คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 6
เคสของคุณมันไม่เข้าเรื่องการเลิกจ้างครับ มันเข้าเรื่องของการ "จ้างออก" จริงอยู่ว่าจ้างออกนั้นไม่มีบทบัญญัติในมาตราของกฎหมาย แต่ในแนวปฎิบัติคือ นายจ้างต้องการที่จะเลิกจ้าง แต่ไม่อยากทำเป็นเลิกจ้างจึงเสนอเงินหรือสิ่งตอบแทนให้ไม่น้อยกว่าที่กฎหมายกำหนด แล้วให้ลูกจ้างทำหนังสือลาออกมาแลก เพื่อป้องกันลูกจ้างไปฟ้องเลิกจ้างไม่เป็นธรรมในภายหลัง ดังนั้น กรณีที่เกิดขึ้นนี้ ในนิยามของกฎหมายจึงเท่ากับเป็นการลาออก เมื่อเป็นการลาออก...จึงเป็นการสละสิทธิเรียกร้องเงินได้เงินชดเชย เงินบอกกล่าวจากนายจ้าง ดังนั้นแล้ว กรณีนี้ไปฟ้องนายจ้างเรื่องเลิกจ้างไม่เป็นธรรมไม่ได้
ส่วนเรื่องที่นายจางจ่ายให้สูงกว่าที่กฎหมายกำหนดนั้น โดยทั่วไปการจ้างออกจะจ่ายสูงกว่ากฎหมายอยู่แล้ว เนื่องจากเงินที่จ่ายให้ลูกจ้างนั้น ไม่ได้จ่ายเป็นเงินชดเชยตามมาตรา 118 แต่จ่ายให้เป็นเงินได้อื่น เช่นเดียวกับเงินเดือนหรือโบนัส ดังนั้น ลูกจ้างจึงเสียสิทธิการงดเว้นภาษีกรณีเงินได้ออกจากงานครับ จึงต้องให้สูงกว่ากฎหมายกำหนดเพื่อชดเชยภาษีที่ต้องเสียไปครับ
แต่เอาจริงๆ เคสนี้อายุงาน 1 ปี 1 เดือน ได้มา 6 เดือนกว่าถือว่าคุ้มมากครับ เพราะต่อให้ฟ้องค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมในมาตรา 49 ท่านก็ได้เงินค่าเสียหายไม่มากเท่านี้หรอกครับ ดังนั้นต่อให้ฟ้องได้ ก็ไม่คุ้มฟ้องครับ
ส่วนเรื่องที่นายจางจ่ายให้สูงกว่าที่กฎหมายกำหนดนั้น โดยทั่วไปการจ้างออกจะจ่ายสูงกว่ากฎหมายอยู่แล้ว เนื่องจากเงินที่จ่ายให้ลูกจ้างนั้น ไม่ได้จ่ายเป็นเงินชดเชยตามมาตรา 118 แต่จ่ายให้เป็นเงินได้อื่น เช่นเดียวกับเงินเดือนหรือโบนัส ดังนั้น ลูกจ้างจึงเสียสิทธิการงดเว้นภาษีกรณีเงินได้ออกจากงานครับ จึงต้องให้สูงกว่ากฎหมายกำหนดเพื่อชดเชยภาษีที่ต้องเสียไปครับ
แต่เอาจริงๆ เคสนี้อายุงาน 1 ปี 1 เดือน ได้มา 6 เดือนกว่าถือว่าคุ้มมากครับ เพราะต่อให้ฟ้องค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมในมาตรา 49 ท่านก็ได้เงินค่าเสียหายไม่มากเท่านี้หรอกครับ ดังนั้นต่อให้ฟ้องได้ ก็ไม่คุ้มฟ้องครับ
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
กฎหมายแรงงาน
กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
ทรัพยากรบุคคล
พนักงานประจำ
ร้องทุกข์
ขอสอบถามแนวทางการฟ้องนายจ้าง โดนเลิกจ้างมาครับ
มี timeline ดังนี้ครับ
07/08/2561
ช่วง 11 โมง ฝ่ายบุคคลส่งอีเมล์แจ้งด่วนว่าจะมีการประชุมพนักงาน
13.00 รองประธาน ได้กล่าวในที่ประชุมว่าจะมีการปรับโครงสร้างการบริหารงานของโรงงาน โดยจะมีการยุบและรวมแผนก บางแผนกเข้าด้วยกัน ทำให้มีพนักงานบางส่วนที่ต้องโอนย้ายตำแหน่ง และบางส่วนต้องถูกเลิกจ้าง
14.00 ฝ่ายบุคคลโทรเข้าโต๊ะทำงานผม เรียกเข้าพบ โดยผู้อำนวยการฝ่ายบุคคล เป็นคนชี้แจงกับผมว่า เนื่องจากการปรับโครงสร้างครั้งนี้ทำให้ตำแหน่งผมที่โรงงานนี้ถูกยุบไป บริษัทจึงต้องเลิกจ้างผม ครับ
โดยบริษัทได้ยื่นข้อเสนอให้ผมแลกกับการให้ผมลาออก (เซนใบลาออกเอง) ดังนี้ครับ
ค่าจ้างเดือนสิงหาคม คิดวันที่ 1 - 7
เงินช่วยเหลือพิเศษ รวมแล้ว คิดเป็นเงินเดือนประมาณ 6.75 เดือนครับ
ในห้องนั้นมีผมกับผู้อำนวยการฝ่ายบุคคล สองคนเท่านั้น และเขาให้ผมเซนใบลาออก (ผมเซนใบลาออกตามที่เขาแจ้งมาคับ)
หลังจากกลับที่ห้องพัก ผมมาคิดดูว่าเหตุผลแค่นี้มันทำให้เขาสามารถเลิกจ้างผมได้โดยชอบตามกฎหมาย เลยเหรอครับ
คืออ้างว่าปรับโครงสร้างการบริหารจัดการ เลยทำให้ต้องเลิกจ้างผม
ทั้งที่บริษัทประกาศรับพนักงานฝ่ายผลิตเพิ่มอีกประมาณ 2 พันคน
แล้วแบบนี้ถ้าต่อไปในอนาคต เขาทำอีกกับน้อง ๆ หลาย ๆ คนที่ทำงานอยู่อีกล่ะ
คำถามครับ
1.ผมสามารถฟ้องนายจ้างในแง่ประเด็น การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมได้ไหมครับ
2. และการฟ้องศาลแรงงานต้องฟ้องที่ไหนครับ (โรงงานอยู่ภาคเหนือครับแต่ตัวผมพักอาศัยที่กรุงเทพ) ผมสามารถฟ้องที่ศาลแรงงานกลาง พระรามสี่ได้ไหม หรือต้องฟ้องที่ศาลแรงงานในพื้นที่ ที่โรงงานตั้งอยู่
ขอบคุณครับ
*************************************
เพิ่มเติมข้อมูลนะครับ
ในการเลิกจ้างครั้งนี้มีผู้ได้รับผลกระทบ 281 คน จากสองโรงงานครับ
โดยมีตั้งแต่ พนักงาน, หัวหน้างาน, ผู้จัดการ, ผู้จัดการอาวุโส ครับ
ส่วนตัวผม ผลการประเมินการทำงานปีที่ผ่านมาคือ 2.7/5
และไม่เคยมีประวัติถูกใบเตือน ใด ๆ ครับ
************************************
ขอบคุณทกท่านที่ให้ความเห็นนะครับ
ผมพอจะได้แนวทางตัดสินใจแล้วครับ
ขอบคุณครับ