สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 5
สรุปแล้วก็กินได้นิ จะพูดทำไมว่ากินไม่ได้
แคลลอรี่ต่ำ ก็กินได้ หรือใครจะพูดว่าอะไรก็ตามที่แคลอรี่ต่ำคือกินไม่ได้? ผักต่างๆกินไม่ได้?
เรื่องเชื้อโรคนี่สำคัญสุด การกินเนื้อพวกเดียวกันจะมีสิทธิติดเชื้อโรคได้ง่ายกว่า แต่นั่นก็แค่ถ้าไม่ปรุงสุก ก็ไม่ได้แปลว่ากินไม่ได้
เรื่องพรีออนในสมอง ไม่ใช่เรื่องเฉพาะของมนุษย์ สมองวัว สมองลิง มีพรีออนทั้งนั้น โรควัวบ้านี่ก็พรีออนในสมองวัวทั้งนั้นแหละ ดังนั้นมันจึงไม่เกี่ยวกับการกินสมองคน มันเกี่ยวกับการกินสมอง จะพูดว่าวัวกินไม่ได้เพราะสมองวัวมีพรีออนไหมล่ะ
ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ควรดูข้อมูลแล้วสรุปปลายทางครับ ไม่ใช่ตั้งเป้าที่อยากได้แล้วไปหาข้อมูลมาสนับสนุน
แคลลอรี่ต่ำ ก็กินได้ หรือใครจะพูดว่าอะไรก็ตามที่แคลอรี่ต่ำคือกินไม่ได้? ผักต่างๆกินไม่ได้?
เรื่องเชื้อโรคนี่สำคัญสุด การกินเนื้อพวกเดียวกันจะมีสิทธิติดเชื้อโรคได้ง่ายกว่า แต่นั่นก็แค่ถ้าไม่ปรุงสุก ก็ไม่ได้แปลว่ากินไม่ได้
เรื่องพรีออนในสมอง ไม่ใช่เรื่องเฉพาะของมนุษย์ สมองวัว สมองลิง มีพรีออนทั้งนั้น โรควัวบ้านี่ก็พรีออนในสมองวัวทั้งนั้นแหละ ดังนั้นมันจึงไม่เกี่ยวกับการกินสมองคน มันเกี่ยวกับการกินสมอง จะพูดว่าวัวกินไม่ได้เพราะสมองวัวมีพรีออนไหมล่ะ
ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ควรดูข้อมูลแล้วสรุปปลายทางครับ ไม่ใช่ตั้งเป้าที่อยากได้แล้วไปหาข้อมูลมาสนับสนุน
tornoa ขำกลิ้ง, สมาชิกหมายเลข 4595963 ถูกใจ, เสอุ้ยUp ถูกใจ, ckman ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 7772525 ขำกลิ้ง, สมาชิกหมายเลข 6540740 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3124041 ขำกลิ้ง, สมาชิกหมายเลข 7069740 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1111070 ขำกลิ้ง, สมาชิกหมายเลข 5657674 ถูกใจรวมถึงอีก 44 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
ความคิดเห็นที่ 6
ไม่เคยกิน
แต่จากการที่เคยเข้าไปดูการผ่าศพที่นิติเวช รพ.ตำรวจ เนื้อคนเหมือนเนื้อวัวมากกว่าเนื้อหมู
และอีกครั้งไปดูการเผาศพผ่านทางช่องด้านหลังเมรุ กลิ่นคนถูกเผาหอมน่ากินมาก กลิ่นแบบย่างเนื้อ เสือร้องไห้แบบนั้นเลย
หลังจากนั้นเลิกกินเนื้อย่างไปหลายปี เพราะนึกถึงคนถูกเผาแล้วกินไม่ลง
ภาพประกอบ ทำใจให้ได้ก่อนกดดู
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
แต่จากการที่เคยเข้าไปดูการผ่าศพที่นิติเวช รพ.ตำรวจ เนื้อคนเหมือนเนื้อวัวมากกว่าเนื้อหมู
และอีกครั้งไปดูการเผาศพผ่านทางช่องด้านหลังเมรุ กลิ่นคนถูกเผาหอมน่ากินมาก กลิ่นแบบย่างเนื้อ เสือร้องไห้แบบนั้นเลย
หลังจากนั้นเลิกกินเนื้อย่างไปหลายปี เพราะนึกถึงคนถูกเผาแล้วกินไม่ลง
ภาพประกอบ ทำใจให้ได้ก่อนกดดู
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

tornoa ทึ่ง, maewfoo ถูกใจ, อมหุ้นแล้วยิ้ม ขำกลิ้ง, สมาชิกหมายเลข 1353856 ขำกลิ้ง, Silence Speaks ทึ่ง, Partita ทึ่ง
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
เนื้อมนุษย์กินได้จริงหรือไม่? ข้อสรุปทางวิทยาศาสตร์ที่หลายคนต้องอึ้ง!
โดยAdikan D
รู้หรือไม่ว่าการกินเนื้อมนุษย์ (Cannibalism) เคยถูกนับว่าเป็นวิธีรักษาโรควิธีหนึ่งเหมือนกัน ในสมัยศตวรรษที่ 17 ชาวยุโรปมักจะใช้ร่างของมัมมี่ที่บดแล้วเป็นยาเพื่อรักษาอาการปวดหัว ส่วนไขมัน เลือด และกระดูกของมนุษย์ล้วนถูกนำมาใช้รักษาโรคหลากหลายชนิด ไล่ตั้งแต่เก๊าท์ไปจนถึงเลือดกำเดาไหล ทว่าการกินเนื้อมนุษย์ในปัจจุบัน นอกจากจะผิดกฏหมายแล้ว ยังเป็นสิ่งที่ไม่ได้รับความนิยมอย่างเช่นที่เคยเป็นเหมือนในโลกยุคโบราณ
แต่ถ้าเราลองตั้งคำถามตามหลักวิทยาศาสตร์ดูว่า เนื้อมนุษย์นั้นที่จริงแล้วสามารถกินได้หรือไม่? คงต้องตอบให้ชัดเลยว่า ไม่ได้! เพราะการกินเนื้อมนุษย์นั้นมีอันตรายที่ร้ายแรงมาก และอาจทำให้คนที่กินเข้าไปเสี่ยงถึงขั้นเสียชีวิต
ข้อเท็จจริงอย่างแรกก็คือ เนื้อมนุษย์จัดเป็นเนื้อแดงที่ หากเทียบกับเนื้อแดงชนิดอื่น ถือว่ามีแคลอรี่ต่ำมาก อ้างอิงจากงานวิจัยหนึ่ง เนื้อมนุษย์จะมีแคลอรี่อยู่ที่ 1,300 กิโลแคลอรี่ต่อเนื้อหนึ่งกิโลกรัม ซึ่งถือว่าน้อยกว่าเนื้อวัว และเทียบไม่ได้เลยกับเนื้อหมีและหมูป่า
human_1
บางคนอาจจะคิดแผลงๆว่าเนื้อมนุษย์นี่คงเป็นเนื้อชั้นดีที่เหมาะกับสาวๆที่ต้องการลดน้ำหนัก แต่ลองคิดดูว่า ถ้าเราต้องอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องกินเนื้อมนุษย์จริงๆ (อย่างเช่นเวลาที่ดันไปติดเกาะ หลงป่า หรือสถานการณ์เลวร้ายอื่นๆ) การต้องเสียสละชีวิตเพื่อนรักเพื่อแคลอรี่อันน้อยนิดคงไม่ใช่เรื่องที่ เอ่อ… โอเคสักเท่าไหร่
ที่จริงแล้ว ร่างกายมนุษย์เรามีโรคต่างๆมากมายแฝงอยู่ภายใน ซึ่งบอกเลยว่า ถ้ากินเข้าไป คุณจะต้องเจอกับโรคที่เลวร้ายเสียยิ่งกว่าอาการอาหารเป็นพิษเสียอีก คนที่กินเนื้อมนุษย์ดิบๆมีโอกาสสูงมากที่จะติดโรคและไวรัสที่แฝงอยู่ในเลือด ไม่ว่าจะเป็นไวรัสตับอักเสบ HIV และอีโบลา และถึงแม้ว่าเราจะปรุงเนื้อจนสุก ความเสี่ยงนั้นก็ไม่ได้ลดลงแต่อย่างใด กรณีนี้เคยเกิดขึ้นกับชาวเผ่าโฟเร (Fore) ที่ปาปัวนิวกินี ชาวเผ่านี้จะกินสมองและร่างกายของญาติที่เสียชีวิตเพราะถือว่าเป็นธรรมเนียมปฏิบัติอย่างหนึ่งของเผ่า ทว่าธรรมเนียมนี้ต้องถูกยกเลิกไปหลังจากที่มีคนตายเป็นจำนวนมากในช่วงปี 1950 - 1960 จากโรคภาวะผิดปกติในระบบประสาทที่หาได้ยากที่ชื่อว่า Kuru ซึ่งเป็นผลมาจากการกินสมองของคนที่มีเชื้อนี้
ในเนื้อสมองมีสิ่งที่เรียกว่า พรีออน Prion ซึ่งเป็นโปรตีนที่พับอย่างผิดปกติ (misfolded proteins) ซึ่งทำให้สมองของเรามีรูคล้ายกับรูในฟองน้ำ พรีออนสามารถทนความร้อนจากการปรุงอาหารได้ ทำให้สารพิษยังคงอยู่แม้จะผ่านการปรุงสุกแล้วก็ตาม
ในแง่ด้านกฎหมาย การกินเนื้อมนุษย์ยังมีความก้ำกึ่งบางอย่างที่ติดอยู่ในพื้นที่สีเทา การกินเนื้อมนุษย์ ด้วยตัวของมันเองถือว่าไม่ผิดกฎหมายในอเมริกาและอังกฤษ แต่อย่างว่า การจะหาเนื้อมนุษย์มาทานเป็นมื้อเย็นได้ แน่นอนว่าคุณจะต้องทำความผิดร้ายแรงอย่างการฆ่าหรือขโมยศพของผู้อื่น ซึ่งนั่นผิดกฎหมายแน่ๆ! เหตุผลเดียวที่คุณจะสามารถกินเนื้อมนุษย์ด้วยกันได้โดยไม่ติดคุกนั่นก็คือ คุณต้องกินเนื้อตัวเอง (Autocannibalism) ซึ่งมีการทำจริงๆในทางการแพทย์ ตัวอย่างก็คือ Placentophagy หรือการทานรกของตัวเองในผู้หญิงเพื่อฟื้นฟูสุขภาพหลังจากคลอดลูกซึ่งเชื่อกันว่าจะช่วยเพิ่มพลังงานและลดโอกาสที่จะเกิดภาวะซึมเศร้าหลังคลอดด้วยการทำให้ระดับฮอร์โมนของคุณแม่คงที่ อย่างไรก็ตาม วิทยาศาสตร์ก็ยังไม่สามารถรับรองได้ว่าวิธีการโบราณชนิดนี้จะมีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างที่คิดหรือไม่
วิธีทางการแพทย์สุดประหลาดนี้โด่งดังมากในแวดวงดาราฮอลลีวูด เซเลบอย่างคิม เคร์ดาเชี่ยนและอลิเซีย ซิลเวอร์สโตนออกมายอมรับว่าพวกเธอได้ใช้วิธีโบราณนี้เพื่อฟื้นฟูร่างกาย นอกจากนั้น ยังมีบริษัทมากมายในอเมริกาที่ให้บริการบดรกของคุณแม่ให้เป็นผงก่อนจะบรรจุในแคพซูลยาเพื่อใช้ทานบำรุงร่างกายแบบเดียวกับวิตามิน อย่างไรก็ตาม CDC (Centers for Disease Control) หน่วยงานป้องกันโรคติดต่อของอเมริกาได้ออกมาเตือนว่า แม้จะมีความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์ การรักษาวิธีนี้ก็อาจไม่ใช่ความคิดที่ดีนัก เพราะมันอาจส่งต่อแบคทีเรียที่อันตรายจากแม่ไปสู่ลูกได้
ถ้าใครชอบทานเนื้อ ขอบอกเลยว่าเนื้อหมูนี่แหละเป็นอะไรที่ปลอดภัยกว่าเยอะ แถมรสชาติยังเหมือนเนื้อมนุษย์อีกต่างหาก อ้างอิงจาก เอ่อ…ฆาตกรโรคจิตน่ะนะ
ขอขอบคุณ
ข้อมูล :Science Insider
ภาพ :istockphoto
SANOOK.COM