ร้อยวันที่ฉันเปลี่ยน วันที่ ยี่สิบเอ็ด

กระทู้สนทนา
เก้า เดือนสี่  ปีสองพันห้าร้อยหกสิบเอ็ด

คนเรามีสิ่งที่ไม่ถนัด และไม่ชอบ บางคนโชคดี เรื่องที่ไม่ถนัดและไม่ชอบเป็นเรื่องเดียวกัน
แต่ยังมีคนที่โชคไม่ดีเท่า คือเรื่องที่เราไม่ชอบเราดันทำได้ดี แต่เรื่องที่เราชอบเรากลับทำได้ห่วย
เมื่อเราเป็นหนึ่งในคนประเภทหลัง เราจะพบว่าชีวิตทำไมมันยากเย็น เป้าหมายของฉันคืออะไร

วันนี้มีเรื่องเล่าสู่กันฟัง ในฐานะที่ฉันเป็นหนึ่งในคนประเภทหลัง และพยายามอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันให้ตัวเองกลายเป็นคนประเภทแรกให้ได้

ความที่เป็นคนขี้เกียจที่จะหาความรู้ยากๆใส่ตัว ขี้เกียจฟัง ขี้เกียจอ่าน อะไรที่มีสาระ
อ่านไปก็ง่วง ฟังไปใจก็ลอยไปเรื่องอื่น

เราเลยถนัดแค่เรื่องที่เราเคยทำ ทั้งที่เรื่องนั้นเราอาจไม่ชอบเลยก็ได้
ฉันเพิ่งมารู้ตัวไม่นานมานี้ว่า ต้องบริหารจัดการเงิน ก่อนที่หนี้สินจะทำให้กลายเป็นคนล้มละลายไร้บ้าน

แต่ให้ตายเถอะ  เรื่องที่มีสาระมันต้องใช้ความอดทน และความพยายามมากจริงๆ
ใครจะว่าเว่อร์ ก็ไม่เถียง ฉันขี้เกียจเว่อร์จริงยอมรับ อะไรที่เกี่ยวกับตัวเลข รายละเอียดเยอะมันง่วงทุกครั้งแม้จะเพิ่งเริ่ม

แต่ถ้าเราไม่เริ่มเราไม่มีวันรู้ ไม่รู้ก็ไม่ได้พัฒนา แล้วก็ต้องจมอยู่กับฐานะเดิม หรือย่ำแย่ลงไปเรื่อยๆ
เรายอมได้หรือ ไม่ ไม่มีทาง ถามใครก็คงตอบแบบนี้

แล้วอะไรล่ะที่ทำให้เราก้าวผ่านจุดความขี้เกียจ สลัดคราบเป็นคนใหม่ได้

ง่ายนิดเดียว  ทำสิ
ทำทันที อย่ารอ
ถ้าเราไม่รู้ว่าอะไรที่เราต้องทำ หนึ่ง สอง สาม เราก็ไปหาฟังคนที่เขารู้  

ฉันเลือกฟังคนที่ฉันเชื่อเท่านั้น ไม่ฟังไปหมด แล้วก็มานั่งเป็นคนความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด
คนที่เชื่อ เอาอะไรมาตัดสินว่าจะเชื่อใคร

สำหรับฉันแล้ว คนที่พูดเป็นวิธีการให้ทำนั่นแหละ เช่น  หนึ่ง แบ่งเงิน เป็น กี่ส่วน ส่วนละกี่บาท สองหารายได้เพิ่ม  
หาด้วยวิธีไหน ยังไง เป็นต้น

ไม่ใช่คนที่พูดแต่เกริ่น พูดแต่นามธรรม เปิดใจอยู่นั่นแหละ ไม่มีวิธีการจริง
พอพูดไปสักพัก ขายของ ขายสัมนา ขายสินค้า อันนี้ไม่เอา ขนาดแค่พูดฟรียังไม่ดึงดูดเลย ไปฟังเสียตังค์จะคุ้มไหม

เมื่อเรารู้ในสิ่งที่เราจำเป็นต้องใช้ มากแค่ไหน จำไว้ว่า คุณจะรวยมากเท่านั้น

ย้อนไปอีกนิดเรื่องการแบ่งเงิน ฉันฟังมาหลายคน โค้ชแต่ละคนก็สอนไม่เท่ากัน
แต่ฉันว่าเราควรแบ่งตามที่เราต้องใช้จริงมากกว่า ถ้าหนี้เยอะ ควรแบ่งส่วนของการใช้หนี้เยอะหน่อย
ถ้าเราเป็นเสาหลักของครอบครัวเราก็ต้องให้ส่วนค่าใช้จ่ายในครอบครัวเยอะหน่อย

แต่อย่างไรก็ตาม ควรมีส่วนที่ออมเพื่ออิสระภาพทางการเงิน
โค้ชเกือบทุกคนให้มีส่วนนี้ ฉันก็เห็นด้วย เพราะอนาคตเราจะได้เอาส่วนนี้ไปลงทุน  ถ้ารอให้มีเงินเยอะก่อนค่อยลงทุน
แล้วเราไม่เริ่มเก็บตั้งแต่ตอนนี้เมื่อไหร่เล่าจะมี  จะไปกู้มาอย่างเดียวเลยหรือ ไม่ดีมั้ง

เอาล่ะชวนคุยเรื่องการบริหารจัดการไปบ้างแล้ว พอก่อนดีกว่า เอาไว้วันอื่นบ้าง ปะเดี๋ยวจะไม่มีเรื่องให้เขียน
รอฉันมีความรู้มากกว่านี้ด้วย ตอนนี้เขียนไปก็กลัวคนอ่านจะไม่ได้อะไรเท่าไหร่

มาเรื่องของวันนี้บ้างดีกว่า ภาระกิจเริ่มต้นแต่เช้า หลังจากที่เมื่อคืนกว่าจะได้นอนก็เกือบตีสอง
คุณลุงขนดอกไม้ ต้นไม้มาแต่เช้ามืด ( ของเก่าเพิ่งจัดสรรที่ทางลงตัว) ขอท้าวความนิด
คุณลุงของฉันท่านเป็นคนชอบเก็บของเก่า ของโบราณ และเก็บทุกอย่าง  แม้แต่กระสอบปุ๋ยยังเก็บ
เมื่อก่อนท่านทำงาน ของสะสมจะอยู่ที่พักที่โน้นหมด แต่ตอนนี้ท่านย้ายมาอยู่บ้าน แล้วก็ไม่สะดวกจะเก็บสมบัติของท่าน
บ้านของฉันจึงเต็มไปด้วยข้าวของ เครื่องไม้เครื่องมือของท่าน เต็มไปหมด เพราะท่านชอบทำสวน

เปล่านะฉันไม่ได้บ่น แค่จะถามคนที่มาอ่านว่า คนเรามีชีวิตเดียว  คุณตอบตัวเองได้ไหมว่าอยากสะสมอะไร?

ส่วนฉันอย่างที่บอกไม่ได้รำคาญหรือไม่พอใจที่คุณลุงเอาของมากมายมาไว้ที่บ้าน
อยากจะขอบคุณท่านด้วยซ้ำ ที่ทำให้ฉันคิดได้ว่า ในชีวิตของฉันอยากสะสมอะไร

ฉันเปิดตู้เก็บของส่วนตัว แล้วเริ่มรื้อ อันนั้น อันนี้ ขายให้หมด
ฉันมีของขายสำหรับตลาดนัดครั้งหน้ามากโข  ทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้า ตุ๊กตา เสื้อผ้า ของเล่น ทุกอย่างล้วนเป็นของสะสมของฉันทั้งสิ้น และฉันไม่รู้สึกเสียดายเลย เพราะตอนนี้ฉันรู้แล้วว่า สิ่งที่ฉันอยากสะสมคืออะไร

ฉันไม่บอกหรอกนะ ขอเก็บไว้เป็นความลับบ้าง

วันนี้มีธุระต้องไปหลายที่ ได้ฝึกขี่รถไปด้วย น่าแปลกใจที่จังหวัดของฉันมีรถบรรทุกเยอะมาก
แปลได้ว่ามีการก่อสร้างเยอะตามไปด้วย เมืองที่มีการก่อสร้างคือเมืองที่กำลังจะเจริญขึ้น
ย้อนกลับไปสมัยฉันเรียนมัธยม กับตอนนี้ ทุกอย่างเปลี่ยนไปหมด

ไม่มีอะไรเหมือนเดิมเลยจริงๆ  

กาลเวลาไม่เคยนิ่งรอใคร มันไปทีละนิดสม่ำเสมอ ไม่ช้าไม่เร็ว
ฉันอยากเป็นกาลเวลาที่ไปข้างหน้าตลอดไม่หยุดนิ่ง ไม่ตกต่ำ แต่ชีวิตคนเราก็ต้องมีขึ้นมาลง

แค่ตอนนี้เรารอเวลาจะเจริญขึ้น รวยขึ้น  เราต้องอดทนและผ่านมันไปได้สิ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่