วิญญาญของยายแก้วต้องการอะไร??

สวัสดีค่ะเราเป็นนักเรียนโรงเรียนประจำ[ใบ้ให้ว่ามี12แห่งทั่วประเทศค่ะ]
พูดถึงเด็กโรงเรียนประจำอย่างเราก็คงไม่พ้นเรื่องลี้ลับหรอกมันเป็นของคู่กัน^^
เราเองก็อยู่โรงเรียนประจำแห่งนี้มา6ปีแล้วค่ะฟังมาก็เยอะเจอมาเองก็มี ส่วนใหญ่ก็คิดว่าเราเรียนเยอะ อ่านหนังสือหนักหรือไม่ก็นอนน้อยเอง
แต่เรื่องที่เจออยู่ตอนนี้มันหนักจริงๆค่ะเริ่มเล่าเลยแล้วกันเนอะ

...เริ่มจากตอนม.4ตอนนั้นใกล้จะปิดเทอมแล้วค่ะเราก็อ่านหนังสือสอบปกติแล้วที่บ้านโทรมาหาค่ะ
[คือเราไม่ค่อยโทรหาที่บ้านซักเท่าไหร่ ยิ่งที่บ้านโทรหานี่ยิ่งแทบนับครั้งได้เลย]
พ่อโทรมาแล้วก็พูดประมาณว่าตั้งใจสอบนะลูกและก็พูดให้กำลังใจหลายๆเรื่อง
ตอนนั้นใจนึงก็ดีใจค่ะเพราะปกติพ่อเราไม่ค่อยพูดอะไรแบบนั้นอยู่แล้ว
อีกใจก็แบบที่บ้านมีอะไรป่าววะ??ทำไมอยู่ๆพ่อถึงมาพูดแบบนี้เราเลยตัดสินใจถามพ่อเลยค่ะ
พ่อบอกกับเราว่า"แม่เค้าทิ้งหนูกับพ่อไปแล้วนะลูก" พอได้ยินประโยคนี้ก็พูดอะไรไม่ออก
ได้แต่ร้องไห้ฟังพ่อพูดต่อเงียบๆ คือเราก็ไม่อะไรกับแม่อยู่แล้วไม่ค่อยสนิทกับแม่เท่าไหร่ด้วย
เวลามีอะไรก็จะปรึกษาพ่อ อีกอย่างเราเป็นเด็กที่เข้าใจอะไรง่ายค่ะพอจะเข้าใจได้ว่าแม่มีเราตั้งแต่แม่ยังเด็ก
ไม่ผิดที่แม่จะอยากออกไปทำตามความฝันตัวเองบ้าง แต่ถึงจะเข้าใจยังไงเราก็เสียใจนะ
เราร้องไห้จนอาการไมเกรนที่เคยเป็นตอนเด็กๆกำเริบกลับมาอีกครั้ง
แต่ก็โชคดีนะคะที่พ่อเราดูแลเราดีมาก ญาติก็เอาใจใส่จนเราไม่ได้รู้สึกขาดอะไร
[ซึ่งเราก็ไม่ใช่เด็กที่จะเรียกร้องอะไรแบบนี้จากครอบครัวอยู่แล้วด้วย]


เรื่องมันก็ผ่านไปเรื่อยๆจนขึ้นม.6ค่ะ เราเลิกร้องไห้เป็นบ้าเป็นหลังแล้ว555
เราใช้ชีวิตตามปกติฟังข่าวสารของแม่บ้างผ่านทางญาติฝ่ายแม่
แล้วประมาณเดือนมิถุนายนญาติทางฝ่ายแม่มาชวนเราไปเที่ยวค่ะ
ทริปนี้ทำให้เราได้เจอแม่อีกครั้ง[แม่มาพร้อมกับแฟนใหม่ของแม่ด้วยค่ะ
แต่เราก็เฉยๆนะเกลียดก็คือไม่ยุ่งและมองข้ามๆไป]
แม่ทำหน้าที่ของแม่อย่างเต็มที่คอยดูแลเรา ทำอาหารที่เราชอบให้กิน
เราชอบกินชอกโกแลตตอนแวะเซเว่นก่อนเข้าบ้านพักแม่ก็ซื้อให้เราเป็นถุงๆเลย
วันเวลาแห่งความสุขมักผ่านไปเร็วเสมอทริป3วัน2คืนของเราจบลงแล้ว
ญาติทางฝ่ายแม่ก็พาเรากลับมาส่งโรงเรียนค่ะมากันเยอะมากๆเราก็ร้องไห้กอดแม่ปกติค่ะ
แต่ความรู้สึกมันไม่ปกติมันเหมือนกับว่าเนี่ยเป็นกอดสุดท้ายแล้ว...


...ม.6เทอมสองเรารู้สึกว่าเวลาจะทำอะไรจะมีคนคอยมองตลอดเวลาค่ะ
ทำให้ช่วงนั้นไม่ว่าเราจะทำอะไรก็ย้ำคิดย้ำทำ<<แบบมันมีความรู้สึกลึกๆค่ะว่าอย่าทำอะไรวู้วามนะ
แต่สุดท้ายมันก็เกิดเรื่องจนได้ เรากับแม่ทะเลาะกันในแฟมิลี่กรุ๊ปในไลน์ค่ะทะเลาะกันหนักมาก
ตอนนั้นเราก็อารมณ์ร้อน ส่วนแม่ก็คงผิดหวังในคำพูดของเรา สุดท้ายก็เลยตัดแม่ตัดลูกกันค่ะ
แล้วก็เข้าวังวนของการสอบอีกครั้งเราก็กลับมาอ่านหนังสือหนักๆ ตอนแรกกะว่าจะไม่นอนด้วย
แต่ก็เกรงใจอาการไมเกรนค่ะเลยคิดว่านอนซักหน่อยแล้วกัน
จำได้ว่าประมาณตี4เราก็ล้มตัวลงนอนคือหัวถึงหมอนปุ๊บก็หลับเลย
.
.
.
แล้วก็ฝันค่ะในฝันเราฝันว่ายายพาเราไปที่บ้านของยายที่เราเคยไปเล่นตอนเด็กๆ
ยายพาเราไปนั่งใต้ต้นไม้หาข้าวหาขนมมาให้เรากินค่ะแล้วยายก็เดินหายไป
ซักพักมียายแก่ๆอีกคนเดินมาหาเราแล้วบอกว่ายายชื่อยายแก้วนะเราก็พยักหน้าแล้วกินข้าวต่อ
[คือเราเป็นเด็กที่ไม่สนใจอะไรเป็นทุนเดิมอยู่แล้วด้วย]
พอยายแก้วเห็นว่าเราไม่สนใจยายแก้วเลยเปลี่ยนเรื่องคุยยายแก้วขอเรากินข้าวด้วย
แต่เราก็บอกว่าไม่ให้!!คือตะโกนเสียงดังมากๆในฝันตอนนั้นยังตกใจตัวเองเลย
ยายแก้วก็โมโหแล้วเข้ามาจับขาเราไว้ค่ะแล้วพยายามจะแย่งข้าวกับขนมของเรากิน
เราก็ดิ้นๆแล้วก็ร้องไห้จ้าเลย ดิ้นแบบพยายามจะออกจากสถานการณ์ตรงนั้นให้ได้
.
.
.
หลังจากนั้นก็เข้าสู่โหมดกึ่งหลับกึ่งตื่นค่ะ
เรารู้สึกอึดอัดที่หน้าอกมากๆเลยลืมตาขึ้นมอง
ภาพที่เราเห็นคือ"ยายแก่ๆนั่งยองๆเหยียบหน้าอกเราอยู่"
เขาไม่ได้ขยับปากพูดอะไรแต่เหมือนมันมีเสียงดังขึ้นในหัวเราเอง
มันดังประมาณว่า"เขาตามหาเรามานานเลยนะ ทำไมเราถึงทำกับเขาแบบนั้น"
[คือมันเป็นคำหยาบเลยอ่ะค่ะแต่กลัวโดนแบนเลยพิมพ์แบบซอร์ฟๆ]
เราพยายามจะเรียกให้เพื่อนที่นอนเตียงข้างล่างช่วยแต่ก็ขยับไม่ได้
บวกกับเราง่วงมากๆด้วยเลยหลับตาลง เราก็รู้สึกอึดอัดอยู่อีกพักหนึ่งแล้วก็หายไป
.
.
.
วันต่อมาเราก็ไปสอบแบบคนจิตตกเลยค่ะ พอสอบเสร็จก็โทรหายายเล่าให้ยายฟัง
[ในฝันยายเป็นคนพาเราไปหาเขาเราเลยคิดว่ายายน่าจะรู้]
แล้วยายก็รู้จริงๆค่ะ ยายบอกว่ายายรู้จักยายแก้วเป็นแม่ของยายเอง
แล้วยายก็เล่าให้ฟังเพิ่มว่า ตอนแม่เราเด็กๆยายแก้วเป็นคนเลี้ยงแม่เรามาเพราะยายเราต้องไปทำงาน
ยายแก้วเลยรักและผูกพันธ์กับแม่เรามาก
แต่ยายก็ยืนยันว่าตั้งแต่ยายแก้วตายก็ไม่เคยมาหาใครเลยนะแม่กระทั่งแม่เราเอง
.
.
.
คราวนี้เราก็โทรเล่าให้พี่เราฟังค่ะเราก็เล่าไปแบบที่เล่าให้ยายฟัง
พี่เราถามว่าจำๆได้ไหมว่ายายแก้วในฝันกับยายแก้วที่นั่งทับหน้าอกเราเป็นยังไง
เรารีบเล่าเลยค่ะเพราะภาพมันติดตาเรามากๆ
เราบอกพี่เราว่า"เป็นยายแก่ๆใส่เสื้อสีขาวกับผ้าถุงสีเขียวไม่ก็น้ำเงิน"
พี่เราก็ตกใจค่ะแล้วบอกว่าเหมือนกับรูปของยายแก้วที่เป็นแม่ของยายที่ตั้งอยู่ในห้องพระเลย
[คือเราไม่เคยเห็นรูปนี้มาก่อนเพราะเราเป็นเด็กขี้เกียจและขี้เกรงใจค่ะ ไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหน
ต่อให้เป็นบ้านของญาติๆตัวเองก็ตามเราก็จะอยู่แค่ห้องนั่งเล่นห้องนอนห้องครัวและห้องน้ำเท่านั้น
ไอ้ประเภทที่จะไปเดินสำรวจบ้านเข้าห้องนู้นออกห้องนี้เราไม่ทำเด็ดขาด]
.
.
.
คราวนี้เราก็โทรเล่าให้พ่อเราฟังบ้าง ตอนแรกๆพ่อก็บอกว่าเราคิดมากไปเอง
แต่สุดท้ายพ่อก็ยอมเล่าให้ฟังว่าก่อนจะเลิกกับแม่ก็ฝันเห็นยายแก้วเหมือนกัน
.
.
.
สุดท้ายก็จบด้วยการที่พ่อกับญาติทางฝ่ายแม่บอกว่าก่อนนอนให้สวดมนต์แล้ว
ตั้งจิตอธิษฐานบอกยายแก้วว่าเดี๋ยวหลังสอบเสร็จจะกลับบ้านไปทำบุญให้

ปล.เรื่องยังไม่จบแค่นี้นะคะอันนี้มันแค่เริ่มๆต้น แต่นี่มันดึกมากแล้วและเราก็เริ่มจิตตกแล้วด้วย
เอาไว้พน.เรามาเล่าให้ฟังต่อนะคะพระจันทร์ดาวคร่อกฟี้


#จะด่าว่างมงายก็ได้แต่อย่าแรงนะคะ เพราะเราก็บอกแล้วว่ามันเป็นความเชื่อส่วนบุคคลอ่ะ
อีกอย่างในตอนต้นเราก็บอกไปแล้วว่าเราพยายามจะคิดว่าเราเรียนเยอะ อ่านหนังสือหนักหรือไม่ก็นอนน้อยเอง
แต่สุดท้ายเราก็โกหกตัวเองไม่ได้ เราเห็นก็คือเราเห็น เราฝันก็คือเราฝันค่ะ

#อีกอย่างเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องแต่งนะคะ เพราะถ้าแต่งได้เป็นฉากๆขนาดนี้เราแต่งนิยายขายไปแล้ว
ได้เงินซื้อชอกโกแลตกินด้วย555

#สุดท้ายนี้อยากบอกว่าด่ามาด่ากลับไม่โกงนะคะ เป็นนักเรียนมีการศึกษาแล้วก็มีหัวใจหัวใจหัวใจหัวใจ
อีกอย่างมีพ่อด้วยจะมาด่าเราแบบนี้ไม่ได้น้าาาาาอมยิ้ม06อมยิ้ม06อมยิ้ม06
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่