บันทึกการเดินทาง | 48 วันจากกรุงเทพ ถึง มิวนิค ตอนที่ 1 จุดเริ่มต้น ณ หัวลำโพง

ตอนที่ 1 จุดเริ่มต้น ณ หัวลำโพง

มันเกิดขึ้นแล้ว !!!!

วันที่ 1 ของการเดิน

วันศุกร์ที่ 10 พฤศจิกายน 2560
เราเริ่มต้นการเดินทางกันที่สถานีรถไฟหัวลำโพงที่ๆทุกคนคงคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี
เพียงแต่รอบนี้เราไม่ได้ขึ้นเหนือล่องใต้หรือไปตะวันออกตะวันตก
แต่เราจะนั่งรถไฟข้ามยาวไปจนถึงยุโรปกันเลยครับ
รถไฟจะออกจากหัวลำโพง 20.00 แล้วจะไปถึงหนองคายตอน 6.45

http://www.railway.co.th/checktime/checktime.asp ทางไปจองครับ

หลังจากขึ้นรถไฟได้ไม่นานนัก เจ้าหน้าที่ก็มาทำการปูเตียงเตรียมให้พวกเราได้เข้านอนกัน
เราขึ้นไปบนเตียงเสียบหูฟัง ฟังเพลง แล้วคิดในใจ เห้ย ! เรากำลังเดินทางผ่านเส้นทางในฝัน
ที่อยากจะไปมาหลายปีมากๆ และตอนนี้เราอยู่บนรถไฟขบวนแรกแล้วสินะ มันเริ่มขึ้นแล้ว
หัวใจมันพองโตอย่างบอกไม่ถูกจริงๆนะครับ : )

เช้าวันใหม่ เราตื่นขึ้นมาหลังจากพักผ่อนอย่างเต็มที่ เตรียมตัวจัดการเก็บข้าวของ
ล้างหน้าแปรงฟัน เรามองไปที่จอแสดงการเดินรถไฟบอกเวลาที่จะถึงซึ่งยังพอมีเวลาให้เราถ่ายรูป
ถ่ายวิดีโออยู่ เลยเราจัดแจงเซตกล้องนู่นนี่นั่น ถ่ายกันเพลินๆได้ไม่นานนัก
ล้อเหล็กค่อยๆหมุนช้าลง ช้าลง และได้หยุดในที่สุด หลังจากลงรถไฟ
เดินออกจากสถานีเราก็ต้องนั่งสามล้อคันจิ๋ว ที่ไม่น่าเชื่อนะครับว่าสามารถยัดกระเป๋าใบเท่าบ้าน
ได้ 5 ใบ และคนนั่งอีก 5 คน ในพื้นที่ 1.5 ตารางเมตร มีเบาะนั่ง 2 ฝั่ง คล้ายรถกระป๋องในกรุงเทพ
และมีพื้นที่ว่างตรงกลางไว้วางกระเป๋า สัมภาระต่างๆ (คือแม่.งเล็กมาก แต่ก็ยัดกันมาได้ 55555)
ค่ารถสามล้อที่พวกเรานั่งนี้ ตกคนละ 30 บาท โดยขึ้นที่หน้าสถานีรถไฟหนองคาย ไปลงที่หน้าด่านพรมแดนหนองคาย

คันนี้นี่แหละครับ ถ้าใครไปลาวด้วยการข้ามจากหนองคายสภาพคงไม่ต่างกันเท่าไหร่ 555555
นั่งได้สี่คน อีกคนก็ต้องโหนกันแล้ว ยกล้อเลยลูกพี่ มีคนถ่วงหลังให้แล้ว
ไวหน่อยครับไวหน่อย ขาจะชาแล้ว
ถึงแล้วจ้าาา หลังจากนั่งเบียดเสียดแน่นยิ่งกว่าปลากระป๋อง (ถ้าแน่นกว่านี้ก็มีทายาทกันไปละ)

และพาสปอร์ตคนไทยสามารถเข้าช่องพิเศษได้เลยนะครับไม่ต้องต่อคิว
ลาก่อนไทยแลนด์ เตรียมเข้าสู่ประเทศเพื่อนบ้านที่เรียกได้ว่าเป็นเมืองพี่เมืองน้องกัน นั่นก็คือ ประเทศลาว นั่นเองครับ
หลังออกจากฝั่งไทยมาแล้วก็ซื้อตั๋วขึ้นรถ คนละ20บาท เพื่อนั่งไปด่านตรวจคนเข้าเมืองประเทศลาวกันครับ
ใช้เวลาไม่นานนักประมาณ 10 นาที ก็มาถึงด่าน
ตรวจเอกสารประทับตราเรียบร้อย ออกจากสถานีมา อันดับแรกเราต้องไปแลกเงินกีบก่อนเลยครับ
แลกให้พอแค่ใช้สำหรับครึ่งวันก็พอ เพราะว่าพวกเราจะนั่งรถบัสจากเวียงจันทน์ไปฮานอยช่วงเย็น
แลกเงินเสร็จ เดินออกจากด่านมองหารถเมล์สีเขียวครับ พนักงานเค้าจะคอยตะโกนว่า ตลาดเช้าๆ
ก็กระโดดขึ้นไปเลยครับ ค่าเสียหายคนละ 5,000 กีบ

ตลาดเช้าเนี่ยเปรียบเสมือนอนุสาวรีย์ชัยบ้านเรานี่แหละครับเป็นศูนย์กลางการเดินรถเมล์สายต่างๆ
พอถึงตลาดเซ้าปุ๊บ ก็ต้องเดินหารถเมล์เพื่อไปสถานีรสบัสสายใต้กันต่อครับ
สถานีรถบัสสายใต้คือจุดที่พวกเราจะต้องซื้อตั๋วรถนอนไปฮานอย
รถเมล์ไปสายใต้จะหน้าตาแบบในรูปด้านล่างนี้เลยครับ
บนรถเมล์นั้นถ้ารถยังไม่ออก ก็จะมีพ่อค้าแม่ค้า หาบของมาเร่ขายวนเวียนไม่ซ้ำหน้ากันเลย

ระหว่างทางที่ไปเจอคุณลุงนั่งข้างเรา ชวนเราคุยเรื่องสัพเพเหระไปเรื่อย คุยไปคุยมาแกเลยถามว่าเราจะไปไหนต่อ
เราก็ตอบลุงไปว่าเราจะไปฮานอยต่อ ลุงแกลงที่สถานีรถบัสสายใต้เหมือนกัน เลยอาสาพาพวกเราไปซื้อตั๋วรถไปฮานอย
อันนี้คือห้องจำหน่ายตั๋วครับ ภายในสถานีจะมีหลายเค้าเตอร์หลายบริษัทครับ
คิดว่าราคาคงไม่ต่างกัน ราคาตั๋วที่พวกเราได้มาอยู่ที่คนละ 800 บาทครับ (เราจ่ายเป็นเงินดอลล่าห์ครับ จะให้เค้าทอนเป็นกีบหรือดอลล่าห์ก็ได้ครับ บอกเค้าได้)
ได้ตั๋วมาก็อุ่นใจแล้วครับ รถจากเวียงจันทร์ (สายใต้) ไปฮานอย ออกทุกวัน วันละ 1 รอบ คือเวลา 18.00 น.และที่สำคัญคือ เราจะอยู่บนรถบัสนอนคันนี้ไปอีก 24 ชั่วโมงเลยครับ

หลังจากได้ตั๋วก็ออกไปขึ้นรถเมล์สายเดิมครับ เพื่อกลับเข้าไปเที่ยวในตัวเมืองเวียงจันทน์
ที่แรกที่เราจะไปคือ ประตูชัย เราจึงแวะลงกลางทางที่ป้ายรถเมล์ ประตูชัย

ประวัติคร่าวๆ

ประตูชัยแห่งนี้สร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2512  ครับ  เรียกได้ว่าความเป็นมาของสถานที่แห่งนี้ยาวนานมากๆเลยครับ  
ก็อย่างที่บอกว่าสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์สถาน  ประตูชัยนี้มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “รันเวย์แนวตั้ง” ครับ
นั่นก็เพราะว่า การก่อสร้างประตูชัยแห่งนี้นั้น ใช้ปูนที่อเมริกาซื้อมาเพื่อนำมาสร้างสนามบินใหม่ในนครเวียงจันทน์ในระหว่าง
สงครามอินโดจีนนั่นเอง แต่ก็ไม่ทันได้สร้างเลยก็เกิดแพ้สงครามในอินโดจีนเสียก่อน จึงมีการนำปูนซีเมนต์มาสร้างประตูชัยแทน
และนี่คืออาหารมื้อแรกที่เวียงจันทร์ของพวกเรา ก๋วยเตี๋ยวชามโตนั่นเองครับ
รสชาติคล้ายๆกับเฝอ อร่อยดีครับ ให้เส้นเยอะมากกกกกครับ ทานไม่หมด

พอกินอิ่มหนังท้องก็เริ่มย้วย เวลาในเวียงจันทร์ใกล้จะหมดๆลงทุกที เราจึงรีบเดินต่อไปที่วัดสีสะเกด
จากร้านก๋วยเตี๋ยวใช้เวลาเดินเท้าเพียง 15 นาทีก็มาถึง วัดสีสะเกด

วัดสีสะเกด (Wat Sisaket) หรือวัดสะตะสะหัสสาราม (วัดแสน) เป็นวัดที่สร้างขึ้นแห่งแรกในนครเวียงจันทน์
สตสหัสส  แปลว่า 100,000,  อาราม แปลว่า วัด,  วัดสตสหัสสาราม จึงแปลว่า วัดแสน  
ในอดีตเป็นที่ประทับของสมเด็จพระสังฆราช (ลาว)  
ศักดิ์ของวัดนี้เทียบเท่าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์ฯ ท่าเตียน ของไทย)  
เหตุที่ชื่อวัดแสนก็เพราะว่า  พระเจ้าไชยเชษฐาธิราชและพุทธศาสนิกชนชาวลาวในอดีต  
ทรงสร้างพระพุทธรูปทั้งองค์เล็กและองค์ใหญ่ประดิษฐานไว้ทั่ววัด 100,000 องค์  
ดังนั้นจึงมีชื่อเล่นว่าวัดแสน  แต่ปัจจุบันมีเหลืออยู่ประมาณ 10,000 กว่าองค์เท่านั้น  
ไกด์บางคนบอกว่ามี 6,000 กว่าองค์  แต่ถึงอย่างไรก็ตาม  วัดนี้ก็มียังมีพระพุทธรูปมากที่สุดในนครหลวงเวียงจันทน์
ออกจากวัดสีสะเกด เราเดินหาร้านคาเฟ่เพื่อเข้าไปกินกาแฟคลายร้อนก่อนที่จะกลับไปยังสถานีรถบัสสายใต้
เพื่อเตรียมตัวนั่งรถนอนไปยัง ฮานอย ประเทศเวียดนาม
ภายในสถานีรถบัสนั้นมีห้องอาบน้ำบริการด้วยนะครับ คนละ 10,000 กีบ
ถ้าไม่อาบนี่หมักแห้งกันไปอีกวันเต็มๆ + กับกลางคืนเมื่อวานบนรถไฟที่ไม่ได้อาบ
อยากได้กลิ่นแบบไหนเลือกเลยนะครับ 55555

และนี่คือโฉมหน้าเตียงนอนคู่ใจที่จะอยู่กับเราไปอีก 24 ชั่วโมงข้างหน้านี้
รถออกไปสักพักก็ได้หยุดจอดรถกลางทางให้เข้าห้องน้ำห้องท่า และพักกินข้าว
นี่คือหน้าตาอาหารของพวกเรา ผัดกะหล่ำปลีพอกินได้สุด ที่เหลือนี่กินกันตาย ยัดๆเข้าไปครับ
ค่าเสียหายถาดนี้อยู่ที่ 100 บาทครับ ใครที่ยังมีเงินกีบให้เก็บไว้จ่ายก่อนนะครับ
ถ้าจ่ายเป็นเงินเวียดนามจะแพงกว่านิดหน่อย

หลังทำกิจธุระส่วนตัวและขึ้นรถกันเรียบร้อยแล้ว คนรถจะมาไล่เก็บพาสปอร์ตไปยื่นให้ด่าน เฉพาะคนเวียดนามและลาว เท่าที่มองนะ ส่วนคนไทยหรือชาติอื่นน่าจะต้องสะกิดบอกคนรถด้วยนะครับ ค่าเก็บพาสปอร์ตคนละ 20,000 กีบ หรือ 55,000 ด่อง (ถ้าไม่ฝากเค้าไป เราต้องไปยื่นเอง)

รถจะวิ่งมาถึงหน้าด่าน ลาว-เวียดนาม ตอน 04.00 น. ยังไม่ต้องลงไปนะครับ
ด่านจะเปิดตอน 7 โมงเช้า

เดี๋ยวจะรีบกลับมาเขียนต่อให้ได้อ่านกันนะครับ : )

เผื่อใครยัง งง งง เราเป็นใครมาจากไหน อ่านกระทู้แรกของพวกเราก่อนได้ที่
https://pantip.com/topic/37364297

- - -  กระทู้ตอนต่อไป  - - -
ตอนที่ 2 เมืองที่เต็มไปด้วยเสียงแตร https://pantip.com/topic/37391329
ตอนที่ 3 เข้าสู่จีนอย่างเป็นทางการ https://pantip.com/topic/37404758
ตอนที่ 4 หนึ่งในเจ็ดสิ่งหมัศจรรย์ของโลก https://pantip.com/topic/37426327

พูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลกับพวกเราได้ที่: https://www.facebook.com/toandfrojourney
Instagram : https://www.instagram.com/toandfro.jpg/
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่