนี้ รวมถึงร่างพรรคประชาชนจะเป็นการการันตีได้ว่าจะเป็นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 ที่ไม่ได้ผูกขาดกับมือคนใดคนหนึ่ง แม้แต่พรรคประชาชนเองก็ตาม ทั้งนี้คาดว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคประชาชน จะแล้วเสร็จ และจะยื่นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรภายใน 1-2 สัปดาห์นี้
.

.
เท้ง แนะ อนุทิน เชิญ มาครง เยือนไทยก่อนไปเขมร ชี้โอกาสดีแก้ปมชายแดน เร่งขจัดส่วนสินบน
https://www.matichon.co.th/politics/news_5726930
.
เท้ง แนะ อนุทิน เชิญ มาครง เยือนไทยก่อนไปเขมร ชี้โอกาสดีแก้ปมชายแดน เร่งขจัดส่วนสินบน
.
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 21 พฤษภาคม ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะเดินทางไปเยือนประเทศฝรั่งเศส ว่า เป็นการเดินทางที่มุมหนึ่งตนก็เห็นถึงความสำคัญ และความจำเป็น ซึ่งการเดินทางในลักษณะของคนกลุ่มใหญ่เช่นนี้ ใช้งบประมาณของประเทศค่อนข้างสูง ตนจึงอยากเห็นนายกรัฐมนตรีแสดงบทบาทและวางยุทธศาสตร์ไทยในเวทีระหว่างประเทศนี้ให้ถูกต้อง
.
ซึ่งขณะนี้สิ่งที่ตนคิดว่าเป็นยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศ คือ การทำให้ไทยเป็นหลักยึดของอาเซียนและเป็นสะพานในการเชื่อมอาเซียนสู่ประเทศในสหภาพยุโรป หรือในกลุ่มประเทศ OECD ว่าจะทำอย่างไรให้เราสามารถผนึกกำลังกลุ่มประเทศที่มีอำนาจระดับหนึ่ง ให้เราสามารถมีความเข้มแข็งในกลุ่มประเทศเหล่านี้ เพื่อที่จะสามารถต่อรองกับประเทศมหาอำนาจได้
.
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายเรื่องที่ประเทศไทยต้องทำตามมาตรฐานที่กลุ่มประเทศ OEDC กำหนด ไม่ว่าจะเป็นการทำให้ประเทศเรามีความโปร่งใส ขจัดเรื่องส่วยสินบน ทั้งนี้ เมื่อกฎหมายอำนวยความสะดวกออกแล้วก็อยากให้นายกฯ เทคแอ็กชั่นหรือประกาศต่อเวทีโลก ทำอย่างจริงจังว่าประเทศไทยกำลังเตรียมที่จะลดบทบาทกฎระเบียบที่ไม่จำเป็น
.
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า อีกหนึ่งอย่างที่ต้องสร้างความเชื่อมั่นกับประชาคมโลกเพื่อสร้างโอกาสที่จะทำให้ประเทศไทยได้รับฐานสนับสนุนจากประเทศอื่นๆ และจากประชาคมโลกด้วย นอกจากการไปเยือนประเทศฝรั่งเศสแล้ว เป็นไปได้หรือไม่ ที่นายกรัฐมนตรีจะใช้โอกาสนี้เชิญแอมานุแอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ให้มาเยือนประเทศไทย แม้ว่าประธานาธิบดีมาครง จะมีกำหนดการมาเยือนประเทศกัมพูชาในช่วงปลายปี เพื่อมาประชุมกลุ่มประเทศที่ใช้ภาษาฝรั่งเศส แต่จริงๆ หากแวะมาประเทศไทยก่อนไปกัมพูชา ก็จะเป็นการสร้างโอกาสที่ดีในการพูดคุยเพื่อแก้ไขปัญหาระหว่างไทยกับกัมพูชา
.
นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายเรื่อง เช่น การชักชวนนักลงทุนจากต่างประเทศมาลงทุนในประเทศไทย ซึ่งคิดว่าการลงทุนคุณภาพจะสร้างงานคุณภาพ และการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานที่นายกรัฐมนตรีเคยไปพูดในการประชุมอาเซียนซัมมิทว่าโอกาสที่จะทำอาเซียนพาเวอร์กริด นอกจากประเทศจีนที่ปัจจุบันเป็นผู้นำในเรื่องของโซลาร์หรือแบตเตอรี่ แต่ประเทศฝรั่งเศสก็เป็นหนึ่งในประเทศที่ใช้พลังงานไฟฟ้าที่มีสัดส่วนคาร์บอนต่ำ ซึ่งเขาอาจมีฐานพลังงานนิวเคลียร์ต่างๆ
.
นายณัฐพงษ์ กล่าวด้วยว่า ฉะนั้น โจทก์ในการเดินทางไปเยือนประเทศฝรั่งเศส ตนคิดว่ามีหัวข้ออีกหลายเรื่องที่นายกฯ จะสามารถใช้เป็นประโยชน์ ขณะที่เรื่องของการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงาน ตนและพรรคประชาชนมองว่า รัฐบาลไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่จะต้องกู้เงินเองสักบาท ย้ำว่ารัฐบาลไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นผู้กู้เองสักบาท เพราะการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานสามารถใช้การลงทุนจากเอกชนและรัฐวิสาหกิจได้ ทำให้ตั้งข้อสังเกตุว่า การออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เงินกู้ 2 แสนล้านบาทแรกมานั้น มีการยัดไส้ไปใน 4 แสนล้านบาท มีผลประโยชน์บางอย่างแอบแฝงหรือไม่.
.

.
‘มาม่า’ ยอดขาย-กำไรลดลง บะหมี่ฯ ทั้งในและต่างประเทศหดตัว 10.21%
.
ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ เผยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในประเทศยอดขายลดลง กระทบภาพรวมไตรมาส 1 ยอดขายลดลง 9.53% ส่วน "กำไรสุทธิ” ลดลง 9.71%
.
บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด(มหาชน) เผยผลประกอบการไตรมาส 1 หดตัวทั้งยอดขายและกำไร โดยภาพรวมรายได้จากการขายอยู่ที่ 6,379.69 ล้านบาท ลดลง 9.53% หรือ 672.28 ล้านบาท เทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน ส่วน “กำไรสุทธิ” อยู่ที่ 886.16 ล้านบาท ลดลง 9.71% หรือ 95.33 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
.
ทั้งนี้ แบ่งรายได้ตามประเภทสินค้า บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและอาหารกึ่งสำเร็จรูปทั้งตลาดในประเทศ และต่างประเทศ “ลดลง 10.21%” จากปัจจัยการสิ้นสุดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ รวมถึงผลกระทบจากสถานการณ์ระหว่างไทยและกัมพูชาที่ยังคงยืดเยื้อ ส่งผลให้ยอดขายบริเวณชายแดนและการส่งออกไปยังกัมพูชาปรับตัวลดลง
.
ไม่เพียงสินค้าหลักในพอร์ตโฟลิโออย่างบะหมี่ฯ ยอดขายลด แต่สินค้าอื่นๆ ทั้งขนมปังกรอบยอดขายลดลง 19.52% น้ำผลไม้ ลดลง 69.53% ฯ ขณะที่กลุ่มบรรจุภัณฑ์และเบเกอรีมีการเติบโตเล็กน้อย 5.96% และ 0.53%
.
อย่างไรก็ตาม ยอดขายที่ลดลง สอดคล้องกับความเห็นของผู้บริหารบริษัท ที่ก่อนหน้านี้ระบุว่า สถานการณ์เศรษฐกิจ กำลังซื้อมีผลต่อการบริโภคบะหมี่ฯ โดยการขาย 2 เดือนแรกของปีค่อนข้าง “ชะลอตัว” และบะหมี่ฯ ไม่ใช่สินค้าที่จะซื้อไปตุนไว้แม้จะมีเหตุการณ์ในตะวันออกกลาง กดดันราคาพลังงาน หรือความกังวลต่อต้นทุนที่เพิ่มขึ้น อาจกระทบราคาสินค้า ซึ่งการตุนบะหมี่ฯ หากเคยซื้อ 5 ซอง เพิ่มเป็น 10 ซอง ไม่ได้มีผลต่อยอดขายอย่างมีนัยยะ ส่วนร้านค้าก็ไม่ได้มีการสต๊อกเพิ่มขึ้น เนื่องจากเป็นสินค้าที่หมุนเวียนเร็ว
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่