ตอนที่ผ่านมา
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
https://pantip.com/topic/37439083
https://pantip.com/topic/37439146
https://pantip.com/topic/37445741
https://pantip.com/topic/37458331
https://pantip.com/topic/37477513
https://pantip.com/topic/37501007
https://pantip.com/topic/37605790
https://pantip.com/topic/37664213
https://pantip.com/topic/37691029
https://pantip.com/topic/37698419
กีต้าร์ล่าวิญญาณ
เช้านี้มีอะไรทำมั่งนะ...ฟรังโก้งัดตัวเองขึ้นจากที่นอนมานั่งคิด เมลานีลุกไปนานแล้วเพราะมีเรียนจนถึงเย็น ส่วนเขาตามปกติ หลังดื่มกาแฟดำกับขนมปังปิ้งทาแยมเป็นมื้อเช้าแล้วก็จะอาบน้ำ เช็กอีเมล แล้วถึงเริ่มต้นเขียนหนังสือ
ถ้ามีเมลานีอยู่ด้วยยิ่งดี เพราะหล่อนมักมีเรื่องชวนคุยที่เขาเอามาต่อยอดในงานเขียนได้ นึกถึงคู่หมั้นสาวด้วยความทึ่ง เขาพบหล่อนเหมือนฟ้าประทานพร เมลานีเข้ามาได้จังหวะพอดี หล่อนเป็นคนรักที่วิเศษ ผู้หญิงที่ทั้งสวยเซ็กซี่และเฉลียวฉลาด เข้าอกเข้าใจงานเขียนของเขาแบบทะลุปรุโปร่ง หนำซ้ำบางทียังช่วยในยามที่เขาทึบตันนึกอะไรไม่ออก ผู้หญิงแบบนี้จะไปหาที่ไหนได้ นอกจากเมลานีคนเดียว
‘สัญลักษณ์ปีศาจ' เล่มสองกำลังรุดหน้า สัญญาว่าจะส่งไปให้บรรณาธิการก่อนสิ้นเดือนนี้ ซึ่งคิดว่าคงส่งทันแน่กับเวลาที่เหลืออีกตั้งครึ่งเดือน เพราะเหลือแค่บทสรุปไม่กี่บรรทัดก็จะเสร็จสมบูรณ์ ถ้าหนังสือเขียนเสร็จก็จะถึงคิวงานวิวาห์ของเขากับเมลานีต่อไป
เด้งตัวลุกจากเตียงจะไปต้มกาแฟกินก็พอดีมีเสียงข้อความเข้าดังขึ้น ฟรังโก้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดดูแล้วต้องแปลกใจเมื่อเห็นเป็นข้อความจากเอมี่ เพราะไม่เคยได้รับข้อความจากเพื่อนคนนี้มาก่อน
‘ฉันอยากเห็นรูปอัลแบโต้ ช่วยส่งมาให้ดูที’
‘ทำไม...’
‘ฉันฝัน...อยากแน่ใจว่าเป็นเขา’ ฟรังโก้จ้องมองข้อความตอบกลับของเอมี่อย่างตื่นเต้น ตั้งแต่ที่เคยฝันถึงพี่ชายในครั้งนั้นแล้ว เขาก็ไม่เคยฝันถึงอีกเลย กระทั่งแทบจะหมดหวังติดต่อกับอัลแบโต้ช่องทางนั้นไปแล้ว
‘รอเดี๋ยวนะ’ เขาพิมพ์บอก แล้วค้นหารูปภาพในโทรศัพท์ทันที เลือกรูปที่เห็นหน้าพี่ชายชัดๆ กับรูปถ่ายแบบเต็มตัวส่งไปให้ ทางโน้นหายเงียบไปครู่หนึ่ง ปล่อยให้เขารอคำตอบอย่างกระวนกระวายใจ ก่อนจะส่งข้อความมาบอก
‘ให้ตายสิฟรั้ง ใช่เขาจริงๆ ด้วย โอ...เมื่อคืนนี้ฉันฝันเห็นอัลมาหาที่ห้อง เขามาเตือนให้ระวังอะไรสักอย่าง กับบอกว่าไม่ใช่นิคแต่เป็นฉัน’
‘ยังไง...ไม่ใช่นิคแต่เป็นเธอ...หรือว่าเขาให้ฉันติดต่อกับเธอไม่ใช่นิค’
‘ฉันก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ในฝันของฉันเรายังไม่ทันได้พูดอะไรกันมาก อัลก็...เขาก็ละลายกลายเป็นเลือด’
พระเจ้าช่วย...ฟรังโก้อ่านสิ่งที่เอมี่พิมพ์เล่าด้วยหัวใจที่เต้นเร็วขึ้น เหงื่อแตกซึมออกมาตามชายผมและฝ่ามือจากความหวั่นวิตก ฉุกคิดถึงเรื่องราวในหนังสือที่เคยเขียน...ท่าทางจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่กับข้อความของเอมี่ เพราะว่าหนึ่งในอำนาจของซาตานที่กระทำกับเหยื่อของมันก็คือ เปลี่ยนแปลงเหยื่อให้กลายเป็นอย่างอื่นตามแต่มันต้องการ
‘เขาละลายงั้นเหรอ แล้ว...เธอเห็นอะไรอีก อัลกลายเป็นอย่างอื่นไหมเอมี่’
‘กลายเป็นอย่างอื่น...หมายความว่าไง’
‘ถ้าจะให้ฉันแปลความฝันของเธอนะ ฉันก็คิดว่าอัลกำลังตกอยู่ในเงื้อมมือซาตาน และเขาอาจพยายามบอกเธอว่า มันทำให้เขากลายเป็นสาวกของมันไปแล้ว ซึ่งสาวกของซาตานมักจะเป็นสัตว์เลื้อยคลาน อย่างเช่นพวกตะขาบ แมงป่อง หรืองูพิษ บางครั้งก็เป็นสัตว์สัญญลักษณ์อย่างเช่นหนู กระต่าย แมว อะไรพวกนี้ ซาตานอาจเปลี่ยนเขาไปเป็นสัตว์พวกนั้น’
‘เปล่า...’
เอมี่หายไปอีกครู่หนึ่ง ก่อนพิมพ์กลับมา
‘แต่มีแมวดำอยู่ในฝันของฉันด้วยนะฟรั้ง’
แมวงั้นเหรอ...ฟรังโก้นิ่งคิด
เมี้ยวววว
เสียงแมวที่ไหนมาร้องอยู่ในห้อง ฟรั้งโก้หันขวับไปมองที่ตู้เสื้อผ้า เสียงร้องของมันดังมาจากในตู้ และขณะนี้ข้างในตู้ก็คล้ายมีอะไรเคลื่อนไหวอยู่ในนั้น
‘เอมี่...แค่นี้ก่อนนะ ฉันต้องไปดูอะไรบางอย่าง’
นักเขียนหนุ่มกดปิดมือถือ ก้าวตรงไปหาตู้เสื้อผ้าแบบบิลอินในห้อง
ทุกวันเอมี่เฝ้าดูนิคลูบไล้เช็ดถูกีต้าร์ตัวใหม่เบามืออย่างแสนเห่อ เห็นเขาชื่นชมมีความสุขอยู่กับเครื่องดนตรีแสนรักเธอก็พลอยยิ้มแย้มมีความสุขไปด้วย นักร้องหน่มรูปหล่อกับกีต้าร์โปร่งยี่ห้อดังที่แวดวงนักดนตรีชอบใช้ ช่างเข้าคู่กันได้อย่างน่าทึ่ง มีบางครั้งที่เธออดนึกถึงคำพูดปริศนาของชายแก่เจ้าของร้านขายของเก่าไม่ได้
"กีต้าร์ตัวนี้มันเลือกคุณแล้ว...คุณเป็นเจ้าของคนใหม่ของมันเท่าๆกับที่มันเป็นเจ้าของคุณ แต่จงระวัง...คุณอย่าทอดทิ้งมันเป็นอันขาด ถึงเป็นกีต้าร์ แต่มันก็น้อยใจเป็น"
และหมู่นี้ก็ดูเหมือนนิคจะลืมเจ้ากีต้าร์สีแดงไปแล้วจริงๆ เขาเก็บมันไว้คากระเป๋าไม่ได้หยิบออกมาเล่นอีกเลย เอาแต่หมกมุ่นอยู่กับการเรียบเรียงเนื้อร้องขึ้นมาใหม่ ใส่ท่วงทำนองให้แปลกหูน่าสนใจ ไล่เมโลดี้เพื่อความไพเราะยิ่งขึ้นอยู่กับกีต้าร์ตัวใหม่
คงไม่มีอะไรหนอกน่า...แค่คนแก่ห่วงของว่าให้ไปแล้วไม่ได้ใช้งาน...หญิงสาวคิดเพียงแค่นั้น
"จอร์จนัดให้ฉันเอาเพลงทั้งหมดที่แต่งไปให้ดูที่บริษัทมะรืนนี้แล้ว คราวนี้เราคงโชคดีจริงๆ แล้วล่ะ เอมี่"
เมื่อวานนิคเล่าให้ฟังด้วยน้ำเสียงลิงโลด นัยน์ตาสีฟ้าพราวระยับ เธอกับเขากระโดดโลดเต้นก่อนกอดกันกลมด้วยความดีใจ ในที่สุดความฝันก็ใกล้จะเป็นความจริง
แต่แล้วก็มีสิ่งผิดปกติบางอย่างเกิดขึ้นกับนิค มันเกิดขึ้นอย่างฉับพลันในวันนี้ เริ่มต้นด้วยนิคที่คร่ำเคร่งแก้ไขเพลงเอกบนกระดาษ สลับกับดีดกีต้าร์ฟังทำนองในเนื้อเพลง เกิดไม่พอใจตัวเองขึ้นมา เขาหงุดหงิดมากอย่างที่ไม่เคยเป็น เพราะถึงแม้จะแก้เสร็จไปแล้วก็ดูเหมือนยังไม่ค่อยพอใจนัก ยังลงมือแก้ใหม่ซ้ำอีกครั้งวนเวียนอยู่อย่างนั้น แต่ถึงแก้ใหม่อีกกี่ครั้งคนทำก็ยังไม่พอใจอยู่ดี แม้เอมี่จะช่วยยืนยันว่ามันสมบูรณ์ดีแล้วก็ตาม จนในที่สุดเธอก็คร้านจะออกความเห็น ปล่อยให้เขาทำงานอยู่ในห้องไปเพียงลำพัง
นิคขลุกอยู่ตรงนั้นไม่ขยับลุกไปไหนเลย เสียงกีต้าร์ดังกระท่อนกระแท่นปนกับเสียงบ่นพึมของคนดีด ทำให้คนเอาใจช่วยอยู่นอกห้องได้แต่ถอนหายใจเฮือกๆ อึดอัดคับข้องไปกับเขาด้วย เนื้อเพลงที่เรียบเรียงใหม่เพื่อใช้ออดิชั่นทำไมยิ่งแก้ก็ดูเหมือนยิ่งเพี้ยน ผิดไปจากที่เขาเคยแต่ง พอลองเสนอว่าให้ใช้เพลงอื่นแทนนิคก็ส่ายหน้า ยืนยันว่าจะใช้เพลงนี้เท่านั้น ซึ่งเอมี่ก็ไม่รู้ว่าจะขัดเขาได้อย่างไร
จนเลยมื้อเที่ยงมานานเอมี่ก็อดไม่ไหว ตั้งใจจะชวนเขาพักทานอาหารเสียหน่อย แต่นิคไม่แม้แต่ชำเลืองมาดู หญิงสาวลอบถอนใจยาว เข้าใจดีว่าเขากำลังทุ่มเทอย่างหนักเพื่ออนาคตของเขากับเธอ ซึ่งเห็นอยู่ไม่ไกลแล้ว แต่สิ่งที่เขาทำมันเกินความพอดีไปมาก ท่าทางคร่ำเคร่งกับใบหน้าเครียดขรึมไร้รอยยิ้มของเขามันชวนให้หวั่นวิตก ไหนจะคำสบถดังลั่นยามไม่ได้ดั่งใจนั่นอีก
"ที่รัก...ฉันซื้อแพนเค้กมา เธอจะลองชิมดูหน่อยไหม" ถามเขาเสียงค่อยอย่างเกรงใจ ความรู้สึกแบบนี้มันเพิ่งเคยเกิดกับเธอ
"ที่รักคะ" เรียกซ้ำเสียงดังขึ้นอีกนิดเมื่อเห็นเขาไม่มีปฏิกิริยาตอบรับ แต่ราวกับเสียงเรียกของเธอไม่เข้าหูเขา ซีกหน้าคมไม่เหลียวมามอง สายตาเขาแน่แน่วอยู่ที่แผ่นกระดาษมีรอยขีดฆ่าตรงหน้า
"ฉันออกไปร้านคุณนายมาร์ธามา...ข้างนอกหนาวจัง มือไม้เย็นเฉียบไปหมด"
อ้อนเขาอย่างที่เคยทำ แค่อยากเบี่ยงเบนความสนใจมาที่เธอบ้างเท่านั้น เธออ้อมมาด้านหลังโอบแขนไปรอบลำคอ แนบแก้มกับคางที่เริ่มมีหนวดเคราขึ้นรกของเขา หมายใจให้เขาหันมาหอมแก้มเธอเหมือนก่อน แต่พลันก็ต้องสะดุ้งกับเสียงตวาดลั่นและสายตากระด้างที่ตวัดฉับมามองหน้าเธอ
"อย่าเพิ่งมายุ่งได้ไหม...เซ้าซี้อยู่ได้ น่ารำคาญ จะไปทำอะไรก็ไปเลยป่ะ!" เธอปล่อยแขนจากการโอบกอด ผงะออกห่างจากเขามายืนอึ้งอย่างตกใจ ชาดิกไปทั้งตัว...นิคเป็นอะไรไป เขาไม่เคยหยาบคายแบบนี้กับเธอมาก่อน
"เธอ...เธอว่าอะไรนะ ฉันน่ะเหรอยุ่ง" ถามกลับเขาเสียงสั่นอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง ทั้งตกใจและเสียใจ เป็นไปได้ยังไงที่เขาจะแสดงท่าทีกราดเกรี้ยวแบบนี้กับเธอ หลายปีที่คบกันมานิคเป็นคนสุภาพ ขี้เกรงใจคน ยิ่งกับเธอด้วยแล้วเขามักอ่อนหวานโรแมนติก เวลาโกรธกันเขาก็เฝ้าตามง้อ ไม่เคยเลยสักครั้งที่นิคจะเสียงดังใส่ นิคไม่ชอบเอะอะโวยวาย ไม่ชอบการใช้กำลัง แต่เวลานี้เขาเปลี่ยนไปเหมือนเป็นคนละคน
"ฉันกำลังใช้ความคิด เธอไม่เห็นหรือไง" น้ำเสียงฉุนเฉียวยังต่อว่าเสียงดัง
"แต่ฉัน...ฉันแค่มาเตือนเธอให้พักกินอาหารเท่านั้นนะ ทำไมต้องตวาดฉันด้วย" แย้งเขาเสียงเครือ
"ไม่ต้อง! ฉันมีมือมีเท้า ถ้าหิวฉันจะลุกไปหากินเอง ห่ะเอ้ย...เห็นไหม เลยคิดไม่ออกกันพอดี" มีแต่ถ้อยคำเผ็ดร้อนระคายหูทั้งนั้นที่พ่นออกมาจากปากเขา เอมี่ตาลุก ความน้อยใจพลุ่งขึ้นจนแน่นอก พูดอะไรไม่ออก
"อ้าว...แล้วมายืนบื้ออยู่ทำไม ออกไปได้แล้ว ฉันต้องการสมาธิทำงาน"
และแล้วน้ำตาของเอมี่ก็ร่วงพรู เจ็บปวดกับคำพูดเขาราวถูกคมมีดกรีดลงบนเนื้อ หญิงสาวหันหลังเดินออกไปจากห้องทันที!
(มีต่อ)
กีต้าร์ล่าวิญญาณ ตอนที่ 10
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
เช้านี้มีอะไรทำมั่งนะ...ฟรังโก้งัดตัวเองขึ้นจากที่นอนมานั่งคิด เมลานีลุกไปนานแล้วเพราะมีเรียนจนถึงเย็น ส่วนเขาตามปกติ หลังดื่มกาแฟดำกับขนมปังปิ้งทาแยมเป็นมื้อเช้าแล้วก็จะอาบน้ำ เช็กอีเมล แล้วถึงเริ่มต้นเขียนหนังสือ
ถ้ามีเมลานีอยู่ด้วยยิ่งดี เพราะหล่อนมักมีเรื่องชวนคุยที่เขาเอามาต่อยอดในงานเขียนได้ นึกถึงคู่หมั้นสาวด้วยความทึ่ง เขาพบหล่อนเหมือนฟ้าประทานพร เมลานีเข้ามาได้จังหวะพอดี หล่อนเป็นคนรักที่วิเศษ ผู้หญิงที่ทั้งสวยเซ็กซี่และเฉลียวฉลาด เข้าอกเข้าใจงานเขียนของเขาแบบทะลุปรุโปร่ง หนำซ้ำบางทียังช่วยในยามที่เขาทึบตันนึกอะไรไม่ออก ผู้หญิงแบบนี้จะไปหาที่ไหนได้ นอกจากเมลานีคนเดียว
‘สัญลักษณ์ปีศาจ' เล่มสองกำลังรุดหน้า สัญญาว่าจะส่งไปให้บรรณาธิการก่อนสิ้นเดือนนี้ ซึ่งคิดว่าคงส่งทันแน่กับเวลาที่เหลืออีกตั้งครึ่งเดือน เพราะเหลือแค่บทสรุปไม่กี่บรรทัดก็จะเสร็จสมบูรณ์ ถ้าหนังสือเขียนเสร็จก็จะถึงคิวงานวิวาห์ของเขากับเมลานีต่อไป
เด้งตัวลุกจากเตียงจะไปต้มกาแฟกินก็พอดีมีเสียงข้อความเข้าดังขึ้น ฟรังโก้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดดูแล้วต้องแปลกใจเมื่อเห็นเป็นข้อความจากเอมี่ เพราะไม่เคยได้รับข้อความจากเพื่อนคนนี้มาก่อน
‘ฉันอยากเห็นรูปอัลแบโต้ ช่วยส่งมาให้ดูที’
‘ทำไม...’
‘ฉันฝัน...อยากแน่ใจว่าเป็นเขา’ ฟรังโก้จ้องมองข้อความตอบกลับของเอมี่อย่างตื่นเต้น ตั้งแต่ที่เคยฝันถึงพี่ชายในครั้งนั้นแล้ว เขาก็ไม่เคยฝันถึงอีกเลย กระทั่งแทบจะหมดหวังติดต่อกับอัลแบโต้ช่องทางนั้นไปแล้ว
‘รอเดี๋ยวนะ’ เขาพิมพ์บอก แล้วค้นหารูปภาพในโทรศัพท์ทันที เลือกรูปที่เห็นหน้าพี่ชายชัดๆ กับรูปถ่ายแบบเต็มตัวส่งไปให้ ทางโน้นหายเงียบไปครู่หนึ่ง ปล่อยให้เขารอคำตอบอย่างกระวนกระวายใจ ก่อนจะส่งข้อความมาบอก
‘ให้ตายสิฟรั้ง ใช่เขาจริงๆ ด้วย โอ...เมื่อคืนนี้ฉันฝันเห็นอัลมาหาที่ห้อง เขามาเตือนให้ระวังอะไรสักอย่าง กับบอกว่าไม่ใช่นิคแต่เป็นฉัน’
‘ยังไง...ไม่ใช่นิคแต่เป็นเธอ...หรือว่าเขาให้ฉันติดต่อกับเธอไม่ใช่นิค’
‘ฉันก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ในฝันของฉันเรายังไม่ทันได้พูดอะไรกันมาก อัลก็...เขาก็ละลายกลายเป็นเลือด’
พระเจ้าช่วย...ฟรังโก้อ่านสิ่งที่เอมี่พิมพ์เล่าด้วยหัวใจที่เต้นเร็วขึ้น เหงื่อแตกซึมออกมาตามชายผมและฝ่ามือจากความหวั่นวิตก ฉุกคิดถึงเรื่องราวในหนังสือที่เคยเขียน...ท่าทางจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่กับข้อความของเอมี่ เพราะว่าหนึ่งในอำนาจของซาตานที่กระทำกับเหยื่อของมันก็คือ เปลี่ยนแปลงเหยื่อให้กลายเป็นอย่างอื่นตามแต่มันต้องการ
‘เขาละลายงั้นเหรอ แล้ว...เธอเห็นอะไรอีก อัลกลายเป็นอย่างอื่นไหมเอมี่’
‘กลายเป็นอย่างอื่น...หมายความว่าไง’
‘ถ้าจะให้ฉันแปลความฝันของเธอนะ ฉันก็คิดว่าอัลกำลังตกอยู่ในเงื้อมมือซาตาน และเขาอาจพยายามบอกเธอว่า มันทำให้เขากลายเป็นสาวกของมันไปแล้ว ซึ่งสาวกของซาตานมักจะเป็นสัตว์เลื้อยคลาน อย่างเช่นพวกตะขาบ แมงป่อง หรืองูพิษ บางครั้งก็เป็นสัตว์สัญญลักษณ์อย่างเช่นหนู กระต่าย แมว อะไรพวกนี้ ซาตานอาจเปลี่ยนเขาไปเป็นสัตว์พวกนั้น’
‘เปล่า...’
เอมี่หายไปอีกครู่หนึ่ง ก่อนพิมพ์กลับมา
‘แต่มีแมวดำอยู่ในฝันของฉันด้วยนะฟรั้ง’
แมวงั้นเหรอ...ฟรังโก้นิ่งคิด
เมี้ยวววว
เสียงแมวที่ไหนมาร้องอยู่ในห้อง ฟรั้งโก้หันขวับไปมองที่ตู้เสื้อผ้า เสียงร้องของมันดังมาจากในตู้ และขณะนี้ข้างในตู้ก็คล้ายมีอะไรเคลื่อนไหวอยู่ในนั้น
‘เอมี่...แค่นี้ก่อนนะ ฉันต้องไปดูอะไรบางอย่าง’
นักเขียนหนุ่มกดปิดมือถือ ก้าวตรงไปหาตู้เสื้อผ้าแบบบิลอินในห้อง
ทุกวันเอมี่เฝ้าดูนิคลูบไล้เช็ดถูกีต้าร์ตัวใหม่เบามืออย่างแสนเห่อ เห็นเขาชื่นชมมีความสุขอยู่กับเครื่องดนตรีแสนรักเธอก็พลอยยิ้มแย้มมีความสุขไปด้วย นักร้องหน่มรูปหล่อกับกีต้าร์โปร่งยี่ห้อดังที่แวดวงนักดนตรีชอบใช้ ช่างเข้าคู่กันได้อย่างน่าทึ่ง มีบางครั้งที่เธออดนึกถึงคำพูดปริศนาของชายแก่เจ้าของร้านขายของเก่าไม่ได้
"กีต้าร์ตัวนี้มันเลือกคุณแล้ว...คุณเป็นเจ้าของคนใหม่ของมันเท่าๆกับที่มันเป็นเจ้าของคุณ แต่จงระวัง...คุณอย่าทอดทิ้งมันเป็นอันขาด ถึงเป็นกีต้าร์ แต่มันก็น้อยใจเป็น"
และหมู่นี้ก็ดูเหมือนนิคจะลืมเจ้ากีต้าร์สีแดงไปแล้วจริงๆ เขาเก็บมันไว้คากระเป๋าไม่ได้หยิบออกมาเล่นอีกเลย เอาแต่หมกมุ่นอยู่กับการเรียบเรียงเนื้อร้องขึ้นมาใหม่ ใส่ท่วงทำนองให้แปลกหูน่าสนใจ ไล่เมโลดี้เพื่อความไพเราะยิ่งขึ้นอยู่กับกีต้าร์ตัวใหม่
คงไม่มีอะไรหนอกน่า...แค่คนแก่ห่วงของว่าให้ไปแล้วไม่ได้ใช้งาน...หญิงสาวคิดเพียงแค่นั้น
"จอร์จนัดให้ฉันเอาเพลงทั้งหมดที่แต่งไปให้ดูที่บริษัทมะรืนนี้แล้ว คราวนี้เราคงโชคดีจริงๆ แล้วล่ะ เอมี่"
เมื่อวานนิคเล่าให้ฟังด้วยน้ำเสียงลิงโลด นัยน์ตาสีฟ้าพราวระยับ เธอกับเขากระโดดโลดเต้นก่อนกอดกันกลมด้วยความดีใจ ในที่สุดความฝันก็ใกล้จะเป็นความจริง
แต่แล้วก็มีสิ่งผิดปกติบางอย่างเกิดขึ้นกับนิค มันเกิดขึ้นอย่างฉับพลันในวันนี้ เริ่มต้นด้วยนิคที่คร่ำเคร่งแก้ไขเพลงเอกบนกระดาษ สลับกับดีดกีต้าร์ฟังทำนองในเนื้อเพลง เกิดไม่พอใจตัวเองขึ้นมา เขาหงุดหงิดมากอย่างที่ไม่เคยเป็น เพราะถึงแม้จะแก้เสร็จไปแล้วก็ดูเหมือนยังไม่ค่อยพอใจนัก ยังลงมือแก้ใหม่ซ้ำอีกครั้งวนเวียนอยู่อย่างนั้น แต่ถึงแก้ใหม่อีกกี่ครั้งคนทำก็ยังไม่พอใจอยู่ดี แม้เอมี่จะช่วยยืนยันว่ามันสมบูรณ์ดีแล้วก็ตาม จนในที่สุดเธอก็คร้านจะออกความเห็น ปล่อยให้เขาทำงานอยู่ในห้องไปเพียงลำพัง
นิคขลุกอยู่ตรงนั้นไม่ขยับลุกไปไหนเลย เสียงกีต้าร์ดังกระท่อนกระแท่นปนกับเสียงบ่นพึมของคนดีด ทำให้คนเอาใจช่วยอยู่นอกห้องได้แต่ถอนหายใจเฮือกๆ อึดอัดคับข้องไปกับเขาด้วย เนื้อเพลงที่เรียบเรียงใหม่เพื่อใช้ออดิชั่นทำไมยิ่งแก้ก็ดูเหมือนยิ่งเพี้ยน ผิดไปจากที่เขาเคยแต่ง พอลองเสนอว่าให้ใช้เพลงอื่นแทนนิคก็ส่ายหน้า ยืนยันว่าจะใช้เพลงนี้เท่านั้น ซึ่งเอมี่ก็ไม่รู้ว่าจะขัดเขาได้อย่างไร
จนเลยมื้อเที่ยงมานานเอมี่ก็อดไม่ไหว ตั้งใจจะชวนเขาพักทานอาหารเสียหน่อย แต่นิคไม่แม้แต่ชำเลืองมาดู หญิงสาวลอบถอนใจยาว เข้าใจดีว่าเขากำลังทุ่มเทอย่างหนักเพื่ออนาคตของเขากับเธอ ซึ่งเห็นอยู่ไม่ไกลแล้ว แต่สิ่งที่เขาทำมันเกินความพอดีไปมาก ท่าทางคร่ำเคร่งกับใบหน้าเครียดขรึมไร้รอยยิ้มของเขามันชวนให้หวั่นวิตก ไหนจะคำสบถดังลั่นยามไม่ได้ดั่งใจนั่นอีก
"ที่รัก...ฉันซื้อแพนเค้กมา เธอจะลองชิมดูหน่อยไหม" ถามเขาเสียงค่อยอย่างเกรงใจ ความรู้สึกแบบนี้มันเพิ่งเคยเกิดกับเธอ
"ที่รักคะ" เรียกซ้ำเสียงดังขึ้นอีกนิดเมื่อเห็นเขาไม่มีปฏิกิริยาตอบรับ แต่ราวกับเสียงเรียกของเธอไม่เข้าหูเขา ซีกหน้าคมไม่เหลียวมามอง สายตาเขาแน่แน่วอยู่ที่แผ่นกระดาษมีรอยขีดฆ่าตรงหน้า
"ฉันออกไปร้านคุณนายมาร์ธามา...ข้างนอกหนาวจัง มือไม้เย็นเฉียบไปหมด"
อ้อนเขาอย่างที่เคยทำ แค่อยากเบี่ยงเบนความสนใจมาที่เธอบ้างเท่านั้น เธออ้อมมาด้านหลังโอบแขนไปรอบลำคอ แนบแก้มกับคางที่เริ่มมีหนวดเคราขึ้นรกของเขา หมายใจให้เขาหันมาหอมแก้มเธอเหมือนก่อน แต่พลันก็ต้องสะดุ้งกับเสียงตวาดลั่นและสายตากระด้างที่ตวัดฉับมามองหน้าเธอ
"อย่าเพิ่งมายุ่งได้ไหม...เซ้าซี้อยู่ได้ น่ารำคาญ จะไปทำอะไรก็ไปเลยป่ะ!" เธอปล่อยแขนจากการโอบกอด ผงะออกห่างจากเขามายืนอึ้งอย่างตกใจ ชาดิกไปทั้งตัว...นิคเป็นอะไรไป เขาไม่เคยหยาบคายแบบนี้กับเธอมาก่อน
"เธอ...เธอว่าอะไรนะ ฉันน่ะเหรอยุ่ง" ถามกลับเขาเสียงสั่นอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง ทั้งตกใจและเสียใจ เป็นไปได้ยังไงที่เขาจะแสดงท่าทีกราดเกรี้ยวแบบนี้กับเธอ หลายปีที่คบกันมานิคเป็นคนสุภาพ ขี้เกรงใจคน ยิ่งกับเธอด้วยแล้วเขามักอ่อนหวานโรแมนติก เวลาโกรธกันเขาก็เฝ้าตามง้อ ไม่เคยเลยสักครั้งที่นิคจะเสียงดังใส่ นิคไม่ชอบเอะอะโวยวาย ไม่ชอบการใช้กำลัง แต่เวลานี้เขาเปลี่ยนไปเหมือนเป็นคนละคน
"ฉันกำลังใช้ความคิด เธอไม่เห็นหรือไง" น้ำเสียงฉุนเฉียวยังต่อว่าเสียงดัง
"แต่ฉัน...ฉันแค่มาเตือนเธอให้พักกินอาหารเท่านั้นนะ ทำไมต้องตวาดฉันด้วย" แย้งเขาเสียงเครือ
"ไม่ต้อง! ฉันมีมือมีเท้า ถ้าหิวฉันจะลุกไปหากินเอง ห่ะเอ้ย...เห็นไหม เลยคิดไม่ออกกันพอดี" มีแต่ถ้อยคำเผ็ดร้อนระคายหูทั้งนั้นที่พ่นออกมาจากปากเขา เอมี่ตาลุก ความน้อยใจพลุ่งขึ้นจนแน่นอก พูดอะไรไม่ออก
"อ้าว...แล้วมายืนบื้ออยู่ทำไม ออกไปได้แล้ว ฉันต้องการสมาธิทำงาน"
และแล้วน้ำตาของเอมี่ก็ร่วงพรู เจ็บปวดกับคำพูดเขาราวถูกคมมีดกรีดลงบนเนื้อ หญิงสาวหันหลังเดินออกไปจากห้องทันที!
(มีต่อ)