อาจจะยาวหน่อยนะคะ พอดีว่าเพิ่มถูกวินิจฉัยว่าเป็น Social Phobia ฟังแล้วมันก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ค่ะเลยแอบศึกษาตำราไทยมา แต่เรารู้สึกว่าที่เราเป็นมันเหมือนมีอะไรมากกว่านั้น เลยอยากให้ช่วยเหลือหน่อย นอกเหนือจากอาการวิตกกังวลมากผิดปกติจนใช้ชีวิตปกติเหมือนคนทั่วไปไม่ได้ ยังมีอาการแปลก ๆ จนคนอื่นบอกว่าเราแปลกและไม่เหมือนใคร ทั้งความคิดและการพุดจาค่ะ เราเลยกังวลในเรื่องของ HF Autism และ Asperger ด้วย ยังไงรบกวนผู้มีประสบการณ์บอกเราหน่อยว่าเราควรกังวลหรือปล่าวกับอาการพวกนี้ค่ะ
1. เราถูกรบกวนด้วยกลิ่นง่ายมาก กลิ่นหอมเราก็โอเค แต่ถ้าหอมโอเวอร์สแตนดาร์ทอันนี้ก็มึนหัวเหมือนกันค่ะ แต่เราสามารถบอกกลิ่นของซากที่มันอยู่ลึกหลืบ ที่คนอื่นไม่เคยได้กลิ่น แต่มันรบกวนเรา และเราก็หามันเจอด้วยค่ะ เราเกลียดกลิ่นเรอของคน ทั้ง ๆ ที่เค้าอยู่ไกลเรา 2-3 เมตร ไกลพอควรแต่มันก็รบกวนเราอยู่ดี จนทำให้เราอยากจะเดินไปต่อยคนนั้นให้หงายไปเลยค่ะ เราใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับคนยากมาก
2. เสียง เวลาสอบจะมีพวกที่คิดไป ใช้ดินสอเคาะโต๊ะไป คนพวกนั้นคือมารสังคมสำหรับเรา และทำให้เราไม่มีสมาธิอย่างรุนแรงและจะหัวเสียไปทั้งวัน ตอนนี้ทำงาน เสียงคีย์บอร์เพื่อนร่วมงานทำให้เราทำงานไม่ได้ มันรบกวน เราคิดงานไม่ออก จะโทรศัพท์ติดต่องานเสียงนั้นก็รบกวน ไหนจะเสียงคนข้าง ๆ อีก เราทำงานไม่ได้ค่ะเพราะพูดกับปลายสายไม่รู้เรื่อง พูดไม่เป็นคำเลยจนอารมเสียเลยค่ะ เสียงคนเล่นปาก เสียงคนอ้าปาก มันจะมีเสียงน้ำรายที่ยืดมาตามปาก อันนั้นมันคือนรกสำหรับเรามาก เวลาอยู่ในที่คนเยอะ ๆ แล้วเจอแบบนี้สติแตกตลอดเลยค่ะ
3 เราไม่ชอบให้ใครมาถูกตัว แม้จะเป็นการเฉียดมันทำให้เรารู้สึกโมโหมาก (ไม่รู้จะโมโหทำไม แต่มันควบคุมไม่ได้ค่ะ) และเวลาคนเข้ามาคุยใกล้ ๆ เราจะต้องจับที่แก้ม หรือลูบส่วนใดส่วนนึงของหน้า เสียบุคลิคมากเข้าใจ แต่ควบคุมไม่ได้เลย เคลียดและไม่สะดวกใจทุกทีที่คนจะเข้ามาใกล้ ๆ ค่ะ
4 เราจะถนัดนั่งแขย่งเท้าค่ะ แม้แต่นั่งห้องน้ำถ้าไม่เขย่งมันก็ถ่ายไม่ได้เลย(ขอโทษนะคะ) การนั่งเอามือซุกหว่างขา หรือใต้ขา มันทำให้รู้สึกปลอดภัยและถูกปกป้องค่ะ นั่งที่แคบๆ ยิ่งชอบค่ะพอดีตัวนี่เริศเลย มันรู้สึกสบายค่ะ
5. Eye contact เป็นเรื่องยากสำหรับเรา มันรบกวน มันประหม่า ไม่ชอบเลยค่ะ เราว่าเราไม่เคยเศร้า หรือมองตัวเองด้อยกว่าคนอื่นนะ ไม่เคยคิดฆ่าตัวตาย แค่บางทีอาจจะไม่อยากทำอะไรเลย แล้วก็ไม่ทำด้วย ไม่เคยเหงาเมื่อต้องอยู่คนเดียวด้วย และเราคิดว่า เราสมควรที่จะมีเวลาอยู่คนเดียวและห้ามรบกวนไม่อย่างนั้นเราจะหงุดหงิดมาก(หงุดหงิดของคนทั่วไปอาจจะหัวเสียอีกไม่กี่นาทีหรือชั่วโมงก็หาย แต่ของเราถ้าไม่ได้กรี๊ดกร๊าด โวยวาย ระเบิดลงใส่ใคร มันไม่หายจริง ๆ นะคะ)
6. การนั่งสนทนากับเพื่อนร่วมงาน เพื่อนของเพื่อน คนที่เพิ่งรู้จัก ญาติพี่น้อง แม้แต่พ่อแม่ มันเป็นอีก 1 challenge ที่ยิ่งใหญ่ค่ะ เพราะไม่รู้ว่าต้องเริ่มยังไง จะคุยต่อไปยังไง หรือนั่งเฉย ๆ ดี หรือที่เค้าพูดมามันเป็นคำถาม หรือแค่บอกให้เรารู้ แล้วเราควรตอบมั๊ย อาการเรามันก็จะดีเลย์ ๆ หน่อย คนเค้าก็จะมองว่าเราแปลก ๆ อีก ส่วนมากเลยแยกออกมานั่งคนเดียวค่ะ จบ ๆ ไป สบายดีด้วย
7.เรามีความสามารถบางอย่างที่คนต้องทึ่ง ความจำเริศมาก ใครเห็นก็งง แต่อย่าให้อธิบายว่าทำได้ไง เพราะเราก็ไม่รู้เหมือนกัน
8.การอธิบายว่าเรารู้สึกยังไงมันเป็นเรื่องยากมาก ๆ อธิบายไม่ได้ค่ะ ไม่ได้งงหรือไม่รู้ว่าเรารู้สึกยังไง แต่มันอธิบายไม่ถูก
9. เราเข้าใจคนอื่นอธิบายในเรื่องยากพอสมควร ต้องให้ทวน 2-3 รอบถึงจะเข้าใจ ถ้าคนไม่เข้าใจเค้าจะโมโห เราก็จะเฟลมาก ๆ ค่ะ และในอีกทางนึงเราก็อธิบายในสิ่งที่เราเข้าใจต่อไปให้อีกบุคคลแบบง่าย ๆ ตามที่คนอื่น ๆ เค้าทำไม่ได้ คือเราเข้าใจว่าเรากำลังจะสื่ออะไร แต่ปลายสายเค้างงมาก และเราหาท่อนจบไม่ลงเสมอเลยค่ะ
10. เราเกลียดและกลัว การโดนทอดทิ้ง การพลัดพราก และความตายค่ะ โดยเฉพาะ ถ้าเป็นคนที่เรารักต้องทอดทิ้งเรา พลัดพรากจากเรา ตายจากเรา หรือเราต้องตาย มันคือนรกชัด ๆ เรารับไม่ได้แน่ ๆ อยู่กับมันยากมาก ๆ แม้แต่จะเลี้ยงสัตว์ยังไม่กล้าเลยค่ะ กลัวเค้าจะตายจากเราไป กลัวว่าหากวันนึ้งเราไม่ได้อยู่กับเค้ามันต้องแย่มากสำหรับเราแน่ ๆ มันทำให้เราสูญเสียบางช่วงเวลาในชีวิตไปเลย จากการโดนทอดทิ้งและการพลัดพราก ในชีวิตเรานับคนที่เรารักได้แค่ 3 คนเท่านั้น ต้องขอโทษด้วยนะคะที่พูดตรง ๆ เพราะคนอื่น ๆ เราไม่เคยแคร์เลยค่ะ ดูใจร้ายนะคะแต่นั่นมันคือสิ่งที่เรารู้สึก 3 คนนี้ที่เราบอกว่าเป็นคนที่เรารัก เราหมายความเช่นนั้นแบบ Deeply มาก ๆ เค้าเป็นเหมือนโลกทั้งใบของเราเลย
10.1 นอกจากสามสิ่งที่เกลียดและกลัวนี้ เราไม่เคยกลัวอะไรอีกแล้วทุกอย่างเป็นไปได้สำหรับเรา และต้องเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ความเหงาเราไม่ได้ Write that word in my book และไม่กลัวที่ต้องอยู่คนเดียว นี่มันคือของขวัญชิ้นพิเศษทดแทนสิ่งอื่น ๆเลยค่ะ ถ้าเป็นไปได้เราอยากให้มีแค่เราที่เป็นสิ่งมีชีวิตเดียวบนโลกใบนี้ด้วยซ้ำ
11 แสงจ้า และ กระแสไฟ เป็นสิ่งที่เรายอมแพ้มาก ๆ ตามันปิดลงเองทุกครั้งไม่สามารถจะลืมได้ ต้องใส่แว่นกันแดดออกจากบ้านตลอดค่ะ และยังโดนไฟฟ้าสถิตย์อยู่บ่อย ๆ จากเก้าอี้พลาสติก และ จากการที่คนมาลูบตัว มันเสียงดังแป๊ก ๆ เลยค่ะ ถ้าจับโลหะ หรืออะลูมิเนียม ถ้าวันนั้นตัวแห้ง อาการแห้งมากไม่เคยรอดซักครั้งเลยค่ะ มันน่ารำคาญมาก แล้วมันก็เจ็บด้วย
12 บางครั้ง (เมื่อก่อนบ่อยมาก ๆ) มันเหมือนมี Butterfly หรือลมหมุน ๆ ในท้อง ที่มันทำให้เรานั่ง หรือนอนท่าไหน ก็ไม่ใช่ไปหมด จนต้องเขย่าตัว วิ่ง หรือขยับตัวบ่อย ๆ หรือไม่ก็ตีที่ท้อง มันจะดีขึ้น
13. เวลานั่งรถไปบนถนน ทั้วไป เราต้องจับเลขทะเบียนมาบวกกันตลอด บวกเฉย ๆ ไม่รู้ทำ ทำไมแต่มันเป็นแบบนี้อ่ะค่ะ หรือไม่นั่งอยู่ในที่คนเดินไปมา ตาลมักจะสังเกตสี หรือไม่ก็แบบของเสื้อผ้า แล้วมานั่งวิเคราะห์ว่าวันนี้คนที่เดินผ่านไป ใส่หรือในเสื้อผ้าของพวกเค้ามีสีอะไรบ้าง หรือไม่เวลาดูเครื่องจักรสาร หลือศิลปะลายจุดหรือเส้น เราจะไม่ได้ชื่นชมความสวยงามของเครื่องจักสารนั้น ๆ หรือศิลปะนั้น เราจะจ้องหาความเป็นมาของลายสารที่เค้าสอดขึ้นลงผ่านเส้นไหนบ้างไปจบที่ตรงไหน หรือถ้าเป็นศิลปะลายเส้น เราจะดูแต่ละเส้นที่เค้าวาดลงไป
14 การนั่งโยกตัวมันช่วยทำให้ทุกอย่างมีดีขึ้น ฟังอะไรก็ง่ายขึ้นค่ะ และมันแก้เคลียดได้ สำหรับเรานะ/ รูทีนเปลี่ยนก็อาจจะหงุดหงิดบ้าง แต่ถ้าที่นั้ง โต๊ะตัวเดิม สิ่งของของเราที่วางไว้ที่เดิม ใครเปลี่ยนหรือมาใช้ที่ของเรา มันเป็นเรื่องใหญ่ค่ะ อาจจะมีข้าวของกระจุยกระจายได้
15 เราโฟกัสยากมาก ว่อกแวกตลอด แต่ถ้าเราอยากรู้เรื่องไหน ๆ ที่เราไม่เคยรู้มาก่อน หากมันน่าสนใจมาก เราสามารถอยู่กับเรื่องนั้น ๆ ได้เป็นวัน ๆ ไม่กินไม่นอน (เพราะมันลืมเวลา) และจะสนใจใส่ใจแต่เรื่องนี้เรื่องเดียวเป็นอาทิตย์อาทิตย์ พูดอยู่แต่เรื่องนี้ ถ้าถึงจุดหนึ่งแล้วถึงจะปล่อยวางได้ค่ะ
16 เวลาโกรธมากจนลืมตัว ตาลจะส่งเสียงดังแปลก ๆ และเขย่าบางส่วนของร่างกายเช่นมือ หรือแขน แบบไม่ทันได้ควบคุมกันก็ลั่นออกไปแล้วอ่ะค่ะ คนเค้าก็จะตกใจนิดนึง
17 มุกตลกของเรากว่าจะมึคนเข้าถึงต้องใช้เวลาคิดแป๊ป เค้าถึงจะเก็ต หรือไม่ก็ต้องอธิบายยาวเลยค่ะ จนลืมไปเลยว่าต้องขำ หรือไม่ถ้าเพื่อนจะตลกใส่เราก็คงจะหมดสนุกเพราะเราจะไม่ค่อยเก็ตมุขที่มันลึกซึ้งมาก ต้องให้เค้าอธิบายให้ฟ้งว่ามันคืออะไร ถึงจะขำได้อ่ะค่ะ (ฟังเหมือนโง่ เข้าใจอะไรยาก)
18 ในขณะที่คนทั่วไปดู ละครหลังข่าว และรายการทั่วไปตามทีวีช่องต่าง ๆ ตาลไม่เคยรู้เลยค่ะว่าตอนนี้เค้าเปลี่ยนระบบทีวีไปตั้งแต่ตอนไหน ละครเรื่องสุดท้าย รายการรายการสุดท้ายที่ดูก็คงจะประมาณ 6-7 ปีที่แล้ว เราสนใจในเรื่องที่ไม่เหมือนคนอื่น เวลาเราอยากจะแลกเปลี่ยนกับใคร ก็ไม่เคยมีใครเข้าใจที่เราพูด ในขณะที่คนอื่น ๆ แลกเปลี่ยนกับเรื่องละครบุพเพสันนิวาส เราอยากจะมีใครซักคนคุยกับเราเรื่องแอพของนาซ่า หรือไม่ก็เรื่องหนังสือ เวิร์ดแอดลาสท์
19 เวลาอ่านตัวเลขเราชอบอ่าน และเขียนสลับเสมอ ตลอด... ตลอดชีวิตตั้งแต่เล็กจนโตมาเลยค่ะ แก้ไม่เคยหายด้วย
20 เรารู้นะคะว่าบางครั้งเราเหมือนเป็นพวกไม่รับผิดชอบ และดูใจดำมาก เช่น เราเป็นคนทำงานดี(อันนี้หัวหน้าเค้าบอกมานะ) เราไม่เคยต้องทดลองงาน 3 เดือนเหมือนคนอื่นเค้าเลย ส่วนมาก 1-2 เดือนเราก็ผ่านแล้ว เราอาจจะเอนจอย ทำงานได้ตามที่เค้าต้องการ แต่...วันต่อมาถ้าเรารู้สึกว่าเราอยากไปทำอย่างอื่น ไปที่อื่นแล้วเราอาจจะลาออกขึ้นมาเลยก็ได้ แล้วเค้าก็จะงง ๆ กันว่ามีปัญหาอะไรหรือปล่าว ...ก็ไม่มีหรอก แค่ ไม่เอาแล้วอ่ะ กับความสัมพันธ์กับเพื่อนหรือแฟนก็เหมือนกัน วันนี้เราอาจจะชอบจะรักมาก และเราก็หมายความแบบนั้นจริง ๆ อีกวันต่อมาเราอาจจะหายจากพวกเค้าไปเฉย ๆ เพราะ เบื่อแล้วอ่ะ ไม่เอาละ เหตุผลของเรามีแค่นี้ แต่พวกเค้าอาจจะงง ๆ ว่าเค้าทำอะไรผิดกัน และเราก็ไม่เคยจะแคร์ หรือสนใจว่าพวกเค้าจะลำบากหรือเสียใจ หรืออะไรทั้งสิ้นด้วย เรารู้ว่ามันไม่ดีนะ แต่มันแก้ไม่ได้เลย พยายามแล้ว ทำไม่เคยได้เลยค่ะ (ขอโทษทีนะ อย่าดราม่าใส่เราเลย เราก็ไม่ได้อยากเป็นแบบนี้)
ยาวหน่อยนะคะ ทั้งหมดนี้เราว่ามันมีอะไรที่แตกต่างจาก Social Phobia ไปบ้าง เลยอยากให้ช่วยหน่อยค่ะ ว่าเข้าข่ายบ้างไหม หรือว่าเราแค่วิตกกังวลไปเอง แต่ถึงจะเป็น HF หรือ Asperger เราคงทำอะไรไม่ได้มาก เพราะมันหายขาดไม่ได้ แค่อยากจะรู้ว่าเราต้องอยู่กับมันยังไง เพราะบางทีเราก็รู้สึกแย่กับที่เราเป็นเหมือนกันค่ะ
เค้าวินิจฉัยว่าเราเป็น Social Phobia แต่เราว่ามันมีอะไรมากกว่านั้น ช่วยเราหน่อย
1. เราถูกรบกวนด้วยกลิ่นง่ายมาก กลิ่นหอมเราก็โอเค แต่ถ้าหอมโอเวอร์สแตนดาร์ทอันนี้ก็มึนหัวเหมือนกันค่ะ แต่เราสามารถบอกกลิ่นของซากที่มันอยู่ลึกหลืบ ที่คนอื่นไม่เคยได้กลิ่น แต่มันรบกวนเรา และเราก็หามันเจอด้วยค่ะ เราเกลียดกลิ่นเรอของคน ทั้ง ๆ ที่เค้าอยู่ไกลเรา 2-3 เมตร ไกลพอควรแต่มันก็รบกวนเราอยู่ดี จนทำให้เราอยากจะเดินไปต่อยคนนั้นให้หงายไปเลยค่ะ เราใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับคนยากมาก
2. เสียง เวลาสอบจะมีพวกที่คิดไป ใช้ดินสอเคาะโต๊ะไป คนพวกนั้นคือมารสังคมสำหรับเรา และทำให้เราไม่มีสมาธิอย่างรุนแรงและจะหัวเสียไปทั้งวัน ตอนนี้ทำงาน เสียงคีย์บอร์เพื่อนร่วมงานทำให้เราทำงานไม่ได้ มันรบกวน เราคิดงานไม่ออก จะโทรศัพท์ติดต่องานเสียงนั้นก็รบกวน ไหนจะเสียงคนข้าง ๆ อีก เราทำงานไม่ได้ค่ะเพราะพูดกับปลายสายไม่รู้เรื่อง พูดไม่เป็นคำเลยจนอารมเสียเลยค่ะ เสียงคนเล่นปาก เสียงคนอ้าปาก มันจะมีเสียงน้ำรายที่ยืดมาตามปาก อันนั้นมันคือนรกสำหรับเรามาก เวลาอยู่ในที่คนเยอะ ๆ แล้วเจอแบบนี้สติแตกตลอดเลยค่ะ
3 เราไม่ชอบให้ใครมาถูกตัว แม้จะเป็นการเฉียดมันทำให้เรารู้สึกโมโหมาก (ไม่รู้จะโมโหทำไม แต่มันควบคุมไม่ได้ค่ะ) และเวลาคนเข้ามาคุยใกล้ ๆ เราจะต้องจับที่แก้ม หรือลูบส่วนใดส่วนนึงของหน้า เสียบุคลิคมากเข้าใจ แต่ควบคุมไม่ได้เลย เคลียดและไม่สะดวกใจทุกทีที่คนจะเข้ามาใกล้ ๆ ค่ะ
4 เราจะถนัดนั่งแขย่งเท้าค่ะ แม้แต่นั่งห้องน้ำถ้าไม่เขย่งมันก็ถ่ายไม่ได้เลย(ขอโทษนะคะ) การนั่งเอามือซุกหว่างขา หรือใต้ขา มันทำให้รู้สึกปลอดภัยและถูกปกป้องค่ะ นั่งที่แคบๆ ยิ่งชอบค่ะพอดีตัวนี่เริศเลย มันรู้สึกสบายค่ะ
5. Eye contact เป็นเรื่องยากสำหรับเรา มันรบกวน มันประหม่า ไม่ชอบเลยค่ะ เราว่าเราไม่เคยเศร้า หรือมองตัวเองด้อยกว่าคนอื่นนะ ไม่เคยคิดฆ่าตัวตาย แค่บางทีอาจจะไม่อยากทำอะไรเลย แล้วก็ไม่ทำด้วย ไม่เคยเหงาเมื่อต้องอยู่คนเดียวด้วย และเราคิดว่า เราสมควรที่จะมีเวลาอยู่คนเดียวและห้ามรบกวนไม่อย่างนั้นเราจะหงุดหงิดมาก(หงุดหงิดของคนทั่วไปอาจจะหัวเสียอีกไม่กี่นาทีหรือชั่วโมงก็หาย แต่ของเราถ้าไม่ได้กรี๊ดกร๊าด โวยวาย ระเบิดลงใส่ใคร มันไม่หายจริง ๆ นะคะ)
6. การนั่งสนทนากับเพื่อนร่วมงาน เพื่อนของเพื่อน คนที่เพิ่งรู้จัก ญาติพี่น้อง แม้แต่พ่อแม่ มันเป็นอีก 1 challenge ที่ยิ่งใหญ่ค่ะ เพราะไม่รู้ว่าต้องเริ่มยังไง จะคุยต่อไปยังไง หรือนั่งเฉย ๆ ดี หรือที่เค้าพูดมามันเป็นคำถาม หรือแค่บอกให้เรารู้ แล้วเราควรตอบมั๊ย อาการเรามันก็จะดีเลย์ ๆ หน่อย คนเค้าก็จะมองว่าเราแปลก ๆ อีก ส่วนมากเลยแยกออกมานั่งคนเดียวค่ะ จบ ๆ ไป สบายดีด้วย
7.เรามีความสามารถบางอย่างที่คนต้องทึ่ง ความจำเริศมาก ใครเห็นก็งง แต่อย่าให้อธิบายว่าทำได้ไง เพราะเราก็ไม่รู้เหมือนกัน
8.การอธิบายว่าเรารู้สึกยังไงมันเป็นเรื่องยากมาก ๆ อธิบายไม่ได้ค่ะ ไม่ได้งงหรือไม่รู้ว่าเรารู้สึกยังไง แต่มันอธิบายไม่ถูก
9. เราเข้าใจคนอื่นอธิบายในเรื่องยากพอสมควร ต้องให้ทวน 2-3 รอบถึงจะเข้าใจ ถ้าคนไม่เข้าใจเค้าจะโมโห เราก็จะเฟลมาก ๆ ค่ะ และในอีกทางนึงเราก็อธิบายในสิ่งที่เราเข้าใจต่อไปให้อีกบุคคลแบบง่าย ๆ ตามที่คนอื่น ๆ เค้าทำไม่ได้ คือเราเข้าใจว่าเรากำลังจะสื่ออะไร แต่ปลายสายเค้างงมาก และเราหาท่อนจบไม่ลงเสมอเลยค่ะ
10. เราเกลียดและกลัว การโดนทอดทิ้ง การพลัดพราก และความตายค่ะ โดยเฉพาะ ถ้าเป็นคนที่เรารักต้องทอดทิ้งเรา พลัดพรากจากเรา ตายจากเรา หรือเราต้องตาย มันคือนรกชัด ๆ เรารับไม่ได้แน่ ๆ อยู่กับมันยากมาก ๆ แม้แต่จะเลี้ยงสัตว์ยังไม่กล้าเลยค่ะ กลัวเค้าจะตายจากเราไป กลัวว่าหากวันนึ้งเราไม่ได้อยู่กับเค้ามันต้องแย่มากสำหรับเราแน่ ๆ มันทำให้เราสูญเสียบางช่วงเวลาในชีวิตไปเลย จากการโดนทอดทิ้งและการพลัดพราก ในชีวิตเรานับคนที่เรารักได้แค่ 3 คนเท่านั้น ต้องขอโทษด้วยนะคะที่พูดตรง ๆ เพราะคนอื่น ๆ เราไม่เคยแคร์เลยค่ะ ดูใจร้ายนะคะแต่นั่นมันคือสิ่งที่เรารู้สึก 3 คนนี้ที่เราบอกว่าเป็นคนที่เรารัก เราหมายความเช่นนั้นแบบ Deeply มาก ๆ เค้าเป็นเหมือนโลกทั้งใบของเราเลย
10.1 นอกจากสามสิ่งที่เกลียดและกลัวนี้ เราไม่เคยกลัวอะไรอีกแล้วทุกอย่างเป็นไปได้สำหรับเรา และต้องเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ความเหงาเราไม่ได้ Write that word in my book และไม่กลัวที่ต้องอยู่คนเดียว นี่มันคือของขวัญชิ้นพิเศษทดแทนสิ่งอื่น ๆเลยค่ะ ถ้าเป็นไปได้เราอยากให้มีแค่เราที่เป็นสิ่งมีชีวิตเดียวบนโลกใบนี้ด้วยซ้ำ
11 แสงจ้า และ กระแสไฟ เป็นสิ่งที่เรายอมแพ้มาก ๆ ตามันปิดลงเองทุกครั้งไม่สามารถจะลืมได้ ต้องใส่แว่นกันแดดออกจากบ้านตลอดค่ะ และยังโดนไฟฟ้าสถิตย์อยู่บ่อย ๆ จากเก้าอี้พลาสติก และ จากการที่คนมาลูบตัว มันเสียงดังแป๊ก ๆ เลยค่ะ ถ้าจับโลหะ หรืออะลูมิเนียม ถ้าวันนั้นตัวแห้ง อาการแห้งมากไม่เคยรอดซักครั้งเลยค่ะ มันน่ารำคาญมาก แล้วมันก็เจ็บด้วย
12 บางครั้ง (เมื่อก่อนบ่อยมาก ๆ) มันเหมือนมี Butterfly หรือลมหมุน ๆ ในท้อง ที่มันทำให้เรานั่ง หรือนอนท่าไหน ก็ไม่ใช่ไปหมด จนต้องเขย่าตัว วิ่ง หรือขยับตัวบ่อย ๆ หรือไม่ก็ตีที่ท้อง มันจะดีขึ้น
13. เวลานั่งรถไปบนถนน ทั้วไป เราต้องจับเลขทะเบียนมาบวกกันตลอด บวกเฉย ๆ ไม่รู้ทำ ทำไมแต่มันเป็นแบบนี้อ่ะค่ะ หรือไม่นั่งอยู่ในที่คนเดินไปมา ตาลมักจะสังเกตสี หรือไม่ก็แบบของเสื้อผ้า แล้วมานั่งวิเคราะห์ว่าวันนี้คนที่เดินผ่านไป ใส่หรือในเสื้อผ้าของพวกเค้ามีสีอะไรบ้าง หรือไม่เวลาดูเครื่องจักรสาร หลือศิลปะลายจุดหรือเส้น เราจะไม่ได้ชื่นชมความสวยงามของเครื่องจักสารนั้น ๆ หรือศิลปะนั้น เราจะจ้องหาความเป็นมาของลายสารที่เค้าสอดขึ้นลงผ่านเส้นไหนบ้างไปจบที่ตรงไหน หรือถ้าเป็นศิลปะลายเส้น เราจะดูแต่ละเส้นที่เค้าวาดลงไป
14 การนั่งโยกตัวมันช่วยทำให้ทุกอย่างมีดีขึ้น ฟังอะไรก็ง่ายขึ้นค่ะ และมันแก้เคลียดได้ สำหรับเรานะ/ รูทีนเปลี่ยนก็อาจจะหงุดหงิดบ้าง แต่ถ้าที่นั้ง โต๊ะตัวเดิม สิ่งของของเราที่วางไว้ที่เดิม ใครเปลี่ยนหรือมาใช้ที่ของเรา มันเป็นเรื่องใหญ่ค่ะ อาจจะมีข้าวของกระจุยกระจายได้
15 เราโฟกัสยากมาก ว่อกแวกตลอด แต่ถ้าเราอยากรู้เรื่องไหน ๆ ที่เราไม่เคยรู้มาก่อน หากมันน่าสนใจมาก เราสามารถอยู่กับเรื่องนั้น ๆ ได้เป็นวัน ๆ ไม่กินไม่นอน (เพราะมันลืมเวลา) และจะสนใจใส่ใจแต่เรื่องนี้เรื่องเดียวเป็นอาทิตย์อาทิตย์ พูดอยู่แต่เรื่องนี้ ถ้าถึงจุดหนึ่งแล้วถึงจะปล่อยวางได้ค่ะ
16 เวลาโกรธมากจนลืมตัว ตาลจะส่งเสียงดังแปลก ๆ และเขย่าบางส่วนของร่างกายเช่นมือ หรือแขน แบบไม่ทันได้ควบคุมกันก็ลั่นออกไปแล้วอ่ะค่ะ คนเค้าก็จะตกใจนิดนึง
17 มุกตลกของเรากว่าจะมึคนเข้าถึงต้องใช้เวลาคิดแป๊ป เค้าถึงจะเก็ต หรือไม่ก็ต้องอธิบายยาวเลยค่ะ จนลืมไปเลยว่าต้องขำ หรือไม่ถ้าเพื่อนจะตลกใส่เราก็คงจะหมดสนุกเพราะเราจะไม่ค่อยเก็ตมุขที่มันลึกซึ้งมาก ต้องให้เค้าอธิบายให้ฟ้งว่ามันคืออะไร ถึงจะขำได้อ่ะค่ะ (ฟังเหมือนโง่ เข้าใจอะไรยาก)
18 ในขณะที่คนทั่วไปดู ละครหลังข่าว และรายการทั่วไปตามทีวีช่องต่าง ๆ ตาลไม่เคยรู้เลยค่ะว่าตอนนี้เค้าเปลี่ยนระบบทีวีไปตั้งแต่ตอนไหน ละครเรื่องสุดท้าย รายการรายการสุดท้ายที่ดูก็คงจะประมาณ 6-7 ปีที่แล้ว เราสนใจในเรื่องที่ไม่เหมือนคนอื่น เวลาเราอยากจะแลกเปลี่ยนกับใคร ก็ไม่เคยมีใครเข้าใจที่เราพูด ในขณะที่คนอื่น ๆ แลกเปลี่ยนกับเรื่องละครบุพเพสันนิวาส เราอยากจะมีใครซักคนคุยกับเราเรื่องแอพของนาซ่า หรือไม่ก็เรื่องหนังสือ เวิร์ดแอดลาสท์
19 เวลาอ่านตัวเลขเราชอบอ่าน และเขียนสลับเสมอ ตลอด... ตลอดชีวิตตั้งแต่เล็กจนโตมาเลยค่ะ แก้ไม่เคยหายด้วย
20 เรารู้นะคะว่าบางครั้งเราเหมือนเป็นพวกไม่รับผิดชอบ และดูใจดำมาก เช่น เราเป็นคนทำงานดี(อันนี้หัวหน้าเค้าบอกมานะ) เราไม่เคยต้องทดลองงาน 3 เดือนเหมือนคนอื่นเค้าเลย ส่วนมาก 1-2 เดือนเราก็ผ่านแล้ว เราอาจจะเอนจอย ทำงานได้ตามที่เค้าต้องการ แต่...วันต่อมาถ้าเรารู้สึกว่าเราอยากไปทำอย่างอื่น ไปที่อื่นแล้วเราอาจจะลาออกขึ้นมาเลยก็ได้ แล้วเค้าก็จะงง ๆ กันว่ามีปัญหาอะไรหรือปล่าว ...ก็ไม่มีหรอก แค่ ไม่เอาแล้วอ่ะ กับความสัมพันธ์กับเพื่อนหรือแฟนก็เหมือนกัน วันนี้เราอาจจะชอบจะรักมาก และเราก็หมายความแบบนั้นจริง ๆ อีกวันต่อมาเราอาจจะหายจากพวกเค้าไปเฉย ๆ เพราะ เบื่อแล้วอ่ะ ไม่เอาละ เหตุผลของเรามีแค่นี้ แต่พวกเค้าอาจจะงง ๆ ว่าเค้าทำอะไรผิดกัน และเราก็ไม่เคยจะแคร์ หรือสนใจว่าพวกเค้าจะลำบากหรือเสียใจ หรืออะไรทั้งสิ้นด้วย เรารู้ว่ามันไม่ดีนะ แต่มันแก้ไม่ได้เลย พยายามแล้ว ทำไม่เคยได้เลยค่ะ (ขอโทษทีนะ อย่าดราม่าใส่เราเลย เราก็ไม่ได้อยากเป็นแบบนี้)
ยาวหน่อยนะคะ ทั้งหมดนี้เราว่ามันมีอะไรที่แตกต่างจาก Social Phobia ไปบ้าง เลยอยากให้ช่วยหน่อยค่ะ ว่าเข้าข่ายบ้างไหม หรือว่าเราแค่วิตกกังวลไปเอง แต่ถึงจะเป็น HF หรือ Asperger เราคงทำอะไรไม่ได้มาก เพราะมันหายขาดไม่ได้ แค่อยากจะรู้ว่าเราต้องอยู่กับมันยังไง เพราะบางทีเราก็รู้สึกแย่กับที่เราเป็นเหมือนกันค่ะ