JJNY : 4in1 หญิงหน่อย'ยกทัพพท.ลงพื้นที่ประตูน้ำ/เพื่อชาติเตรียมตั้งสาขา/อียูปัดเตรียมสังเกตการณ์/12พ.ย.นัดเผาปาล์ม

กระทู้คำถาม
'หญิงหน่อย'ยกทัพพท.ลงพื้นที่ประตูน้ำ 'กิตติรัตน์'ลั่น คนแก้ปัญหาปชช.ต้องมาจากปชช.
https://www.matichon.co.th/politics/news_1221753

“หญิงหน่อย” นำทีมแกนนำ “เพื่อไทย” ลงพื้นที่ประตูน้ำ ชี้ ปชช. สะท้อนปัญหาเรื่องศก.แย่-ยอดขายตกฮวบ “กิตติรัตน์” ชี้ เป็นหน้าที่นักการเมืองที่มาจากปชต.เข้ามาแก้


เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 11 พฤศจิกายน ที่ห้างแพลทินัม แยกประตูน้ำ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยถราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย (พท.) พร้อมด้วยแกนนำพรรคพท. อาทิ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรองนายกฯ นายโภคิน พลกุล อดีตประธานรัฐสภา นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายวัฒนา เมืองสุข อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคพท. เดินทางมารับฟังควาทคิดเห็นของประชาชนย้ายประตูน้ำ พร้อมเชิญชวนให้ประชาชนมาสมัครสมาชิกพรรคพท.

โดยคุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า สำหรับการลงพื้นที่ในวันนี้ ประชาชน และผู้ค้าส่วนใหญ่สะท้อนปัญหาเศรษฐกิจที่ยอดขาดตกลง บางร้านยอดขายตก 80-100% เป็นปัญหาหลักเรื่องกำลังซื้อในประเทศลดลง แม้จะมีการอัดงบประมาณลงไปในระดับรากหญ้า แต่ไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ นอกจากนี้ ยังมีอุปสรรคในเรื่องของกฎหมายเกี่ยวกับการค้า ซึ่งขณะนี้ได้มอบหมายให้นายกิตติรัตน์ และนายโภคินรับฟังปัญหา และหาแนวทางแก้ไข อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ผู้ใหญ่ และอดีตส.ส.จากพรรคพท.ทุกคนกำลังเร่งทำงานอย่างจริงจัง เพื่อวางนโยบายหาทางแก้ปัญหาเศรษฐกิจให้ประชาชน สิ่งที่น่าเสียดายคือ โอกาสของประชาชนที่ขณะนี้พรรคการเมืองถูกปิดกั้น ไม่ให้สื่อสารกับประชาชนได้ ทั้งที่กฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งมีผลบังคับใช้แล้ว พรรคไม่กลัวเรื่องการหาเสียงไม่ทัน เพราะมั่นใจว่า แม้จะมีเวลา 60 วัน ก็ยังสามารถหาเสียงได้ทัน แต่กลัวเรื่องการปิดกั้นการรับฟังประชาชน

ด้านนายกิตติรัตน์ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่พ่อค้า แม่ค้า สะท้อนปัญหาให้ฟังเรื่องกำลังซื้อของประชาชนที่หายไป สินค้าราคาแค่หลักร้อยบาทยังขายไม่ได้ ชี้ให้เห็นถึงภาวะรวยกระจุก จนกระจาย วิธีการแก้ปัญหาคือต้องกระตุ้นให้เกิดกำลังซื้อ ไม่ใช่เอาเงินไปแจกประชาชน สิ่งที่รัฐบาลกระจายงบประมาณลงไปนั้น ไม่ได้ผล และสิ่งที่รัฐบาลออกมาพูดกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงไม่ตรงกัน ดังนั้น นักการเมืองที่มาจากประชาธิปไตยจึงต้องเข้าม่วยแก้ปัญหาให้ประชาชน




'เพื่อชาติ'เตรียมตั้งสาขาพรรคอีสานจรดใต้
https://www.dailynews.co.th/politics/676524

“เพื่อชาติ”เตรียมประชุมใหญ่ 23 พ.ย.นี้ “สงคราม”ลั่นพร้อมนั่งหัวหน้าพรรค เดินเกาะกลางร่วมมือได้ทุกฝ่าย ด้าน “จตุพร”ชมเปาะว่าที่หัวหน้าพรรคคนใหม่เหมาะสมทุกประการ

เมื่อวันที่ 11 พ.ย. เวลา 12.00 น. ที่พรรคเพื่อชาติ อิมพีเรียลลาดพร้าว น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง พร้อมด้วยนายอุสมาน ลูกหยี ทีมสื่อสารทางการเมืองพรรคเพื่อชาติ แถลงว่า พรรคเพื่อชาติมีกำหนดการที่จะลงพื้นที่ต่างจังหวัดเพื่อพบปะสมาชิกพรรคและเปิดสาขาพรรค รวมทั้งบรรยายให้ความรู้โดยสถาบันพัฒนาการเมืองของพรรคเพื่อชาติ ในช่วงวันที่ 15-18 พ.ย. และ 20 พ.ย.นี้ โดยในวันที่ 15 พ.ย.จะมีการลงพื้นที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา และเปิดศูนย์ประสานงานจังหวัดนครราชสีมา วันที่ 16 พ.ย.จะมีการลงพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ จ.สุรินทร์ และจ.ศรีสะเกษ โดยจะมีการตั้งศูนย์ประสานงานที่ จ.บุรีรัมย์ วันที่ 17 พ.ย.จะมีการลงพื้นที่ จ.ชัยภูมิ และตั้งศูนย์ประสานงาน จ.ชัยภูมิ วันที่ 18 พ.ย.จะมีการลงพื้นที่ จ.เลย และ จ.เพชรบูรณ์ โดยจะมีการตั้งศูนย์ประสานงานพรรคทั้งใน จ.เลย และจ.เพชรบูรณ์ จากนั้นวันที่ 20 พ.ย.จะมีการลงพื้นที่ อ.กงปีนัง จ.ยะลา, อ.รือเสอะ จ.นราธิวาส และอ.สายบุรี จ.ปัตตานี จากนั้นในวันที่ 23 พ.ย. พรรคเพื่อชาติจะมีการจัดประชุมใหญ่ประจำปีครั้งที่ 3 ที่หอประชุมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เพื่อเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ กรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ และเลือกคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครของพรรค โดยคาดว่าจะมีว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคทั้ง 350 เขต และอาจจะมีผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 10,000 คน อย่างไรก็ตามในช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้จะมีการเชิญนายยงยุทธ์ ติยะไพรัตน์ และนายจตุพร พรหมพันธุ์ บรรยายให้ความรู้แก่ผู้ร่วมประชุมด้วย และทางพรรคจะมีการเชิญทูต และองค์กรระหว่างประเทศเข้าร่วมรับฟังการบรรยายดังกล่าวด้วย ส่วนการเลือกหัวหน้าพรรคนั้น ทางผู้บริหารพรรคได้เสนอชื่อนายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ อดีตรมช.พาณิชย์ เป็นว่าที่หัวหน้าพรรคคนใหม่

ขณะที่นายสงคราม กล่าวว่า ตนได้รับการทาบทามจากผู้บริหารพรรคเพื่อชาติทั้งชุดเก่าและชุดปัจจุบัน ซึ่งตนก็คิดอยู่หลายวันว่าจะรับหรือไม่รับตำแหน่ง เนื่องจากตนอยู่ที่เดิมกับพรรคเดิม ก็สบายอยู่แล้ว โดยการลงสมัครเป็น ส.ส.สมุทรปราการ และมีโอกาสที่จะได้เป็นรัฐมนตรีหากพรรคเดิมชนะการเลือกตั้ง แต่ตนพิจารณาแล้วเห็นว่าการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้น ไม่ว่าพรรคใดก็ตามที่ชนะเลือกตั้งก็จะไม่สามารถบริหารงานได้อย่างราบรื่น แต่จะเป็นเหมือนรัฐบาลเป็ดง่อย เพราะมีอำนาจรัฐซ้อนรัฐ และสองอำนาจก็จะห้ำหั่นกันในทางการเมือง แต่พรรคเพื่อชาติจะเป็นพรรคที่อยู่เกาะกลาง ที่พร้อมจะร่วมมือกับทุกฝ่าย ไม่ว่าอยู่สีอะไร ก็คุยกันได้ และไม่ต้องเปลี่ยนจุดยืนของตัวเอง แต่ร่วมมือเพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ ดังนั้นตนจึงยินดีที่จะรับตำแหน่ง แต่ก็จะต้องรอให้ที่ประชุมใหญ่ของพรรคเพื่อชาติ โหวตก่อน เพราะพรรคนี้ไม่มีใครสั่งได้ หากตนได้รับเลือกให้เป็นหัวหน้าพรรคตนก็จะยินดีทำงาน แม้จะเป็นงานที่ลำบากแต่ก็ต้องมีคนเสียสละ เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ และตนจะขอทุ่มเทเวลาในช่วงปลายของชีวิตให้กับชาติบ้านเมือง  เพื่อให้ประเทศเป็นประชาธิปไตย ประชาชนมีสิทธิมีเสียง และมีเศรษฐกิจที่มั่นคง เพราะตนไม่อยากมอบมรดกบาปดังที่มีอยู่ในปัจจุบันไปสู่รุ่นลูกหลาน

      ด้านนายจตุพร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพรรคเพื่อชาติเสนอชื่อนายสงคราม เป็นว่าที่หัวหน้าพรรคคนใหม่ว่า ตนในฐานะเป็นกองเชียร์ของพรรคเพื่อชาติ เห็นด้วยทุกประการที่พรรคเพื่อชาติเสนอชื่อนายสงคราม ซึ่งเหมาะสมด้วยประการทั้งปวง เพราะนายสงคราม เสียสละเพื่อประชาธิปไตยมายาวนานกว่า10 ปี โดยให้กลุ่มการเมืองที่เคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยได้ใช้พื้นที่ในห้างอิมพีเรียลลาดพร้าวโดยไม่ได้สิ่งตอบแทนใดๆ การจะหาคนแบบนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ตนจึงเห็นด้วยกับเรื่องนี้ทุกประการ.




อียูปัดเตรียมสังเกตการณ์ลต.ในไทย
https://www.dailynews.co.th/politics/676544

"อียู"โพสต์แจงไม่ได้เตรียมสังเกตการณ์เลือกตั้งในไทย เหตุไม่ได้รับเชิญ ยันเคารพกฎหมาย-อธิปไตยของไทย

เมื่อวันที่ 11 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊กของคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย โพสต์ข้อความถึงกระแสข่าวความเป็นไปได้ในการส่งคณะสังเกตการณ์การเลือกตั้งของสหภาพยุโรป (อียู) ว่า คณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทยขอชี้แจงว่าการสังเกตการณ์การเลือกตั้งของอียูนั้น จะสามารถลงพื้นที่ได้ก็ต่อเมื่อได้รับการรับเชิญจากเจ้าหน้าที่ทางการให้มาสังเกตการณ์ นอกจากนั้นการสังเกตการณ์การเลือกตั้งของอียูต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบซึ่งมีความสอดคล้องตรงกับปฏิญญาสหประชาชาติว่าด้วยหลักการในการสังเกตการณ์การเลือกตั้งสากล ซึ่งผู้สังเกตการณ์การเลือกตั้งของสหภาพยุโรปจะต้องปฏิบัติตาม โดยความเป็นธรรม การไม่แทรกแซง ความเคารพต่อกฎระเบียบและกฎหมายของประเทศ รวมถึงการสังเกตการณ์ที่อยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริงและตรวจสอบได้ เป็นพลังในการทำงานการสังเกตการณ์ของสหภาพยุโรป

ในกรณีของประเทศไทย อียูไม่ได้เตรียมการลงพื้นที่สังเกตการณ์การเลือกตั้ง แต่หากประเทศไทยสนใจที่จะให้สหภาพยุโรปมาร่วมงานในด้านนี้ ทางอียูสามารถพิจารณาส่งทีมภารกิจการสำรวจ เพื่อมาพบกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของไทย และประเมินว่าการส่งทีมสังเกตการณ์การเลือกตั้งจะมีประโยชน์และสามารถทำได้หรือไม่ โดยยังเคารพต่ออำนาจอธิปไตยของประเทศไทย และที่สำคัญ เราต้องประเมินความพร้อมของเจ้าหน้าที่ทางการที่จะส่งจดหมายเชิญให้อียูสามารถดำเนินการสังเกตการณ์การเลือกตั้งได้อย่างทันท่วงที ซึ่งตอนนี้อียูยังไม่ได้รับจดหมายเชิญ นอกจากนี้ทีมภารกิจการสำรวจยังมีหน้าที่ในการประเมินจำนวนของผู้สังเกตการณ์ที่จะลงพื้นที่อีกด้วย.
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่