ชำแหละ‘ช่อง3’สะดุด ส่อหลุดเบอร์2เรตติ้งเรื่องเล่าเช้านี้ร่วง-คู่แข่งไล่บี้หนัก
เปิดเส้นทาง “ช่อง 3” หลังโมโน 29 ประกาศไล่บี้ชิงอันดับ 2 พบแนวโน้มรายได้-กำไรลดลงต่อเนื่อง ขณะที่เรตติ้งรายการ “เรื่องเล่าเช้านี้” หดเหลือ 0.954 รั้งอันดับ 3 ตามช่อง 7
การประกาศก้าวขึ้นอันดับ 2 ของช่องโมโน 29 สร้างความสั่นสะเทือนให้กับช่อง 3 ที่ยึดครองตำแหน่งนี้มายาวนาน ด้วยผลงานที่ประสบความสำเร็จต่อเนื่องตั้งแต่เกิดการเปลี่ยนผ่านสู่ทีวีดิจิตอล ทำให้เชื่อว่าน่าจะประสบความสำเร็จได้สูง ตรงข้ามกับช่อง 3 ที่นับจากเริ่มต้นประมูลกวาดช่องทีวีดิจิตอลมาได้ถึง 3 ช่องในปลายปี 2556 ด้วยเม็ดเงินสูงถึง 6,471 ล้านบาท
ย้อนเส้นทางประมูลทีวีช่อง 3
การเข้ามาสู่ธุรกิจทีวีดิจิตอลของบริษัท บีอีซี-มัลติมีเดีย จำกัด ในเครือบริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) ที่ชนะการประมูลช่องทีวีดิจิตอลมาครองถึง 3 ช่อง ได้แก่ ช่อง 33 HD ในหมวดหมู่ทั่วไปแบบความคมชัดสูง ด้วยราคา 3,530 ล้านบาท ช่อง 28 SD ในหมวดหมู่ทั่วไปแบบความคมชัดปกติ ราคา 2,275 ล้านบาท และช่อง 13 ใน หมวดหมู่เด็ก เยาวชน และครอบครัว ราคา 666 ล้านบาท รวม 3 ช่องที่กลุ่มบีอีซีใช้เงินไปถึง 6,471 ล้านบาท ถือเป็นการลงทุนด้วยเม็ดเงินที่สูงมาก (แม้จะเป็นการแบ่งจ่ายค่างวด) เพราะต้องแบกรับต้นทุนมหาศาลแต่ผลตอบแทนจากการลงทุน ยังมองไม่เห็นว่าจะทำกำไรได้เมื่อไร
หากดูผลการดำเนินงานในช่วงที่ผ่านมาจะพบว่า กลุ่มบีอีซีรายได้และกำไรลดลงอย่างต่อเนื่องด้วย โดยในปี 2557 มีรายได้รวม 16,381.51 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 4,414.99 ล้านบาท ปี 2558 มีรายได้รวม 16,017.91 ล้านบาท มีกำไร 2,982.71 ล้านบาท ปี 2559 มีรายได้รวม 12,534.57 กำไร 1,218.29 ล้านบาท ขณะที่ผลการดำเนินงานในรอบ 9 เดือนแรกของปี 2560 มีรายได้รวม 9,103.80 ล้านบาท มีกำไร 371 ล้านบาท ซึ่งถือว่ามีแนวโน้มทั้งรายได้และกำไรที่ยังลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าด้วย
เรตติ้งตกหลุดแชมป์‘ข่าวเช้า’
นอกจากผลการดำเนินงานที่ยังไม่ฟื้นตัว กลุ่มช่อง 3 ยังต้องเผชิญกับเหตุการณ์สำคัญที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของช่องด้วย ไม่ว่าจะเป็นการที่ ศาลอุทธรณ์พิพากษาคดีที่นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา เจ้าของบริษัท ไร่ส้ม จำกัด อดีตผู้ดำเนินรายการข่าว คุยคุ้ยข่าว ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 9 อสมท จากกรณีการยักยอกเงินค่าโฆษณาเกินเวลามูลค่ากว่า 138 ล้านบาท ให้ได้รับโทษจำคุก 13 ปี 4 เดือน ซึ่ง ขณะนั้นนายสรยุทธ ได้เป็นพิธีกรรายการ เรื่องเล่าเช้านี้ ของทางช่อง 33 ซึ่งถือว่าเป็นรายการข่าวที่มีเรตติ้งสูงเป็นอันดับ 1 ในกลุ่มรายการข่าวเช้า โดยเคยมีเรตติ้งพุ่งสูงถึง 4.1 ในช่วงเดือนตุลาคม 2555 โดยคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ค่าเรตติ้ง TVR ซึ่งเป็นกลุ่มที่วัดคนดูทั่วประเทศเป็นประชาชนทั่วไป เท่ากับจำนวนคนกว่า 2.62 ล้านคน
ขณะที่ช่อง 7 รายการ “เช้านี้...ที่หมอชิต” ซึ่งออกอากาศในวันและเวลาเดียวกัน ได้เรตติ้ง 2.0 เท่ากับจำนวนคนกว่า 1.27 ล้านคน แน่นอนว่าเมื่อเจ้าพ่อกรรมกรข่าวไม่อยู่ แรงดึงดูดของเรื่องเล่าเช้านี้ก็ถดถอยลง แม้ช่อง 3 พยายามปรับตัวพิธีกรในรายการให้น่าสนใจแต่เรตติ้งก็ยังไม่ดีขึ้น เรตติ้งล่าสุดในวันที่ 24 มกราคม 2561 รายการเรื่องเล่าเช้านี้มีเรตติ้ง 0.954 เป็นอันดับ 3 ในกลุ่มรายการข่าวเช้า ซึ่งเป็นรองรายการเช้านี้...ที่หมอชิต ที่มีเรตติ้งสูงสุด 1.543 และรายการสนามข่าว 7 สี ที่มีเรตติ้ง 1.486 แม้จะมีการพลิกโฉมรายการเรื่องเล่าเช้านี้อีกระลอก ด้วยการเพิ่มทั้งพิธีกรหลักอย่างไก่-ภาษิต อภิญญาวาท และพิธีกรเสริมอย่าง “ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์”
ปรับโครงสร้าง ดึงมือดีเสริมทัพ
กลุ่มบีอีซียังมีความพยายามที่จะกอบกู้ธุรกิจให้กลับมาเติบโต และเรียกคืนเรตติ้งให้เพิ่มขึ้นอีกครั้ง โดยล่าสุดช่วงปลายปี 2560 ได้ประกาศปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่ ด้วยการแต่งตั้งนายประชุม มาลีนนท์ รองประธานกรรมการ บมจ.บีอีซี เวิลด์ฯ ให้ดำรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท และ นางสาวอัมพร มาลีนนท์ กรรมการ และกรรมการบริหาร ให้ดำรงตำแหน่ง COO (Chief Operating Officer) : หัวหน้าคณะผู้บริหาร ด้านปฏิบัติการและรับรอง และกำหนดชื่อตำแหน่งใหม่สำหรับ นางสาวรัตนา มาลีนนท์ ในตำแหน่ง CFO (Chief Financial Officer) : หัวหน้าคณะผู้บริหาร ด้านการเงิน และยังดึงนายสมประสงค์ บุญยะชัย อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มอินทัช มาดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการบริหารด้วย ซึ่งการปรับโครงสร้างใหม่นี้ เพื่อให้ผู้บริหารเข้ามาทำหน้าที่สำคัญในการกำหนดทิศทางนโยบาย เป้าหมายในภาพรวม และเป็นการรองรับกับการแข่งขันในธุรกิจที่มีรุนแรงเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นอกเหนือจากทีมผู้บริหารระดับสูง กลุ่มบีอีซียังได้เพิ่มหน่วยธุรกิจใหม่อีก 2 ธุรกิจ ได้แก่ ธุรกิจคอมเมอร์เชียล หรือธุรกิจบริหารลิขสิทธิ์ศิลปิน (Artist Management) และธุรกิจออนไลน์ เพื่อเป็นช่องทางในการสร้างรายได้เพิ่ม เนื่องจากปัจจุบันเอเยนซีและเจ้าของสินค้าลดงบประมาณการซื้อโฆษณาลง จากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ประกอบกับภาวะการแข่งขันของธุรกิจทีวีดิจิตอลที่มีรุนแรง และมีผู้ประกอบการมากขึ้น นอกจากนี้ผู้บริโภคยุคปัจจุบัน ยังดูรายการทีวีผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้นด้วย ทำให้โครงสร้างหน่วยธุรกิจของบีอีซีในปัจจุบัน ประกอบด้วย 6 กลุ่มธุรกิจ ที่ขึ้นตรงกับบริษัท ได้แก่ 1.ธุรกิจโทรทัศน์ 2.ธุรกิจคอมเมอร์เชียล 3.กลุ่มเทคโนโลยีและธุรกิจสื่อใหม่ 4.ธุรกิจวางกลยุทธ์ 5.กลุ่มงานสนับสนุน และ 6.กลุ่มบริหารงานบุคคล
แม้ว่ากลุ่มบีอีซีจะมีความพยายามปรับกลยุทธ์การทำงาน และดึงมือดีเข้ามาบริหารงาน เพื่อทำให้องค์กรมีความแข็งแกร่ง สำหรับดำเนินธุรกิจทีวีดิจิตอล แต่ดูเหมือนยังไม่เพียงพอที่จะคว้าชัยชนะในเวทีธุรกิจได้ เพราะในสนามการแข่งขันคู่แข่งที่ถือได้ว่ามีศักยภาพและความสามารถไม่แพ้กลุ่มบีอีซี และพร้อมที่จะก้าวขึ้นมาแซงตำแหน่งอันดับ 2 ของผู้นำธุรกิจทีวีดิจิตอล อย่างช่องโมโน 29 ของบริษัท โมโน บรอดคาซท์ จำกัด ในเครือโมโน กรุ๊ป ที่วิ่งไล่ตามมาติดๆ อยู่ในตำแหน่งอันดับ 3 แซงหน้าช่องเวิร์คพอยท์ ของนายปัญญา นิรันดร์กุล ที่เคยอยู่ในอันดับ 3 แต่ปัจจุบันหล่นมาอยู่ในอันดับที่ 4 ทำให้ช่องโมโน 29 เป็นคู่แข่งที่น่ากลัวสำหรับช่อง 33
ที่สำคัญในปี 2561 ช่องโมโน 29 ประกาศชัดเจนว่าจะขอขึ้นตำแหน่งเบอร์ 2 ของกลุ่มทีวีดิจิตอล และมีความเป็นไปได้สูงที่ช่องโมโน 29 จะทำตามเป้าหมายที่วางไว้ได้สำเร็จ เพราะถือเป็นช่องทีวีที่มีโพสิชันนิ่งชัดเจน จากการจับตลาดกลุ่มคนดูที่ชื่นชอบรายการหนังและซีรีส์จากต่างประเทศ ทำให้ได้รับผลตอบรับและความสำเร็จที่เห็นชัดเจน จากการขึ้นมาติดอันดับ 3 ดังกล่าว ที่สำคัญ ช่องโมโน 29 ยังสามารถดำเนินธุรกิจให้มีผลกำไรได้ตั้งแต่ไตรมาส 2 ของปีที่ผ่านมา และมีกำไรมาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่เพื่อนร่วมธุรกิจส่วนใหญ่ยังประสบภาวะขาดทุนอย่างหนัก
คงต้องจับตากลุ่มบีอีซี ว่าจะสามารถนำธุรกิจทีวีให้ฟื้นกลับมาได้เหมือนในอดีตได้หรือไม่ เพราะเวทีการแข่งขันของธุรกิจทีวีดิจิตอลนั้น มีผู้เล่นจำนวนมากและแต่ละรายก็พร้อมที่จะก้าวขึ้นมาอยู่ลำดับต้นๆ ได้เสมอ
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,336 วันที่ 1 - 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
http://www.thansettakij.com/content/255276
ชำแหละ‘ช่อง3’สะดุด ส่อหลุดเบอร์ 2 คู่แข่งไล่บี้หนัก
เปิดเส้นทาง “ช่อง 3” หลังโมโน 29 ประกาศไล่บี้ชิงอันดับ 2 พบแนวโน้มรายได้-กำไรลดลงต่อเนื่อง ขณะที่เรตติ้งรายการ “เรื่องเล่าเช้านี้” หดเหลือ 0.954 รั้งอันดับ 3 ตามช่อง 7
การประกาศก้าวขึ้นอันดับ 2 ของช่องโมโน 29 สร้างความสั่นสะเทือนให้กับช่อง 3 ที่ยึดครองตำแหน่งนี้มายาวนาน ด้วยผลงานที่ประสบความสำเร็จต่อเนื่องตั้งแต่เกิดการเปลี่ยนผ่านสู่ทีวีดิจิตอล ทำให้เชื่อว่าน่าจะประสบความสำเร็จได้สูง ตรงข้ามกับช่อง 3 ที่นับจากเริ่มต้นประมูลกวาดช่องทีวีดิจิตอลมาได้ถึง 3 ช่องในปลายปี 2556 ด้วยเม็ดเงินสูงถึง 6,471 ล้านบาท
ย้อนเส้นทางประมูลทีวีช่อง 3
การเข้ามาสู่ธุรกิจทีวีดิจิตอลของบริษัท บีอีซี-มัลติมีเดีย จำกัด ในเครือบริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) ที่ชนะการประมูลช่องทีวีดิจิตอลมาครองถึง 3 ช่อง ได้แก่ ช่อง 33 HD ในหมวดหมู่ทั่วไปแบบความคมชัดสูง ด้วยราคา 3,530 ล้านบาท ช่อง 28 SD ในหมวดหมู่ทั่วไปแบบความคมชัดปกติ ราคา 2,275 ล้านบาท และช่อง 13 ใน หมวดหมู่เด็ก เยาวชน และครอบครัว ราคา 666 ล้านบาท รวม 3 ช่องที่กลุ่มบีอีซีใช้เงินไปถึง 6,471 ล้านบาท ถือเป็นการลงทุนด้วยเม็ดเงินที่สูงมาก (แม้จะเป็นการแบ่งจ่ายค่างวด) เพราะต้องแบกรับต้นทุนมหาศาลแต่ผลตอบแทนจากการลงทุน ยังมองไม่เห็นว่าจะทำกำไรได้เมื่อไร
หากดูผลการดำเนินงานในช่วงที่ผ่านมาจะพบว่า กลุ่มบีอีซีรายได้และกำไรลดลงอย่างต่อเนื่องด้วย โดยในปี 2557 มีรายได้รวม 16,381.51 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 4,414.99 ล้านบาท ปี 2558 มีรายได้รวม 16,017.91 ล้านบาท มีกำไร 2,982.71 ล้านบาท ปี 2559 มีรายได้รวม 12,534.57 กำไร 1,218.29 ล้านบาท ขณะที่ผลการดำเนินงานในรอบ 9 เดือนแรกของปี 2560 มีรายได้รวม 9,103.80 ล้านบาท มีกำไร 371 ล้านบาท ซึ่งถือว่ามีแนวโน้มทั้งรายได้และกำไรที่ยังลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าด้วย
เรตติ้งตกหลุดแชมป์‘ข่าวเช้า’
นอกจากผลการดำเนินงานที่ยังไม่ฟื้นตัว กลุ่มช่อง 3 ยังต้องเผชิญกับเหตุการณ์สำคัญที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของช่องด้วย ไม่ว่าจะเป็นการที่ ศาลอุทธรณ์พิพากษาคดีที่นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา เจ้าของบริษัท ไร่ส้ม จำกัด อดีตผู้ดำเนินรายการข่าว คุยคุ้ยข่าว ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 9 อสมท จากกรณีการยักยอกเงินค่าโฆษณาเกินเวลามูลค่ากว่า 138 ล้านบาท ให้ได้รับโทษจำคุก 13 ปี 4 เดือน ซึ่ง ขณะนั้นนายสรยุทธ ได้เป็นพิธีกรรายการ เรื่องเล่าเช้านี้ ของทางช่อง 33 ซึ่งถือว่าเป็นรายการข่าวที่มีเรตติ้งสูงเป็นอันดับ 1 ในกลุ่มรายการข่าวเช้า โดยเคยมีเรตติ้งพุ่งสูงถึง 4.1 ในช่วงเดือนตุลาคม 2555 โดยคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ค่าเรตติ้ง TVR ซึ่งเป็นกลุ่มที่วัดคนดูทั่วประเทศเป็นประชาชนทั่วไป เท่ากับจำนวนคนกว่า 2.62 ล้านคน
ขณะที่ช่อง 7 รายการ “เช้านี้...ที่หมอชิต” ซึ่งออกอากาศในวันและเวลาเดียวกัน ได้เรตติ้ง 2.0 เท่ากับจำนวนคนกว่า 1.27 ล้านคน แน่นอนว่าเมื่อเจ้าพ่อกรรมกรข่าวไม่อยู่ แรงดึงดูดของเรื่องเล่าเช้านี้ก็ถดถอยลง แม้ช่อง 3 พยายามปรับตัวพิธีกรในรายการให้น่าสนใจแต่เรตติ้งก็ยังไม่ดีขึ้น เรตติ้งล่าสุดในวันที่ 24 มกราคม 2561 รายการเรื่องเล่าเช้านี้มีเรตติ้ง 0.954 เป็นอันดับ 3 ในกลุ่มรายการข่าวเช้า ซึ่งเป็นรองรายการเช้านี้...ที่หมอชิต ที่มีเรตติ้งสูงสุด 1.543 และรายการสนามข่าว 7 สี ที่มีเรตติ้ง 1.486 แม้จะมีการพลิกโฉมรายการเรื่องเล่าเช้านี้อีกระลอก ด้วยการเพิ่มทั้งพิธีกรหลักอย่างไก่-ภาษิต อภิญญาวาท และพิธีกรเสริมอย่าง “ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์”
ปรับโครงสร้าง ดึงมือดีเสริมทัพ
กลุ่มบีอีซียังมีความพยายามที่จะกอบกู้ธุรกิจให้กลับมาเติบโต และเรียกคืนเรตติ้งให้เพิ่มขึ้นอีกครั้ง โดยล่าสุดช่วงปลายปี 2560 ได้ประกาศปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่ ด้วยการแต่งตั้งนายประชุม มาลีนนท์ รองประธานกรรมการ บมจ.บีอีซี เวิลด์ฯ ให้ดำรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท และ นางสาวอัมพร มาลีนนท์ กรรมการ และกรรมการบริหาร ให้ดำรงตำแหน่ง COO (Chief Operating Officer) : หัวหน้าคณะผู้บริหาร ด้านปฏิบัติการและรับรอง และกำหนดชื่อตำแหน่งใหม่สำหรับ นางสาวรัตนา มาลีนนท์ ในตำแหน่ง CFO (Chief Financial Officer) : หัวหน้าคณะผู้บริหาร ด้านการเงิน และยังดึงนายสมประสงค์ บุญยะชัย อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มอินทัช มาดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการบริหารด้วย ซึ่งการปรับโครงสร้างใหม่นี้ เพื่อให้ผู้บริหารเข้ามาทำหน้าที่สำคัญในการกำหนดทิศทางนโยบาย เป้าหมายในภาพรวม และเป็นการรองรับกับการแข่งขันในธุรกิจที่มีรุนแรงเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นอกเหนือจากทีมผู้บริหารระดับสูง กลุ่มบีอีซียังได้เพิ่มหน่วยธุรกิจใหม่อีก 2 ธุรกิจ ได้แก่ ธุรกิจคอมเมอร์เชียล หรือธุรกิจบริหารลิขสิทธิ์ศิลปิน (Artist Management) และธุรกิจออนไลน์ เพื่อเป็นช่องทางในการสร้างรายได้เพิ่ม เนื่องจากปัจจุบันเอเยนซีและเจ้าของสินค้าลดงบประมาณการซื้อโฆษณาลง จากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ประกอบกับภาวะการแข่งขันของธุรกิจทีวีดิจิตอลที่มีรุนแรง และมีผู้ประกอบการมากขึ้น นอกจากนี้ผู้บริโภคยุคปัจจุบัน ยังดูรายการทีวีผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้นด้วย ทำให้โครงสร้างหน่วยธุรกิจของบีอีซีในปัจจุบัน ประกอบด้วย 6 กลุ่มธุรกิจ ที่ขึ้นตรงกับบริษัท ได้แก่ 1.ธุรกิจโทรทัศน์ 2.ธุรกิจคอมเมอร์เชียล 3.กลุ่มเทคโนโลยีและธุรกิจสื่อใหม่ 4.ธุรกิจวางกลยุทธ์ 5.กลุ่มงานสนับสนุน และ 6.กลุ่มบริหารงานบุคคล
แม้ว่ากลุ่มบีอีซีจะมีความพยายามปรับกลยุทธ์การทำงาน และดึงมือดีเข้ามาบริหารงาน เพื่อทำให้องค์กรมีความแข็งแกร่ง สำหรับดำเนินธุรกิจทีวีดิจิตอล แต่ดูเหมือนยังไม่เพียงพอที่จะคว้าชัยชนะในเวทีธุรกิจได้ เพราะในสนามการแข่งขันคู่แข่งที่ถือได้ว่ามีศักยภาพและความสามารถไม่แพ้กลุ่มบีอีซี และพร้อมที่จะก้าวขึ้นมาแซงตำแหน่งอันดับ 2 ของผู้นำธุรกิจทีวีดิจิตอล อย่างช่องโมโน 29 ของบริษัท โมโน บรอดคาซท์ จำกัด ในเครือโมโน กรุ๊ป ที่วิ่งไล่ตามมาติดๆ อยู่ในตำแหน่งอันดับ 3 แซงหน้าช่องเวิร์คพอยท์ ของนายปัญญา นิรันดร์กุล ที่เคยอยู่ในอันดับ 3 แต่ปัจจุบันหล่นมาอยู่ในอันดับที่ 4 ทำให้ช่องโมโน 29 เป็นคู่แข่งที่น่ากลัวสำหรับช่อง 33
ที่สำคัญในปี 2561 ช่องโมโน 29 ประกาศชัดเจนว่าจะขอขึ้นตำแหน่งเบอร์ 2 ของกลุ่มทีวีดิจิตอล และมีความเป็นไปได้สูงที่ช่องโมโน 29 จะทำตามเป้าหมายที่วางไว้ได้สำเร็จ เพราะถือเป็นช่องทีวีที่มีโพสิชันนิ่งชัดเจน จากการจับตลาดกลุ่มคนดูที่ชื่นชอบรายการหนังและซีรีส์จากต่างประเทศ ทำให้ได้รับผลตอบรับและความสำเร็จที่เห็นชัดเจน จากการขึ้นมาติดอันดับ 3 ดังกล่าว ที่สำคัญ ช่องโมโน 29 ยังสามารถดำเนินธุรกิจให้มีผลกำไรได้ตั้งแต่ไตรมาส 2 ของปีที่ผ่านมา และมีกำไรมาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่เพื่อนร่วมธุรกิจส่วนใหญ่ยังประสบภาวะขาดทุนอย่างหนัก
คงต้องจับตากลุ่มบีอีซี ว่าจะสามารถนำธุรกิจทีวีให้ฟื้นกลับมาได้เหมือนในอดีตได้หรือไม่ เพราะเวทีการแข่งขันของธุรกิจทีวีดิจิตอลนั้น มีผู้เล่นจำนวนมากและแต่ละรายก็พร้อมที่จะก้าวขึ้นมาอยู่ลำดับต้นๆ ได้เสมอ
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,336 วันที่ 1 - 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
http://www.thansettakij.com/content/255276