เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2569 กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ระบุว่า ประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงเกิดขึ้นได้บางแห่ง เนื่องจากบริเวณดังกล่าวยังคงมีความกดอากาศต่ำจากความร้อนปกคลุม ประกอบกับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุม
ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลรักษาสุขภาพจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด และเพิ่มความระมัดระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง รวมถึงลมกระโชกแรงที่อาจเกิดขึ้นในบางพื้นที่
สำหรับภาคใต้ ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง เนื่องจากลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามัน โดยคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีความสูงประมาณ 1 เมตร และในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง คลื่นอาจสูงมากกว่า 1 เมตร ขอให้ชาวเรือเพิ่มความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในพื้นที่ที่มีพายุฝนฟ้าคะนอง
ขณะเดียวกัน สถานการณ์ฝุ่นละอองในระยะนี้ พบว่า ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีการสะสมของฝุ่นละอองหรือหมอกควันอยู่ในระดับปานกลางถึงค่อนข้างมาก เนื่องจากการระบายอากาศอยู่ในเกณฑ์น้อยถึงปานกลาง ส่งผลต่อคุณภาพอากาศและสุขภาพของประชาชน
สำหรับสภาพอากาศรายภาค พบว่า ภาคเหนือมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน อุณหภูมิสูงสุดแตะ 39 องศาเซลเซียส และมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 ของพื้นที่ ขณะที่ภาคกลางและกรุงเทพมหานครมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ ด้านภาคตะวันออกมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 ของพื้นที่ และภาคใต้ทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกมีฝนฟ้าคะนองเล็กน้อย
ด้าน อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ เปิดเผยว่า จากการพยากรณ์อากาศดังกล่าว อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ รวมถึงกรุงเทพมหานคร บูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วน เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ในช่วงฤดูร้อนปี 2569 อย่างใกล้ชิด
โดยเน้นย้ำการรับมือ “3 ภัยสำคัญ” ได้แก่ การป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 การบริหารจัดการภัยแล้ง และการเตรียมความพร้อมรับมือพายุฤดูร้อน เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนให้ได้มากที่สุด
ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับการกำชับให้เฝ้าระวังสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง พร้อมเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องมือ และทรัพยากรให้พร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที หากเกิดเหตุฉุกเฉินในพื้นที่
ที่มา -
https://www.khaosod.co.th/breaking-news/news_10180192
ที่มา -
https://www.thairath.co.th/news/politic/2921742
กรมอุตุนิยมวิทยา เตือนอากาศร้อนจัดสลับพายุฝน ลมแรงบางพื้นที่ พร้อมชี้เหนือ-อีสานฝุ่นสะสมสูง
ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลรักษาสุขภาพจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด และเพิ่มความระมัดระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง รวมถึงลมกระโชกแรงที่อาจเกิดขึ้นในบางพื้นที่
สำหรับภาคใต้ ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง เนื่องจากลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามัน โดยคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีความสูงประมาณ 1 เมตร และในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง คลื่นอาจสูงมากกว่า 1 เมตร ขอให้ชาวเรือเพิ่มความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในพื้นที่ที่มีพายุฝนฟ้าคะนอง
ขณะเดียวกัน สถานการณ์ฝุ่นละอองในระยะนี้ พบว่า ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีการสะสมของฝุ่นละอองหรือหมอกควันอยู่ในระดับปานกลางถึงค่อนข้างมาก เนื่องจากการระบายอากาศอยู่ในเกณฑ์น้อยถึงปานกลาง ส่งผลต่อคุณภาพอากาศและสุขภาพของประชาชน
สำหรับสภาพอากาศรายภาค พบว่า ภาคเหนือมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน อุณหภูมิสูงสุดแตะ 39 องศาเซลเซียส และมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 ของพื้นที่ ขณะที่ภาคกลางและกรุงเทพมหานครมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ ด้านภาคตะวันออกมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 ของพื้นที่ และภาคใต้ทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกมีฝนฟ้าคะนองเล็กน้อย
ด้าน อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ เปิดเผยว่า จากการพยากรณ์อากาศดังกล่าว อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ รวมถึงกรุงเทพมหานคร บูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วน เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ในช่วงฤดูร้อนปี 2569 อย่างใกล้ชิด
โดยเน้นย้ำการรับมือ “3 ภัยสำคัญ” ได้แก่ การป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 การบริหารจัดการภัยแล้ง และการเตรียมความพร้อมรับมือพายุฤดูร้อน เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนให้ได้มากที่สุด
ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับการกำชับให้เฝ้าระวังสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง พร้อมเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องมือ และทรัพยากรให้พร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที หากเกิดเหตุฉุกเฉินในพื้นที่
ที่มา - https://www.khaosod.co.th/breaking-news/news_10180192
ที่มา - https://www.thairath.co.th/news/politic/2921742