[เปิดกรุรีวิว] เมื่อฉันเป็นโรคซึมเศร้า

สวัสดีค่ะทุกคนกระทู้นี้เป็นกระทู้แรกของเรา เราอยากมาแบ่งปันประสบการณ์ที่มีผลมากๆกับชีวิตของเราให้กับทุกคน
ตอนที่เราอายุ16เราเป็นโรคซึมเศร้าค่ะ เราเริ่มรักษาตั้งแต่15 พค 60 ถึงตอนนี้ทุกอย่างผ่านไปแล้วเรายุติการรักษาตอน ตค 61 ก็ผ่านมาสักพักแล้ว จริงๆกระทู้นี้เป็นอีก1แรงผลักดันของเราที่ทำให้ผ่านมันมาได้เพราะวันแรกที่หมอบอกว่าเราเป็นโรคซึมเศร้า เราบอกตัวเองว่าถ้าวันหนึ่งฉันหายแล้วฉันจะมารีวิวโรคซึมเศร้า คือปกติเราชอบรีวิวของอยู่แล้วก็เลยคิดว่าต้องทำให้ได้ นอกจากจะมารีวิวแล้วก็จะมาตอบคำถามที่เจอบ่อยๆ เวลาที่คนรู้ว่าเราไม่สบาย ถ้าผิดพลาดตรงไหนก็ขออภัยไว้ก่อนเลยนะคะเพราะเราเองก็ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญแค่เล่าตามประสบการณ์ที่ตัวเองเจอ เดี๋ยวเราจะเล่าเรื่องของเราแล้วก็ตอบคำถามไปพร้อมๆกันเลยนะคะ
ก่อนอื่นเราอยากให้ทุกคนเปิดใจกับคนที่เป็นโรคซึมเศร้า โรคซึมเศร้ากับความเศร้าที่คนทั่วไปเจอมันต่างกันมากเลยนะคะ ถ้าแค่เศร้าไม่นานมันก็หายหรือไปทำกิจกรรมก็ลืมๆไป แต่ถ้าเป็นโรคความรู้สึกลบๆจะอยู่กับเราตลอดเวลา นานมากกว่า2สัปดาห์ มันไม่ใช่แบบว่าไปเที่ยวแล้วจะหายหรือไปวัดแล้วจะหาย เพราะว่ามันไม่ใช่อารมณ์แล้วแต่เกิดจากความไม่สมดุลของสารเคมีในสมอง อารมณ์หรือความคิดพื้นฐานที่มีตลอดเวลาคือ ฉันอยู่ตัวคนเดียว ฉันไม่มีใคร

[ทำไมถึงเป็น?]
คนชอบถามเราว่าทำไมถึงเป็นล่ะ ทั้งๆที่ปกติเป็นคนร่าเริง อันนี้เราก็บอกสาเหตุที่แน่ชัดไม่ได้เหมือนกันว่าทำไม มันมีหลายปัจจัยที่ทำให้เกิดขึ้นอาจจะเป็นพันธุกรรม หรือการสูญเสีย ครอบครัว บางทีการที่เรารู้สึกเศร้านานๆแล้วไม่กลับมาปกติก็อาจจะทำให้เป็นได้เหมือนสมองเคยชินกับความเศร้า ก็ผลิตมาแต่สารที่เป็นความรู้สึกลบ สำหรับเราคือทุกอย่างที่บอกมาเลยค่ะ แม่เราก็เคยเป็นทำนองนี้เป็นไมเกรนด้วยแล้วเรารู้สึกว่าตอนนั้นเราเจอเรื่องทุกอย่างพร้อมๆกันแล้วเรารับไม่ไหว ทั้งเรื่องที่บ้าน ที่โรงเรียน แล้วก็ความรัก

[คิดยังไงทำไมไปหาหมอ?]
บางคนก็ถามว่าอะไรทำให้ตัดสินใจไปหาหมอ จริงๆเรารู้สึกว่าเราไม่โอเคตั้งแต่ประมาณปลายมีนา หรือต้นเมษา60 แต่ตอนนั้นก็ไม่ได้อะไรเราร้องไห้ทุกวันแล้วก็รู้สึกไม่อยากทำอะไรไม่ออกไปไหนเลย ตอนแรกเราเลิกกะแฟนมันก็เป็นธรรมดาที่จะรู้สึกเศร้า แต่ช่วงที่เรากำลังแบบแฮปปี้มากขึ้นอ่ะค่ะแบบทำใจได้แล้ว เราก็มีปัญหากับที่บ้าน แม่เราเค้าไม่อยากให้เราเรียนคณะที่เราชอบเค้าพูดตั้งแต่เราตื่นจนเราหลับจริงๆก็ทะเลาะกันเรื่องนี้บ่อยแต่ช่วงนั้นคือตลอดเวลา คนที่บ้านที่เคยเข้าใจเราก็เป็นไปกับแม่ด้วยตอนนั้นคือทุกคนในบ้านจริงๆแม่ พ่อ ญาติๆ สำหรับเรามันเหมือนกับเค้าเอาเป้าหมายในชีวิตอย่างเดียวออกไปจากชีวิตเราแล้วหลังจากนั้นเราก็เริ่มรู้สึกว่าแล้วฉันจะอยู่ไปเพื่ออะไรกันความฝันอย่างเดียวที่มีก็ทำไม่ได้แล้วจะทำอะไรล่ะ ช่วงนั้นเราก็ไม่ค่อยออกไปไหน นอนทั้งวัน แล้วก็ร้องไห้บ่อยมากแทบทุกวัน นอนไม่ค่อยหลับด้วยตอนแรกเราก็เริ่มทำแบบทดสอบโรคซึมเศร้าซึ่งเราก็อยู่ในเกณฑ์ที่ต้องพบแพทย์แต่ก็คิดว่าคงไม่เป็นไร แล้วก็เคยโทรไปปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิตด้วย เราคิดว่าสำหรับคนที่แบบสงสัยว่าฉันเป็นมั้ยฉันโอเคมั้ยลองทำดูก็ดีนะคะไม่เสียหาย เราเริ่มไปตอนเดือนพฤษภาหาหมอเราจำได้เลยว่าวันที่เราคิดว่าเนี่ยต้องไปหาหมอแล้วไม่ไหวแล้วคือตอนที่เรากำลังนั่งเข้าแถวอยู่แล้วเพื่อนสนิทเราพูดขึ้นมาว่า เห้ยเดี๋ยวนี้กูไม่ค่อยเจอเหมือนหายไปเลย แค่นั้นแหละทุกคนเราร้องไห้กลางแถวเลยอ่ะ แบบร้องไห้ทั้งๆที่เข้าแถวอยู่นั่นแหละเพราะว่าตอนนั้นน่ะเรารู้สึกว่าเพื่อนๆหายไปจากชีวิตเรา ทำไมเหลือแค่เราคนเดียวไม่มีใครอยู่รอบตัวเราเลย บางทีเราก็รู้สึกเหมือนอยู่คนเดียวทั้งๆที่มีคนเต็มห้องอาจจะเพราะว่าเรารู้สึกว่าเราเข้ากับเพื่อนม.ปลายไม่ได้ คือเรารู้สึกว่าทุกคนหายไปทั้งๆที่เรานั่นแหละที่หายไป บางทีเราก็รู้สึกว่าอยากหายไปไม่อยากมีตัวตนเราคิดว่าถ้าหายไปคงจะดีแต่ตอนนั้นเรายังไม่ได้ทำร้ายตัวเองหรืออยากตายนะคะ เราก็เลยไปหาหมอค่ะ ไปตอนนั้นคือเพื่อนเป็นคนพาไปเราไม่ได้บอกแม่ก่อนเพราะคิดว่าแม่คงไม่เห็นด้วย จริงๆตอนนั้นก็แอบหวังว่าคงจะไม่เป็นไรหรอกทั้งๆที่ก็รู้อยู่แก่ใจแหละว่ามันไม่โอเคแล้ว หมอคนแรกที่เราไปหาเป็นจิตแพทย์เด็กค่ะตอนนั้นหมอบอกว่าเราต้องกินยาแล้วนะ แล้วเราค่อยกลับมาบอกแม่เพราะหมอให้พาแม่ไปด้วยตอนนั้นครั้งต่อไปแม่เราก็ตอนนั้นยังไม่เปิดใจเหมือนแม่ไม่เข้าใจด้วยว่ามันเป็นยังไงมันคืออะไรมันต้องขนาดนี้เลยหรอทำไมถึงบอกว่าตัวเองป่วย แต่พ่อเราเค้าจะเปิดใจมากกว่าเค้าก็ไปถามเพื่อนเค้าที่ทำงานเกี่ยวกับตรงนี้แล้วก็ค่อยให้กำลังใจเรามาตลอด
ยาตัวเเรกที่เราได้เลยคือfluoxetine แล้วก็ยานอนหลับเพราะว่าเรานอนไม่ได้เลยกว่าจะหลับใช้เวลานานมากแล้วก็ตื่นกลางดึกบ่อยด้วย แต่กลางวันเราอยู่บนเตียงทั้งวันนะ5555 น้ำหนักลดลงประมาณ6-7kg ปกติเราจะหนักประมาณ46-48 แต่ที่ต่ำสุดตอนป่วยคือ41 ช่วงนั้นทุกคนทักเราว่าทำไมผอมจังเราไม่ชอบเลยคือเราพยามกินข้าวแล้วแต่มันกินไม่ได้ ถึงกินเข้าไปเยอะน้ำหนักมันก็ไม่เพิ่ม แต่ก็มีบางวันที่เราอยู่คนเดียวแล้วลืมกินข้าวก็มีคือเราอยู่หออ่ะค่ะ บางทีมานึกได้ตอนจะนอนว่าวันนี้ทั้งวันยังไม่ได้กินอะไร เราค่อยๆเพิ่มยามาเรื่อยจากตอนแรกครึ่งเม็ดแล้วก็กินเต็มเม็ดแต่เราแบ่งกินเช้าเย็น ยานอนหลับตอนแรกก็5mgแต่คือมันก็ไม่หลับเหมือนเดิมแล้วค่อยเพิ่มขึ้นมา ช่วงเดือนแรกที่กินยาเราไม่ดีขึ้นเลยค่อนไปทางแย่ลงเลยด้วยซ้ำเราเริ่มทำร้ายตัวเองและสุดท้ายก็คิดฆ่าตัวตาย

[ทำไมทำร้ายตัวเอง/อยากตาย?]
หลายคนมักจะถามเราว่าทำไมถึงอยากตายทำไมถึงทำร้ายตัวเองล่ะ เราบอกได้เลยว่าคนที่ฆ่าตัวตายไม่ใช่คนคิดสั้น เค้าคิดมาเยอะมากๆในการที่จะตัดสินใจแบบนั้น เราทำร้ายตัวเองด้วยของที่แบบไม่ได้อันตรายอะไรเลย อย่างแรกก็คือดินสอค่ะ ใช่ดินสอที่เราเอามาเขียนเนี่ยแหละเราเอามาขีดแขนตัวเองจนเป็นแผล ถ้าใครไม่กล้าดูก็ข้ามรูปเลยนะคะ หลังจากที่ทำร้ายตัวเองครั้งแรกเราตกใจมากคือตอนทำมันไม่ได้รู้สึกอะไรไม่เจ็บไม่อะไร แค่คิดว่าอยากทำก็เลยทำ แต่พอทำเสร็จเราตกใจ เราจำได้ว่าตอนที่ทำคือเรานั่งเรียนอยู่แต่ไม่มีใครสนใจก็ทำไปเรื่อยๆ พอเรียนเสร็จเราบอกเพื่อนว่าเฮ้ยเราทำแล้วเอาแขนให้เพื่อนดู ตอนนั้นเพื่อนก็ด่าเราว่าบ้ารึเปล่าทำ ทำไม แล้วเค้าก็ไม่สนใจ ตอนนั้นเรารู้สึกแย่มากพร้อมกับเถียงในใจว่าเราไม่ได้บ้านะ ตอนนั้นเราแค่ต้องการการแสดงออกว่าเป็นห่วงเรา บางคนอาจจะบอกว่าเราเรียกร้องความสนใจ มันก็จริงส่วนหนึ่งค่ะแต่เราไม่อยากให้มองคำนี้ไม่ดีนะ ไม่ใช่ว่าคนเรียกร้องความสนใจคือคนไม่ดี คนที่ป่วยเค้าจะรู้สึกว่าเค้าอยู่ตัวคนเดียว เค้าไม่มีใคร ถึงเค้าจะบอกให้ทุกคนออกไปจากชีวิตเค้าให้ทิ้งเค้าไปเพราะเค้ารู้สึกเป็นภาระแต่ลึกๆแล้วเค้าก็อยากให้มีคนอยู่ข้างๆ อยากมีคนเป็นห่วง ก็เลยอาจจะทำร้ายตัวเองเพื่อที่จะได้รับความสนใจ เพื่อที่จะรู้ว่าบนโลกนี้ยังมีคนเป็นห่วงฉันอยู่นะ บางทีก็ไม่ได้ทำเพริยากให้ใครมาสนใจแต่ทำเพื่อระบายอารมณ์ก็มีซึ่งบางที่เราก็เป็นแบบนั้น ครั้งที่2ที่เราทำร้ายตัวเองคือเราเอายางลบมาถูๆกับแขนจนมันเกิดการเสียดสีแล้วทำให้หนังกำพร้าหลุดออกไปแบบพอเรามองกลับไปแล้วมันน่ากลัวมาก คือทุกคนคิดดูว่ามันต้องถูขนาดไหนถึงจะเป็นแผลแล้วตอนที่มันถลอกแล้วถูเนื้อเยื่อไปเรื่อยๆมันเป็นยังไง เราแบบเฮ้ยทำไมเราอดทนขนาดนี้แต่ละอย่างที่ทำคือใจเย็นมาก คือด้านชาอ่ะ อย่าทำตามนะเพราะตอนนั้นอาจจะไม่ได้คิดอะไรแต่สุดท้ายคุณคือคนที่เสียใจมากที่สุด เราร้องไห้หลายครั้งหลังจากทำร้ายตัวเองเพราะเรารู้สึกผิดหวังในตัวเองทำไมฉันถึงทำแบบนี้กับร่างกายของตัวเอง ทำไมถึงทำให้ตัวเองเจ็บ ในขณะเดียวกันก็กลัวว่าตัวเองจะทำมากกว่านี้ แต่เรื่องทำร้ายตัวเองที่บ้านเราไม่รู้นะเพราะว่าอยู่หอ จริงๆหลังจากที่บอกแม่ว่าป่วยแม่ก็มาหาทุกสัปดาห์ แต่ตอนนั้นไปเข้าค่ายพอดีแม่เลยไม่เห็นแผล แต่สำหรับเราต่อให้เวลาผ่านไปนานจนไม่เหลือรอยแผลแล้วเราก็ยังมองเห็นแผลชัดเจนตลอด หลังๆมาเราเริ่มคิดว่าอยากตายแบบคิดจะตายจริงๆ คิดหลายวิธีมากวาจะทำยังไงถึงจะเดือนร้อนคนอื่นน้อยที่สุด เราเคยไปยืนอยู่ริมน้ำหลายครั้ง ไปยืนบนสะพานก็ไป แต่ไม่ได้โดดเพราะตอนนั้นสัญญากับเพื่อนที่ไปแลกเปลี่ยนว่าจะไปรับที่สนามบิน ก็เลยคิดว่าพูดไว้เเล้วต้องทำให้ได้ เราก็กินยาไปสักพักแต่ก็อย่างที่บอกนั่นแหละค่ะมันไม่ดีขึ้นมันแย่ลงด้วยซ้ำคุณหมอก็เลยให้เราเปลี่ยนไปหาจิตแพทย์ผู้ใหญ่แทน
หลังจากนั้นเราก็รักษาอยู่ประมาณปีครึ่งในที่สุดเราก็ได้ยุติการรักษาตอนเดือนตุลาคม แล้วก็หยุดยาไปเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาเราอยากตั้งกระทู้นี้เพื่อที่อยากให้กำลังใจเพื่อนร่วมโรคว่ามันดีขึ้นได้จริงๆถ้าเรากินยาอย่างสม่ำเสมอ คุณไม่ได้ต่อสู้กับมันอยู่คนเดียวนะ  มีคนเคยเปรียบเทียบว่าโรคซึมเศร้าก็เหมือนหมาดำแต่อย่าลืมนะว่าหมาดำมันมีปลอกคอเราควบคุมมันได้อย่าปล่อยให้มันลากเราไปตลอดวันนี้คุณอาจจะกำลังเหนื่อยเกินกว่าที่จะควบคุมมัน แต่เราเชื่อว่าต้องมีสักวันที่คุณควบคุมมันได้

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่