🤑 อีคอมเมิร์ซอาเซียนเดือด TikTok Shop มาแรง แซงเจ้าถิ่นอย่าง Shopee ในมาเลเซีย

อีคอมเมิร์ซอาเซียนเดือด TikTok Shop มาแรง แซงเจ้าถิ่นอย่าง Shopee ในมาเลเซีย
.
ปี 2025 อีคอมเมิร์ซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเผชิญเกมแข่งขันที่ดุเดือดกว่าเดิม ทั้งการแย่งชิงกำไรและการสร้างพลังของแบรนด์ แม้ Shopee ยังครองตำแหน่งผู้นำในภูมิภาค แต่ TikTok Shop ไล่ตามมาติดๆ และเป็นครั้งแรกที่ยอดเข้าชมในมาเลเซียแซงหน้าเจ้าถิ่นได้สำเร็จ ขณะที่ Lazada หันไปโฟกัสการปั้นแบรนด์แบบจริงจัง ส่วน Temu เขย่าตลาดด้วยกลยุทธ์ราคาถูก ทำให้ภาพรวมกำลังเปลี่ยนจากอีคอมเมิร์ซแบบหน้าร้านออนไลน์ ไปสู่โครงสร้างใหม่ผสานทั้งหน้าร้านออนไลน์และโซเชียลคอมเมิร์ซ ส่งผลให้แพลตฟอร์มต้องวางจุดยืนให้ชัด และผู้ขายมีการทำตลาดแบบหลายแพลตฟอร์มเป็นเรื่องปกติ
.
■ 1.  โครงสร้างตลาด Shopee ยังนำ แต่ TikTok ตามมาติดๆ
.
เดือนธันวาคม 2025 Shopee มียอดเข้าชมรวมใน 6 ประเทศอาเซียนราว 541 ล้านครั้ง เพิ่มขึ้น 7.9% จากเดือนก่อน แม้ตลาดเริ่มโตช้าลง แต่ Shopee ยังมียอดชมพุ่งในช่วงแคมเปญ 12.12 สะท้อนว่าฐานอีคอมเมิร์ซแบบหน้าร้านออนไลน์ยังแข็งแรง โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าใช้ประจำและสินค้าขนาดใหญ่

ด้าน TikTok Shop มียอดเข้าชมรวมราว 379 ล้านครั้ง คิดเป็นเกือบ 70% ของ Shopee จุดต่างสำคัญคือ TikTok โตจากระบบแนะนำคอนเทนต์มากกว่าการค้นหาแบบแพลตฟอร์มดั้งเดิม ทำให้การเติบโตขับเคลื่อนด้วยความสนใจของผู้ใช้เป็นหลัก
.
ภาพรวมอาเซียนเริ่มชัดว่าแบ่งเป็น 3 ขั้วหลักคือ Shopee–TikTok–Lazada โดย Shopee ยังเป็นแพลตฟอร์มครบเครื่องอันดับหนึ่ง, TikTok โตแรงในสายคอนเทนต์คอมเมิร์ซ ส่วน Lazada ลดการแข่งขันด้านยอดเข้าชมและหันไปเดินเกมสร้างแบรนด์แทน
.
■ 2. ตลาดเวียดนาม-อินโดฯ คือฐานตั้งรับของ Shopee ส่วนตลาดมาเลฯ กำลังสั่นคลอน
.
การแข่งขันอีคอมเมิร์ซใน 6 ประเทศอาเซียนเริ่มเห็นความแตกต่างในระดับภูมิภาคชัดเจน โดย เวียดนามและอินโดนีเซีย กลายเป็นสมรภูมิหลักที่ Shopee ใช้ตั้งรับแรงกดดันจาก TikTok Shop
.
ในเวียดนาม Shopee มียอดเข้าชม 141.9 ล้านครั้ง นำ TikTok Shop เกือบ 50 ล้านครั้ง ส่วนหนึ่งมาจากการลงทุนโลจิสติกส์ของตัวเองอย่างต่อเนื่อง ตอบโจทย์ผู้ใช้ที่ให้ความสำคัญกับความเร็วในการส่งของ และคุณภาพของรีวิวสินค้า จนกลายเป็นกำแพงป้องกันที่แข็งแกร่งของ Shopee
.
อินโดนีเซียซึ่งเป็นตลาดใหญ่ของภูมิภาค แข่งขันเดือดขึ้นไปอีกขั้น Shopee มียอดเข้าชม 133 ล้านครั้ง นำ TikTok Shop ที่ 111 ล้านครั้งแบบเฉียดฉิว และเมื่อ TikTok ผสานทรัพยากรของ Tokopedia เกมจึงยกระดับจากสงครามราคาไปสู่การแข่งขันทั้งระบบ ตั้งแต่การชำระเงิน คลังสินค้า ไปจนถึงโลจิสติกส์ในประเทศ
.
ส่วนมาเลเซีย ในเดือนเดียวกัน TikTok มียอดเข้าชม 58.9 ล้านครั้ง แซง Shopee ที่ 58 ล้านครั้ง แม้ต่างกันเล็กน้อย แต่ถือเป็นครั้งแรกที่ TikTok นำหน้า Shopee ในอาเซียน นับเป็นสัญญาณสำคัญและอาจสร้างแรงสั่นสะเทือนไปยังตลาดอื่น
.
การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อน 3 แนวโน้มหลัก ได้แก่
.
1️⃣ มาเลเซียมีฐานผู้ใช้วัยรุ่นและคนรุ่นใหม่สูง ทำให้การใช้งานวิดีโอสั้นแพร่หลายและใช้เวลาบนแพลตฟอร์มมากกว่าค่าเฉลี่ยภูมิภาค
.
2️⃣ ระบบคอนเทนต์ท้องถิ่นแข็งแรง ทั้ง MCN และครีเอเตอร์ขายของเริ่มเป็นมืออาชีพมากขึ้น คอนเทนต์จึงเปลี่ยนจากเน้นโปรโมชันไปสู่เน้นการใช้งานจริง
.
3️⃣ ผู้ขายระดับกลาง-เล็กบางส่วนเริ่มโยกย้ายทรัพยากรไป TikTok มากขึ้น หลังเจอปัจจัยอย่าง ประสิทธิภาพเงินอุดหนุนลดลงและค่าคอมมิชชันสูงขึ้น
.
นักวิเคราะห์บางรายมองว่า นี่คือจุดที่พฤติกรรมผู้บริโภคกำลังเปลี่ยนจาก “คนหาสินค้า” ไปสู่ “สินค้าไปหาคน” อย่างเต็มตัวในตลาดมาเลเซีย
.
■ 3. Lazada เปลี่ยนเกม Temu เขย่าตลาดด้วยราคาถูก
.
ในปี 2025 Lazada ปรับทิศทางอย่างเห็นได้ชัดขึ้น โดยลดการไล่ยอดเข้าชม และหันไปจับกลุ่มสินค้าราคากลาง-สูง พร้อมสร้างภาพจำแบรนด์ผ่าน LazMall โดยเฉพาะหมวดบิวตี้, 3C และแบรนด์ต่างประเทศ ทำให้แม้ยอดเข้าชมไม่เด่นเท่าคู่แข่ง แต่คุณภาพผู้ใช้และมูลค่าต่อคำสั่งซื้อแข็งแรงกว่า
.
ขณะที่ Temu กลายเป็นตัวแปรเขย่าตลาดที่แรงที่สุดในช่วงครึ่งปีหลัง โดยขยายตัวรวดเร็วใน มาเลเซีย ไทย และเวียดนาม ด้วยการกดต้นทุนซัพพลายเชนจนทำราคาได้ต่ำมาก ดึงราคากลางของสินค้านำเข้าให้ลดลงทั้งตลาด แม้ขนาดผู้ใช้ยังไม่ใหญ่มาก แต่เริ่มกดดันระบบราคาของ Shopee และ TikTok รวมถึงกำไรของผู้ขาย
.
■ 4. บทเรียนสำหรับผู้ขาย โครงสร้างทราฟฟิกกำหนด “วิธีทำเงิน”
.
ภาพรวมการแข่งขันอีคอมเมิร์ซอาเซียนปี 2025 กำลังก้าวสู่ยุคใหม่ที่ “มีหลายขั้ว” “แตกต่าง” และ “ต้องปรับตัวให้เข้ากับท้องถิ่น” สำหรับผู้ขายสิ่งสำคัญคือการวางแผนที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและการปรับตัวให้ไว
.
อย่างแรกคือเลือกแพลตฟอร์มให้ตรงกับสินค้า สินค้าราคาสูงและทนทาน เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ดิจิทัลเหมาะกับ Shopee ที่เน้นค้นหาแล้วซื้อและปิดการขายได้มั่นคงกว่า ส่วนสินค้าแฟชั่นหรือบิวตี้ที่ตัดสินใจเร็ว ควรเน้น TikTok เพื่อใช้คอนเทนต์กระตุ้นความอยากซื้อ ขณะที่สินค้าแบรนด์สามารถวางบน Lazada เพื่อเข้าถึงกลุ่มมีกำลังซื้อ
.
การขายในหลายแพลตฟอร์มกำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ ผู้ขายควรปรับสินค้า ราคา และการตลาดให้ต่างกันตามผู้ใช้แต่ละแพลตฟอร์มเพื่อลดความเสี่ยง สุดท้ายคือการทำตลาดท้องถิ่นให้แน่น ตั้งแต่คอนเทนต์ให้เข้ากับวัฒนธรรม/เทศกาล ไปจนถึงระบบขนส่งและการทำตามกฎข้อมูล-ภาษีของแต่ละประเทศ
.
ผู้เชี่ยวชาญในสายอีคอมเมิร์ซข้ามแดนระบุว่า เมื่ออัตราการใช้อีคอมเมิร์ซในอาเซียนยังเพิ่มต่อเนื่องความสามารถในการคว้าชัยของแพลตฟอร์มและผู้ขาย จะอยู่ที่การทำตลาดท้องถิ่น การนิยามความคุ้มค่าใหม่ และการยึดพื้นที่ในใจผู้บริโภคมากขึ้น และในปี 2026 ตลาดจะวัดกันที่พลังของข้อมูลและประสิทธิภาพในการดำเนินงานจริง ไม่ใช่แค่ทุ่มงบอย่างเดียว
.
.
📧 ติดต่อเรา Email: info@jeenthainews.com
.
#อีคอมเมิร์ซ #Shopee #TikTokShop #มาเลเซีย #Lazada
https://www.facebook.com/share/p/188SciZyTz/
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่