ถามคนมีประสบการณ์ในการทำงานค่ะ? ว่างงานนานสุดกี่เดือน? ตอนนั้นคุณรู้สึกยังไงคะ?

สวัสดีค่าาาา อยากถามเพื่อนๆที่ทำงานไปเรียนไปค่ะ ตอนนี้เรียนจบและรับปริญญาไปแล้วต้นปี แต่ปรากฎว่าว่างงานไม่ได้ทำงานซะงั้น!!!

ขอเกริ่นเรื่องยาวๆก่อนค่ะ คือเราทำงานไปเรียนไปตั้งแต่เรียนปวส.เราทำงาน Part time ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง พอเราเรียนจบปวส.เราก็ออกจากงานค่ะ และมาหางานออฟฟิศทำ เพราะงานห้างฯ ต้องเข้างานเป็นกะค่ะ อ้อเราเลือกเรียนต่อป.ตรีเป็นภาคค่ำค่ะ เลยทำงานประจำได้ เราก็เรียนหลังเลิกงานทุกวันกว่าจนจบป.ตรีค่ะ แต่ยังไม่จบดี เพราะมีติดทำวิจัย555555 เราก็ฝากประวัติทีาเว็บหางานค่ะ และมีบริษัทโทรมา ที่จริงมีหลายบริษัทเลยทีาโทรมาแต่เราจะเลือกไปสัมภาษณ์ที่เรารู้สึกว่าเดินทางสะดวกค่ะ ซึ่งที่บริษัทนี้เราก็สนใจและได้ลองไปสัมภาษณ์งานดูค่ะ เป็นสนพ.แถวบ้าน สรุปเราก็มาทำค่ะ โดยใช้วุฒิปวส.สมัคร การทำงานก็ปกติค่ะ เราทำงานได้10เดือน ตอนนั้นเราก็ทำวิจัยเสร็จและจบแล้วจริงๆและเตรียมรับปริญญาแล้วว เรารับปริญญาไปต้นปีค่ะ และเราก็ไปอัพเดตเรซูเม่ มีกลายบริษัทโทรมาค่ะ เราก็สนใจบริษัทนึงและได้ตกลงนัดสัมภาษณ์ค่ะ เราไปสัมภาษณ์ปรากฎได้งานที่นี่ค่ะ บริษัทปานกลางไม่เล็กไม่ใหญ่ แต่ประเด็นคือเค้ารอเรา2เดือนเพราะที่เก่าเราต้องลาออกล่วงหน้า1เดือนและช่วงนั้นติดเทศกาลสงกรานต์ทำให้ต้องเหมือนใช้เวลาในการออกไปอีกค่ะ สรุปเราก็ออกค่ะ และได้ไปทำงานที่ใหม่ โดยเงินเดือนที่ได้เป็นตามวุฒิป.ตรีค่ะ. และหลังจากนั้นเราก็ทำงานที่นี่ได้2เดือนค่ะ เรากดดันและรุ้สึกว่าเราไม่อยากทำแล้วด้วยเหตุผลหลายๆอย่างเช่นตำแหน่งไม่ตรงกับที่สมัครค่ะ ตอนนั้นเรารู้สึกแค่ว่าเรามาทำอะไรที่นี่ แต่ไม่ใช่ว่าบริษัทไม่ดีนะคะ สวัสดิการหรืออะไรค่อนข้างดีกว่าทุกที่ๆเราทำมาเลยค่ะ แต่เรารุ้สึกกดดันและอยากออก55555555และเราก็ตัดสินใจออกจากงานโดยทำแค่2เดือน พี่ๆที่ทำงานเรางงค่ะและพยายามถามว่าเราเป็นอะไร แต่เราก็บอกไปว่าเรากดดันเรื่องยอดขาย และได้โกหกไปว่าเราได้งานใหม่แล้วเพราะเราอยากหลีกเลี่ยงการตอบค่ะ อ้อเราลืมบอกไปว่าเรามาทำงานเป็นขายผ่านโทรศัพท์และดุแลลุกค้าเก่า มีออกไปพบลูกค้าบ้าง แต่เรายังไม่ถึงขั้นนั้นค่ะ เป็นเหมือนตำแหน่งเทเลเซลล์ค่ะ งานท้าทายแต่เราคิดว่าเรายังไม่อยากทำตอนอายุเท่านี้ เราอายุ23ค่ะ

ก่อนเขียนใบลาออก1อาทิตย์ พี่ๆเค้าก็ยื้อเราค่ะ บอกให้เราคิดดีๆ แต่ตอนนั้นใจคืออยากออก ทั้งๆที่ไม่มีงานรองรับอย่างทุกครั้ง หลังจากเราออกเรามั่นใจว่าจะหางานใหม่ได้แน่ๆ ไม่คิดเลยค่ะว่าเวลาจะผ่านไปไวขนาดนี้ เราว่างงานมา3เดือนแล้ว

ช่วงต้นเดือนที่ออกจากงาน เราไปสมัครงานที่นึงค่ะ ตอนเราสัมภาษณ์ที่นี่เราสมัครตำแหน่งนึงไป แต่HRบอกเราว่าเค้าต้องการคนที่เรเวลสูงทักษะดีประมาณนี้ค่ะ ตำแหน่งที่เราสมัครไปเป็นงานตรงสายกันที่เราเรียน ทำให้ไม่มีประสบการณ์เลยค่ะ และHRก็ได้ทิ้งท้ายว่าจะติดต่อกลับมาให้สัมภาษณ์ใหม่ถ้าตำแหน่งที่เราเคยทำว่าง ตอนนั้นเรารู้สึกว่าถ้าตำแหน่งนี้ว่างเค้าต้องเลือกเราไปสัมภาษณ์ใหม่ค่ะ และผ่านไปอีกอาทิตย์นึงเราก็หางานในเน็ตค่ะ และมีบริษัทนึงขึ้นมาเราเลยลองไปที่บริษัทและกรอกใบสมัครค่ะ เจ้าหน้าบอกว่าจะติดต่อให้มาสัมภาษณ์ และก็รอแล้วรอเล่าจนผ่านไป1เดือน ไม่มีการติดต่อมาค่ะ เราเลยถอดใจ ของทั้ง2ที่

เข้าเดือนที่2ค่ะ เราก็ไม่ได้ไปสัมภาษณ์งานที่ไหน มีหลายบริษัทติดต่อเข้ามา มีที่ไกลๆเราเลยไม่ได้ไปค่ะ เราก็หางานในเน็ตค่ะ และมีห้างสรรพสินค้าใหญ่แห่งหนึ่งลงประกาศรับสมัครพนักงาน เราก็ตัดสินใจไปลองดูเพราะไม่ไกลจากบ้านมาก ระหว่างนั้นเราก็มีนัดสัมภาษณ์อีกที่นึงค่ะ  และเราก็ได้งานอีกที่นึงเป็นโรงงานใหญ่มาก เราทำฝั่งออฟฟิศ ขอเล่าก่อนว่าตอนแรกนึกว่าไม่ได้ด้วยซ้ำ เราไปสัมภาษณ์รอบแรกกับHR และต่อด้วยหัวหน้าทีม เค้าดูโอเคกับเราเพราะสายงานเราเคยทำมาก่อน แต่เค้าก็บอกว่าอาจจะมีเรียกสัมภาษณ์อีกที เราก็รอค่ะ ผ่านไป1อาทิตย์ บ.โทรมาให้ไปสัมภาษณ์ เราก็ไปมาค่ะ คุยกับผจก.เค้าเป็นผช.ดูมีอายุมากค่ะ เค้าถามเรื่องส่วนตัวเราเยอะมาก เราอึดอัดแต่ก็พยายามตอบกลับไป เค้าก็เฉลยค่ะที่ถามเรื่องส่วนตัวเพราะอยากรู้ทัศนคติขอเราบวกกับสอนเราด้วย555555 หลังจากนั้นเราเล่าให้เพื่อนฟังค่ะ เค้าบอกเราไม่น่าได้งาน เราก็ทำใจ แต่ผ่านไป2อาทิตย์เค้าโทรมาค่ะ เราตกใจมากกก ได้งานเฉยเลยตแนนั้นไม่ดีใจนะคะ แต่ช็อกมากกว่า เค้าโทรหาเราช่วงวันที่18 และเรายืนยันเริ่มงานต้นเดือนของเดือนถัดไปค่ะ

วันทำงานวันแรก เราตื่นเต้นนิดหน่อยค่ะ แบบจะเจออะไรบ้างนะ ในหัวคิดแบบนี้ก่อนไป  เริ่มทำงานก็ปกติค่ะ มีแนะนำเราให้กับทุกแผนก และพี่สอนงานเราอายุประมาณ25 เค้าสอนงานเราคนเดียวค่ะ แต่เค้าไม่ค่อยว่างสอนบวกกับวันจันทร์ด้วยงานเค้าเลยเยอะ พี่เค้าก็มาสอนใช้โปรแกรม และก็เอางานมาให้ทำบ้างค่ะ แต่พอเราทำเสร็จก็จะว่างตามประสาทำงานวันแรก แต่ไม่ใช่แค่นั้นค่ะ พอเราว่าง หัวหน้างานก็จะเดินมาหาและถามเราว่าเราทำไรอยู่ เราก็อธิบายว่าว่าพี่คนที่สอนเราให้เราทำนั่นนี่แต่เราเสร็จแล้ว เค้าก็รับทราบค่ะ เราก็เอ๊ะ วันแรกคือเค้าอยากให้เรารีบเป๋นงานเลยมั้ง เราไม่ได้อะไรค่ะ จบตอน4โมงครึ่ง พี่ที่สอนงานเราเอาเอกสารมาให้เราแยก เราก็แยกตามที่พี่เค้าบอก แต่เราแยกผิดค่ะ พี่เค้าชอบลืมบอกนั่นนี่ เราเลยแก้แล้วแก้อีกค่ะ และก็เลยเวลาเลิกงานของเรามา1ชม.   เราก็ช่วยเค้าแยกจนเสร็จค่ะ ทุกคนกลับบ้านกันหมดแล้วเหลือเราพี่เค้าและหัวหน้าค่ะ เราก็ร่ำลาและกลับบ้าน

ต่อนะคะ พอเรากลับบ้านมาเรามานั่งคิดว่าเราไม่อยากไปทำงานที่นี่แล้ว ตอนนั้นเหตุผลหลายอย่าง เป็นความไม่ประทับใจตั้งแรกคือโต๊ะนั่ง แบบรกมาก ไม่มีคนมาทำความสะอาด เก้าอี้ล้อหัก ทำให้เรานั่งเอียงค่ะ ขยับไม่ได้ด้วย ไปวันแรกเราผิดที่ไม่กล้าบอกเค้ากลัวเค้าว่าเราเรื่องมากค่ะ และอีกเหตุผลคือการเดินทางค่ะเรานั่งรถเมลล์มาลงหน้าปากซอย และต่อวิยเข้าไป วินหน้าปากซอยขายดีมากค่ะ ผดส.ยืนต่อคิวยาวยันเซเว่นหน้าปากซอย และที่สำคัญเราก็แค่คิดว่าพี่ที่สอนงานงานเราเค้าอยู่ตำแหน่งที่เราทำค่ะ แต่จะย้ายไปทำอีกตำแหน่ง เราถามเค้า เค้าบอกเค้าไม่ชอบคุยกับคนเยอะ และอยากทำงานหน้าเดียว แต่ที่เรามองมันไม่ใช่ค่ะ ตำแหน่งที่เราทำ และพี่สอนงานเราที่กำลังจะย้ายไปทำตำแหน่งอื่น เค้าเป็นเหมือนต้องทำงานแทนคนอื่นค่ะ ด้วยความที่เค้าเด็กสุด และพี่ๆคนอื่นเลยชอบใช้ให้เค้าทำนู้นนี่ ที่ไม่ใช่งานค่ะ เพราะเราสังเกตจากการไปทำงานวันแรกของเรา พี่ที่ทำตำแหน่งเดียวกันแต่เป็นรุ่นพี่ให้เค้าไปเอาน้ำที่สั่งไว้ค่ะ แต่เค้าติดสอนงานเราเลยไปเอาช้า และก็ลืมไปเอาค่ะเพราะต้องสอนงานเราและทำงานตนเอง และพี่คนนึงเค้าก็พูดอีกรอบบอกว่าน้ำคงละลายแล้วมั้ง พี่เค้าก็พูดติดตลกว่าลืมเลย เดี๋ยวไปเอาให้ นั่นล่ะค่ะ คือเราพอจะรู้ชะตาตัวเองเลย เพราะตอนพี่สอนงานถามอายุของเรา และเราก็ถามกลับเราก็แบบ แสดงว่าพี่เด็กสุดในนี้เลยซิ เราก็แบบ โอ้ยต่อไปหนูเด็กสุดในนี้แล้ว พี่เค้าบอกถ้าเราทำตัวน่ารักๆพี่เค้าก็ไม่อะไรหรอก ตอนนั้นเราก็เอ๊ะอยู่นะ แต่ไม่ได้ถามอะไรต่อ ด้วยเหตุผลทั้งหมดเราก็นอนคิดทั้งคืน เห้ยนี่เราจะออกไม่ได้ จะไปทำงานแค่วันเดียวไม่ได้ อีกใจก็คิดว่า เห้ยแต่ถ้าอยู่จะต้องตกอยู่ในสภาพแบบนั้นเราก็ว่ามันไม่ใช่ ในหัวตีกันแบบนี้ค่ะ และในที่สุดเราก็ไม่ได้ไปทำงานอีกเลย เราทำงานวันเดียวออกค่ะประวัติศาสตร์แห่งช่วงชีวิตการทำงาน วันที่สองเราก็โทรหาผจก.และบแกเค้าว่าไม่ไปทำงานแล้ว เค้าถามเหตุผลค่ะ เราก็บอกไปแค่เพราะเรื่องการเดินทางเท่านั้น

หลังจากนั้นต้นเดือนที่3แห่งการว่างงานของเรา เชื่อมั่นคะ เรานอนไม่หลับนอนคิดทุกคืนว่าเหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเพราะตัวเราไม่อดทนหรือเพราะอะไรที่ทำให้เรามาเจออะไรแบบนี้ เราคิดแค่ว่าทำไมตอนนั้นไม่ทนงาน ทำไมต้องออก เราคิดแบบนี้ตั้งแต่เราได้งานที่ทำ2เดือนค่ะ และก็งาน1วันด้วย เราโทษตัวเองค่ะ ด้วยความที่เราเครียดด้วย เพราะที่เราว่างงานมาเงินเริ่มจะหมดค่ะ ขนาดประหยัดมากๆยังเหลือน้อยเพราะไม่มีรายรับค่ะ จากที่เคยช่วยครอบครัวต่อเดือน พอเราว่างงานก็ไม่ได้ช่วย เราเครียดมากค่ะ เครียดที่ต้องมานั่งรองาน เราสมัครงานในเว็บหลายที่แต่ไม่มีที่ไหนติดต่อมา  ตอนนี้ความมั่นใจเราเป็นศูนย์ มันเครียดจริงๆนะคะ พ่อกับแม่เราก็เริ่มเป็นห่วงเพราะมีช่วงนึงที่เราปล่อยตัว นอนดึกตื่นสาย กุกอยู่แต่ในห้อง เรานั่งคิดแบบเริ่มท้อค่ะเราไม่สมัครงานหรือทำอะไรค่ะ อยูาไปวันๆแบบคนไร้ค่า ไม่มีเงิน ต้องกินแบบประหยัด อยากกินอะไรต้องอดค่ะ เราท้อใจ และความท้อนั้นเราก็อยู่แบบนี้ค่ะ ทำตัวเองไปเรื่อยๆ เวลามันผ่านไปเร็วมาก แปปๆผ่านไปวันนึง เราไม่ได้แะไรเลยค่ะ รู้สึกไร้ค่าจริงๆ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่