โดยส่วนตัวเป็น ผญ. นักกีฬาตั้งแต่วัยประถมฯ มัธยมฯ และมหาลัย จนย่างเข้าสู่วัยทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือนทั่วๆ ไปคนนึง
พอเข้าสู่วัยทำงานก็ห่างหายจากการออกกำลังกายมาเป็นระยะเวลานาน ได้แต่กิน นอน เที่ยว ชีวิตวนลูปอยู่แบบนี้เรื่อยๆ
จนร่างกายเข้าข่าย “ออฟฟิศซินโดรม” โรคยอดฮิตของคนทำงาน
"ออฟฟิศซินโดรม (office syndrome)" เป็นกลุ่มอาการที่เกิดขึ้นกับคนที่ทำงานในออฟฟิศ เนื่องจากลักษณะงานที่ต้องนั่ง
หน้าคอมพิวเตอร์หรือทำงานอย่างใดอย่างหนึ่งด้วยท่าทางซ้ำๆ ต่อเนื่องเป็นเวลานาน จนอาจส่งผลให้เกิดโรคและอาการผิดปกติ
ในระบบต่างๆ ของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ ระบบการย่อยอาหารและการดูดซึม ระบบหัวใจและหลอดเลือด
ระบบฮอร์โมน นัยน์ตาและการมองเห็น
เราใช้ร่างกายแลกกับการทำงานไปเยอะ จนถึงเวลาแล้วหรือยัง??? ที่ต้องหันกลับมาซ่อมและดูแลสุขภาพกันอย่างจริงจัง
ไม่ว่าจะเป็นการพักผ่อนให้เพียงพอ หาอาหารที่ดีให้กับร่างกายและอาหารสมอง จนกระทั่งการออกกำลัง วิธีเหล่านี้ทำให้สุขภาพดี
และมีชีวิตที่ยืนยาว จขกท. ได้ออกกำลังกายมาเป็นระยะเวลานึงแล้ว นับๆ เกือบ 3 ปีย้อนหลังจนถึงปัจจุบัน โดยตั้งเป้าหมายไว้
อย่างน้อย 4 วัน / สัปดาห์ ไม่ว่าจะเป็นการเข้าฟิตเนส หรือออกกำลังกายกลางแจ้งที่สนามกีฬา ทั้ง Cardio และ Weight Training
สลับกัน วิ่งแต่ละครั้งอย่างน้อย 1 hr. ระยะทาง 7-8 km.
ก่อนหน้านี้รู้จักกับว่าออกกำลังกายแบบ Hiit มาสักระยะนึงแล้ว แต่ไม่ได้สนใจอะไรมากมาย จนหันมาสนใจคำนี้อย่างจริงจัง
เมื่อบังเอิญไปเปิดยูทูปเจอคลิปการสอนของคุณเมจิ ที่เป็นดาราเข้าไป ก็ได้ทำการศึกษาวิธีการเล่นทั้งในยูทูปของคุณเมจิ
และในพันทิปบางกระทู้อธิบายไว้อย่างดีมาก สูตรการเล่นก็ได้ลองผิดลองถูกแล้ว เพื่อหาสิ่งที่เข้ากับตัวเองดีที่สุด
*สูตร 8 : 12 วินาที ได้รับการทดสอบแล้วจากมหาวิทยาลัยในออสเตรเลียว่า ได้ผลที่สุด
*สูตร 1 : 2 คือ วิ่งเร็ว 15 วินาที สลับกับการวิ่งเหยาะ ๆ 30 วินาที ไปเรื่อย ๆ จนครบ 20 นาที
* สูตร 1 : 3 คือ วิ่งเร็ว 15 วินาที สลับกับการวิ่งเหยาะ ๆ 45 วินาที ไปเรื่อย ๆ จนครบ 20 นาที
* สูตร 1 : 1 คือ วิ่งเร็ว 30 วินาที สลับกับการวิ่งเหยาะ ๆ 30 วินาที ไปเรื่อย ๆ จนครบ 20 นาที
สรุปสิ่งที่เข้ากับตัวเอง และที่ร่างกายรับได้คือสูตร 1:1 กับลู่วิ่งไฟฟ้าในฟิตเนสค่ะ เริ่มเล่นมา 1 อาทิตย์แล้ว คือภายใน 7 วัน
ทำ Hiit 3 ครั้ง / สัปดาห์ คือ จันทร์ พุธ ศุกร์ โดยจะเริ่มจะ
1. Warm up 5 นาที
2. Hiit 20 นาที
(แบบสูตรใดสูตรนึงแล้วแต่ความเหมาะสมของแต่ละคน แต่ของจขกท. จากการลองมาแล้วหลายสูตร มาลงเอยที่สูตร 1:1)
(วิ่ง Speed เร็วสุดระดับ 13 สูงสุดของลู่วิ่ง และปรับลดลงมาเหลือระดับ 5 ทำหมุนเวียนไปเรื่อยๆ จนครบ 20 นาที)
3. Cool Down 5 นาที
พอเอาเข้าจริงๆ 3 วัน / สัปดาห์ก็ยังมากไปสำหรับจขกท. เลยปรับลดเหลือแค่ 2 วัน / สัปดาห์ คือ จันทร์ และ พฤหัสบดี
ขณะวิ่งร่างกายรับได้ไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ไม่มีอาการหน้ามืดเป็นลม แต่มีใจเต้นรัว ได้เหงื่อเหมือนอาบน้ำ ซึ่งเป็นปกติของการทำ Hiit
แต่พอกลับมาถึงบ้าน ถึงเวลานอนร่างกายนอนไม่หลับ ตื่นตัวตลอดเวลา ใจเต้นปุ๊บๆๆ แม้แต่ตอนตื่นนอนตอนเช้าก็ยังใจเต้นอยู่
นี่คือผลอาฟเตอร์เอฟเฟคต่างๆ ที่เกิดขึ้นตามมา มันก็จะเป็นเสมือนการหลอกร่างกาย ย่อมมีผลข้างเคียงหากทำอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ
ดังนั้น การออกกำลังกายแบบ Hiit ควรศึกษาข้อมูลและรู้ถึงขีดจำกัดของตัวเอง เพราะการทำ Hiit เหมาะกับคนที่มีร่างกายแข็งแรง
และออกกำลังกายมาเป็นระยะเวลานึงแล้ว ควรทำอย่างน้อย 2-3 วัน / สัปดาห์ อย่าฝืนมากจนเกินไปไม่นั้นร่างกายอาจจะพังได้ค่ะ
...นี่คือประสบการณ์ส่วนตัวของ จขกท. ที่เล่าสู่กันฟังค่ะ
หากท่านใดมีประสบการณ์หรืออยากแชร์ สามารถเล่าสู่กันฟังในกระทู้นี้ได้นะคะ
เมื่อใจอยากลองของ...ออกกำลังกาย แบบ hiit
พอเข้าสู่วัยทำงานก็ห่างหายจากการออกกำลังกายมาเป็นระยะเวลานาน ได้แต่กิน นอน เที่ยว ชีวิตวนลูปอยู่แบบนี้เรื่อยๆ
จนร่างกายเข้าข่าย “ออฟฟิศซินโดรม” โรคยอดฮิตของคนทำงาน
"ออฟฟิศซินโดรม (office syndrome)" เป็นกลุ่มอาการที่เกิดขึ้นกับคนที่ทำงานในออฟฟิศ เนื่องจากลักษณะงานที่ต้องนั่ง
หน้าคอมพิวเตอร์หรือทำงานอย่างใดอย่างหนึ่งด้วยท่าทางซ้ำๆ ต่อเนื่องเป็นเวลานาน จนอาจส่งผลให้เกิดโรคและอาการผิดปกติ
ในระบบต่างๆ ของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ ระบบการย่อยอาหารและการดูดซึม ระบบหัวใจและหลอดเลือด
ระบบฮอร์โมน นัยน์ตาและการมองเห็น
เราใช้ร่างกายแลกกับการทำงานไปเยอะ จนถึงเวลาแล้วหรือยัง??? ที่ต้องหันกลับมาซ่อมและดูแลสุขภาพกันอย่างจริงจัง
ไม่ว่าจะเป็นการพักผ่อนให้เพียงพอ หาอาหารที่ดีให้กับร่างกายและอาหารสมอง จนกระทั่งการออกกำลัง วิธีเหล่านี้ทำให้สุขภาพดี
และมีชีวิตที่ยืนยาว จขกท. ได้ออกกำลังกายมาเป็นระยะเวลานึงแล้ว นับๆ เกือบ 3 ปีย้อนหลังจนถึงปัจจุบัน โดยตั้งเป้าหมายไว้
อย่างน้อย 4 วัน / สัปดาห์ ไม่ว่าจะเป็นการเข้าฟิตเนส หรือออกกำลังกายกลางแจ้งที่สนามกีฬา ทั้ง Cardio และ Weight Training
สลับกัน วิ่งแต่ละครั้งอย่างน้อย 1 hr. ระยะทาง 7-8 km.
ก่อนหน้านี้รู้จักกับว่าออกกำลังกายแบบ Hiit มาสักระยะนึงแล้ว แต่ไม่ได้สนใจอะไรมากมาย จนหันมาสนใจคำนี้อย่างจริงจัง
เมื่อบังเอิญไปเปิดยูทูปเจอคลิปการสอนของคุณเมจิ ที่เป็นดาราเข้าไป ก็ได้ทำการศึกษาวิธีการเล่นทั้งในยูทูปของคุณเมจิ
และในพันทิปบางกระทู้อธิบายไว้อย่างดีมาก สูตรการเล่นก็ได้ลองผิดลองถูกแล้ว เพื่อหาสิ่งที่เข้ากับตัวเองดีที่สุด
*สูตร 8 : 12 วินาที ได้รับการทดสอบแล้วจากมหาวิทยาลัยในออสเตรเลียว่า ได้ผลที่สุด
*สูตร 1 : 2 คือ วิ่งเร็ว 15 วินาที สลับกับการวิ่งเหยาะ ๆ 30 วินาที ไปเรื่อย ๆ จนครบ 20 นาที
* สูตร 1 : 3 คือ วิ่งเร็ว 15 วินาที สลับกับการวิ่งเหยาะ ๆ 45 วินาที ไปเรื่อย ๆ จนครบ 20 นาที
* สูตร 1 : 1 คือ วิ่งเร็ว 30 วินาที สลับกับการวิ่งเหยาะ ๆ 30 วินาที ไปเรื่อย ๆ จนครบ 20 นาที
สรุปสิ่งที่เข้ากับตัวเอง และที่ร่างกายรับได้คือสูตร 1:1 กับลู่วิ่งไฟฟ้าในฟิตเนสค่ะ เริ่มเล่นมา 1 อาทิตย์แล้ว คือภายใน 7 วัน
ทำ Hiit 3 ครั้ง / สัปดาห์ คือ จันทร์ พุธ ศุกร์ โดยจะเริ่มจะ
1. Warm up 5 นาที
2. Hiit 20 นาที
(แบบสูตรใดสูตรนึงแล้วแต่ความเหมาะสมของแต่ละคน แต่ของจขกท. จากการลองมาแล้วหลายสูตร มาลงเอยที่สูตร 1:1)
(วิ่ง Speed เร็วสุดระดับ 13 สูงสุดของลู่วิ่ง และปรับลดลงมาเหลือระดับ 5 ทำหมุนเวียนไปเรื่อยๆ จนครบ 20 นาที)
3. Cool Down 5 นาที
พอเอาเข้าจริงๆ 3 วัน / สัปดาห์ก็ยังมากไปสำหรับจขกท. เลยปรับลดเหลือแค่ 2 วัน / สัปดาห์ คือ จันทร์ และ พฤหัสบดี
ขณะวิ่งร่างกายรับได้ไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ไม่มีอาการหน้ามืดเป็นลม แต่มีใจเต้นรัว ได้เหงื่อเหมือนอาบน้ำ ซึ่งเป็นปกติของการทำ Hiit
แต่พอกลับมาถึงบ้าน ถึงเวลานอนร่างกายนอนไม่หลับ ตื่นตัวตลอดเวลา ใจเต้นปุ๊บๆๆ แม้แต่ตอนตื่นนอนตอนเช้าก็ยังใจเต้นอยู่
นี่คือผลอาฟเตอร์เอฟเฟคต่างๆ ที่เกิดขึ้นตามมา มันก็จะเป็นเสมือนการหลอกร่างกาย ย่อมมีผลข้างเคียงหากทำอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ
ดังนั้น การออกกำลังกายแบบ Hiit ควรศึกษาข้อมูลและรู้ถึงขีดจำกัดของตัวเอง เพราะการทำ Hiit เหมาะกับคนที่มีร่างกายแข็งแรง
และออกกำลังกายมาเป็นระยะเวลานึงแล้ว ควรทำอย่างน้อย 2-3 วัน / สัปดาห์ อย่าฝืนมากจนเกินไปไม่นั้นร่างกายอาจจะพังได้ค่ะ
...นี่คือประสบการณ์ส่วนตัวของ จขกท. ที่เล่าสู่กันฟังค่ะ
หากท่านใดมีประสบการณ์หรืออยากแชร์ สามารถเล่าสู่กันฟังในกระทู้นี้ได้นะคะ