Parallel มิติมรณะ ตอนที่3 ป่าปิศาจ(1)

โลแกนนำทีมสำรวจวิ่งตรงไปเรื่อยๆเพื่อที่จะหนีให้ห่างจากงูยักษ์ที่กำลังเลื้อยลงมากจากต้นไม้ เนื่องจากอากาศที่ทำให้การหายใจของพวกเขาไม่ปกติทำให้วิ่งช้าลงเพราะหายใจไม่ทัน ทีมนักสำรวจหยุดวิ่งและพักหายใจในขณะเดียวกันดวงตาสีแดงคู่นั้นก็กำลังเลื้อยมาหาพวกเขาอย่างช้าๆ

"ทำไมถึงเหนื่อยง่ายแบบนี้ละพึ่งจะวิ่งออกมาได้แค่แปปเดียวเอง"  แองเจิ้ล ถามขึ้นพร้อมกับเสียงที่หอบและหมดแรง

"พวกเราเหนื่อยง่ายแบบนี้ก็เป็นเรื่องปกตินะแต่พวกคุณเป็นทหารไม่ใช่หรอเหนื่อยเร็วไปรึเปล่าเนี้ย"  เจมส์พูดขึ้นพร้อมมองกลับไปที่แองเจิ้ล

"นั้นแหละปํญหาปกติฉันวิ่งได้นานกว่านี้นะรู้สึกว่าอากาศมันแปลกๆตั้งแต่ตื่นขึ้นมาแล้ว" แองเจิ้ลพูดออกมาพร้อมกับเสียงที่หมดแรง

"น่าจะเป็นเพราะป่านี้มีการคายคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาในปริมาณที่เข้มข้นกว่าปกติมาก"  เอมิลี่ พูดขึ้นมา

"จะอะไรก็ช่างไว้หนีจากไองูนั้นได้ก่อนค่อยมาว่ากันอีกที เอาไงต่อละคุณทหารตอนนี้ฉันจะเป็นลมอยู่แล้วนะอากาศมันเหมือนกำลังจะหมด"  เจมส์พูดขึ้นด้วยสีหน้าและเสียงที่ใกล้จะเป็นลมเต็มที

"ช่วยไม่ได้ดูเหมือนเราจะต้องจัดการกับมันแล้ว" โลแกนพูดขึ้นพร้อมสั่งให้ลูกน้องเตรียมพร้อมยิงเจ้าสิ่งที่กำลังเลื้อยมาหาพวกเขา ปืนM4A1 จำนวน6กระบอกกำลังเล็งไปที่ดวงตาสีแดงคู่นั้น ไฟฉายจากปืนส่องไปที่งูยักษ์ตัวนั้นเผยให้เห็นใบหน้าที่แสนน่ากลัวของมันมันอ้าปากพร้อมกับฟันอันแหลมคมนับไม่ถ้วนในปากและเปล่งเสียงที่แสบแก้วหูออกมา ทุกคนย่อตัวลงเอามือปิดหูและหลับตาเนื่องจากเสียงที่ดังในขณะเดียวกับเสียงปืนก็ดังขึ้น โลแกนและลูกน้องของเขาสาดกระสุนไปที่เจ้าอสรูกายยักษ์และดูเหมือนว่ามันจะได้ผลงูยักษ์ตัวนั้นได้หันหน้าของมันกลับและเลื้อยหายไปในความมืด โลแกนเห็นดังนั้นเลยสั่งให้ลูกน้องหยุดยิงและรีบเดินออกมาจากพื้นที่ ทีมสำรวจเดินได้มาสักระยะนึงเจมส์และฮิลก็ล้มลงแต่ยังมีสติอยู่อีวานรีบวิ่งเข้ามาดูอาการของทั้งสอง

"เขาหมดแรงเนื่องจากขาดออกซิเจนต้องรีบพาไปหาที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์" หมออีวานบอกกับทุกคนด้วยน้ำเสียงที่หมดแรง

"ถ้าเราปีนขึ้นต้นไม้ละขึ้นไปให้สุดยอดเลยน่าจะมีอากาศบริสุทธิ์กว่านะ" โชอิจิพูดขึ้นมาหลังได้ยินสิ่งที่อีวานบอก

"คงต้องทำแบบนั้นถ้าขึ้นไปข้างบนแล้วยังหายใจไม่ออกพวกเราก็คงต้องตายกันหมดเพราะขาดอากาศในป่าแห่งนี้" โลแกนกล่าวพร้อมกับแบกร่างของเจมส์และให้เคนแบกร่างของดร.ฮิลขึ้นไปบนต้นไม้  คนอื่นๆก็ต่างปีนต้นไม้ที่อยู่ใกล้ๆทุกคนใช้เวลาปีนกันสักพักก็ขึ้นไปถึงยอดของต้นไม้การหายใจของพวกเขาค่อยๆดีขึ้นดร.ฮิลและเจมส์เริ่มมีแรงพอที่จะช่วยตัวเองได้แล้ว

"มันได้ผลข้างบนนี้ยังมีอากาศให้หายใจ" โชอิจิพูดด้วยน้ำเสียงที่ผ่อนคลายและดูเหมือนคนอื่นๆเองก็รู้สึกแบบเดียวกันกับเขา  โลแกนหยิบกล้องส่องทางไกลที่สามารถส่องได้ในตอนกลางคืนออกมาเพื่อสำรวจโดยรอบ เขาพบแต่พื้นที่ที่มีแต่ต้นไม้ที่มีกิ่งก้านขนาดใหญ่พอที่จะเป็นทางเดินได้เชื่อมต่อกันเต็มไปหมด
"เฮ้!!ดูนั่นตรงนั้นมีแหล่งน้ำด้วย" เคนที่อยู่ด้านหลังของโลแกนได้พูดขึ้นมาโลแกนได้ยินดังนั้นเลยขอกล้องของเคนแล้วส่องดู  มันเป็นลำธารไม่กว้างมากนักและอีกฟากนึงของลำธารเป็นที่ที่ไม่มีต้นไม้ใหญ่มีแต่พุ่มไม้เล็กๆกระจัดกระจายอยู่ห่างออกไปจากจุดที่พวกโลแกนอยู่ไปพอสมควร โลแกนจึงหันไปบอกกับทุกคนว่า

"เจอแหล่งน้ำแล้วแต่เราต้องเดินย้อนกลับไปถ้าเริ่มเดินตอนนี้ก็อาจจะถึงเกือบๆเช้า"

"แล้วจะไปกันยังไงถ้าลงจากต้นไม้ก็หายใจไม่ออกแถมงูนั่นมันจะโผล่มากินเราตอนไหนก็ไม่รู้ฉันว่าเรารอเช้าแล้วค่อยไปกันดีกว่าไหมอย่างน้อยๆตอนเช้าเราก็สามารถหายใจข้างล่างได้ตอนนี้ทุกคนก็อ่อนเพลียมากแล้ว"   แซมพูดออกมาและดูเหมือนว่าทุกคนจะเห็นด้วยกับความเห็นของเขาโลแกนจึงอนุญาติให้ทุกคนได้พักกันแต่ยังไม่ทันที่ทุกคนจะถอดกระเป๋าเป้เสียงที่ดังแสบแก้วหูก็ได้ดังขึ้นมาอีกครั้ง!! ทุกคนหันไปตามทิศของเสียงที่ดังก็ได้พบกับดวงตาสีแดงคู่เดิมกำลังพุ่งตรงมาหาพวกเขาอย่างรวดเร็วแววตาและเสียงของมันแสดงได้ถึงความโกรธและหิวโหย โลแกนสั่งให้เคนวิ่งนำทางทุกคนไปยังลำธารโดยวิ่งไปตามกิ่งก้านของต้นไม้ที่เชื่อมกันส่วนเขา เดเนียล และแม็คจะคอยยิงสกัดถ่วงเวลางูยักษ์ไว้ก่อน สิ้นคำสั่งเคนตะโกนบอกให้ทุกคนวิ่งตามเขาไป  เสียงปืนดังขึ้นพร้อมกับเสียงคำรามที่น่ากลัวดูเหมือนครั้งนี้การยิงจะไม่ได้ผล  งูยักษ์ไม่มีวี่แววที่จะถอยเลยแต่กลับตรงมาทางพวกเขาเข้ามาเรื่อยๆโลแกนสั่งให้เดเนียลและแม๊คแยกออกไปคนละทางโลแกนวิ่งขึ้นไปบนยอดต้นไม้และสั่งให้กระหน่ำกระสุนไปที่งูยักษ์อีกครั้งโดยเล็งไปที่ดวงตาของมันซึ่งเป็นเป้าที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดมันอ้าปากกว้างแล้วเลื้อยไปมาเพื่อให้พวกโลแกนยิงโดนดวงตามันยากขึ้น โลแกนและลูกน้องยิงจนกระสุนหมดในขณะที่โลแกนกำลังเปลี่ยนแมกกาซีนใหม่

"บึ้ม!!!!" เสียงระเบิดดังขึ้นโลแกนเงยหน้ามองแสงจากระเบิดมาจากทางที่เดเนียลอยู่เดเนียลได้ขว้างระเบิดมือของเขาใส่ไปที่งูยักษ์แสงของระเบิดแยงเข้าตาของโลแกนทำให้เขาต้องเอามือมาบังหน้าแต่เขาก็ยังสามารถมองเห็นภาพที่งูยักษ์โดนระเบิดเข้าไปเต็มๆมันร้องเสียงดังกังวานด้วยความเจ็บปวดโลแกนเห็นโอกาสนี้จึงสั่งให้ทุกคนถอยและมุ่งหน้าไปยังลำธาร แต่ยังไม่ทันที่โลแกนกำลังหันหลังเพื่อวิ่งไปยังลำธาร  งูยักษ์ที่พึ่งโดนระเบิดก็คำรามด้วยเสียงที่ดังและโกรธอย่างที่สุดมันพุ่งตรงไปที่เดเนียลอย่างรวดเร็วอ้าปากกว้างและโชว์แผงพังผืดข้างๆปากของมันออกมามันกัดไปที่ศรีษะของเดเนียลและกระชากอย่างรุนแรงเลือดสดๆพุ่งออกมาจากคอของเขา

"เดเนียลลลลล!!!!"  โลแกนตะโกนสุดเสียงและกำลังจะเล็งปืนยิงไปที่เจ้างูยักษ์แต่แม็คห้ามเอาไว้และบอกให้โลแกนถอยก่อนเพราะตอนนี้เจ้างูยักษ์กำลังสนใจอยู่กับศพของเดเนียลที่ยืนหัวขาดเลือดท่วมนองเต็มพื้นอยู่มันหันกลับมาเขมือบส่วนที่เหลือของเดเนียลเข้าไปทั้งตัวมันคำรามและชูหัวขึ้นเพื่อที่จะแสดงให้พวกเขาเห็นว่าใครคือผู้ที่อยู่บนสุดของห่วงโซ่อาหาร  แม็คและโลแกนถอยและมุ่งหน้าไปยังลำธารเคนและคนอื่นๆที่มุ่งหน้ามาก่อนหลังจากที่พวกเขาเห็นว่าเสียงของการต่อสู้เงียบลงแล้วพวกเขาจึงเปลี่ยนจากการวิ่งเป็นการเดินแทนไม่นานนักโลแกนและแม็คก็ได้ตามพวกเขามาได้ทัน เควินสังเกตเห็นว่าเดเนียลหายไปจึงถามขึ้น

"เดเนียลหายไปไหน" โลแกนและแม็คได้แต่ก้มหน้าเศร้าและไม่พูดอะไรและเดินผ่านทีมสำรวจไปโดยที่มีสายตาของทุกคนมองตามไปที่พวกเขาทั้งสองและก็พอจะรู้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทุกคนต่างก็ทำหน้าที่เศร้าเสียใจและก็ช๊อคในเวลาเดียวกัน

"บ้าจริง!!"เควินซึ่งเขาสนิทกับเดเนียลมากที่สุดพูดออกมาพร้อมน้ำตาที่ไหลออกมานองสองแก้มของเขา แองเจิ้ลเดินมากอดคอของเขาด้วยสีหน้าที่ทั้งช๊อคทั้งเสียใจและเดินหน้าต่อ

"แล้วงูนั่นละเป็นยังไงฉันได้ยินเสียงระเบิดก่อนที่จะได้ยินเสียงมันคำรามและเงียบไป" เคนถามไปยังโลแกนที่เดินนำขบวน

"มันกำลังเจ็บหนักเพราะแรงระเบิดคงจะถ่วงเวลาได้สักพักแต่อีกไม่นานมันต้องกลับมาแน่ก่อนที่มันจะกลับมาเรารีบไปที่ลำธารให้เร็วที่สุดดีกว่า"  เคนตอบด้วยน้ำเสียงที่มุ่งมั่นแต่ก็แฝงไปด้วยความเศร้าและความแค้น

"โดนระเบิดไปเต็มๆขนาดนั้นยังไม่เป็นไรอีกหรองูบ้าอะไรทั้งใหญ่ทั้งเร็วแถมยังอึดทนนาน" เจมส์พูดขึ้น

"เท่าที่เห็นมันมีเกร็ดที่หนามากๆยิงไม่เข้านอกจากยิงเข้าไปในปากของมันหรือยิงที่ตาตอนนี้ตาซ้ายของมันเจ็บหนักน่าจะบอดเลยก็ว่าได้เพราะโดนระเบิดไปเต็มๆ" แม็คตอบกลับไปที่เจมส์ที่กำลังสงสัย

"ที่น่าสงสัยก็คือดูมันจะไม่มีปัญหากับอากาศที่เต็มไปด้วยคาร์บอนไดออกไซด์เลยนะมันเคลื่อนไหวข้างล่างต้นไม้ได้แบบชิวๆเลย" โลแกนกล่าวขึ้น

"จากสมมุติฐานของผมผมว่าเจ้างูตัวนี้น่าจะใช้คาร์บอนไดออกไซด์เป็นอากาศหายใจ ดูจากขนาดตัวของมันแล้วเป็นไปไม่ได้ที่จะหายใจและเคลื่อนที่ได้เร็วโดยที่มีออกซิเจนที่เบาบางขนาดนั้น"  โชอิจิพูดขึ้น

"ก็เป็นไปได้สูงนะจากสมมุติฐานของคุณการที่มันไม่โผล่มาในตอนกลางวันเนื่องจากต้นไม้จะคายออกซิเจนออกมามากต้นไม้ที่นี้มีการคายก๊าซออกมาที่เข้มข้นกว่าปกติหลายเท่าเลย ไม่แน่นะว่าบางทีตาของมันอาจจะแพ้แสงด้วยก็ได้" เอมิลี่พูดขึ้นหลังจากได้ยินสมมุติฐานของโชอิจิ

"ถ้ามันเป็นอย่างที่เธอพูดจริงๆงั้นเราก็มีวิธีรับมือกับมันแล้วเพราะเรามีไฟฉายแรงสูงอยู่ แต่ยังไงซะการรอถึงเช้าก็จะปลอดภัยที่สุดละนะ" แม็คพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ผ่อนคลายลงเล็กน้อย  ทีมนักสำรวจเดินกันมาได้สักระยะนึงโลแกนก็ได้กระซิบบอกกับพวกแซมว่า

"ที่จริงก็ไม่อยากจะบอกเท่าไรนะแต่พวกคุณรู้ไว้ก็น่าจะดีกว่า เรากำลังโดนบางสิ่งตามอยู่ อย่าแตกตื่นเดินไปตามปกติ" ทุกคนได้ยินดังนั้นเลยพยายามที่จะสังเกตสิ่งที่ผิดปกติรอบๆตัว มีเสียงของบางสิ่งเดินอยู่รอบๆตัวพวกเขาทั้งบนกิ่งไม้และบนพื้นดินแต่เสียงอยู่ค่อนข้างห่าง

"มันตามพวกเรามาสักพักแล้วหลังจากที่เราหนีมาจากโบอาไม่นาน" โลแกนพูดขึ้น

"โบอา??หมายถึงเจ้างูยักษ์นั่นน่ะหรอนี้นายยังมีเวลาตั้งชื่อให้ด้วยหรอเนี้ยแสดงว่าไอสิ่งที่กำลังตามเรามาไม่ใช่โบอาสินะ"  เจมส์กระซิบตอบกลับไปยังโลแกน

"เราทำอะไรได้บ้างไหมนอกจากเดินเฉยๆมันอาจจะกำลังต้อนเราอยู่ก็ได้นะ" เอมิลี่กระซิบบอกด้วยความกังวล

"เรายังไม่รู้ว่ามันคืออะไรหากทำอะไรสุ่มสี่สุ่มห้าพวกมันที่เหลืออาจจะเข้ามาจู่โจมเราได้" เคนกระซิบตอบไปยังเอมิลี่

"ไม่ทำอะไรเลยก็เสี่ยงโดนกินเหมือนกันผมได้เสียงพวกมันเดินอยู่ด้านหลังเราด้วยต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อไล่มัน" เควินกระซิบบอก

"ดูท่ามันกำลังต้อนเราจริงๆผมเดินเลี่ยงๆพวกมันมาตอนนี้เราออกห่างจากลำธารมาหน่อยนึงแล้ว"โลแกนพูดด้วยความกังวลและเขาก็คิดที่จะไล่เจ้าสิ่งที่กำลังตามพวกเขาอยู่ให้ไปพ้นๆในขณะที่เขากำลังเดินคิดว่าจะไล่เจ้าสิ่งนี้ไปได้อย่างไรโลแกนก็ได้ชูมือขึ้นเล็กน้อยเพื่อสั่งให้หยุดเดิน

"เราโดนมันล้อมแล้วละผมได้ยินเสียงมันเดินมาจากข้างหน้า"โลแกนพูดขึ้นพร้อมกับเล็งปืนไปด้านหน้าและสั่งให้ลูกน้องเล็งปืนไปรอบๆบริเวณที่ได้ยินเสียงของเจ้าสิ่งที่ตามพวกเขามา กล้องNight Visionที่ติดตั้งอยู่ที่ปืนของพวกเขาแสดงให้เห็นถึงสิ่งที่กำลังเดินมาหาพวกเขาอย่างช้าๆ

"เวรละตัวอะไรวะเนี้ย"โลแกนอุทานขึ้นเพราะกำลังตกใจกับสิ่งที่เห็นผ่านกล้องNight Vision มันเป็นสิ่งมีชีวิตสี่ขาที่ไม่มีนิ้วเท้าสูง1.5เมตรยาว2เมตรหน้าของมันเป็นทรงรูปว่าวมีเขาแหลมคล้ายกวางมีสิ่งที่คล้ายดวงตาสีขาวควันบุหรี่แต่ไม่มีลูกตาอยู่ตรงกลางใบหน้า มีขนอ่อนๆขึ้นบริเวณหลังมีหางที่ดูเหมือนกับหนวดแยกออกมาหลายๆเส้น
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่