ทำไมภาคใต้ พายุที่รุนแรง ส่วนใหญ่มักจะเกิดแต่ทะเลฝั่งอ่าวไทย ครับ (ภาคใต้เป็นส่วนใหญ่ครับ )

ทำไมถึงพายุไม่ค่อยเกิด ทะเลฝั่งอันดามัน บ้างละครับ รึเพราะว่าทะเล ฝั่งอ่าวไทย คลื่นจะแรงกว่า พื้นที่ต่ำกว่ารึป่าวอ่ะ

เช่น

พายุเขตร้อน “แฮร์เรียต  แหลมตะลุมพุก ปากพนัง จ. นครศรีธรรมราช


เริ่มก่อตัวเป็นพายุดีเปรสชันเหนือทะเลจีนใต้ตอนล่าง เมื่อวันที่ ๒๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๐๕ แล้วเคลื่อนตัวสู่อ่าวไทยตอนล่าง เมื่อวันที่ ๒๕ ตุลาคม พร้อมกับทวีกำลังเป็นพายุเขตร้อน แล้วเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งที่บริเวณแหลมตะลุมพุก อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ก่อให้เกิดความเสียหายต่อภาคใต้เป็นอย่างมาก ตั้งแต่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ลงไปถึงจังหวัดนราธิวาส รวม ๑๒ จังหวัด มีผู้เสียชีวิต ๙๓๕ คน บ้านเรือนพังทลายกว่า ๕๐,๐๐๐ หลัง ไร่นาเสียหายนับแสนไร่ รวมค่าเสียหายกว่า ๑,๐๐๐ ล้านบาท



พายุไต้ฝุ่น “เกย์” (Gay)  จ. ชุมพร


ก่อตัวจากพายุดีเปรสชันในบริเวณอ่าวไทยตอนล่าง ทางทิศตะวันออกของจังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ ๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๒ และได้พัฒนาขึ้น จนกลายเป็นพายุไต้ฝุ่นขณะเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งบริเวณจังหวัดชุมพร เมื่อวันที่ ๔ พฤศจิกายน ทำความเสียหายอย่างมากต่อชีวิตและทรัพย์สิน เกิดฝนตกหนัก น้ำท่วม โคลนถล่ม ทั้งในจังหวัดชุมพรและจังหวัดใกล้เคียง นอกจากนี้ยังมีเรือล่มอับปางลงในอ่าวไทยนับร้อยลำ เนื่องจากลมพายุที่มีกำลังแรง และมีผู้เสียชีวิตในทะเลอีกหลายร้อยคน เป็นพายุที่มีกำลังแรงมาก จากที่ได้มีการบันทึกมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๙๔

ซูเปอร์ไต้ฝุ่น ระดับ 5  (SSHS)
ก่อตัว    1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2532
สลายตัว    10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2532
ความเร็วลมสูงสุด    260 กม./ชม. (160 ไมล์/ชม.) (ค่าเฉลี่ย 1 นาที)
ความกดอากาศต่ำสุด    898 ปาสกาล (มิลลิบาร์)
ผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ และสูญหาย    เสียชีวิต 1,060 ราย (โดยตรง)
ความเสียหาย    452 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าเงินปี 1989)



พายุเขตร้อน “รูท” (Ruth) สุราษฎร์ธานี

  ก่อตัวในบริเวณทะเลจีนใต้ตอนล่าง เมื่อวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๓ และเคลื่อนตัวผ่านปลายแหลมญวน เข้าสู่อ่าวไทย ในวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน แล้วเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ขณะมีกำลังแรงเป็นพายุเขตร้อน

พายุไต้ฝุ่น “แซลลี” (Sally)  สุราษฎร์ธานี

ก่อตัวขึ้นในบริเวณทะเลจีนใต้ตอนล่าง เมื่อวันที่ ๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๕ และมีกำลังแรงขึ้น จนเป็นพายุเขตร้อนและพายุไต้ฝุ่น ในวันต่อมา พร้อมกับเคลื่อนตัวเข้าสู่บริเวณอ่าวไทยระหว่างวันที่ ๓  -  ๔ ธันวาคม ก่อนอ่อนกำลังลงเป็นพายุเขตร้อน เคลื่อนตัวขึ้นฝั่ง ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม  

พายุเขตร้อน “ฟอร์เรสต์” (Forrest)  นครศรีธรรมราช  กับ สุราษฎร์ธานี

ก่อตัวในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก เมื่อวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๕ เมื่อเคลื่อนตัวเข้าสู่บริเวณทะเลจีนใต้ตอนล่าง ได้อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำอยู่ระยะหนึ่ง ต่อมา ในวันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ได้ทวีกำลังแรงขึ้น เป็นพายุดีเปรสชัน และพายุเขตร้อน แล้วเคลื่อนตัวเข้าสู่อ่าวไทย และไปขึ้นฝั่งที่บริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช ขณะเป็นพายุเขตร้อน เมื่อวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ต่อมา ได้เคลื่อนตัวผ่านจังหวัดสุราษฎร์ธานี พังงา แล้วลงสู่ทะเลอันดามัน ในวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน พายุนี้ ขณะเคลื่อนตัวอยู่ในอ่าวไทย จะทำให้เกิดคลื่นลมแรงจัด และเมื่อเคลื่อนตัวขึ้นฝั่ง ก็ทำความเสียหายอย่างมากมายให้แก่บ้านเรือน และไร่นา ในจังหวัดนครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานี ประเมินค่าความเสียหายมากกว่า ๓,๐๐๐ ล้านบาท

พายุไต้ฝุ่น “ลินดา” (Linda)  ประจวบคีรีขันธ์


พายุนี้ทำให้บริเวณอ่าวไทยมีลมแรงและคลื่นจัด เรือประมงอับปางหลายสิบลำ และเกิดฝนตกหนักในจังหวัดชุมพร ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี ราชบุรี กาญจนบุรี และระนอง เกิดน้ำท่วมและน้ำป่าไหลหลากในบริเวณดังกล่าว มูลค่าความเสียหายมากกว่า ๒๐๐ ล้านบาท
ก่อตัวในทะเลจีนใต้ตอนล่าง เมื่อวันที่ ๓๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๐ เคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตก และมีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุเขตร้อน ในวันที่ ๑ พฤศจิกายน ก่อนจะเคลื่อนตัวผ่านปลายเเหลมญวนเข้าสู่อ่าวไทย ในวันที่ ๓ พฤศจิกายน และทวีกำลังแรงขึ้น เป็นพายุไต้ฝุ่น ต่อมา เคลื่อนตัวผ่านอ่าวไทย และอ่อนกำลังเป็นพายุเขตร้อนก่อนเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งบริเวณอำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในวันที่ ๔ พฤศจิกายน แล้วเคลื่อนตัวผ่านประเทศพม่าไปลงทะเลอันดามัน
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่