****หุ้นโค้งสุดท้าย...High Risk High Return
โบรกมองหุ้นขึ้นรอบนี้เป็นแค่ตลาดเทรดดิ้ง "High Risk High Return" ไม่ใช่ตลาดเพื่อการลงทุน เพราะปัจจัยพื้นฐานยังไม่มีอะไรเปลี่ยน ขณะที่ความเสี่ยงลด QE ในอนาคตรออยู่
ดัชนีหุ้นไทยวันนี้ ( 19 ก.ย.) พุ่งทะยานขึ้นทันทีหลังเปิดตลาดจากปัจจัยบวกเฟดคง QE ที่หนุนตลาดหุ้นทั่วโลกปรับขึ้นแรงในวันนี้ โดยดัชนีขึ้นไปสูงสุดที่ 1,494.27 จุด เพิ่มขึ้น 55.14 จุด และปิดตลาดที่ 1,489.06 จุด เพิ่มขึ้น 49.93 จุด หรือ 3.47% และมีมูลค่าซื้อขายรวม 82,712 ล้านบาท
-นักลงทุนสถาบันซื้อสุทธิ 3,058.17 ล้านบาท
-บัญชีบล.ซื้อสุทธิ 3,772.79 ล้านบาท
-ต่างประเทศซื้อสุทธิ 5,513.91 ล้านบาท
-ในประเทศขายสุทธิ -12,344.87 ล้านบาท
นายเทิดศักดิ์ ทวีธีรธรรม ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์บล.เอเซีย พลัส จำกัด (มหาชน) กล่าวในรายการหุ้นโค้งสุดท้ายว่า การปรับตัวของตลาดในช่วงนี้ถือว่าเป็น High Risk High Return ถึงเฟดจะคง QE ในรอบนี้ แต่ไม่ได้ส่งผลให้ปัจจัยพื้นฐานของตลาดหุ้นไทยเปลี่ยนไป จากดัชนีที่ขึ้นมาวันนี้อยู่ที่ 15.8 เท่า คิดเป็น PE เฉลี่ยสิ้นปีที่ 15.25 เท่า ถือว่าสูงเกินไปหากเทียบกับ EPS GROWTH ของบจ.ปีนี้ที่ประเมินไว้ 14%
ดังนั้นตลาดในช่วงนี้จึงยังไม่ใช่ตลาดเพื่อการลงทุนแต่เป็นตลาดเทรดดิ้ง ไม่ใช่จังหวะซื้อหุ้นเพื่อลงทุน เพราะหากไม่มีการคง QE ตลาดหุ้นจะอยู่ในทางของการปรับลดลงไม่ใช่ปรับเพิ่มขึ้น ซึ่งในอนาคตปลายปีนี้หรือปีหน้าเฟดอาจจะตัดสินใจปรับลด QE ลง
ส่วนกลยุทธ์การลงทุนระยะสั้นให้เลือกกลุ่มและหุ้นที่ลงทุนไม่ควรลงทุนโดยไม่ดูปัจจัยพื้นฐานและราคาประกอบ โดยกลุ่มที่ยังลงทุนได้ในช่วงนี้ แนะนำกลุ่มพลังงาน กลุ่มสื่อสาร และกลุ่มอสังหารมิทรัพย์ แนะ SPALI - PS - AP
แหล่งข่าว
http://www.moneychannel.co.th/index.php/2012-06-30-12-32-32/19815-k920.html
เมื่อโบกรกแนะ ยังไม่ใช่ ช่วงซื้อเพื่อลงทุน
โบรกมองหุ้นขึ้นรอบนี้เป็นแค่ตลาดเทรดดิ้ง "High Risk High Return" ไม่ใช่ตลาดเพื่อการลงทุน เพราะปัจจัยพื้นฐานยังไม่มีอะไรเปลี่ยน ขณะที่ความเสี่ยงลด QE ในอนาคตรออยู่
ดัชนีหุ้นไทยวันนี้ ( 19 ก.ย.) พุ่งทะยานขึ้นทันทีหลังเปิดตลาดจากปัจจัยบวกเฟดคง QE ที่หนุนตลาดหุ้นทั่วโลกปรับขึ้นแรงในวันนี้ โดยดัชนีขึ้นไปสูงสุดที่ 1,494.27 จุด เพิ่มขึ้น 55.14 จุด และปิดตลาดที่ 1,489.06 จุด เพิ่มขึ้น 49.93 จุด หรือ 3.47% และมีมูลค่าซื้อขายรวม 82,712 ล้านบาท
-นักลงทุนสถาบันซื้อสุทธิ 3,058.17 ล้านบาท
-บัญชีบล.ซื้อสุทธิ 3,772.79 ล้านบาท
-ต่างประเทศซื้อสุทธิ 5,513.91 ล้านบาท
-ในประเทศขายสุทธิ -12,344.87 ล้านบาท
นายเทิดศักดิ์ ทวีธีรธรรม ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์บล.เอเซีย พลัส จำกัด (มหาชน) กล่าวในรายการหุ้นโค้งสุดท้ายว่า การปรับตัวของตลาดในช่วงนี้ถือว่าเป็น High Risk High Return ถึงเฟดจะคง QE ในรอบนี้ แต่ไม่ได้ส่งผลให้ปัจจัยพื้นฐานของตลาดหุ้นไทยเปลี่ยนไป จากดัชนีที่ขึ้นมาวันนี้อยู่ที่ 15.8 เท่า คิดเป็น PE เฉลี่ยสิ้นปีที่ 15.25 เท่า ถือว่าสูงเกินไปหากเทียบกับ EPS GROWTH ของบจ.ปีนี้ที่ประเมินไว้ 14%
ดังนั้นตลาดในช่วงนี้จึงยังไม่ใช่ตลาดเพื่อการลงทุนแต่เป็นตลาดเทรดดิ้ง ไม่ใช่จังหวะซื้อหุ้นเพื่อลงทุน เพราะหากไม่มีการคง QE ตลาดหุ้นจะอยู่ในทางของการปรับลดลงไม่ใช่ปรับเพิ่มขึ้น ซึ่งในอนาคตปลายปีนี้หรือปีหน้าเฟดอาจจะตัดสินใจปรับลด QE ลง
ส่วนกลยุทธ์การลงทุนระยะสั้นให้เลือกกลุ่มและหุ้นที่ลงทุนไม่ควรลงทุนโดยไม่ดูปัจจัยพื้นฐานและราคาประกอบ โดยกลุ่มที่ยังลงทุนได้ในช่วงนี้ แนะนำกลุ่มพลังงาน กลุ่มสื่อสาร และกลุ่มอสังหารมิทรัพย์ แนะ SPALI - PS - AP
แหล่งข่าว
http://www.moneychannel.co.th/index.php/2012-06-30-12-32-32/19815-k920.html