บรรยากาศแบบนี้น่าลงทุนนะสำหรับมือใหม่

กระทู้สนทนา
จริงๆแล้วผมคิดว่าหุ้นตัวใหญ่บางตัวควรจะลง ผมมองมา 2 ปีและมันก็ผิด ส่วนหุ้นขนาดกลางและเล็กนั้นผมมองถูกทาง(คือลง)
แม้ว่า2ปีผมจะมองลงแต่ผมก็ซื้อหุ้นขนาดกลางเล็กเข้าพอร์ตและมีสัดส่วนหุ้นต่อเงินสดสูงขึ้นเรื่อยๆ และก็ถือว่าโชคดีมากที่ยังมีกำไร

ผมมองว่าการเข้ามาลงทุนในช่วงนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่ควรทำเพราะ(ให้ลงในหุ้นขนาดเล็ก-กลางที่มีฐานะการเงินดีและมีการเติบโตราวๆ 10% ต่อปีในแง่รายได้และกำไร)
1.หุ้นไม่แพงจนเกินไปและจะได้ผลตอบแทนที่เหมาะสม
2.ขาลง! จะทำให้นักลงทุนเข้าใจถึงราคาหุ้นว่ามันจะเป็นไปตามผลประกอบการ
3.พอซื้อหุ้นแล้วมันจะกำไรส่วนต่าง (capital gain) ยากหน่อย ทำให้ไม่หลงตัวเอง
4.ผมเชื่อว่ามันจะมีเงินปันผลที่พอใช้แล้ว หุ้นหลายๆตัวอยู่ในระดับ 5%เมื่อรวมกับเครดิตภาษีก็จะได้ 6.25% ในขณะที่ดอกเบี้ยเป็นขาขึ้นแต่คงขึ้นได้ไม่เกิน 1.25% ต่อปี และเงินฝากประจำ 2 ปีน่าจะไปไม่เกิน 4.0% ต่อปี
5.ซื้อแล้วมีเวลาศึกษา เพราะการเก็งกำไรจะทำยาก

ราคาเหมาะสมอยู่ที่ความพอใจของผลตอบแทนในอนาคตในระยะยาว(สำหรับนักลงทุนนะ) ดังนั้นแต่ละคนจึงมีราคาเหมาะสมไม่เหมือนกัน
ข้อระวังในการลงทุน
1.ห้ามเชื่อโบรกเกอร์และนักวิเคราะห์ ไม่ว่าจะออกทางสื่อไหน โดยเฉพาะพวกวิเคราะห์ด้านพื้นฐานกิจการแต่มีเส้น cut loss
2.อย่าลงทุนใน high risk high return (ระยะยาวลงดูนะ)ให้ลงทุนในหุ้น low risk มันจะ return อย่างเหมาะสม
3.เวลาที่จะพิสูจน์ความสามารถในการลงทุนคือ 3 ปีขี้นไป(นับจากนี้ก็ได้) ใช้เงินน้อยๆ และถ้าเอาชนะ SET ได้คุณคือนักลงทุน->ค่อยเพิ่มการลงทุน แต่สำหรับบางคนแค่ 1-2 ปีก็รู้แล้วว่ามาถูกทางเพียงแต่รอหาความรู้เพิ่ม
4.หุ้นเติบโตสูงๆ 40-50% ต้องระวังว่าเป็นของปลอม
5.ผบห.ออกข่าวการเติบโตของกำไรในอนาคต 2-3 ปีข้างหน้าบ่อยๆ หรือชอบโม้การลงทุนระยะไกล(ต่างประเทศโดยเฉพาะในประเทศด้อยหรือกำลังพัฒนา) ว่าจะดีอย่างนั้นอย่างนี้
6.กองทุนมันซื้อหุ้นตัวใหญ่ที่เติบโตได้ไม่ว่าจะโตช้าโตไว และไม่ว่าจะมี PE สูงแค่ไหน ดังนั้นเราควรหลีกเลี่ยงหุ้นโตช้า(<15%)แต่ PE สูงกว่า20
7.อย่าลงทุนในหุ้นรับเหมาเช่น itd ck sq mcs stec uniq stpi ..... โดยเด็ดขาด

มีอีกหลายข้อที่ต้องระวัง
แต่เชื่อเถอะว่าถ้าเริ่มแล้วสำเร็จมันจะติดตัวไปตลอด ถ้าผ่าน 3 ปีแล้วยังไม่สำเร็จลองทบทวนดูครับว่าจะไปต่อหรือไม่
ถ้าไม่เก่งการอ่านงบและอ่านทิศทางธุรกิจ ก็ให้นานๆทีซื้อทีเช่นปีละ 1 ครั้งตอนหุ้นตก หรือ 2-3 ปีครั้งก็ได้ แต่ต้องถือยาวๆ ยึดหลักว่าถ้าซื้อแล้วขายยาก ดังนั้นจะซื้อทีก็ต้องคิดให้หนักๆ หุ้นพวกไฟแนนซ์(ปล่อยกู้)จะอ่านงบง่ายและหาจังหวะซื้อได้ง่าย

จะรู้ได้อย่างไรว่าหุ้นไหนดีไม่ดี
คำถามนี้จะตอบได้เมื่อเราอ่านงบการเงิน รายงานประจำปี F56-1 และเทคโนโลยี่ที่เปลี่ยนไป อย่างน้อย 1000 ฉบับ ก็เริ่มรู้แล้วว่าอะไรดีไม่ได้ รวมถึงดูผลการดำเนินงาน 40 ไตรมาสติดต่อกัน ผมว่าใช้เวลาราวๆ 3-4 ปีก็พอดี และควรอ่านหนังสือของนักลงทุนที่ประสบผลสำเร็จก็จะเห็นแนวทางได้ดีขึ้น


ลองดูนะครับมือใหม่และใครต้องการเริ่มต้นใหม่...

แก้คำผิด เขียนผิดไปหลายที่(เพราะเขียนสดๆ)
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่