ผมได้พยาบาลที่หนึ่งครับ นิสัยผมไม่ค่อยจะโอเค ตอนเเรกผมก็อยากเรียนนะครับเเต่รู้สึกตอนนี้ไม่อยากเเล้ว เพราะว่านิสัยไม่เหมาะ ขี้อาย ขี้กลัว
เเล้วเครียดติดมาไม่คิดว่าจะติด ไม่อยากไปอยู่หอ ติดบ้านมากๆ ตอนนี้คือเศร้ามาก เครียดตลอดทุกวินาทีตื่นมาก็เครียดวันนี้ก็นั่งคุยกับพ่อเเม่เเล้ว
พ่อเเม่ก็ตอนเเรกเหมือนจะยอมเเต่ตอนหลังๆเขาบอกว่าถ้าซิ่วไปเรียนคณะวิทย์ก็เดี้ยวยากอีก เเคล ฟิสิกส์ผมก็ไม่ได้ ผมกลัวเเบบสังคมผญมาก
เราคุยไม่เก่งเลย เราอายด้วยซ้ำนะพอถึงเวลาจริงๆลองไปสถานที่ดูเเล้ว เราอยากจะเรียนใกล้บ้านในคณะที่พอเรียนได้ ถึงเเม้ความคิดดูเด็กเเต่ไม่อยากจากบ้านจากพ่อเเม่ไปเลย เราไม่สบายใจ ไม่มีความสุข
พ่อให้เราไปจ่ายเงินค่าร่างกายเเล้วเกือบพัน ถ้าไม่เรียนก็คงโดนคนอื่นว่าญาติ เพื่อน ว่าเลือกไปทำไมไม่เรียนพอถึงจริงๆเเล้วเราว่าไม่ใช่ เรากลัวสังคม กลัวเลือด กลัวเข็มด้วย เเล้วเราเครียดง่าย
เราเป็นคนขี้เเยมาก ตอนป.3 เราร้องไห้อยากกลับบ้านหาเเม่ ตอนกลางวันเเม่ไปรับเราเเทบทุกอาทิตย์ ตอนม.1เราเข้าไปเรียนรร.เดินเรียนเราเข้าสังคมไม่ได้นั่งกินข้าวคนเดียวเราก็กลับบ้านเเม่ก็ให้กำลังใจกอดเรา เรากระโดดหอตอนเข้าค่ายเราขาสั่นมากเเบบกลัวจนเพื่อนที่รับบอกใจเย็นๆไม่เป็นไร ยิงปืนเราก็เเย่เรากลัว โชคดีที่ครูฝึกใจดีจับช่วยเรายิง มือเราสั่นตลอด เราจำได้ป.6 เรากลัวเราเดินไม้บนกระดานทรงตัวขาสั่นจนเพื่อนๆหัวเราะ ผูกเงื่อนเราก็มือสั่นจนครูบอกไม่ต้องกลัว เรากลัวขนาดนี้พ่อเราจ่ายตังค์ค่าตรวจร่างกายไปเเล้วด้วยเราเปลี่ยนอาชีพดีไหม เราก็มีเหตุผลพอประมาณเราขี้กลัวมากเราฝึกงานจริงคงมือสั่น ฉีดยา เจาะเลือดเราคงไม่กล้า เพราะล่าสุดครูคณิตคนหนึ่งชอบพูดเเรงเราออกไปพูดหน้าห้องเราพูดมือสั่นเขาก็บอกว่าหยุดสั่น เราก็หยุดไม่ได้มีเพื่อนมันช่วยเราพูดมันบอกเราเป็นเเบบนี้อยู่เเล้ว จริงๆเเล้วเรากลัวครู เเม่เราบอกว่าลองไปสัมดูก่อนไหมไม่เอาค่อยกลับ เราเป็นเเบบที่พูดเรามือสั่นขนาดเอามือมาเเบบตรวจเล็บมือเรายังสั่นยิ่งเราตื่นเต้นมือเราสั่นมาก
เราว่าไม่สามารถเป็นพยาบาลได้เพราะมือเราสั่นตลอดเวลาทำอะไรเเล้วมือไม่นิ่งเกิดความผิดพลาดได้ซึ่งเรากลัว ยิ่งเรากลัวก็ยิ่งสั่น
เเต่วิชาที่เรียนเราโอเคกว่าคณะวิทย์ เราไม่ชอบเเคล ไม่ชอบฟิสิกส์
ไม่มีความสุขจะไปเรียนมหาลัย
เเล้วเครียดติดมาไม่คิดว่าจะติด ไม่อยากไปอยู่หอ ติดบ้านมากๆ ตอนนี้คือเศร้ามาก เครียดตลอดทุกวินาทีตื่นมาก็เครียดวันนี้ก็นั่งคุยกับพ่อเเม่เเล้ว
พ่อเเม่ก็ตอนเเรกเหมือนจะยอมเเต่ตอนหลังๆเขาบอกว่าถ้าซิ่วไปเรียนคณะวิทย์ก็เดี้ยวยากอีก เเคล ฟิสิกส์ผมก็ไม่ได้ ผมกลัวเเบบสังคมผญมาก
เราคุยไม่เก่งเลย เราอายด้วยซ้ำนะพอถึงเวลาจริงๆลองไปสถานที่ดูเเล้ว เราอยากจะเรียนใกล้บ้านในคณะที่พอเรียนได้ ถึงเเม้ความคิดดูเด็กเเต่ไม่อยากจากบ้านจากพ่อเเม่ไปเลย เราไม่สบายใจ ไม่มีความสุข
พ่อให้เราไปจ่ายเงินค่าร่างกายเเล้วเกือบพัน ถ้าไม่เรียนก็คงโดนคนอื่นว่าญาติ เพื่อน ว่าเลือกไปทำไมไม่เรียนพอถึงจริงๆเเล้วเราว่าไม่ใช่ เรากลัวสังคม กลัวเลือด กลัวเข็มด้วย เเล้วเราเครียดง่าย
เราเป็นคนขี้เเยมาก ตอนป.3 เราร้องไห้อยากกลับบ้านหาเเม่ ตอนกลางวันเเม่ไปรับเราเเทบทุกอาทิตย์ ตอนม.1เราเข้าไปเรียนรร.เดินเรียนเราเข้าสังคมไม่ได้นั่งกินข้าวคนเดียวเราก็กลับบ้านเเม่ก็ให้กำลังใจกอดเรา เรากระโดดหอตอนเข้าค่ายเราขาสั่นมากเเบบกลัวจนเพื่อนที่รับบอกใจเย็นๆไม่เป็นไร ยิงปืนเราก็เเย่เรากลัว โชคดีที่ครูฝึกใจดีจับช่วยเรายิง มือเราสั่นตลอด เราจำได้ป.6 เรากลัวเราเดินไม้บนกระดานทรงตัวขาสั่นจนเพื่อนๆหัวเราะ ผูกเงื่อนเราก็มือสั่นจนครูบอกไม่ต้องกลัว เรากลัวขนาดนี้พ่อเราจ่ายตังค์ค่าตรวจร่างกายไปเเล้วด้วยเราเปลี่ยนอาชีพดีไหม เราก็มีเหตุผลพอประมาณเราขี้กลัวมากเราฝึกงานจริงคงมือสั่น ฉีดยา เจาะเลือดเราคงไม่กล้า เพราะล่าสุดครูคณิตคนหนึ่งชอบพูดเเรงเราออกไปพูดหน้าห้องเราพูดมือสั่นเขาก็บอกว่าหยุดสั่น เราก็หยุดไม่ได้มีเพื่อนมันช่วยเราพูดมันบอกเราเป็นเเบบนี้อยู่เเล้ว จริงๆเเล้วเรากลัวครู เเม่เราบอกว่าลองไปสัมดูก่อนไหมไม่เอาค่อยกลับ เราเป็นเเบบที่พูดเรามือสั่นขนาดเอามือมาเเบบตรวจเล็บมือเรายังสั่นยิ่งเราตื่นเต้นมือเราสั่นมาก
เราว่าไม่สามารถเป็นพยาบาลได้เพราะมือเราสั่นตลอดเวลาทำอะไรเเล้วมือไม่นิ่งเกิดความผิดพลาดได้ซึ่งเรากลัว ยิ่งเรากลัวก็ยิ่งสั่น
เเต่วิชาที่เรียนเราโอเคกว่าคณะวิทย์ เราไม่ชอบเเคล ไม่ชอบฟิสิกส์