เกษตรกรควรป้องกันผลผลิตจากลมพายุพัดรุนแรงด้วย
ในช่วงวันที่ 7 – 10 มี.ค. 69 ประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ เนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ประกอบกับจะมีลมตะวันออกเฉียงใต้และลมใต้พัดปกคลุมบริเวณดังกล่าว
ส่วนในช่วงวันที่ 11 - 13 มี.ค. 69 บริเวณประเทศไทยตอนบนมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และฝนตกหนักบางแห่ง รวมถึงฟ้าผ่าที่อาจเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูง หรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และทะเลจีนใต้ ส่งผลทำให้มีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นเข้ามาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และอ่าวไทย ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อน
สำหรับภาคใต้ในช่วงวันที่ 7 และ 10 - 13 มี.ค. 69 จะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่งเกิดขึ้นได้ เนื่องจากลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามันจะมีกำลังแรงขึ้น ส่วนในช่วงวันที่ 8 -9 มี.ค. 69 มีฝนน้อยเนื่องจากมีลมตะวันออกที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย มีกำลังอ่อนลง สำหรับบริเวณอ่าวไทยตอนล่างทะเลมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ข้อควรระวัง : ในช่วงวันที่ 11 – 12 มี.ค. 69 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบน ระมัดระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และฟ้าผ่า โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมทั้งหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านบริเวณที่มีพายุฝนฟ้าคะนอง ที่จะเกิดขึ้นในระยะนี้
กรมอุตุฯ เตือน ๗-๑๐ มีค. ไทยตอนบนจะร้อน แต่ก็จะมีฝน,พายุฤดูร้อนได้ ; ภาคใต้ ช่วง ๑๐-๑๓ มีค. จะมีฝนเพิ่มและตกหนักบางแห่ง
ในช่วงวันที่ 7 – 10 มี.ค. 69 ประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ เนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ประกอบกับจะมีลมตะวันออกเฉียงใต้และลมใต้พัดปกคลุมบริเวณดังกล่าว