สวัสดีค่ะ หลังจากที่ห่างหายการเขียนรีวิวไปนานมากกกกก
ด้วยภารกิจการงาน ภารกิจเลี้ยงลูก มาวันนี้ จึงตัดสินใจรีวิวอีกสักครั้ง ทั้งๆที่ได้ยินมาว่า ช่วงนี้พันธ์ทิพย์ปลิวบ่อย
ขอลองสักตั้ง เพื่อแบ่งปันประสบการณ์การลดน้ำหนัก ที่ปลอดภัยและเห็นผลจริงๆ ให้บรรดาคุณผู้หญิงที่หาทางออกไม่เจอสักที
เกริ่นก่อนเลยว่า ด้วยความที่เพิ่งมีลูกสาว น้ำหนักก่อนตั้งครรภ์คือ 59 กก. ก่อนขึ้นชก เอ้ย!! ก่อนคลอด น้ำหนักสนนที่ 77 กก.
น้ำหนักที่เกินมา 18 กก.นั้นต้องเป็นของคุณลูกแน่ๆ
พอคลอดน้องแล้ว ได้ยินเสียงพยาบาลประกาศว่า 3.092 กก. อ้าววว แล้วอีก 15 กก. มันอยู่ที่เราหรือเนี่ย??
ด้วยความโลกสวย ก็ยังคิดว่า ไม่เป็นไร เดี๋ยวให้นมลูก น้ำหนักต้องลดแน่ๆ
วันเวลาผ่านไปเนิ่นนนนนนนนนนนาน น้ำหนักเจ้ากรรมยังทรงตัวล่าสุดได้ที่ 65 กก.
เริ่มรู้สึกว่าตัวเองไม่ไหว ก็เมื่อต้องถ่ายรูปโปรไฟล์ แล้วรู้สึกว่า หมูชัดๆ ส่วนเว้าส่วนโค้งของดาวหายไปไหน??!!
(กระทู้นี้พลีชีพจริมๆ)

เมื่อหมดหนทาง จึงต้องพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์โดยที่เห็นเพื่อนที่ทำงานหลายๆ คนทำสำเร็จ ได้แก่
การให้คุณหมอโจ (ขอสงวนสถานที่ เดี๋ยวเขาหาว่าโฆษณานะคะ) ดูแล
วันแรกที่ไปพบคุณหมอโจ ก็จะมีการวัดความดัน ชั่งน้ำหนัก แล้วคุณหมอก็จะซักประวัติ สอบถามคร่าวๆ อารมณ์ประมาณว่า
ทำไมอ้วน อยากลดกี่กก.
เราก็ตอบว่าเพราะมีน้อง (โทษลูกเต็มๆ) และอยากลดให้เหลือ 57 กก.ค่ะ
คุณหมอบอกว่า อยากลด 8 กก. แนะนำให้ใช้เวลาทั้งหมด 8 สัปดาห์นะ จะลดเฉลี่ยสัปดาห์ละ 1 กก.
เราก็คิดในใจ เวอร์ละ เทวดาที่ไหน จะทำได้..
หลังจากนั้นคุณหมอก็แนะนำต่อว่า
จากวันนี้ไป อาหาร 3 มื้อให้แบ่งเป็น
1 มื้อทานอาหารทดแทน (เป็นซองๆ ชงกับน้ำอุ่น มีรสกาแฟ กับโกโก้) คำว่าอาหารทดแทน คือกินแทนอาหารนะ ไม่ใช่อาหารเสริม อย่าเง่า..
1 มื้อทานเป็นผลไม้ (ถ้าทำได้)
1 มื้อ ให้ทานอาหารปกติ เลี่ยงแป้ง เลี้ยงอาหารที่มีมันเยอะ ก๋วยเตี๋ยวชามเดียวจบ อย่าไปอยากกินอะไรมาก
เดี๋ยวหมอจะให้ไปฉีดยานะ จะปวดฉี่บ่อยนิดนึงไม่ต้องตกใจ
ปล. คุณหมอถามว่าดื่มแอลกอฮอล์ไหม ตอบตามตรงว่าดื่มหนักค่ะ
คุณหมอเลยบอก ตอนนี้ให้เปลี่ยนเป็นดื่มวิสกี้+โซดา งดกับแกล้ม
เออ.. หมอนี่ดีแฮะ 5555+
จากนั้น ก็จะได้ ยา, อาหารทดแทน, ไฟเบอร์อีกหลายกระปุก
สรุปว่าต้องทานยาเช้า/กลางวัน/เย็น/ก่อนนอน
รวมถึง ไฟเบอร์วันละ 18 เม็ด โดยแบ่งเป็นมื้อละ 6 เม็ด
ขอบอกว่า 2 วันแรกทรมานมากกกกกกก ด้วยความที่เราเป็นคนเกลียดการกินยา
ชีวิตฉันต้องมาเจออะไรแบบนี้ O$(%($&#_(*%$#
วันแรกที่ทานยาก็ยังไม่อะไร แต่คืนแรกที่สิคะ อยากจะนอนในห้องน้ำเลย เพราะเป็นคนธาตุอ่อน
แค่หย่อนก้นเบาๆ เราก้อพรวดดดดดดดดดดดดดดดดดด แบบไม่ต้องทำอะไร
#ใครทานอาหารอยู่กรุณาให้อภัย
คุณหมอแนะนำว่าให้ชั่งน้ำหนักทุกวัน จดบันทึกไว้
ปรากฏว่า 3 วันแรก น้ำหนักลดลงไป 3 กก.
Oh my gooooooooooood ค่อยมีกำลังใจหน่อย
ด้วยความชะล่าใจน้ำหนักลด จึงฉลองด้วยการกินไม่มีวินัย เพราะคิดว่ายาช่วยได้
ครบ 7 วันต้องมาพบคุณหมอ (ต้องพบทุกๆ 7 วัน)
ปรากฏว่า น้ำหนักลดไป 1.5 กก.เท่านั้น
แต่คุณหมอก็ยังชมว่าไม่น่าเชื่อว่าจะทำได้
โอ๊ะโอ .. ยาวไป สัปดาห์ที่ 2 วินัยมา น้ำหนักลดจริง ลงสวยงาม แต่ก็ยังไม่พบความเปลี่ยนแปลงอะไรในตัวเองมาก
รู้สึกแค่ว่าเพลียๆ เพราะต้องเข้าห้องน้ำตอนดึกบ่อยมาก
สัปดาห์ที่ 3 หลังจากน้ำหนักลดลงสวยงาม กินเยอะสิคะ น้ำหนักขึ้นมา 1 กก.ค่ะ
เจอคุณหมอบ่น พร้อมปรับยาแรงขึ้น
ผลปรากฏว่า ใจสั่น ขาสั่นเลยจ้าาาา ประมาณวันที่ 3 ของการทานยาสัปดาห์นี้ ต้องรีบไลน์ไปหาคุณหมอว่า หมอวววววว หนูใจสั่น ขาสั่น คุณหมอแนะนำให้หยุดยาเดี๋ยวนี้ รอพบกันตอน 7 วัน และให้ทานเฉพาะไฟเบอร์+อาหารทดแทนไปก่อน คุมอาหารให้ดีๆ อย่าให้ขึ้นนะ
สัปดาห์ที่ 4 พบคุณหมออีกที น้ำหนักไม่ขึ้น ยังสั่นนิดๆ คุณหมอเลยปรับระดับยาลงให้เหมือนช่วงแรก
เออ ดีแฮะ ใช้ได้
พอสัปดาห์ที่ 5-7 เริ่มมีความเปลี่ยนแปลงในร่างกาย หน้าท้องเริ่มหายไป แขนเล็กลง มีส่วนเว้าตรงเอวมากขึ้น มีแต่คนทักว่าผอมลงผิดตาไปมาก
ปลื้มปริ่มสิคะ ยิ้มหวานเลย
นี่เป็นเหตุที่ทำให้ ตัดสินใจเขียนรีวิวเพื่อแบ่งปันประสบการณ์นะคะ
พอครบ 8 สัปดาห์ น้ำหนักอยู่ที่ 58 กก.ตามตกลงกับคุณหมอ
คุณหมอจึงปรับระดับยา หรือที่เรียกว่า หยุดยา เป็นเทคนิคของคุณหมอค่ะ ต้องทานยาต่ออีก 1-2 สัปดาห์ โดยระดับร่างกายค่อยๆ ปรับลงตาม
จากนั้น เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อทุกฝ่าย เราจึงยังควบคุมอาหารต่ออีก 1 เดือน เพื่อไม่ให้โยโย่ พร้อมออกกำลังกายเบาๆ ปรากฏว่า งานหน้าท้องกระชับก็มาค่ะ
ไม่ใช่ว่าหยุดยาแล้วกินแหลกลานเหมือนคนอดอยากมาจากป่าช้านะคะ
สุดท้ายนี้ อยากจะบอกเพื่อนๆ หลายคนที่ทานยา ทานอาหารเสริม ฯลฯ แล้วน้ำหนักไม่ลด หรือโยโย่ อะไรก็ตาม
ลองปรึกษาคุณหมอที่ดูแลเราโดยเฉพาะ ช่วงที่เรามีอาการข้างเคียง คุณหมอก็ให้คำปรึกษาดูแลอย่างดี
และไม่มีผลกระทบย้อนหลัง การันตี!!
อ้อ เราหมดเงินรวม 8 สัปดาห์นี้ไปประมาณสัปดาห์ละ 5-6 พันบาทค่ะ คูณๆกันเองนะ
กระทู้นี้เขียนไว้เพื่อเป็นวิทยาทานแก่สาวๆ ที่อยากลดน้ำหนัก แต่ไม่สำเร็จ ต้องการความปลอดภัยนะคะ
ควรไม่ควรแล้วแต่จะโปรด
รักทุกคนนนนนนนนนนนนนนน
รูปเซตสุดท้ายคือรูปปัจจุบันทันด่วนจริงๆ ไม่ติงนัง
#ขออภัยรองเท้าไม่สุภาพแต่มันใส่สบายนะ ลูกสาวหมอโจค่า <3
[CR] เล่าเรื่อง การทานยาลดน้ำหนักที่ปลอดภัย สำหรับคุณแม่ลูก1
ด้วยภารกิจการงาน ภารกิจเลี้ยงลูก มาวันนี้ จึงตัดสินใจรีวิวอีกสักครั้ง ทั้งๆที่ได้ยินมาว่า ช่วงนี้พันธ์ทิพย์ปลิวบ่อย
ขอลองสักตั้ง เพื่อแบ่งปันประสบการณ์การลดน้ำหนัก ที่ปลอดภัยและเห็นผลจริงๆ ให้บรรดาคุณผู้หญิงที่หาทางออกไม่เจอสักที
เกริ่นก่อนเลยว่า ด้วยความที่เพิ่งมีลูกสาว น้ำหนักก่อนตั้งครรภ์คือ 59 กก. ก่อนขึ้นชก เอ้ย!! ก่อนคลอด น้ำหนักสนนที่ 77 กก.
น้ำหนักที่เกินมา 18 กก.นั้นต้องเป็นของคุณลูกแน่ๆ
พอคลอดน้องแล้ว ได้ยินเสียงพยาบาลประกาศว่า 3.092 กก. อ้าววว แล้วอีก 15 กก. มันอยู่ที่เราหรือเนี่ย??
ด้วยความโลกสวย ก็ยังคิดว่า ไม่เป็นไร เดี๋ยวให้นมลูก น้ำหนักต้องลดแน่ๆ
วันเวลาผ่านไปเนิ่นนนนนนนนนนนาน น้ำหนักเจ้ากรรมยังทรงตัวล่าสุดได้ที่ 65 กก.
เริ่มรู้สึกว่าตัวเองไม่ไหว ก็เมื่อต้องถ่ายรูปโปรไฟล์ แล้วรู้สึกว่า หมูชัดๆ ส่วนเว้าส่วนโค้งของดาวหายไปไหน??!!
(กระทู้นี้พลีชีพจริมๆ)
เมื่อหมดหนทาง จึงต้องพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์โดยที่เห็นเพื่อนที่ทำงานหลายๆ คนทำสำเร็จ ได้แก่
การให้คุณหมอโจ (ขอสงวนสถานที่ เดี๋ยวเขาหาว่าโฆษณานะคะ) ดูแล
วันแรกที่ไปพบคุณหมอโจ ก็จะมีการวัดความดัน ชั่งน้ำหนัก แล้วคุณหมอก็จะซักประวัติ สอบถามคร่าวๆ อารมณ์ประมาณว่า
ทำไมอ้วน อยากลดกี่กก.
เราก็ตอบว่าเพราะมีน้อง (โทษลูกเต็มๆ) และอยากลดให้เหลือ 57 กก.ค่ะ
คุณหมอบอกว่า อยากลด 8 กก. แนะนำให้ใช้เวลาทั้งหมด 8 สัปดาห์นะ จะลดเฉลี่ยสัปดาห์ละ 1 กก.
เราก็คิดในใจ เวอร์ละ เทวดาที่ไหน จะทำได้..
หลังจากนั้นคุณหมอก็แนะนำต่อว่า
จากวันนี้ไป อาหาร 3 มื้อให้แบ่งเป็น
1 มื้อทานอาหารทดแทน (เป็นซองๆ ชงกับน้ำอุ่น มีรสกาแฟ กับโกโก้) คำว่าอาหารทดแทน คือกินแทนอาหารนะ ไม่ใช่อาหารเสริม อย่าเง่า..
1 มื้อทานเป็นผลไม้ (ถ้าทำได้)
1 มื้อ ให้ทานอาหารปกติ เลี่ยงแป้ง เลี้ยงอาหารที่มีมันเยอะ ก๋วยเตี๋ยวชามเดียวจบ อย่าไปอยากกินอะไรมาก
เดี๋ยวหมอจะให้ไปฉีดยานะ จะปวดฉี่บ่อยนิดนึงไม่ต้องตกใจ
ปล. คุณหมอถามว่าดื่มแอลกอฮอล์ไหม ตอบตามตรงว่าดื่มหนักค่ะ
คุณหมอเลยบอก ตอนนี้ให้เปลี่ยนเป็นดื่มวิสกี้+โซดา งดกับแกล้ม
เออ.. หมอนี่ดีแฮะ 5555+
จากนั้น ก็จะได้ ยา, อาหารทดแทน, ไฟเบอร์อีกหลายกระปุก
สรุปว่าต้องทานยาเช้า/กลางวัน/เย็น/ก่อนนอน
รวมถึง ไฟเบอร์วันละ 18 เม็ด โดยแบ่งเป็นมื้อละ 6 เม็ด
ขอบอกว่า 2 วันแรกทรมานมากกกกกกก ด้วยความที่เราเป็นคนเกลียดการกินยา
ชีวิตฉันต้องมาเจออะไรแบบนี้ O$(%($&#_(*%$#
วันแรกที่ทานยาก็ยังไม่อะไร แต่คืนแรกที่สิคะ อยากจะนอนในห้องน้ำเลย เพราะเป็นคนธาตุอ่อน
แค่หย่อนก้นเบาๆ เราก้อพรวดดดดดดดดดดดดดดดดดด แบบไม่ต้องทำอะไร
#ใครทานอาหารอยู่กรุณาให้อภัย
คุณหมอแนะนำว่าให้ชั่งน้ำหนักทุกวัน จดบันทึกไว้
ปรากฏว่า 3 วันแรก น้ำหนักลดลงไป 3 กก.
Oh my gooooooooooood ค่อยมีกำลังใจหน่อย
ด้วยความชะล่าใจน้ำหนักลด จึงฉลองด้วยการกินไม่มีวินัย เพราะคิดว่ายาช่วยได้
ครบ 7 วันต้องมาพบคุณหมอ (ต้องพบทุกๆ 7 วัน)
ปรากฏว่า น้ำหนักลดไป 1.5 กก.เท่านั้น
แต่คุณหมอก็ยังชมว่าไม่น่าเชื่อว่าจะทำได้
โอ๊ะโอ .. ยาวไป สัปดาห์ที่ 2 วินัยมา น้ำหนักลดจริง ลงสวยงาม แต่ก็ยังไม่พบความเปลี่ยนแปลงอะไรในตัวเองมาก
รู้สึกแค่ว่าเพลียๆ เพราะต้องเข้าห้องน้ำตอนดึกบ่อยมาก
สัปดาห์ที่ 3 หลังจากน้ำหนักลดลงสวยงาม กินเยอะสิคะ น้ำหนักขึ้นมา 1 กก.ค่ะ
เจอคุณหมอบ่น พร้อมปรับยาแรงขึ้น
ผลปรากฏว่า ใจสั่น ขาสั่นเลยจ้าาาา ประมาณวันที่ 3 ของการทานยาสัปดาห์นี้ ต้องรีบไลน์ไปหาคุณหมอว่า หมอวววววว หนูใจสั่น ขาสั่น คุณหมอแนะนำให้หยุดยาเดี๋ยวนี้ รอพบกันตอน 7 วัน และให้ทานเฉพาะไฟเบอร์+อาหารทดแทนไปก่อน คุมอาหารให้ดีๆ อย่าให้ขึ้นนะ
สัปดาห์ที่ 4 พบคุณหมออีกที น้ำหนักไม่ขึ้น ยังสั่นนิดๆ คุณหมอเลยปรับระดับยาลงให้เหมือนช่วงแรก
เออ ดีแฮะ ใช้ได้
พอสัปดาห์ที่ 5-7 เริ่มมีความเปลี่ยนแปลงในร่างกาย หน้าท้องเริ่มหายไป แขนเล็กลง มีส่วนเว้าตรงเอวมากขึ้น มีแต่คนทักว่าผอมลงผิดตาไปมาก
ปลื้มปริ่มสิคะ ยิ้มหวานเลย
นี่เป็นเหตุที่ทำให้ ตัดสินใจเขียนรีวิวเพื่อแบ่งปันประสบการณ์นะคะ
พอครบ 8 สัปดาห์ น้ำหนักอยู่ที่ 58 กก.ตามตกลงกับคุณหมอ
คุณหมอจึงปรับระดับยา หรือที่เรียกว่า หยุดยา เป็นเทคนิคของคุณหมอค่ะ ต้องทานยาต่ออีก 1-2 สัปดาห์ โดยระดับร่างกายค่อยๆ ปรับลงตาม
จากนั้น เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อทุกฝ่าย เราจึงยังควบคุมอาหารต่ออีก 1 เดือน เพื่อไม่ให้โยโย่ พร้อมออกกำลังกายเบาๆ ปรากฏว่า งานหน้าท้องกระชับก็มาค่ะ
ไม่ใช่ว่าหยุดยาแล้วกินแหลกลานเหมือนคนอดอยากมาจากป่าช้านะคะ
สุดท้ายนี้ อยากจะบอกเพื่อนๆ หลายคนที่ทานยา ทานอาหารเสริม ฯลฯ แล้วน้ำหนักไม่ลด หรือโยโย่ อะไรก็ตาม
ลองปรึกษาคุณหมอที่ดูแลเราโดยเฉพาะ ช่วงที่เรามีอาการข้างเคียง คุณหมอก็ให้คำปรึกษาดูแลอย่างดี
และไม่มีผลกระทบย้อนหลัง การันตี!!
อ้อ เราหมดเงินรวม 8 สัปดาห์นี้ไปประมาณสัปดาห์ละ 5-6 พันบาทค่ะ คูณๆกันเองนะ
กระทู้นี้เขียนไว้เพื่อเป็นวิทยาทานแก่สาวๆ ที่อยากลดน้ำหนัก แต่ไม่สำเร็จ ต้องการความปลอดภัยนะคะ
ควรไม่ควรแล้วแต่จะโปรด
รักทุกคนนนนนนนนนนนนนนน
รูปเซตสุดท้ายคือรูปปัจจุบันทันด่วนจริงๆ ไม่ติงนัง
#ขออภัยรองเท้าไม่สุภาพแต่มันใส่สบายนะ ลูกสาวหมอโจค่า <3
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้